ท่านรองแม่ทัพผิงหลางที่บัดนี้ได้ปลอมเป็ชายและกลายเป็ทหารองครักษ์ประจำตัวขององค์ชายหกโดยใช้นามว่าลู่ผายนางได้ติดตามพระองค์มาอยู่ที่เมืองสุ่ยลี่ด้วยในวันนี้หลังจากที่องค์ชายหกทรงตรวจราชการเสร็จพระองค์ก็ทรงชวนลู่ผายไปหาเื่สนุกทำ
“ทรงเสด็จกลับที่พำนักเลยมั้ยพะย่ะค่ะ”ผิงหลางหรือลู่ผายรีบถาม
“วันนี้ท่านผู้ว่าเมืองสุ่ยลี่ได้จัดการแข่งขันหาขุมทรัพย์ในถ้ำเขาวงกตพวกเราไปสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกันเถอะ” องค์ชายหกทรงชวน
“แต่ว่า….เอ่อก็ได้พะย่ะค่ะ” ผิงหลางคิดว่ายังไงตนก็คงคัดค้านอะไรไม่ได้อยู่ดี
ผิงหลางนั้นรู้สึกผิดหวังในตัวองค์ชายหกเป็อย่างมากนางคาดหวังว่าพระองค์จะทรงหาหนทางกอบกู้บัลลังก์หรือไม่ก็สนใจในงานราชกิจมากกว่านี้ตอนนี้เหมือนว่าพระองค์ทรงงานไปวันๆ เท่านั้นพอทรงงานเสร็จก็ทรงหาเื่เที่ยวเพื่อเสพสุขเท่านั้นเอง
ณ หน้าถ้ำเขาวงกต
“โห คนเยอะน่าดู” องค์ชายหกตรัส
“คนเยอะแบบนี้แล้วพระองค์จะทรงชนะได้หรือพะย่ะค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“เ้ากำลังดูถูกเราอยู่นะ”องค์ชายหกตรัส
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ” ผิงหลางลืมตัว
“งั้นพวกเรามาพนันกันดีกว่า”องค์ชายหกทรงหาเื่สนุกทำ
“พนันอะไรหรือพะย่ะค่ะ” ผิงหลางสงสัย
“หากเราชนะเจอสมบัติในถ้ำเ้าต้องไปเที่ยวหอโคมเขียวกับเราคืนนี้” องค์ชายหกทรงพนันเพราะลู่ผายไม่ยอมไปเที่ยวกลางคืนกับพระองค์เลยทำให้พระองค์ทรงต้องเสด็จไปกับทหารองครักษ์คนอื่นทุกที
“และหากกระหม่อมชนะล่ะพะย่ะค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“เ้าอยากได้อะไร เราก็จะมอบให้”องค์ชายหกตรัส
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” ผิงหลางรับคำท้าพนัน
“เหมือนเราเจอคนรู้จักนะไปกันเถอะ” องค์ชายหกทรงทอดพระเนตรเห็นเข้าพอดี
องค์ชายหกเสด็จไปหาชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังเดินไปสมัครเข้าร่วมการแข่งขันล่าสมบัติ
“ถวายบัง….” หยางสือกล่าวไม่จบ
“ไม่ต้องมากพิธีเราปลอมเป็สามัญชน อย่าให้ผู้อื่นรู้ ว่าแต่ท่านหยางสือมาทำอะไรที่นี่” องค์ชายหกตรัส
“กระหม่อมจะมาตามหา…..” หยางสือก็พูดไม่จบอีกนั่นแหละ
“ท่านไม่ควรเปิดเผยความลับนะ”ชิงไห่รีบปราม
“ท่านนี้คือ” องค์ชายหกทรงอยากรู้
“ท่านนี้คือจอมยุทธ์ชิงไห่พะย่ะค่ะพวกเรากำลังตามหาท่านอาจารย์มู่เหรินฟุ” จากนั้นหยางสือก็หันกลับไปบอกสหายว่า“เ้าอย่าได้กังวลไป องค์ชายหกทรงไม่มีพิษมีภัยใดๆพระองค์ทรงไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง”
“เอาเถอะพวกท่านคงมีภารกิจบางอย่าง เราจะไม่ยุ่งก็แล้วกันวันนี้เรามาเพียงเพื่อแข่งตามล่าขุมทรัพย์เท่านั้นเอง” องค์ชายหกทรงเข้าพระทัย
