แล้วแพรพราวก็ต้องรู้สึกอึ้งอีกครั้งเมื่อภูวินท์ที่เธอได้เจอก่อนหน้ากับภูวินท์ที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงชนิดหน้ามือเป็หลังมือแพรพราวถึงขั้นยกมือขึ้นมาขยี้ตาเพราะคิดว่าเธออาจจะตาฝาดไปเมื่ออยู่ดีๆ คนที่เพิ่งจะขู่ฆ่าเธอก็เกิดอยากจะมาเล่นบทพี่ชายใจดีที่แสนจะโอบอ้อมอารี
นอกจากเขาจะไม่ถือโทษโกรธเคืองในเื่เมื่อคืนแล้วเขายังมีท่าทีพร้อมจะอ้าแขนต้อนรับทินกรไปเป็คนในครอบครัวอีกต่างหากแถมความเอื้อเฟื้อนั้นมันยังมีเผื่อแผ่มาถึงเธอเมื่อเขากลายเป็สุภาพบุรุษคอยมาเอาใจใส่แถมเรียกเธอว่าน้องพราวแทบจะทุกคำนี่ถ้าเธอไม่ได้เห็นตัวตนในอีกด้านหนึ่งของเขามาก่อนเธอก็คงจะเผลอคล้อยตามรอยยิ้มใจดีนั้นไปเหมือนกันแน่ๆ แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่เขาแค่แกล้งทำดีต่อหน้าลลิตาก็เท่านั้นแต่ในใจกำลังคิดอะไรอยู่บ้างก็ไม่มีใครรู้แต่ที่เธอรู้แน่ๆ คือคนอย่างเขาต้องไม่มีทางหวังดีเผลอๆ อาจจะกำลังคิดหาทางเอาคืนทินกรกับเธออยู่ก็ได้
แพรพราวพยายามหาโอกาสสบตากับทินกรอย่างน้อยเธอก็อยากจะเตือนให้เขาได้รู้ตัวก่อนว่าอย่าเผลอไว้ใจคนใจร้ายอย่างภูวินท์แต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้วเมื่อทินกรทำท่าเหมือนกำลังจะสำลักความสุขที่ได้รับสายตาของชายหนุ่มในตอนนี้คงไม่เหลือที่ไว้สังเกตอะไรแน่ๆ นอกจากใบหน้าของคนรักแพรพราวเห็นแล้วได้แต่กรอกตาอย่างขัดใจอยากจะลากพี่ชายนอกไส้มาตบกะโหลกสักทีสองทีเผื่อจะหายเคลิ้มได้สติกลับมาช่วยเธอคิดไม่ใช่ปล่อยให้เธอมานั่งปรึกษากับเ้าลูกชิ้นรูปปลาสีส้มในชามแบบนี้
“ พราวเป็อะไรนั่งจ้องลูกชิ้นอยู่ได้อยากได้เพิ่มหรือเปล่าเดี๋ยวพี่สั่งให้”
“ ไม่เป็ไรค่ะพี่ลิตาไม่ต้องสั่งเพิ่มหรอกค่ะพราวแค่เหม่อไปหน่อย” แพรพราวรีบปฏิเสธความหวังดีของสาวรุ่นพี่นี่เธอคงจะเผลอนั่งใช้ความคิดกับเ้าลูกชิ้นในชามอยู่นานจนลลิตาสังเกตเห็นถึงได้เอ่ยถาม
“ คิดอะไรอยู่เหรอครับน้องพราวหรือกำลังคิดถึงโทรศัพท์เครื่องใหม่อยู่” ภูวินท์เอ่ยแซวมายิ้มๆ ด้วยท่าทางที่ถ้าคนอื่นเห็นก็คงจะพากันคิดไปว่าแพรพราวกำลังถูกพี่ชายใจดีเอ่ยแซวด้วยความเอ็นดูแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ภายใต้รอยยิ้มนั้นหญิงสาวรู้ดีเขากำลังหาเื่เธออยู่นี่ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้าลลิตาเขาคงไม่พูดจาไพเราะเสนาะหูกับเธอแบบนี้แน่ๆ ใช่แล้วตอนนี้เธอกำลังอยู่ต่อหน้าลลิตาเขาต้องไม่กล้าทำอะไรเธอแน่ๆ ! พอคิดได้อย่างนั้นแพรพราวก็หันไปส่งยิ้มหวานให้ภูวินท์ก่อนจะตอบออกไปด้วยประโยคที่ซ่อนความนัยไม่แพ้กัน
“ ใช่เลยค่ะพี่ภูพราวกำลังนึกเจ็บใจอยู่เลยนี่ถ้าคนที่เขาทำให้โทรศัพท์พราวพังมีความรับผิดชอบสักหน่อยพราวคงไม่ต้องมานั่งเจ็บใจอยู่อย่างนี้นี่ขนาดเขาทำของพราวเสียหายขนาดนี้คำขอโทษสักคำยังไม่มีเลยนะคะคนอะไรก็ไม่รู้นิสัยเสียไม่มีมารยาทจริงไหมคะพี่ภู”
ภูวินท์หัวเราะน้อยๆ ด้วยรู้ทันความคิดของหญิงสาว จะมาไม้นี้กับเขาเหรอได้!
