หลายวันผ่านไป...
ั้แ่ที่ได้เห็นพี่เขยพยายามสำเร็จความใคร่ในวันนั้น ทั้งสองก็เริ่มสนิทสนมกันด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง วัตรยังคงพูดจาห่ามๆและทำตัวขึงขังตามประสาผู้ชายบ้านๆทั่วไป แต่ตอนนี้ร่างสูงใหญ่ไม่ได้กล่าวประโยคเสียดสีหรือตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความอ่อนช้อยของน้องเมียอีกแล้ว
ทั้งคู่ทำกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในสวนด้วยกัน แม้ว่าภูมิจะช่วยงานหนักๆได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยเขาก็คอยหอบน้ำหอบข้าวส่งพี่เขยทุกสามเวลาโดยไม่มีอะไรขัดข้อง
“่นี้หมู่บ้านเราโจรเยอะ ภูมิอย่าออกจากบ้านตอนดึกๆล่ะ” ผู้เป็แม่กล่าวกลางโต๊ะอาหาร
“ที่บ้านเรามีอะไรให้ขโมยที่ไหน”
“เอ๊ะ ลูกคนนี้ ถ้าโจรมันเห็นอะไรดีมันก็เอาทั้งนั้นแหละ”
“จริงหรอครับ”
“ไม่งั้นพี่วัตรจะออกไปเฝ้าสวนทั้งวันทั้งคืนหรอ”
คำพูดของแม่ทำให้ลุกชายฉุกคิด
พักหลังมานี้ภูมิไม่ค่อยเห็นพี่เขยกลับมานอนที่บ้านเหมือนแต่ก่อน ส่วนใหญ่ชายคนนั้นจะกลับเข้ามาตอนเช้ามืดและออกไปใหม่แบบนี้วนไปเรื่อยๆ ครอบครัวกำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่ด้วยกัน ส่วนพี่สาวนั้นก็ขอตัวไปเข้านอนั้แ่ตักข้าวได้สองสามคำแล้ว
“ตายๆๆ แม่ยังไม่ได้เอาข้าวเย็นไปส่งพี่วัตรเลยหนิ”
“นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วนะแม่”
“ภูมิเอาข้าวไปให้พี่วัตรแทนแม่หน่อยก็แล้วกันนะ”
“…งั้น ก็รีบๆห่อให้ผมสิ เดี๋ยวดึกกว่านี้ผมก็โดนฉุดหรอก”
ผู้เป็แม่จิปากให้กับการพูดจีบปากจีบคอของลูกชาย ก่อนจะหาข้าวหาน้ำให้ลูกเขยที่เฝ้าสวนผลไม้อยู่ในสวนลึก ่นี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แม้แต่ผลไม้บนต้นพวกโจรก็บุกเข้ามาลักไปขายได้ ภูมิเคยได้ยินว่าเดือนก่อนพี่เขยไล่ตะเพิดพวกโจรเกือบตาย ถ้าเกิดมีปืนติดตัวคงได้เรียกรถพยาบาลมารับศพไปจริงๆ
“เอานี่ แม่ฝากด้วยนะ”
“ครับ”
“รีบๆกลับมาก็แล้วกัน”
“เข้าใจแล้วน่า”
ภูมิรับปิ่นโตมาจากแม่ ก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปยังสวนผลไม้ ยังดีที่เสาไฟเข้ามาถึงทางลูกรังบริเวณถนนหน้าบ้านพอดี แต่เมื่อชายหนุ่มขับรถลึกเข้าไปในสวน ก็เหลือเพียงแสงไฟจากหน้ารถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น บรรยากาศรอบด้านวังเวงจนใจหวั่น เพราะสวนผลไม้ที่พี่เขยเฝ้าอยู่นั้นห่างจากบ้านเกือบสามกิโลเมตร
ณ บ้านน้อยกลางสวน
ภูมิบิดมอเตอร์ไซค์จนตาแห้ง เส้นผมของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นผงสีแดงจากถนนลูกรัง มือเรียวปัดทุกอย่างออกไปจากตัวก่อนจะถือปิ่นโตเดินเข้าไปด้านใน บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว ใต้ถุนโล่งโปร่งเย็นสบายและมีห้องน้ำเล็กๆไว้ใช้งานครบครัน ส่วน้าก็มีเพียงฟูกนอนพร้อมกับมุ้งเก่าๆที่พี่เขยใช้นอนเฝ้าสวนมานานนับปี
“พี่วัตร”
“….”
“พี่วัตรครับ”
“….”
“ไปไหนของเขานะ”
ยังดีที่บ้านหลังนี้มีไฟฟ้าให้ใช้ แต่เมื่อมองไปรอบๆกายก็เต็มไปด้วยความมืดมิด ตอนนี้ภูมิรู้สึกไม่ต่างจากตัวเองหลงอยู่ในป่าขนาดใหญ่ ชายหนุ่มเดินหาพี่เขยทั่วบ้านทั้งด้านล่างและ้าแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของชายคนนั้น ทันทีที่จ้องออกไปยังบริเวณสระน้ำไกลๆ ดวงตาก็เห็นแสงไฟจากตะเกียงและการเคลื่อนไหวชายร่างใหญ่กำลังตักน้ำจากตุ่มขึ้นมาอาบลางๆ
ภูมิวางปิ่นโตไว้บนแคร่กลางบ้าน จากนั้นจึงเดินไปตามคันนาเพื่อไปหาพี่เขย แสงไฟในตะเกียงที่วัตรจุดมาริบหรี่ไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่นัก ทำให้ชายฉกรรจ์เห็นเพียงขันน้ำและสบู่ก้อนเล็กข้างกายของตัวเอง เสียงฮัมเพลงลูกทุ้งร้องระงมด้วยความสำราญใจ จนไม่รู้ตัวว่าน้องเมียเดินไหวๆใกล้เข้ามาแล้ว
“….”
