บทที่ 30 นางยังเด็กอยู่เลย ทำไมถึงต้องแต่งงานแล้วเล่า?
แม่เฒ่าเว่ยจ้องมองนายอวี้หลังค่อมไม่วางตา
เห็นได้ชัดว่า นายอวี้หลังค่อมที่กำลังหลับใหลอยู่นั้น หายใจสม่ำเสมอขึ้นมาก สีหน้าก็ดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม่เฒ่าเว่ยแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
นี่มันโชคชะตาแบบไหนกัน ถึงได้พบกับผู้วิเศษเช่นนี้
ซิ่งซิ่งวิ่งเข้ามา ในมือถือลูกประคำให้แม่เฒ่าเว่ยดู "ย่าจ๋า ดูสิ ลุงหัวล้านคนเมื่อครู่ให้ซิ่งซิ่งมา..."
แม่เฒ่าเว่ยมองหลานสาว แล้วก็มองลูกประคำในมือหลาน นางดูเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง น้ำตาคลอเบ้า
นางสวมลูกประคำนั้นให้ซิ่งซิ่งด้วยตัวเอง
ข้อมือของเด็กหญิงเล็กบาง แม้ว่าลูกประคำจะดูเล็กกะทัดรัด แต่สำหรับซิ่งซิ่งแล้วก็ยังยาวเกินไปหน่อย ต้องพันถึงสองรอบ จึงจะถือว่าสวมได้พอดี
ซิ่งซิ่งเบิกตากว้าง มองดูลูกปัดกลมมันวาวสีดำบนข้อมือตัวเองอย่างประหลาดใจ
แม่เฒ่าเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ซิ่งซิ่ง พระอาจารย์ท่านนั้นเป็ผู้มีวิชาสูงส่ง ลูกประคำที่ท่านมอบให้หลานอันนี้ หลานต้องสวมใส่ให้ดี ๆ นะ"
ซิ่งซิ่งไม่ค่อยเข้าใจ แต่นางจะจดจำสิ่งที่ย่ากำชับเอาไว้ให้ขึ้นใจ
เด็กหญิงพยักหน้าอย่างจริงจัง "ย่าจ๋า ซิ่งซิ่งจะจำเอาไว้ค่ะ"
ที่ลานตากข้าวด้านนอก คนตระกูลอวี้ยังคงทะเลาะกับคนจากตระกูลเซี่ยง ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงกันได้อย่างยากเย็นโดยการไกล่เกลี่ยของหัวหน้าหมู่บ้านหลี่แห่งหมู่บ้านเป่ยหมางโกว พวกเขาจะไม่ลงโทษเอง แต่จะส่งนางผูไปให้ทางการด้วยข้อหาพยายามฆ่า ส่วนทางตระกูลเซี่ยงจะชดใช้เงินห้าตำลึงให้นายอวี้หลังค่อม เพื่อชดเชยค่ารักษาที่เขาจ่ายให้นางผูตอนนั้น
คนตระกูลเซี่ยงมอบเงินให้หัวหน้าตระกูลอวี้แล้วพาชายชู้นามแซ่เซี่ยงจากไป
ส่วนนางผูก็ถูกขังในห้องเก็บฟืนต่อไป พรุ่งนี้จะมีคนพาไปส่งยังที่ว่าการ
คนที่ลานตากข้าวแยกย้ายกันไปเกือบหมดแล้ว บางคนจากตระกูลอวี้เห็นว่าเื่นี้ได้ข้อสรุปแล้วก็พาครอบครัวกลับไป
มีคนถามหัวหน้าตระกูลอวี้ว่า "เ้าอวี้หลังค่อมยังอยู่ได้อีกกี่วัน? ถึงเวลาพวกเราจะมาเคารพศพอีกครั้ง"
หัวหน้าตระกูลอวี้ถอนหายใจพูดว่า "คงอีกไม่กี่วันนี้แหละ ดีที่ตระกูลเซี่ยงจ่ายเงินชดเชยมา ถึงเวลาพวกเราช่วยกันออกแรงหน่อย ให้เ้าอวี้หลังค่อมจากไปอย่างสมเกียรติ"
ทุกคนพยักหน้ารับคำแล้วแยกย้ายกันไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่สอง ขณะที่คนอื่นกำลังจะส่งตัวนางผูไปยังที่ว่าการ นายอวี้หลังค่อมที่ทุกคนคิดว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ก็พยุงตัวเองออกมาจากประตูอย่างยากลำบาก