“งั้นกระหม่อมและสหายขอตัวพะย่ะค่ะ”หยางสือกล่าว
“ดูจอมยุทธ์ชิงไห่ไม่เคารพยำเกรงพระองค์เลยนะพะย่ะค่ะ”ผิงหลางสังเกตได้
“ไม่แปลกหรอกจอมยุทธ์ชิงไห่เป็คนมีอุดมการณ์ เขาทำงานให้เสด็จพี่สามของเราเขาเห็นว่าเรามีชีวิตไปวันๆ ไม่ยอมทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเขาก็เลยไม่เคารพนับถือเราก็เท่านั้นเอง” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์ทรงไม่ถือสาอะไรงั้นหรือพะย่ะค่ะ”ผิงหลางแปลกใจ
“การแสดงออกมาตรงๆแบบนั้นยังดีกว่าต่อหน้าแกล้งทำทีว่าเคารพเราแต่ลับหลังเอาเื่ของเราไปนินทาจนสนุกปากนี่” องค์ชายหกตรัส
“พวกเรารีบไปสมัครแข่งขันกันเถอะพะย่ะค่ะ”ผิงหลางรีบเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นองค์ชายหกทรงมีพระพักตร์เศร้าหมองขึ้นมา
และจำนวนผู้เข้าแข่งขันก็มีกันตั้งยี่สิบคนแต่ละคนจะต้องเลือกช่องทางเข้าถ้ำที่มีทั้งหมด 5 ช่องและเข้าไปสำรวจถ้ำเองโดยไร้ซึ่งแผนที่เพื่อมาดูว่าใครจะโชคดีเจอสมบัติที่บรรพบุรุษซุกซ่อนไว้
“พวกเราไม่ไปด้วยกันหรือพะย่ะค่ะ”ผิงหลางเห็นพระองค์ทรงกวักพระหัตถ์ไล่ให้ไปอีกทาง
“อ้าว!หากพวกเราเจอขุมทรัพย์พร้อมกัน ก็เท่ากับว่าเสมอกันน่ะสิ แยกกันนั่นแหละดีแล้วจะได้รู้ผลแพ้ชนะกันไปเลย” องค์ชายหกตรัส
องค์ชายหกทรงเสด็จเข้าไปในช่องแรกโดยตามอีกเจ็ดคนเข้าไปส่วนผิงหลางก็เข้าไปในช่องทางที่ห้าโดยเดินตามอีกสามคนเข้าไปเช่นกัน ซึ่งทุกคนจะไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่าจะต้องไปพบไปเจออะไรในถ้ำบ้างถือว่าเป็การผจญภัยเพื่อหาความตื่นเต้นใส่ตัว
******************************
ภายในถ้ำดูมืดมิดมากผิงหลางได้รับแท่งเรืองแสงที่ท่านผู้ว่าแจกเพื่อใช้ส่องนำทางในถ้ำจึงพบว่าพอเดินไปสักระยะหนึ่งก็มีทางแยกสามทาง นางเลือกเดินทางตรงนั่นจึงทำให้นางได้พบท่านหยางสือโดยบังเอิญ
“ท่านหยางสือนี่เอง” ผิงหลางที่ปลอมเป็ชายกล่าว
“ท่านรองแม่ทัพผิงหลางสินะ”หยางสือกล่าวตรงๆ
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็ข้าเ้าคะ”ผิงหลางแปลกใจ
“เ้าเป็คนสะสวยหน้าหวานแบบนี้ใครๆ ก็ดูออกว่าเ้าเป็ผู้หญิงว่าแต่ทำไมต้องปลอมเป็ชายแบบนี้ด้วยล่ะ” หยางสือสงสัย
“ข้ายอมรับตรงๆ ก็ได้ข้ากำลังหลบหนีท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีอยู่เ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าวโดยไม่ปกปิด
“เหตุใดพระองค์ถึงทรง้าตัวเ้าล่ะอ้อใช่ ข้ารู้แล้ว พระองค์คงทรงถูกพระทัยเ้าสินะ” หยางสือเดา
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะว่าแต่ท่านตามหาท่านอาจารย์มู่เหรินฟุอยู่งั้นหรือ” ผิงหลางรีบเปลี่ยนเื่
“ใช่แล้วล่ะ” หยางสือกล่าวโดยไม่ปกปิด