“ แล้วเขาทำโทรศัพท์น้องพราวพังยังไงเหรอคะเขาหยิบโทรศัพท์ของน้องพราวปาทิ้งเลยหรือเปล่าน้องพราวถึงไปกล่าวหาเขาแบบนั้น”
“ เฮ้ย ถ้าไอ้นั่นมันทำแบบนั้นแกก็ต้องตามไปเอาเื่ให้ถึงที่สุดสิยอมได้ไงวะ” ทินกรที่นั่งฟังอยู่เริ่มเป็เดือดเป็ร้อนขึ้นมาอีกคน
“ เขาก็ไม่ได้ทำถึงขนาดนั้นหรอกพี่กรแต่พอดีพราวใที่เห็นเขาน่ะเลยเผลอทำโทรศัพท์หลุดมือ”
“ อ้าวแบบนี้น้องพราวก็ทำพังเองน่ะสิคะไปโทษเขาแบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะคะน้องพราว” ภูวินท์แกล้งจุ๊ปากดุแต่ในตาพราวระยับอย่างคนที่กำชัยชนะแพรพราวรู้ตัวทันทีว่าเธอพลาดแต่มีหรือที่เธอจะยอมแพ้
“ แต่ถึงเขาไม่ได้ทำโดยตรงแต่เขาก็เป็สาเหตุเขาก็ผิดไม่ใช่เหรอคะจริงไหมคะพี่กรพี่ลิตา” พอเห็นว่าตัวคนเดียวสู้ไม่ได้ก็หันไปหาแนวร่วมแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมเป็พวกเดียวกับเธอสักคนมิหนำซ้ำทินกรยังช่วยพูดตอกย้ำมาอีก
“ แกนั่นแหละผิดเต็มๆ ที่ไม่ระวังยังมีหน้าไปโทษคนอื่นเขาอีก”
สิ้นเสียงของทินกรทั้งโต๊ะก็พากันหัวเราะครืนยกเว้นแต่แพรพราวที่นั่งทำหน้ามุ่ย
สรุปเธอผิดเหรอ...ไม่นะเธอไม่ผิด! ไม่เอาสิทุกคนอย่าไปคล้อยตาม!
พอเห็นสาวรุ่นน้องนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับลลิตาก็ช่วยหาทางออกให้
“ เอาอย่างนี้ละกันพราวเดี๋ยวพอเรากินข้าวเสร็จพี่จะเอาโทรศัพท์พราวไปให้ร้านที่รู้จักช่วยดูให้ก็แล้วกันนะ”
“ ไม่ฟรีนะ” แพรพราวรีบพูดดักขึ้นมาทันที
“ ไม่ฟรีจ้ะแต่รับรองราคาพิเศษแถมยังผ่อนจ่ายได้ด้วยนะ” ลลิตาพูดกลับมาอย่างรู้ใจด้วยเธอเองก็พอรู้นิสัยของสาวรุ่นน้องผ่านทางแฟนหนุ่มมาบ้างเท่านั้นแพรพราวก็ยิ้มออก
“ ถ้าอย่างนั้นเราแวะเอาไปให้เขาดูก่อนแล้วค่อยกลับมาดูหนังก็แล้วกันนะคะกร”
“ ได้สิจ้ะ เอ้อไอ้พราวฉันลืมบอกแกไปวันนี้ฉันคงไม่ได้ไปนั่งเฝ้าแกทำงานที่ร้านนะฉันจะพาลิตาไปดูหนังแต่เดี๋ยวฉันไปรับแกกลับ”
“ มีนัดดูหนังกันต่อเหรอ” เสียงห้าวอีกหนึ่งเสียงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ใจดีแล้วก็เป็น้องสาวที่ทำหน้าที่ตอบออกไป
“ วันนี้ลิตาว่างน่ะค่ะถ้ายังไงพี่ภูไปดูด้วยกันไหมคะ”
“ ไม่ดีกว่าลิตาเองนานๆ ทีถึงจะว่างไม่ใช่เหรอพี่ไม่กล้าไปขัด่เวลาแห่งความสุขหรอกแล้วไหนคุณกรยังต้องเสียเวลากลับมารับน้องพราวอีกแค่นั้นก็รบกวนเวลาจะแย่อยู่แล้ว”
คนพูดพูดด้วยอาการเรื่อยๆ แต่คนฟังอย่างแพรพราวแอบสะดุ้ง จริงอย่างเขาว่าเธอรบกวนเวลาของทินกรกับลลิตาจริงๆ...