ทุกคนจึงได้รู้จากปากของพ่อเฒ่าอวี้ว่า เมื่อวานมีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินทางมาถึงที่นี่และได้ช่วยชีวิตนายอวี้หลังค่อมเอาไว้
นางผูที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและดูสภาพย่ำแย่ ก็ด่าทอออกมาทันทีว่านายอวี้หลังค่อมแกล้งตาย ทำให้นางต้องทนทุกข์มากมาย แล้วก็ร้องด้วยความดีใจบอกให้คนอื่นปล่อยตัวเองไป เพราะนายอวี้หลังค่อมไม่ได้ตาย ข้อกล่าวหาว่านางฆ่าคนก็ไม่เป็ความจริงแล้ว
นายอวี้หลังค่อมไอหนัก มองนางผูอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร แล้วก็พยุงตัวเองกลับเข้าไปในบ้านอย่างยากลำบาก
ส่วนนางผูนั้น ถูกยัดผ้าเข้าปาก และยังคงถูกส่งตัวไปยังในเมือง
แม้ว่านายอวี้หลังค่อมจะไม่ตาย แต่เื่ที่นางพยายามทำร้ายเขานั้นก็ถูกจับได้คาหนังคาเขา ภรรยาวางแผนทำร้ายสามี ถือเป็ความผิดร้ายแรง ในที่สุดนางผูก็ถูกตัดสินให้สักหน้าและเนรเทศ แต่นั่นเป็เื่ราวในภายหลัง
ตอนนี้ที่บ้านของแม่เฒ่าเว่ย มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือน
เป็หลานชายทางบ้านเดิมของแม่เฒ่าเว่ย ชื่อเว่ยเฟิง
เว่ยเฟิงอายุยี่สิบปี ยังไม่ได้แต่งงาน เขาตัวไม่สูงนัก ค่อนข้างผอม และใบหน้าตอบ ซิ่งซิ่งเห็นเขาครั้งแรกก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย จึงหลบไปอยู่ข้างหลังแม่เฒ่าเว่ย
แม่เฒ่าเว่ยที่ได้พบญาติทางบ้านเดิมอย่างกะทันหัน ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
บ้านเดิมของแม่เฒ่าเว่ยอยู่ไกลไม่น้อย อีกทั้งนางยังมีเื่วุ่นวายในครอบครัวอีกมากมาย จึงได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดได้แค่่เทศกาลเท่านั้น
การที่หลานชายมาเยี่ยมเยียน ทำให้แม่เฒ่าเว่ยดีใจเป็อย่างยิ่ง
นางเอ่ยปากชวนเว่ยเฟิงให้นั่งลงด้วยน้ำเสียงตื้นตัน “อาเฟิง ที่บ้านเป็อย่างไรบ้าง ทำไมถึงได้ดูผอมลงเช่นนี้?”
เว่ยเฟิงถอนหายใจยาว “ท่านป้าอย่าพูดถึงเลย ่นี้เป็่ภัยพิบัติ จะทำมาหากินอะไรก็ไม่ง่ายเลย” เขาพูดพลางส่ายหัว “ก่อนหน้านี้ข้าวิ่งส่งของกับเถ้าแก่ร้านขายเสื้อขนสัตว์ ่ปีนี้เกิดภัยพิบัติติดต่อกัน จะหาเสื้อขนสัตว์คุณภาพดีได้จากที่ไหน... ชีวิตมันลำบากนัก"
“ไม่พูดถึงเื่นั้นแล้ว” เว่ยเฟิงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังซิ่งซิ่งที่หลบอยู่หลังแม่เฒ่าเว่ย “ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินคนพูดกันว่า ท่านป้ารับเด็กหญิงมาเลี้ยงคนหนึ่ง นี่คือเด็กคนนั้นใช่ไหม?”
