หญิงสาวหยุดแกว่งชิงช้าแล้วถามมารดาที่เข้ามานั่งลงข้างๆ
“เอ่อ คือ...ก็ เื่ที่แม่เคยพูดกับลูกไว้เมื่อสองสามวันก่อนนั้นแหละ”
คุณนายลดาเริ่มเื่
“นารีจำไม่ได้แล้วค่ะ ว่าคุณแม่เคยพูดอะไรไว้บ้าง”
ลลิตนารีบอกเลี่ยงๆทั้งที่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจอยู่เหมือนกันว่ามารดาจะหมายถึงเื่ที่เธอกำลังนึกอยู่ก่อนหน้านี้หรือเปล่า
“แหม...ก็มีอยู่เื่เดียวนั้นแหละลูก ที่แม่ยังรอคำตอบจากลูกอยู่”
คุณนายกล่าวพร้อมยิ้มเอาใจ
“คุณแม่พูดออกมาตรงๆเลยดีกว่าค่ะ เพราะนารีไม่อยากเดาอะไรเอาเอง”
“ก็...เื่ที่แม่อยากให้ลูกแต่งงานไงจ๊ะ”
“แต่นารีก็เคยบอกกับคุณแม่แล้วนี่คะ ว่าไม่้าแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก”
“ถึงลูกจะถือว่าไม่รู้จัก แต่พ่อกับแม่ก็รู้จักพ่อกับแม่ของเขาดีนี่ลูก”
“นั้นมันไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอให้นารียอมตัดสินใจแต่งงานกับเขาหรอกค่ะ”
คำตอบหนักแน่นของบุตรสาว ทำให้คุณนายลดาแทบจะถอดใจ แต่ก็ไม่มีทางเสียหรอก เพราะเธอก็ตั้งใจมาดีแล้วยังไงก็ต้องพูดให้รู้เื่กันวันนี้ให้ได้
“แต่แม่อยากให้ลูกแต่งงานกับเขานะนารี เขาเป็ผู้ชายที่ดีพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา ฐานะและชาติตระกูล”
“แต่อาจจะบกพร่องด้านความประพฤติ”
“ฮืม ไม่เอาน่าลูก” คุณนายรีบทำเสียงปรามเมื่อได้ยินบุตรสาวตั้งข้อรังเกียจชายหนุ่มออกมาอย่างนั้น“คุณหญิงเกศกนกกับท่านพิพัฒน์ต่างก็เป็คนดีทั้งคู่ ลูกไม้คงไม่หล่นไกลต้นไปสักเท่าไหร่หรอก”
“มันก็ไม่แน่หรอกค่ะ แล้วที่คุณแม่มาพูดกับนารีอยู่นี่ เ้าตัวเขายอมตกลงแล้วหรือค่ะ”
หญิงสาวลองถามดู แต่คิดว่าเขาคงไม่ยอมหรอก คนเคยใช้ชีวิตอิสระอยู่ต่างประเทศมาเป็สิบปี คงไม่ยอมมาถูกบังคับเอาง่ายๆ กับเื่ที่สำคัญขนาดนี้หรอก
“ตกลงแล้ว เขาไม่ใช่ลูกที่จะมาดื้อกับพ่อกับแม่”
มารดากล่าวชื่นชมเขาอย่างจะเกทับหญิงสาว ทำเอาเธอต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากฟังอะไรอีก แต่เสียงของมารดาก็ยังตามมาเข้าหู
“คุณหญิงเกศกนกกับท่านพิพัฒน์ ท่านมีลูกช้า ตอนนี้ท่านก็อายุเจ็ดสิบกว่ากันทั้งคู่แล้ว แต่ลูกชายคนเดียวก็ยังไม่เป็ฝั่งเป็ฝา มันก็เลยทำให้ท่านทั้งสองนึกเป็ห่วงกลัวลูกจะไปคว้าผู้หญิงที่ไม่ดีมาเป็ภรรยา ถ้าเป็อย่างนั้นก็คงจะทำให้ท่านนอนตายตาไม่หลับ อีกอย่าง ท่านทั้งสองก็อยากจะได้เห็นหน้าหลานก่อนตายด้วย”
“อี๋”
ลลิตนารีทำท่าขนลุกขนพองรับไม่ได้เมื่อคิดว่าตัวเองจะต้องไปมีลูกกับผู้ชายที่เธอแทบไม่รู้จักคนนั้น สิบสองปีผ่านไปแล้ว เขาคงจะเติบโตเป็หนุ่มฉกรรจ์เต็มตัว แล้วผู้ชายหล่อๆฐานะดีดีที่ไปใช้ชีวิตอิสระอยู่ต่างประเทศเขาคงมีคู่ควงคู่ขาอยู่นับไม่ถ้วน แถมอีโก้ก็คงสูงลิบเพราะถูกเอาอกเอาใจจนเคยตัว นึกแค่นั้นลลิตนารีก็คิดว่าตัวเองคงจะรับไม่ได้แล้ว
“ลูกไม่ต้องมาทำท่ารังเกียจเขาอย่างนั้นน่ะ ข่าวเขาว่ากันว่า ตากฤติเป็ชายหนุ่มที่หล่อมากทีเดียวสาวๆติดกันเกรียวทั้งไทยและเทศ”
“นั้นไงคะ ข้อเสียข้อแรกของเขาที่นารีมองเห็น”
“ไม่เอาแล้วยัยนารี เลิกโยกโย้เสียที ขึ้นชื่อว่าผู้ชายแล้ว ที่ไหนก็เ้าชู้กันทั้งนั้น แต่พอแต่งงานแล้ว ทุกอย่างก็จบ พ่อของลูกก็ยังเป็อย่างนั้น แม่ขอยื่นคำขาดเดี๋ยวนี้เลยน่ะ ว่ายังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับลูกชายของคุณหญิงเกศกนก ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่อีก”
“คุณแม่”
ลลิตนารีใเมื่อได้ยินมารดาพูดอย่างนั้น