“ในบรรดาผู้เข้าร่วมแข่งขันข้าสำรวจดูแล้วก็ไม่เห็นท่านอาจารย์มู่เหรินฟุเลยนะเ้าคะ” ผิงหลางสังเกตการณ์แล้ว
“ท่านหมอดูเหวยเหนียงทำนายว่าท่านมู่เหรินฟุอยู่ที่นี่น่ะสิ”หยางสือยอมบอก
“เป็ไปได้อย่างไรกัน” ผิงหลางเชื่อคำทำนายของเหวยเหนียงก็จริงแต่นางมองดูผู้เข้าร่วมแข่งขันแล้ว ก็ไม่เจอตัวท่านมู่เหรินฟุเลยสักนิด
“ข้าตามหาองค์ชายสามและท่านจอมยุทธ์ชิงไห่ตามสถานที่ที่ท่านหมอดูทำนายข้าก็เจอพวกเขาจริงๆดังนั้นข้ามั่นใจว่าท่านอาจารย์มู่เหรินฟุต้องอยู่ที่นี่นั่นแหละ” หยางสือเชื่อคำทำนาย
“ท่านกำลังคิดก่อการใหญ่อยู่งั้นหรือเ้าคะ”ผิงหลางกล่าวตรงๆ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” หยางสือยอมรับตรงๆ เช่นกัน
“ข้าขออวยพรให้ท่านเจอท่านมู่เหรินฟุก็แล้วกันเ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“มีทางแยกแล้วท่านจะร่วมทางกับข้าหรือไม่” หยางสือเห็นทางแยกสองทาง
“คงไม่ล่ะ ท่านมาตามหาคนส่วนข้าต้องตามล่าสมบัติ แยกทางกันดีกว่าเ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าวเพราะมีวัตถุประสงค์ต่างกัน
“ข้าเข้าใจงั้นข้าไปทางซ้ายก็แล้วกัน” หยางสือกล่าว
ผิงหลางจึงเดินไปทางขวา แต่ทว่าพอนางเดินเข้าไปสักระยะหนึ่ง นางก็เจอทางตัน
******************************
“อ้าว ทางตันซะแล้วกลับทางเดิมดีกว่า” แต่ทว่าผิงหลางกลับสะดุดตาเข้ากับคราบเืเก่าที่ติดตามผนังถ้ำนางก็เลยลองเคาะผนังถ้ำถึงรู้ว่าอีกด้านต้องเป็ห้องหรือเป็โพรงแน่ๆ
ผิงหลางพยายามมองไปรอบๆนางก็เลยลองบิดก้อนหินที่ติดอยู่กับผนังถ้ำดู ถึงรู้ว่ามันคือกลไกเปิดประตูถ้ำในระหว่างที่นางเดินเข้าไป นางก็ได้กลิ่นสาบของซากศพ นางกำลังจะเดินกลับออกไปแต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะอยู่ดีๆ ประตูถ้ำก็ปิดเอง “บ้าจริง โดนขังซะแล้ว”
เมื่อออกไปไม่ได้ นางก็เลยสำรวจภายในห้องพอสังเกตดีๆ ก็เห็นตัวหนังสือที่ใช้เืเขียนและนั่นก็ทำให้นางมองเห็นโครงกระดูกที่สวมชุดของบัณฑิตสมัยก่อน
“ทำไมบัณฑิตถึงมาตายในถ้ำได้นะ”ผิงหลางบ่น
ผิงหลางคิดว่าบัณฑิตต้องเขียนบทกวีนางก็เลยลองอ่านถ้อยคำบนผนังถ้ำดู ความว่า
“ข้าเป็บัณฑิตนามว่ามู่เหรินฟุข้านั้นจงรักภักดีต่อฝ่าาและคอยเป็หูเป็ตาว่าใครคิดก่อการฏเพื่อล้มอำนาจของพระองค์ข้านั้นได้ไปเจอสหายสองคน ได้แก่ จอมยุทธ์ชิงไห่และองค์ชายสามทั้งสองคนทำทีว่ามีอุดมการณ์เดียวกับข้า แต่ที่ไหนได้พวกเขากลับสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีทั้งสองเห็นว่าข้าล่วงรู้ธาตุแท้ของพวกเขา และกำลังจะนำความไปทูลฝ่าาพวกเขาจึงส่งนักฆ่าเพื่อฆ่าข้าปิดปาก ข้าเจอชายชุดดำทั้งห้าข้าจึงพยายามวิ่งหนีพวกเขาจนหัวซุกหัวซุน แต่ก็หนีไม่พ้นเพราะข้าไร้ซึ่งวรยุทธ์ข้าก็เลยโดนนักฆ่าฟันที่แขนซ้าย