เขาพูดพลางลูบตัวอย่างเขินอาย “วันนี้ข้ามาอย่างเร่งรีบ เลยไม่ได้นำของขวัญมาให้”
เมื่อเห็นเสื้อตัวเก่าขาด ๆ กับรองเท้าที่ใกล้จะขาดจนเห็นนิ้วเท้าของเว่ยเฟิง ทำให้แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกเ็ปใจยิ่งนัก “ของขวัญอะไรกัน ไม่เป็ไร ๆ มา ซิ่งซิ่ง มาหาน้าเว่ยสิ”
ซิ่งซิ่งมองไปที่เว่ยเฟิงอย่างหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยปากเรียกเขาอย่างแ่เบาว่า “ท่านน้า”
เว่ยเฟิงนั่งลงไม่นาน เขาอ้างว่าต้องลงไปรับหนังสัตว์ที่ชนบท บังเอิญผ่านมาทางนี้ เลยแวะมาเยี่ยมป้าสักหน่อย ตอนนี้เห็นว่าป้าปลอดภัยดี เขาก็เบาใจ
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกเศร้าใจมากขึ้น เมื่อเว่ยเฟิงจะกลับ นางจึงยัดเงินให้เขาจำนวนหนึ่ง
เว่ยเฟิงรีบปฏิเสธ แต่แม่เฒ่าเว่ยก็ยัดใส่มือเขาจนได้ ชายหนุ่มจึงทำสีหน้าสำนึกผิด ก่อนจะลากลับ แม่เฒ่าเว่ยยืนมองตามแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในหุบเขาอยู่นาน จึงค่อยเดินกลับบ้านด้วยสีหน้าหม่นหมอง
ซิ่งซิ่งเห็นยายดูมีเื่ไม่สบายใจ จึงไปล้างผลไม้ป่าแล้วนำมาให้ย่า "ย่าจ๋า กินผลไม้ค่ะ!"
แม่เฒ่าเว่ยเหม่อลอย เอื้อมมือไปลูบศีรษะของหลานสาวพลางพึมพำ "รอซิ่งซิ่งโตขึ้น ต้องหาผู้ชายซื่อสัตย์ ขยันขันแข็งแต่งงานภายในหมู่บ้านหนานถัวนี่แหละ จะได้ไม่ต้องลำบากเวลาย่าอยากเจอหน้าซิ่งซิ่ง..."
เด็กหญิงรู้สึกสับสน
นางยังเด็กอยู่เลยนะ
จะให้แต่งงานแล้วหรือ?
นางพอจะรู้เื่แต่งงานอยู่บ้างเพราะเคยได้ยินพี่ชายพูดถึง พี่สาวบ้านใกล้เรือนเคียงก็กำลังจะแต่งงาน!
พอแต่งงานแล้ว ก็จะไม่ได้อยู่บ้านอีก!
แต่ว่า นางยังเด็กอยู่เลย ต้องแต่งงานแล้วหรือ?
ซิ่งซิ่งรู้สึกใอย่างกะทันหัน นางจับมือแม่เฒ่าเว่ยอย่างร้อนรน “ย่าจ๋า ซิ่งซิ่งไม่แต่งงาน ซิ่งซิ่งไม่อยากแต่งงาน!”
แม่เฒ่าเว่ยเห็นท่าทางงุนงงของซิ่งซิ่ง ก็ได้สติและหัวเราะออกมา “ดูข้าสิ พูดอะไรออกไป ซิ่งซิ่งของเรายังเด็กอยู่เลย ไม่แต่งหรอก ไม่แต่ง ๆ เอาล่ะ หลานรักของย่าไปเล่นเถอะ”
ซิ่งซิ่งยังคงลังเลเล็กน้อย “จริงหรือคะ?”
แม่เฒ่าเว่ยหัวเราะอีกครั้ง บีบแก้มซิ่งซิ่งเบา ๆ “จริงสิ เด็กน้อย ย่ายังต้องให้หลานมาคอยกังวลอีกหรือ?”
ซิ่งซิ่งจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข หยิบถุงทรายใบเล็กที่แม่เฒ่าเว่ยเย็บให้วิ่งออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ
ซิ่งซิ่งมาอยู่ที่หมู่บ้านหนานถัวได้พักใหญ่แล้ว และก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ในหมู่บ้าน พวกเขามีอายุไล่เลี่ยกัน เล่นด้วยกันทุกวันอย่างสนุกสนาน
สถานที่ที่พวกเขาชอบไปเล่นกันมากที่สุดคือใต้ต้นเอล์มใหญ่หน้าบ้านตระกูลอวี้ เด็ก ๆ วิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน
ทันใดนั้น ขณะที่ซิ่งซิ่งกำลังวิ่งหนีอย่างมีความสุข นางก็ชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างแรง
“โครม!”