ถ้าพูดถึงต่างโลกหรือโลกแฟนตาซีก็ต้องนึกถึงเวทมนต์เผ่าพันธุ์อันหลากหลายมอนสเตอร์ที่เก่งกาจระดับจอมมารและผู้กล้าที่กอบกู้โลกนั่นคงเป็สิ่งที่หลายๆคนเรียกว่าโลกแฟนตาซีหรือต่างโลกตามสูตรของไลท์โนเวลหลายๆเื่
ตัวผม— ไม่สิตัวฉันหลังจากถูกส่งมาก็มาโผล่ยังสถานที่ที่ไม่รู้จักมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินอยู่ทั่วเมืองเต็มไปหมดน่าแปลกที่ฉันเห็นแค่เผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้นแตกต่างจากโลกแฟนตาซีที่ฉันคิดเอาไว้นิดหน่อย
มีความรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองมันเบาและนุ่มนิ่มแปลกๆผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ดูสูงกว่าปกติอืม...ถ้าคิดในแง่ดีก็คงจะเป็เพราะพันธุกรรมของคนบนโลกนี้ก็ได้ล่ะมั้ง? แต่ถ้าคิดในอีกมุมหนึ่งก็คือ...คงไม่ใช่หรอก?
ฉันมองไปรอบๆเพื่อที่จะลองถามผู้คนที่เดินผ่านไปเกี่ยวกับสถานที่นี้แน่นอนว่าเื่การหาข้อมูลหลังจากมายังสถานที่ที่ไม่รู้จักนั้นเป็เื่ที่จำเป็อย่างมากแย่ล่ะ...ฉันไม่มีความกล้าที่จะเอ่ยปากถามไปเลยโดยปกติมักจะไม่คุยกับคนแปลกหน้าอยู่แล้วพอมาที่ต่างโลกแบบนี้ยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่
ร่างกายมันสั่นเทาไปหมดทั้งตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกันก็แค่ถามทางเท่านั้นใช่แล้วล่ะก็แค่ถามคำถามเองไม่มีใครว่าอะไรหรอกสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเอ่ยปากถามไปเท่านั้น!
พยายามที่จะเอ่ยปากถามลุงคนหนึ่งที่เดินผ่านทางมาหน้าตาที่ดูไม่เป็มิตรยังกับพวกกุ๊ยข้างถนนและลักษณะการเดินนั่นอีกเมื่อเขาหันมาก็ทำหน้าราวกับจะหาเื่พลางพูดว่า"หา?" จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!นั่นยิ่งทำให้ขาฉันสั่นไปมากกว่าเดิมอีกสั่นจนรู้สึกว่ายืนแทบจะไม่ไหวแล้ว
แต่ยังดีที่เหมือนกับว่าเขาจะเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ให้ความรู้สึกเป็มิตรเธอตำหนิชายคนนั้นว่า"อย่าไปทำให้คนอื่นเขากลัวสิคะคุณพ่อ"ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ฉันเธอก็ค่อยๆย่อตัวลงนั่งพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น
"ขอโทษแทนพ่อของฉันด้วยนะพอดีว่าท่านชอบทำหน้าตาน่ากลัวเป็ประจำอยู่แล้วว่าแต่มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าจ๊ะ?"
ท่าทางอันเป็มิตรนั่นทำให้ขาที่สั่นราวกับแผ่นดินไหวของฉันค่อยๆสงบลงจิตใจของฉันได้รับการเยียวยาจากรอยยิ้มนั่นฉันที่ผ่อนคลายความประหม่าลงได้เล็กน้อยถอนหายใจก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะไม่คุ้นชินกับคนแปลกหน้า
"เอ่อ...คือว่า...ที่นี่คือที่ไหนเหรอ...คะ?"
คำพูดลงท้ายนั้นถูกเอ่ยออกมาปากของฉันโดยอัตโนมัติราวกับถูกโปรแกรมเอาไว้รู้สึกไม่คุ้นชินกับคำลงท้ายเลยเธอที่ได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
"นั่นสินะ...คงจะเรียกว่าเมืองแห่งการเริ่มต้นล่ะมั้ง? เพราะเป็สถานที่ที่นักผจญภัยหน้าใหม่นิยมมาเริ่มต้นการผจญภัยเมืองนี้ก็เลยถูกเรียกด้วยชื่อนั้นแทน"
"อย่างนี้นี่เอง..."
