“ฮวาเหลย เลิกงานแล้วไปเดินตลาดกันไหม” สาวน้อยวัย 19 ปีเต็ม เอ่ยถามเถาฮวาเหลย ที่ในตอนนี้กำลังยัดข้าวคำโตเข้าปากให้ได้มากที่สุดเพื่อที่กลับห้องไปใน่เย็นแล้วจะได้ไม่หิวอีก
“รีบกินจะได้รีบไปทำงาน ทำงานเช้าชามเ็ามระวังตัวให้ดีเถอะ จะกลับเข้ามาทำงานที่นี่ไม่ได้อีก”เสียงของผู้ที่เป็หัวหน้าะโดังขึ้นมา
เถาฮวาเหลยที่ได้ยินหัวหน้าพูดขู่รีบเคี้ยวข้าวจนตาเหลือก เกือบจะสำลักข้าวแต่ก็เสียดายจึงใช้มือทั้งสองข้างปิดปากของตัวเองเอาไว้ เพื่อที่ข้าวจะได้ออกมาไม่ได้เมื่อดีขึ้นแล้วก็ทำเป็ไม่ได้ยินในสิ่งที่เพื่อนสาวเพียงคนเดียวพูดตนจะถูกไล่ออกจากงานไม่ได้ เพราะหากถูกไล่ออกจะเอาที่ไหนซุกหัวนอน ไหนจะอาหารอีก
อีกคนที่นั่งรอฟังคำตอบถึงกับน้ำตาคลอพวกเธอทั้งสองคนโตมาด้วยกัน แต่เป็เพราะยากจนจึงต้องทำงานั้แ่เด็กไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานเธอแค่อยากจะไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาบ้างเท่านั้น ไม่ใช่วันๆ เอาแต่ทำงาน เลิกงานมาก็กลับเข้าห้องนอนไปนอนกองๆกันในห้องแคบเท่ารู้หนู
“อ้ายเหริน เลิกงานแล้วรอผมก่อนนะ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามากระซิบกับหญิงสาวร่างบางที่เขานั้นหมายปองเธอมานาน จนทั้งสองได้มีโอกาสศึกษาดูใจกันและเป็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเถาฮวาเหลย ทั้งสองจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ
ตงเฉินเป็หัวหน้างานที่ถูกซื้อตัวมาจากโรงงานอื่น เขาถูกทางโรงงานดูแลเป็อย่างดีไม่ว่าจะเป็ที่พัก สวัสดิการต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากชนชั้นแรงงาน ที่ทำงานแลกข้าวและที่พักอย่างเถาฮวาเหลยและเหออ้ายเหริน
ทั้งสองเป็เพียงชนชั้นแรงงานเท่านั้นไม่มีสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น ต้องทำงาน เพื่อแลกกับอาหารและที่พักจากทางโรงงานเช้าก็มากินข้าวที่โรงอาหารของทางโรงงาน่พักกลางวันก็ต้องกินข้าวให้ได้มากที่สุดบางคนที่อยู่นานหน่อยก็แอบห่อกลับไปกินที่ห้องพักใน่เย็นแต่หากถูกกจับได้ก็ต้องโดนไล่ออกสถานเดียว
สิ่งที่พัฒนาและล้ำสมัยที่สุดของที่นี่คงจะหนีไม่พ้นกล้องวงจรปิด หากใครกินข้าวแล้วไม่เก็บเก้าอี้ แน่นอนว่าเช้าวันถัดมาภาพนั้นจะถูกเผยแพร่และถูกประจารที่หน้าโรงงาน รวมไปถึงบอร์ดข่าวสารต่างๆ ของทางโรงงานภายในไม่มีภาพศิลปะราคาแพง หรือรูปภาพที่ดูแล้วจรรโลงตาหากแต่เป็คำเขียนด่าต่างๆนานา
‘ทำงานเช้าชามเ็าม แต่เรียกร้องอยากได้สวัสดิการดีๆวันนี้คุณทำงานดีแล้วหรือยัง?’