“ พี่กรไม่ต้องมารับพราวก็ได้นะนานๆ ทีพี่ลิตาจะได้หยุดไปเที่ยวกับพี่ลิตาให้สนุกเถอะ”
“ ไม่ได้นะพราวให้กรไปรับน่ะดีแล้วงานพราวเลิกดึกจะตายกลับคนเดียวค่ำๆ มืดๆ แบบนั้นมันอันตรายออกหรือว่าเราจะเปลี่ยนเป็ไปนั่งฟังเพลงรอพราวทำงานที่ร้านกันดีคะกร”
ลลิตาเริ่มเสนอแผนใหม่เพราะนึกเป็ห่วงความปลอดภัยของสาวรุ่นน้องขึ้นมาเธอรู้ดีว่าแพรพราวเองก็กลัวไม่ใช่น้อยที่ต้องมาทำงานในร้านที่เต็มไปด้วยความซุ่มเสี่ยงทางสวัสดิภาพของร่างกายแต่ด้วยความจำเป็เธอจึงไม่ขัดตอนที่แฟนหนุ่มมาขอไปนั่งเฝ้าเธอเองกลับเห็นด้วยด้วยซ้ำด้วยรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ว่าไม่มีทางเกินเลยเธอไว้ใจ...
อาการเป็ห่วงแพรพราวอย่างออกนอกหน้าของน้องสาวทำให้ภูวินท์ลอบถอนหายใจลลิตาท่าทางจะถูกอกถูกใจเด็กคนนี้มากอยู่น้องสาวเขาจะเสียใจแค่ไหนกันนะถ้ารู้ว่าเด็กคนนี้คิดไม่ซื่อการได้มานั่งคุยกันทำให้เขาพอจะดูออกว่าทินกรไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเด็กคนนี้แต่กับแพรพราวเขาไม่ไว้ใจนี่ขนาดอยู่ต่อหน้าลลิตาเขายังเห็นเธอคอยแอบส่งสายตามองมาทางทินกรอยู่ตลอดถึงแม้ทินกรจะไม่ได้คิดอะไรแต่เขาจะไว้ใจได้อย่างไรในเมื่อทินกรเองก็เป็ผู้ชายถ้าถูกเด็กนี่รุกหนักๆ เข้าสิ่งที่เขากลัวสักวันมันก็คงมาถึงเขาต้องแยกเด็กนี่ให้ออกห่างจากทินกรให้ได้!
“ ลิตาไปดูหนังกับคุณกรเถอะพี่รับอาสาไปรับน้องพราวเองจะได้ไม่ต้องไปกวนเวลาของลิตากับคุณกร”
แพรพราวแอบเบ้ปากดูเอาเถอะจะเล่นบทเป็พระเอกทั้งทียังไม่วายพูดกระแหนะกระแหนเธออีกจนได้จะหาว่าเธอไปกวนเวลาสวีทของคู่รักล่ะสิแล้วใครอยากให้เขามารับกัน!
“ ไม่เป็ไรคะพี่ภูพราวไม่รบกวนดีกว่าพราวกลับเองได้ค่ะ” อาการพูดเน้นหนักในประโยคสุดท้ายอย่างดื้อดึงยิ่งทำให้ภูวินท์รู้สึกสนุก
“ ไม่ต้องเกรงใจหรอกน้องพราวพี่ว่างให้พี่ไปนั่งเฝ้าทั้งคืนยังได้เลย”
“ ดีจังเลยค่ะพี่ภูแบบนี้ลิตาจะได้ไปเที่ยวอย่างสบายใจกรเองก็จะได้หมดห่วงด้วยเอาอย่างที่พี่ภูว่านะพราว”
แพรพราวอยากจะบอกปฏิเสธแต่พอเห็นท่าทางดีใจของสาวรุ่นพี่แล้วก็พูดไม่ออกจึงได้แต่ยิ้มรับไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักนี่เธอควรไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกันไว้ก่อนดีไหมว่าถ้าคืนนี้เธอหายตัวไปให้สงสัยนายภูวินท์เป็อันดับแรก!