ฉันก้มหน้าเอามือเท้าคางครุ่นคิดอะไรอยู่ซักพักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามคำถามต่อไปกับเธอ
"แล้วกิลด์ของนักผจญภัยอยู่ที่ไหนเหรอ...คะ?"
โดยปกติแล้วจุดที่รวมนักผจญภัยเอาไว้มากที่สุดคงจะไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่ากิลด์ฉันที่ได้ยินคำว่า'ผจญภัย' จึงเอ่ยถามออกไปดังนั้นไม่ว่าใครที่ได้มาในโลกแฟนตาซีแบบนี้ก็คงต้องมีความคิดที่อยากจะเป็นักผจญภัยอยู่บ้างไม่มากก็น้อยเธอที่ได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้ไปยังอาคารขนาดใหญ่อยู่ข้างหลังฉัน
"นี่ไงจ๊ะสถานที่ที่เธออยากรู้"
อาคารที่ก่อสร้างด้วยความประณีตสูงตระหง่านอยู่ข้างหลังของฉันนั่นไม่อาจทำให้ละสายตาไปจากมันได้เลยที่หน้าทางเข้านั่นก็มีผู้คนที่ถือดาบอีกทั้งยังสวมเกราะหรือคนที่ใช้อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่อื่นๆเดินเข้าออกกันไปมาบ้างก็มากันเป็กลุ่มพูดคุยถึงเควสต์ที่เพิ่งทำไปบ้างก็เดินออกมาอย่างโดดเดี่ยว
เธอที่เห็นท่าทางตื่นเต้นของฉันได้ลุกขึ้นและทำท่าจะบอกลากันแต่ก่อนหน้านั้นฉันไม่ลืมสิ่งที่จะต้องทำตามมารยาทนั่นคือการ'ขอบคุณ' ฉันยกมือขึ้นมาไหว้ขอบคุณเธอไปหนึ่งครั้งท่าทางของเธอที่เห็นฉันทำดังนั้นก็เผลออุทาน"เอ๊ะ?" ก่อนจะพูด"อ๋อ... ขอบคุณสินะ"แล้วโน้มตัวรับคำขอบคุณนั่นไป
นั่นเหมือนกับการที่คนต่างถิ่นที่เผลอทักทายแบบประเทศของตัวเองในต่างประเทศฉันจึงหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอโทษที่ไม่รู้วัฒนธรรมของโลกนี้
ลุงที่ยืนมองพวกเราสองคนที่จบการสนทนาแล้วก็ได้พูดขึ้น
"ไปกันได้รึยังหิวจะแย่แล้ว"
"ค่าๆจะรีบกลับไปทำมื้อกลางวันให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะไปก่อนนะสาวน้อย"
เธอโบกมืออำลาพร้อมกับลุงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองเหมือนจะหาเื่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยมีคำหนึ่งที่ฉันสงสัยั้แ่ที่เธอพูดอำลาฉันนั่นคือคำว่า'สาวน้อย' ซึ่งถ้าเอาคำนี้ไปผสมรวมกับคำพูดที่ยัยพระเ้านั้นพูดเอาไว้ก่อนจะส่งมาที่โลกนี้ล่ะก็...
สมองของฉันประมวลผลอย่างรวดเร็วจนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็คำหนึ่งคำที่เรียกว่า'โลลิ' รู้สึกใอยู่นิดหน่อยที่ได้ยินคำนั้นออกมาจากสมองของตัวเองแต่ว่าฉันไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะจับต้องร่างกายของตัวเองแม้แต่น้อยไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เอาล่ะตอนนี้ไม่ใช่เวลาของความกังวลต่อร่างกายของตนในที่สุดฉันก็จะได้กลายเป็นักผจญภัยตามที่เคยใฝ่ฝันเอาไว้ซักทีฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มีโอกาสกลายเป็นักผจญภัยจริงๆยังกับเื่ราวในไลท์โนเวลเลย
ฉันก้าวเท้าฉับๆผ่านฝูงผู้คนที่เดินสวนออกมาบานประตูของกิลด์เปิดอ้ากว้างราวกับต้อนรับนักผจญภัยมือใหม่อย่างฉันหรือไม่ก็เพราะว่านี่เป็เื่ปกติอยู่แล้วภาพที่ฉันได้เห็นภายหลังจากปลายเท้าได้ัักับพื้นของกิลด์นั้นก็คือความยิ่งใหญ่และฝูงชนต่างๆที่บ้างก็ยืนเรียงอยู่หน้าเคาน์เตอร์บ้างก็นั่งสังสรรค์กันที่โต๊ะบ้างก็ยืนเท้าคางจ้องที่กระดาน
พาลาดินผู้สวมเกราะหนักนักดาบผู้คล่องแคล่วว่องไวโจรสาวผู้สวมเสื้อผ้าโชว์สัดส่วนนักธนูผู้นิ่งเงียบและดูสงบอยู่ตลอดเวลานักบวชสวมชุดขาวและถือไม้เท้าให้ความรู้สึกเป็ผู้ทรงศีลดูท่าว่าที่โลกนี้จะค่อนข้างพัฒนาพอสมควรเพราะฉันเห็นว่ามีคนที่ใช้ปืนอยู่ด้วยถึงแม้จะไม่ใช่ปืนที่เหมือนกับยุคปัจจุบันก็ตามยังมีผู้คนอีกมากที่ฉันไม่สามารถบรรยายได้ทั้งหมด
เป็ครั้งแรกที่ฉันััถึงคำว่า'แฟนตาซี' ที่แท้จริงได้แววตาของฉันเป็ประกายวิบวับเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
"มีธุระอะไรรึเปล่าสาวน้อย?"