‘ทำงานให้สมกับที่โรงงานให้ข้าว,น้ำ กับพวกคุณ’
ยังมีคำพวกนี้อีกมากมายที่ติดไปตามผนังทางเดินของโรงงาน คล้าย้าตอกย้ำ ให้ชนชั้นแรงงานแลกข้าวรับรู้ว่าพวกเขามีลมหายใจในแต่ละวันเพียงเท่านั้น
ทุกคนจึงต้องทำงานคล้ายกับว่าวันนี้อาจจะเป็วันสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะอยู่ แต่เพราะใช่ว่าทุกคนจะมีทางเลือก คนรวยก็รวยล้นฟ้าคนจนก็แทบจะกินดินกินทรายเป็อาหาร
“เป็ไรไปวันนี้จะไปเที่ยวตลาดกับหัวหน้าไม่ใช่หรอกหรือ?” เถาฮวาเหลยถามเพื่อนสาวหลังจากที่ได้เวลาเลิกงาน
“ฮวาเหลย ขอบใจมากนะที่ช่วยฉันทำงาน ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องทำงานล่วงเวลาทั้งๆ ที่งานของเธอก็มีเยอะไม่ต่างจากของฉันเลย เราไปเดินตลาดด้วยกันก่อนนะแล้วค่อยให้ตงเฉินเอ่อ...หัวหน้าไปส่ง” เหออ้ายเหรินพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย เธอเป็คนทำงานช้าที่อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะมีเถาฮวาเหลยคอยช่วยเหลือทำงานที่ได้รับมอบหมายผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิวตลอด
“เธอไปเถอะ ฉันจะกลับบ้านไปนอน” เถาฮวาเหลยไม่อยากจะไปเป็ก้างขวางคอเพื่อนสาวเพราะหากว่าเพื่อนรักของเธอมีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากที่นี่เธอเองก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางให้เพื่อนได้เจอหนทางที่ดี
“แต่ว่า” เหออ้ายเหรินอยากจะพาเพื่อนไปเปิดหูเปิดตาด้วยกันเพราะไม่้าเป็ขี้ปากของเพื่อนร่วมงาน ตอนนี้เธอถูกเพื่อนร่วมงานทุกคนตราหน้าว่าให้ท่าหัวหน้าตงเฉินเขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง ทั้งๆ ที่ความจริง ทั้งสองคนตกลงคบหาดูใจกันมาได้สักพักแล้วรอเพียงเวลาที่เหมาะสมจะย้ายออกไปอยู่ด้วยกันก็เท่านั้น
“ถ้าเป็ฉัน...ฉันจะไป เธออย่าโง่ไปหน่อยเลย ใครๆ อยากอยากจะหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ทั้งนั้นแค่เสียงนินทาเธอจะไปกลัวอะไร” เถาฮวาเหลยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เพื่อนสาวเอาแต่สนใจเสียงของคนอื่น จนลืมคิดถึงตัวเอง
“เอาไว้ฉันจะซื้อขนมมาฝาก”เหออ้ายเหรินพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนสาวบอกสำหรับเธอแล้วเถาฮวาเหลยเป็เหมือนพี่สาว เพราะหล่อนคอยดูแลและปกป้องมาโดยตลอดเมื่อพี่สาวบอกว่าดี แน่นอนว่ามันจะต้องดีอย่างแน่นอน
“มีเงินก็เก็บเอาไว้ หากเค้าให้ก็ต้องเก็บเอาไว้เพื่อที่ว่าจะได้มีเงินแล้วออกไปจากที่นี่ ไปอยู่ในที่ดีๆ เธอจะได้มีสภาพความเป็อยู่ที่ดีกว่านี้ฉันดูแลเธอไปตลอดไม่ได้หรอกนะ รีบไปเถอะเดี๋ยวหัวหน้าจะรอนาน”
เถาฮวาเหลยหลังจากที่อาบน้ำซักผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าในล็อกเกอร์ของตัวเอง
ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงต้องอาบน้ำ ที่ห้องอาบน้ำของทางโรงงานเพราะสิ่งไหนที่สามารถประหยัดได้ ทุกคนก็พร้อมที่จะทำ หนึ่งในนั้นก็คือเลิกงานมาก็ต้องมาอาบน้ำ ซักเสื้อผ้าที่โรงงานแล้วตากเอาไว้จากนั้นเช้ามาค่อยมาใส่ชุดทำงานที่โรงงาน ชนชั้นแรงงานทุกคนจะเป็แบบนี้ด้วยกันทั้งนั้นไม่มีใครโง่ที่จะยอมเสียเงินจ่ายค่าน้ำที่แสนแพงแบบไม่จำเป็เด็ดขาด