โชคดีที่ตอนนั้นข้ามองเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่บนต้นไม้ข้าก็เลยขว้างก้อนหินใส่รังผึ้ง ทำให้ฝูงผึ้งรุมไปต่อยคนร้ายทั้งห้าคนพวกเขาแยกกันหนีไปคนละทิศคนละทาง ส่วนข้าเองก็หนีเข้าป่า จนได้มาเจอถ้ำแห่งนี้ข้ารู้ดีว่าข้าคงไม่รอด เพราะถึงข้าไปหาหมอ ข้าก็คงโดนดักฆ่าอยู่ดีดังนั้นข้าจึงเลือกตายอย่างมีคุณค่าข้าจึงอดทนใช้เืในตัวเพียรเขียนถ้อยคำเพื่อบอกชนรุ่นหลังหรือผู้มาพบเห็นเพื่อที่พวกเขาจะได้นำความไปบอกผู้จงรักภักดีต่อกษัตริย์ฟางอ้ายแห่งแคว้นฉินหรือผู้ที่ช่วยกำจัดพระโอรสคนที่สองนามว่าฟางฉีพระโอรสพระองค์นี้ยอมสวามิภักดิ์ต่อาาแคว้นหลีเพียงเพื่อที่ตนจะได้ขึ้นครองราชย์แทนพระโอรสองค์โตนามว่าฟางเล่ยหรือองค์รัชทายาทนั่นเองสิ่งที่ข้าเสียใจที่สุดก็คือ ข้าสามารถช่วยชีวิตองค์รัชทายาทได้แต่ข้าดันส่งพระองค์ไปให้วายร้ายทั้งสองดูแล ทั้งองค์ชายสามและชิงไห่ลอบวางยาพิษองค์รัชทายาทเมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์พวกมันก็ให้สายลับแปลงโฉมเป็องค์รัชทายาทตัวปลอมเพื่อหลอกลวงฝ่าาเมื่อข้าล่วงรู้ความลับมากมายเช่นนี้ ข้าจึงโดนหมายหัวเพื่อฆ่าปิดปากให้ถึงที่สุด…”
ผิงหลางกำลังจะเดินเข้าไปดูศพที่มีแต่โครงกระดูกแต่ทว่านางกลับได้ยินเสียงฝีเท้าและคนผู้นั้นกำลังจะเปิดกลไกเข้ามาในถ้ำนางจึงแอบหลบอยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่เพื่อสังเกตการณ์จนทำให้นางเห็นว่าคนที่เข้ามานั้นคือ จอมยุทธ์ชิงไห่
“ท่านมู่เหรินฟุช่างฉลาดยิ่งนักยอมใช้เืในตัวเขียนบอกความลับบนถ้ำแบบนี้ แต่ท่านโชคร้ายไปหน่อยนะ เพราะคนที่เห็นคือข้ายังไงซะ ความลับก็ยังคงเป็ความลับต่อไป 555” จอมยุทธ์ชิงไห่จึงชักดาบเขาใช้กระบวนท่าฟาดฟันดาบไปบนผนังถ้ำอย่างรวดเร็วทำให้เกิดร่องรอยดาบเต็มผนังถ้ำไปหมดจนสามารถกลบรอยตัวหนังสือเืทั้งหมดไปได้
“แค่นี้ก็อ่านไม่ออกแล้ว”จอมยุทธ์ชิงไห่ชื่นชมในผลงานแกะสลักผนังถ้ำของตัวเอง
ผิงหลางคิดในใจว่า “จอมยุทธ์ท่านนี้ฝีมือยอดเยี่ยมจริงๆกระบวนท่าที่เขาใช้ก็รวดเร็วปานลมกรด หากข้าปะมือกับเขา คงสู้ไม่ได้สินะ”
ชิงไห่เดินเข้าไปดูศพหมายจะค้นหาอะไรบางอย่าง “กุญแจเปิดประตูช่องลับใต้พระราชวังอยู่ในตัวเ้าสินะมู่เหรินฟุ ยังไงซะ มันก็ต้องตกอยู่ในมือข้าอยู่ดีความจริงถ้าเ้ายอมมอบกุญแจให้ข้าั้แ่แรกเ้าก็คงไม่ต้องตายอย่างอนาถเช่นนี้หรอก 555”
แต่ทว่าชิงไห่ยังไม่ทันได้ค้นตัวศพเขากลับเหยียบเส้นเอ็นที่ใช้เป็กับดักโดยไม่ทันระวังทำให้หอกยิงถูกหลังทะลุอกของจอมยุทธ์เข้าเต็มๆ “เ้าวางกับดักไว้งั้นหรือมู่เหรินฟุ น่าเจ็บใจจริงๆ ” และแล้วชิงไห่ก็ล้มคว่ำหน้าทั้งยืน
ผิงหลางปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ตนกรีดร้องเสียงดังตอนนี้นางมองเห็นชิงไห่ตายต่อหน้าต่อตานาง นางรีบเข้าไปดูอาการของเขาเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่กลับพบว่าชีพจรของจอมยุทธ์ไม่เต้นเสียแล้วนางคิดในใจว่า “หากข้าเผลอเหยียบกับดัก ข้าก็คงเป็แบบเขาสินะ”
ผิงหลางนึกถึงคำพูดของชิงไห่ก่อนตายได้นางจึงรีบค้นหากุญแจในตัวศพท่านมู่เหรินฟุทันทีเมื่อเจอก็รีบคว้ากุญแจมาเก็บไว้กับตัว
สักพักนางก็ได้ยินเสียงคนเรียกลู่ผาย
“ลู่ผาย เ้าอยู่ที่ไหน”
ผิงหลางจึงรีบบิดก้อนหินบนผนังถ้ำที่เพิ่งเจอเพื่อเปิดประตูห้องลับแล้วรีบเดินไปตามเสียงเรียก
“กระหม่อมอยู่นี่พะย่ะค่ะ”ผิงหลางะโตอบรับ
“ผู้เข้าแข่งขันออกมาเกือบหมดแล้วนะเหลือเ้ากับท่านจอมยุทธ์ชิงไห่เท่านั้น” องค์ชายหกตรัส
“เอ่อ คือ ในระหว่างที่กระหม่อมสำรวจถ้ำท่านจอมยุทธ์เผลอไปเหยียบกลไกเข้า ทำให้หอกแทงหลังของเขาเสียชีวิตพะย่ะค่ะ”ผิงหลางรายงาน
“งั้นรีบแจ้งทางการให้มาเก็บศพเขาเถิดไม่น่าเลยจริงๆ ” องค์ชายหกทรงรู้สึกหดหู่พระทัยที่ท่านจอมยุทธ์ฝีมือดีต้องมีจุดจบเช่นนี้
“ว่าแต่พระองค์ทรงเจอสมบัติหรือเปล่าพะย่ะค่ะ”ผิงหลางเปลี่ยนเื่
“เราเป็ผู้ชนะการแข่งขันครั้งนี้สมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำเป็ทองคำแท่งจำนวนสามหีบข้าก็เลยส่งทหารมาแบกไปเก็บไว้ในที่พำนักของเราแล้ว” องค์ชายหกตรัสอย่างภูมิพระทัย
“ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“เ้าแพ้แล้วคืนนี้ไปหอโคมเขียวกับเรา” องค์ชายหกตรัสสั่ง
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” ผิงหลางจำต้องทำตามสัจจะ
“เ้าเป็อะไรไปหรือเปล่าทำไมหน้าซีดเชียว” องค์ชายหกทรงทัก
“ปะ เปล่าพะย่ะค่ะกระหม่อมรู้สึกสลดใจที่เห็นจอมยุทธ์ตายแบบนั้น” ผิงหลางพูดกลบเกลื่อนเพราะเื่ราวมันซับซ้อนกว่านั้น
“มันเป็อุบัติเหตุใครก็ห้ามไม่ได้หรอก อย่าเศร้าไปเลย” องค์ชายหกทรงปลอบ
“ว่าแต่ท่านหยางสือล่ะพะย่ะค่ะ”ผิงหลางอยากเจอตัวหยางสือมากที่สุดเพราะนางจะต้องไปเตือนเขาเื่องค์ชายสาม
“เสด็จพี่สามทรงส่งคนมารับท่านหยางสือแล้ว”องค์ชายหกตรัส
“ไม่ได้การแล้วกระหม่อมจะรีบไปเตือนเขาพะย่ะค่ะ”ผิงหลางเผลอหลุดปาก
“เตือนอะไรอย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“เอ่อ คือเตือนเื่จอมยุทธ์ชิงไห่ได้ตายไปแล้วพะย่ะค่ะ” ผิงหลางพูดกลบเกลื่อน
“เื่นี้ไว้ก่อนเถิดหากพวกเราเจอตัวท่านหยางสือเมื่อไหร่ ค่อยบอกเขาตอนนั้นก็ได้เพราะเสด็จพี่สามให้หยางสือไปพบที่ฐานลับ ไม่มีใครรู้จักฐานลับของพระองค์หรอก”องค์ชายหกทรงคิดว่าไม่มีประโยชน์เพราะยังไงก็ไม่รู้ที่ซ่อนตัวขององค์ชายสามอยู่ดี
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” ผิงหลางคิดในใจว่า “หวังว่าท่านหยางสือจะไม่ประสบเคราะห์ร้ายไปเสียก่อนนะ”