เสียงแหลมดั่งหญิงสาวดังออกมาจากข้างหลังฉันพร้อมกับมือที่ยื่นมาแตะที่บ่าฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันกลับไปหาต้นตอของเสียงนั่นทำคนอื่นใแบบนี้มันไม่ดีเลยนะภาพที่ฉันเห็นคือหญิงสาวหุ่นดีมัดผมเปียสวมชุดเหมือนกับพนักงานที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
"เอ่อ...คือ...คุณเป็ใครเหรอ...คะ?"
เธอตอบกลับมาอย่างทันควันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่แต่ยังคงแฝงไปด้วยความอ่อนโยนเป็รอยยิ้มที่เรียกว่าทำให้ตกหลุมรักได้เลยแต่น่าแปลกที่ฉันไม่รู้สึกอะไรมากเท่าไหร่เป็เพราะร่างกายที่เป็หญิงงั้นเหรอ? แต่ร่างกายคงไม่ส่งผลกับจิตใจที่เคยเป็ผู้ชายซักเท่าไหร่หรอกค่อนข้างน่าแปลกเลยทีเดียว
"ผู้คนส่วนมากมักจะเรียกฉันว่า'คุณเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์' หรือสั้นๆก็คือ'คุณเ้าหน้าที่' ได้ยินอย่างงี้ฉันเองก็มีชื่อเหมือนกันนะ..."
เธอกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยสีหน้าลำบากใจพลางหัวเราะ"แหะๆ" ราวกับเป็การบอกว่าถ้านี่เป็ไลท์โนเวลล่ะก็เธอคงเป็ตัวประกอบโดยสมบูรณ์แบบน่าสงสารอยู่หน่อยๆแค่ชื่อก็ยังไม่มีใครคิดจะจำเลย
ด้วยความสูงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดนั้นทำให้พูดคุยกันลำบากเธอจึงเลือกที่จะนั่งย่อตัวคุยกับฉันที่ตัวเตี้ยกว่าต้องขอโทษด้วยจริงๆสำหรับความสูงของฉันแต่เื่นี้ฉันไม่ผิดนะมันเป็ความผิดของยัยพระเ้านั่นสงสัยคงแค้นที่โดนหาว่าเป็โลลิกระดาน...
โลลิกระดาน...? จะว่าไปตอนนี้ตัวฉันเองก็เป็แบบนั้นนี่? อืม...ก็คิดอยู่ว่าทำไมบางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองยังเป็ผู้ชายอยู่อย่างน้อยให้เกิดมาเป็ผู้หญิงก็ให้หน้าอกมาหน่อยก็ได้!
นี่คงต้องเรียกว่าพระเ้าลงโทษของจริงเลยสินะ...ฮะๆมันน่าหัวเราะมั้ยเนี่ย?
"...แล้วสาวน้อยมาจากไหนเหรอจ๊ะ?"