“ทำงานกันเป็ทีมนี่เอง น่าสงสารผู้ชายจะรู้ไหมล่ะว่าถูกหลอก”หญิงสาววัยกลางคน อายุ 35 ปีเธอเป็สาวแก่แต่ยังไม่ได้แต่งงาน อาจจะเพราะปากไม่มีหูรูดเที่ยวนินทาคนอื่นระยะเผาขนแบบไม่เกรงกลัวใคร เพียงเพราะเธอเป็คนเก่าคนแก่ของที่นี่จึงไม่ค่อยมีใครอยากจะมีเื่ด้วยสักเท่าไหร่
“……”เถาฮวาเหลยได้แต่เงียบ เพราะตนไม่มีพรรคพวกที่ไหนอีกอย่างคือจะต้องทำตัวให้กลมกลืนมากที่สุด เพราะไม่อยากเสี่ยงถูกไล่ออกจึงจำเป็ยอมให้คนพวกนี้กดขี่อยู่ร่ำไปได้แต่ตั้งปณิธานกับตนเองในใจว่าสักวันหนึ่งต้องออกมาจากที่นี่ให้ได้
“ไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับมันเลย ซื่อๆโง่ๆ แบบนี้ถึงโดนเพื่อนรักของมันหลอกใช้ฮ่าๆ" พูดจบคนเ่าั้ก็ออกจากห้องไป
ห้องอาบน้ำในโรงงานจะเป็ห้องน้ำรวมรวมไปถึงห้องเก็บของใช้ส่วนตัวด้วย ที่นี่เรียกได้ว่าเป็ห้องที่อันตรายแต่ก็ปลอดภัยมากที่สุดแล้วที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะหากไม่ถูกงัดล็อกเกอร์ ก็สามารถเก็บของมีค่าในนี้ได้ส่วนห้องพักนั้นเป็เพียงที่ซุกหัวนอนไปวันๆเท่านั้นมีคนเก่าคนใหม่เข้าออกไม่เว้นวัน คนไหนทำงานดีก็สามารถอยู่ต่อได้แต่หากใครถูกจับได้ว่าแอบอู้งาน หรือทำงานได้ไม่ตรงตามเป้าเช้าวันถัดมาก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานในโรงงานได้อีก นอกจากนั้นประตูห้องพักก็ไม่สามารถเปิดเข้ามาพักได้เนื่องจากถูกตัดออกจากระบบไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่ใช่ว่าไม่อยากสู้แต่เป็เพราะว่าหากสู้แล้วตัวเองต้องลำบาก ก็อยู่แบบคนตาขาวไปเสียงยังจะดีกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเถาฮวาเหลยมีเงินอยู่เพียง 50หยวนเท่านั้น เงิน 50 หยวนในยุคปี 2022ไปได้ไกลสุดก็คงจะเป็นอกเมือง ยังไม่เข้าเขตในเมืองเสียด้วยซ้ำซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากที่นี่ ดีไม่ดีอาจจะแย่กว่าเสียด้วยซ้ำ
หลังจากที่เข้ามาถึงห้องพักจะเรียกว่ารูหนูก็คงไม่แปลก เพราะภายในห้องกว้างเพียง 10 ตารางเมตรเท่านั้น แต่ต้องนอนด้วยกันมากถึง 3คน เมื่อเข้ามาภายในห้องก็พบว่าเพื่อนร่วมห้องอีกคนมาถึงก่อนหน้านั้นแล้วซึ่งตอนนี้กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อย่างสบายอารมณ์
“อ้ายเหรินล่ะ ไม่ได้กลับมาด้วยกันหรือ?” เพื่อนร่วมห้องเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เถาฮวาเหลยเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพัก
“………."มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้น ที่เถาฮวาเหลยแสดงออกมาวันนี้เธอเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งตอบคำถามใครเพราะต้องเร่งทำงานในส่วนของเหออ้ายเหรินให้เสร็จก่อนหลังจากนั้นค่อยมาเร่งทำงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบทำให้วันนี้เธอเหนื่อยมากกว่าคนอื่นสองเท่า
“นี่…ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงย๊ะ ทำเป็หยิ่งไปเถอะวันนี้ก็คงทำงานแทนแม่นั่นอีกแล้วสินะ ถึงได้กลับมาเหนื่อยเป็ตายแบบนี้ หึ..ฉันล่ะอิจฉาอ้ายเหรินจริงๆที่มีเพื่อนแท้อย่างเธอ”