“ไม่ได้เอาน้ำออกมากี่วันแล้วว้าา”
“….”
“ลมเย็นๆแบบนี้อยากเอาน้ำออกจริงๆโว้ยย”
“….!?”
อยู่ๆร่างเล็กๆก็หยุดนิ่งในความมืด...
ภูมิเลือกที่จะเอาตัวเข้าไปแอบหลังพุ่มไม้เมื่อในยินส่ิงที่พี่เขยตัดพ้อออกมา วัตรอาบน้ำโดยที่มีผ้าขาวม้าพันเอว สบู่ก้อนเดียวใช้ทั้งสระผมและล้างตัว มัดกล้ามเนื้อสีแทนเข้มนูนเด่นชัดแจ๋วเป็ลอนๆ กล้ามนมเต่งตึงมีจุกนมแตกพานดำป้านประดับยอดแต่ละข้าง หน้าท้องเรียงตัวเป็ลอนลงมาพร้อมกับขนอุยดกหนาเปียกโชก
ใต้ผ้าขาวม้านั้นมีปลาช่อนนาตัวโตซุกซ่อนอยู่ ทันทีที่พี่เขยถอดทุกอย่างออก ร่างกายกำยำก็เปลือยเปล่าจนทำให้ใครบางคนหลังพุ่มไม้ร้อนผ่าวไปทั้งตัว
น้องเมียจ้องมองพี่เขยอาบน้ำล้างตัวโดยมีแท่งเอ็นสีดำกวัดแกว่งไปมากลางง่าม หยดน้ำบนิัหยาบกร้านสะท้อนแสงตะเกียงระยิบระยับ ฟองสบู่ขาวๆเกาะขนสีดำข้างโคนฐานราวกับหิมะ ทันทีที่เ้าตัวตักขันน้ำในตุ่มราดลงมา ขนดกหนาก็ชื้นแฉะไหลไปตามพวงไข่ลูกใหญ่
เมื่อภูมิเห็นพี่เขยหยิบผ้าขาวม้าผืนใหม่ขึ้นมาเช็ดตัว ร่างเล็กก็รีบย่องเบาออกไปจากหลังพุ่มไม้ จากนั้นจึงกลับมาตั้งสติบนแคร่กลางบ้านพร้อมกับลมหายใจอันร้อนรุ่มจนเหงื่อชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง!
“อ้าว ไอ้ภูมิ มึงมาทำอะไรวะ”
วัตรเอ่ยถามพร้อมกับเดินตุ้มผ้าขามม้าโตงเตงกลับมายังที่พัก เมื่อเห็นน้องเมียนั่งแน่นิ่งหน้าแดงจัด คิ้วดกหนาก็ยิ่งขมวดถามด้วยความสงสัย
“ผม…ผม…เอาข้าวเย็นมาให้น่ะครับ”
“อ้าวหรอ แล้วมึงมานานหรือยัง”
“พึ่งมาถึงครับ!….เอ่อ…ผมพึ่งมา…ตอนแรกว่าจะกลับแล้ว….แต่เห็นพี่วัตรเดินมาพอดี…ก็เลย…อยู่รอ”
“เออๆ ขอบใจมาก”
“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”
เมื่อส่งข้าวส่งน้ำให้พี่เขยเสร็จสรรพ น้องเมียก็ทำท่าจะเดินกลับทันที แต่ด้วยความที่พักหลังมานี้ทั้งสองคนได้สนิทสนมกันมากขึ้น ทำให้ชายฉกรรจ์เอ่ยรั้งร่างเล็กเอาไว้ วัตรนอนกลางสวนโดดเดี่ยวเดียวดายมานาน พี่เขยเลยเอ่ยถามน้องเมียให้มานอนเล่นด้วย
“พรุ่งนี้มึงมีอะไรทำหรือเปล่า”
“…ไม่มีนะครับ”
“มานอนเฝ้าสวนกับกูสิ…เอ่อ ซื้อเหล้ามาด้วยนะ นี่เงิน”
“เอ่อ…พี่วัตรครับ”
“รีบไปสิวะ”
หลังจากยัดเงินใส่มือน้องเมีย เสียงเข้มก็ไล่ตะเพิดจนภูมิสะดุ้ง มือเรียวกำแบงค์เงินเอาไว้ ก่อนจะขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไปด้วยความงุนงง ร่างเล็กไม่ทันที่จะได้เอ่ยตอบด้วยซ้ำ ดูเหมือนประโยคที่ออกมาจากปากสามีพี่สาวขจะเป็คำสั่งเสียมากกว่า