ไม่ทันไรเธอก็ถามคำถามที่ฉันคิดว่าไม่น่าจะตอบกลับไปได้ซะแล้วเพราะหากตอบไปว่า"หนูมาจากอีกโลกนึงค่ะ"เธอคงจะทำหน้าฉงนแล้วพูดว่า"ห๊ะ?" เป็แน่เนื่องจากไม่รู้จะตอบว่าอะไรฉันจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบท่าจะดีกว่า
เธอที่เห็นดังนั้นจึงเป็ฝ่ายพูดออกมาเองเพราะทนความอึดอัดไม่ไหวที่ใบหน้านั่นมีเม็ดเหงื่อหยดลงมาหนึ่งหยด
"เอ่อ...ไม่เป็ไรๆถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ว่าอะไรหรอกมีอยู่เยอะเหมือนกันที่นักผจญภัยเลือกจะไม่ระบุบ้านเกิดหรือสถานที่ที่ตนจากมาถ้าไม่ว่าอะไรก็ไปนั่งรอที่โต๊ะตรงนั้นก่อนก็ได้นะเดี๋ยวจะเอาน้ำมาให้"
เธอพูดพลางชี้ไปยังโต๊ะบริเวณมุมห้องของกิลด์ติดกับบันไดขึ้นไปชั้นสองคงเป็จุดสำหรับพักผ่อนของนักผจญภัยหรือไม่ก็จุดรับแขกที่ทางกิลด์จัดเตรียมไว้ให้หรือเปล่า? ฉันเดินไปนั่งรอเธอที่บนเก้าอี้ที่ทำจากท่อนไม่ผ่าครึ่งตามแนวยาวทาสีเข้มระหว่างนั้นก็สอดส่องสายตาไปรอบๆกิลด์
ความแฟนตาซีของผู้คนภายกิลด์นั่นยังคงทำให้ฉันตื่นตาได้อีกแม้จะเป็ครั้งที่สองก็ตามยากที่จะลืมความรู้สึกเ่าั้ไปได้จริงๆ
"ไปรับเควสต์ล่าไวเวิร์นกันปะ?"
"นายจะบ้าเหรอไงดูเลเวลของตัวเองด้วยสิเ้าทึ่ม!"
เสียงผู้คนหยอกล้อกันไปมาทำเอาฉันเผลออมยิ้มไม่ได้เลยนานแล้วที่ฉันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนถ้าไม่นับรวมตอนที่เจอกับยัยพระเ้านั่นน่ะนะหลังจากคอยอยู่ไม่นานนักคุณเ้าหน้าที่ก็นำแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ข้างในเลยครึ่งแก้วมาวางไว้บนโต๊ะช้างหน้าฉันพลางพูด"เชิญเลย"
"เอ่อ...ขอบคุณ...ค่ะ"
หลังได้รับคำขอบคุณของฉันเธอก็ส่งยิ้มให้ก่อนจะค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจะว่าไปฉันก็สงสัยมาซักพักแล้วว่าหน้าตาของตัวเองเป็ยังไงพอเห็นแก้วน้ำจึงนึกได้ว่าดูเงาสะท้อนก็ได้
ภาพที่ฉันเห็นก็บอกได้เลยว่าเป็สาวน้อยที่ดูบอบบางเส้นผมสั้นสีดำเป็มันเงาเมื่อต้องแสงจากตะเกียงภายในกิลด์ดวงตาสีแดงฉานอันร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่มอดไหม้แต่ยังคงความงดงามดั่งเม็ดทับทิมเอาไว้เป็ความน่ารักสดใสจนฉันยังเผลอตกหลุมรักตัวเองไปเลยเรียกว่าอยากเข้าไปกอดน่าจะถูกกว่า
เป็ร่างกายที่เรียกว่าพี่หมีทั้งหลายเห็นแล้วจะต้องพูดว่า"ได้โปรดมาเป็น้องสาวของผมเถอะครับ!"พลางยื่นช่อดอกไม้ให้แน่นอนน่าสงสารพวกนั้นที่ต้องใช้ชีวิตที่เสี่ยงคุกจริงๆเลย
เอาล่ะชมเชยร่างกายใหม่ของตัวเองมามากพอแล้วควรจะเข้าเื่หลักที่ฉัน้าได้แล้ว
"เอ่อ...คือว่า...อยากจะเป็นักผจญภัยนี่จะต้องทำยังไงบ้างเหรอคะ?"
ฉันถามออกไปคุณเ้าหน้าที่ที่ได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วถามฉันกลับมาด้วยแววตาแฝงความเป็ห่วง
"นักผจญภัยเหรอจ๊ะ? นั่นสินะเป็อาชีพที่เสี่ยงอันตรายมากเลยนะหนูจะไหวแน่เหรอ? อาชีพอื่นที่เหมาะกว่านี้ก็มีอีกเยอะนะยังไงก็ลองมาช่วยงานที่นี่ดูก็ได้—
"อยากเป็ค่ะ!"
ไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยคฉันก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนแววตาของฉันเป็ประกายจนทำเอาเธอเหงื่อตกเล็กน้อยนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันสามารถพูดคำลงท้ายได้อย่างไม่ติดขัดใดๆ
ความรู้สึกที่อยากจะออกไปกวัดแกว่งดาบความรู้สึกที่อยากจะออกไปค้นพบโลกกว้างความรู้สึกที่อยากจะปราบมอนสเตอร์แกร่งๆแค่คิดก็ตัวสั่นสะท้านไปเพราะความตื่นเต้นแล้วแต่เดี๋ยวก่อนสิ...ร่างกายอย่างเราคงจะเป็ได้แค่พวกที่ซัพพอร์ตแนวหลังล่ะมั้ง? แต่ช่างเถอะจะอาชีพไหนก็ดาหน้ากันเข้ามาเลย!!!
"หุๆเพราะอย่างงี้ไงฉันถึงได้ชอบเด็กรุ่นใหม่ๆมีความกล้าท้าทายดีจริงๆเอาล่ะถ้าไม่ว่าอะไรฉันจะพาไปสมัครให้นะ"
"เอ่อ...ขอรบกวนด้วยค่ะ"
ฉันกล่าวด้วยความสุภาพอ่อนน้อมคุณเ้าหน้าที่และฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้เธอจูงมือฉันไปจนถึงหน้าเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานสาวคนหนึ่งยืนต้อนรับอยู่แต่จะว่าไปฉันคุ้นเคยกับคำลงท้ายั้แ่ตอนไหนกัน?
เธอพูดคุยอะไรสักอย่างกับเ้าหน้าที่อยู่ซักพักไม่นานเ้าหน้าที่ก็หยิบใบสมัครออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ยื่นให้กับคุณเ้าหน้าที่อ๊ะอย่าเพิ่งสับสนระหว่างคำว่า'คุณเ้าหน้าที่' กับ'เ้าหน้าที่' ซะล่ะ
เธอยื่นมันมาให้กับฉันที่ตัวเตี้ยกว่าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แม้จะเขย่งตัวแล้วก็ตามแต่ก็ทำความสูงได้แค่ระดับเดียวกันเห็นดังนั้นเ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ก็หยิบเก้าอี้ตัวเล็กมาต่อความสูงให้กับฉันแบบนี้ค่อยเขียนสะดวกขึ้นมาหน่อย
น่าแปลกที่ฉันไม่เคยเรียนรู้เื่ภาษาของโลกนี้มาก่อนแต่กลับอ่านมันออกได้ทันทีสงสัยยัยพระเ้าคงจะให้ความสามารถสำหรับเข้าใจภาษามาแน่ๆคงต้องขอบคุณซักหน่อยแล้วล่ะ
อืม...มีส่วนที่ยากที่สุดอย่าง'ชื่อ' อยู่ด้วยถ้าจะใช้ชื่อเดิมมันก็เห่ยไปหน่อยถ้าอย่างนั้นก็ขอใช้โอกาสนี้เริ่มต้นด้วยชื่อใหม่เลยแล้วกันเอาล่ะไม่รู้หรอกว่าไปฝึกเขียนภาษาต่างโลกมาตอนไหนแต่แค่นี้ก็คงจะกรอกเอกสารจบแล้วล่ะ
"กรอกเสร็จแล้วเหรอ? เอาล่ะต่อไปก็เจาะเืประทับไปที่แผ่นเอกสารนะเอาล่ะยื่นนิ้วมาเจ็บแค่มดกัดเองทนหน่อยนะ"
เ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์แนะนำมาดังนั้นพลางหยิบเข็มสีเงินมาฉันยื่นนิ้วโป้งให้เธอเจาะไอ้คำที่ว่า"เจ็บแค่มดกัด" เป็คำที่หลอกลวงผู้บริโภคมากที่สุดแล้วเพราะมันไม่เคยเป็อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อยอ๊ะ!จะ..เจ็บ!