“…..”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากเถาฮวาเหลยมีเพียงร่างบางที่ค่อยๆไร้ซึ่งลมหายใจไปอย่างช้าๆ หญิงสาวเริ่มใจไม่ดีเพราะแม้ว่าจะไม่ค่อยสนิทอะไรกันมากมายนักแต่ก็ไม่เคยเห็นเถาฮวาเหลยเ็ามากถึงเพียงนี้ เพิ่งจะล้มตัวลงนอน จะหลับไปอย่างง่ายดายเพียงนั้นเชียวหรือ
“ฮวาเหลย มันจะมากเกินไปแล้วนะ ที่ฉันพูดเพราะสงสารหรอกนะบางเื่ก็ไม่ควรจะเสนอตัวมากเกินไปหัดเห็นแก่ตัวแบบแม่อ้ายเหรินเพื่อนรักของเธอบ้างฉันไม่เห็นว่าแม่นั่นมันจะช่วยอะไรได้นอกจากหลอกใช้งานไปวันๆ”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเข้ามาดูใกล้ๆ ว่าร่างบางที่นอนแน่นิ่งไปนั้นนอนหลับไม่ได้สติจริงๆหรือ? โดยปกติแล้วหล่อนจะเป็คนรู้สึกตัวเร็ว เพราะต้องคอยเป็คนไปเปิดประตูให้เพื่อนสาวที่มักจะหายตัวไปทั้งคืน หรือไม่ก็กลับมา่ใกล้สว่างคนทั้งตึกเค้ารู้กันหมดเื่คาวโลกีของแม่สาวน้อยอ้ายเหรินจะมีก็เพียงเถาฮวาเหลยเท่านั้น ที่ไม่รู้เื่รู้ราวกับใครเขาเพราะเลิกงานมาหญิงสาวก็นอนหลับเป็ตาย ไม่ยอมปล่อยเวลาที่ให้เปล่าประโยชน์
“ทะ ทำไมไม่หายใจล่ะ ฮวาเหลย เถาฮวาเหลย ฉันไม่เล่นกับเธอด้วยหรอกนะลุกขึ้นมาคุยกับฉันสิ”
หญิงสาวสติแตกเขย่าร่างที่ไร้ลมหายใจอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังเพียงว่าหล่อนจะตื่นมาตอบว่าไม่เป็อะไร สบายดี แค่นอนหลับไปเท่านั้นแต่โลกแห่งความเป็จริงมักโหดร้ายเสมอ ไม่เพียงแค่ร่างบางจะไม่ยอมตื่นตอนนี้เธอกลับไร้ลมหายใจไปแล้ว ผู้คนต่างเดินมามุงด้วยความใเพราะห้องไม่ได้เก็บเสียงมากเพียงนั้น จึงทำให้เสียงที่เปล่งออกมาได้ยินถึงกันหมด
“เกิดเื่อะไรขึ้นม่านม่าน เอะอะโวยวายอะไรกัน?”มีคุณป้าคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยจับน้ำเสียงได้ว่าต้องเกิดเื่ไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
“ฮวาเหลย เถาฮวาเหลยค่ะคุณป้า หล่อน มะ ไม่หายใจแล้ว ฮือๆ ทำอย่างไรดีล่ะคะ?”ม่านม่านพูดไม่เป็ภาษาเพราะกำลังใกับเื่ที่เธอได้เจอในตอนนี้
“ว่าไงนะ จะเป็ไปได้อย่างไร เมื่อตอนเย็นก็ยังดีๆ อยู่เลย”ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นได้
“เป็ไปแล้วค่ะคุณป้า หล่อนไม่หายใจแล้ว ฮือๆ” ม่านม่านร้องไห้หญิงสาวทั้งใและเสียใจ แม้ว่าจะไม่ได้สนิทแบบเหออ้ายเหรินแต่คนนอนด้วยกันทุกวันย่อมผูกพันเป็ธรรมดา
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปแจ้งหัวหน้าหอให้มาจัดการเื่นี้เถอะ”
ทุกคนต่างไม่มีใครกล้าพาไปโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาถึงมีเงินก็คงไม่มีใครใจดียอมเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาช่วยเหลือคนอื่นที่ไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกหรือไม่ ได้แต่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของทางโรงงานเข้ามาจัดการซึ่งกว่าที่ทางโรงงานจะทราบเื่ ก็เป็เช้าวันถัดไปของอีกวัน
เหออ้ายเหรินเองก็เพิ่งจะกลับมาในเช้าของวันนั้นแม้จะรู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อไม่มีเถาฮวาเหลยอยู่แล้วเธอจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับคนรัก ไม่ขอรับรู้เื่การจากไปของเพื่อนรักอีก