เจาะนิ้วเสร็จก็ต้องทนกับความเ็ปประทับรอยลงไปบนเอกสารหลังจากประทับลงไปแล้วคุณเ้าหน้าที่ก็เอาสำลีมีปิดแผลที่รอยเข็มทำเอาไว้เืค่อยๆซึมลงบนสำลีก่อนจะหยุดลงเรียกได้ว่าร่างกายของมนุษย์เป็สิ่งมหัศจรรย์จริงๆ
"เอาล่ะคอยเดี๋ยวก่อนนะขอตัวไปยื่นเื่การสมัครซักเดี๋ยวนึง"
เ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์พูดก่อนจะเดินผ่านประตูที่เปิดอยู่ข้างหลังของเธอไปเหลือไว้แค่ฉันกับคุณเ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงนั้นเธอยืนพลางส่งรอยยิ้มอันอ่อนโยนมาให้ฉันเวลาล่วงเลยไปได้ซักพักเ้าหน้าที่คนนั้นก็เดินออกมาพร้อมกับแผ่นป้ายโลหะพร้อมเชือกห้อยคอก่อนจะยื่นมันให้กับฉัน
"นี่ก็คือแผ่นป้ายนักผจญภัยมันจะแสดงข้อมูลต่างๆอย่างเช่นชื่อเลเวลและค่าสเตตัสลองเอานิ้วไปแตะตรงนี้ดูสิ"
เ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์พูดแนะนำฉันที่ยังเป็มือใหม่เมื่อเธอพูดจบฉันก็ลองทำตามที่เธอบอกพลันปรากฏแสงสีขาวสว่างวาบตรงหน้าฉันแล้วค่อยๆจางหายไปพร้อมกับตัวอักษรที่ถูกสลักขึ้นมาอย่างปราณีตป้ายนั่นบอกข้อมูลตามที่เ้าหน้าที่พูดจริงๆ
ชื่อเมงุเลเวล1 ส่วนค่าสเตตัสก็... นะ..น่าใมากราวกับว่านี่เป็เื่ล้อเล่นเลยพวกเราตรงนั้นทั้งสามคนต่างอุทาน"อ๊ะ!" เมื่อได้เห็นสิ่งที่แผ่นป้ายนั่นแสดงค่าINT(ค่าความฉลาด) และค่าLuck(โชค) นั่นสูงลิ่วจนน่าใ
"หายากจริงๆไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นกับตาของตัวเอง..."
คุณเ้าหน้าที่กล่าวออกมาใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหยื่อที่หยดย้อยจากหน้าผากจนมาถึงที่แก้มแน่นอนว่าไม่ใช่แค่เธอที่มีเหงื่อหยดย้อยลงมาพวกเราอีกสองคนก็เช่นกัน
เอาล่ะไหนขอดูอาชีพที่สามารถเลือกได้หน่อยซิ...เอ๊ะ!บ้าน่าเอาจริงดิ? ล้อเล่นกันใช่มั้ยเนี่ย? สงสัยคงจะตาฝาดไปล่ะมั้ง? ฮะๆคงจะเป็อย่างนั้นแหละแต่จะขยี้ตากี่ทีๆมันก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน
จอมเวท
นั่นคืออาชีพที่สามารถเลือกได้แต่ทว่าในใจของฉันมันร่ำร้องโอดครวญว่าขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จอมเวทขอเป็นักบวชก็ยังดี!ฉันเคยเล่นเกมออนไลน์แล้วมีอคติกับคนที่เล่นจอมเวทมาก่อนก็ในขณะที่ลงดันเจี้ยนอยู่ด้วยกันนั้นตอนที่ปราบบอสและกำลังจะชนะจู่ๆเ้าจอมเวทในปาร์ตี้คนนั้นก็เกิดปอดแหกกลัวตายวิ่งหนีไปซะอย่างนั้นทำให้พวกคนที่เหลือต้องตายกันหมดแน่อนว่าในเกมที่ฉันเล่นเวลาที่ตัวละครของเราตายจะต้องเริ่มใหม่จนหมดของที่เคยมีจะหายไปทั้งๆที่โจมตีอีกนิดเดียวก็จะล้มบอสได้แท้ๆเชียว...เงินที่อุตส่าห์เติมไปครึ่งแสนหายเกลี้ยงไปในพริบตา...
แต่ทว่าครั้งนี้ฉันจะต้องมารับอาชีพที่เคยถูกตราหน้าว่าโดยตัวเองว่าเกลียดนัดเกลียดหนามันก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกันดั่งสำนวน'ว่าแต่เขาอิเหนาเป็เอง' ช่างเถอะๆลืมๆเื่ในอดีตมันไปซะเถอะนะ...
ฉันค่อยๆเลื่อนมือไปแตะที่อาชีพนั้นช้าๆด้วยมือที่สั่นหงึกๆเพราะสิ่งที่ยังลืมไม่ลงยัยพระเ้านั่นต้องแกล้งฉันเล่นแน่ๆเลยคอยดูเถอะซักวันจะต้องทำให้รู้สึกเสียใจให้ได้เลยคอยดู!