หลันหลันในชุดสีม่วงนั่งอ่านตำราอยู่ในเรือนจางจูวิ่งหอบเข้ามาหาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้ามานั่งข้างหญิงสาว
“หากจี้หมัวมัวมาเห็นเ้าวิ่งเข้ามาเช่นนี้เ้าคงโดนหยิกจนแขนเขียวอย่างแน่นอน”
จางจูหันไปมองรอบๆ ก่อนจะยิ้มแหย ๆ ให้หลันหลัน
“คุณหนูคงไม่บอกจี้หมัวมัวหรอกใช่ไหมเ้าคะ”
“หากคุณหนูไม่บอกข้าจะบอกเอง”
จางอี้เอ่ยขึ้นยิ้มๆ ตอนนี้ทั้งสองสนิทกันมากขึ้นจึงมักเอ่ยหยอกกันเช่นนี้เสมอ
“จางอี้จางจินอยู่ไหนหรือ เรียกนางให้มาหาข้าหน่อย”
“เ้าค่ะ”
จางอี้เดินออกไปเรียกจางจินให้หลันหลันในทันทีจางจูที่เห็นว่าจางอี้ออกไปแล้วจึงได้มองไปทางคุณหนูของตนก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“คุณหนูเ้าคะวันนี้ท่านป้าของคุณหนูและคุณหนูซื่อเหยาและคุณหนูซื่อหยางจะมานะเ้าคะ”
หลันหลันที่ได้ยินชื่อซื่อเหยาถึงกับวางตำราลงในทันที‘ซื่อเหยางั้นหรือ นี่มันชื่อนางเอกของเื่นี่นา ในเมื่อนางเป็ลูกพี่ลูกน้องกันการจะเลี่ยงพบก็คงจะมิเป็เื่ดีเช่นนั้นก็คงต้องพบนางแล้วค่อยดูสถานการณ์ต่อไปก็แล้วกัน’ เด็กหญิงหันไปมองจางจู
“เหตุใดเ้าถึงกับต้องรีบมาบอกข้าถึงเพียงนั้น”
จางจูที่เห็นว่าคุณหนูของตนมิได้โกรธหรือโมโหเหมือนเมื่อก่อนจึงได้ถอนหายใจแล้วส่งยิ้มแฉ่งไปทางคุณหนูของตน
“เมื่อก่อนยามที่ท่านป้าของคุณหนูมาพร้อมกับคุณหนูซื่อเหยาและคุณหนูซื่อหยางคุณหนูมักจะโมโหและหาเื่แกล้งพวกนางอยู่เสมอ”
“แล้วพวกนางมิโกรธข้าหรอกหรือ”
“คุณหนูซื่อเหยาที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของคุณหนูนางเป็บุตรีของท่านป้าไป๋ซื่อของคุณหนูเป็สตรีที่มีจิตใจงดงามนางมิเคยโกรธคุณหนูแม้สักครั้ง ทุกครั้งที่มากลับพกขนมหรือของมาฝากคุณหนูเสมอผิดกับคุณหนูซื่อหยางที่เป็ลูกอนุจิ้ง ครั้งแรกที่พบกันนางพูดไม่เข้าหูคุณหนูั้แ่นั้นมาคุณหนูกับคุณหนูซื่อหยางจึงไม่กินเส้นกันยามที่นางถูกคุณหนูแกล้งก็มักจะโกรธและทำร้ายคุณหนูแต่ยังดีที่มีคุณหนูซื่อเหยาคอยห้ามไว้ไม่ให้นางทำร้ายคุณหนูจนเืตก”
“อื่มนางเอกก็ยังคงเป็นางเอกอยู่วันยันค่ำสินะ”
“คุณหนูว่าอะไรนะเ้าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกข้าเพียงบ่นกับตัวเองก็เท่านั้น”
ไม่นานจางอี้ได้พาจางจินเข้ามาพบเด็กหญิงหลันหลันหันมองจางจินที่กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม
“จางจินอีกไม่นานจะถึงหน้าหนาวแล้วเ้าไปเบิกเสื้อขนสัตว์พระราชทานของข้าออกมาข้าจะตัดชุดคลุมให้ท่านย่าท่านพ่อ ท่านแม่ อนุหวัง พี่ใหญ่และพี่รอง”
“เ้าค่ะ”
ของพระราชทานที่ได้รับมาหลันหลันได้แบ่งให้ทุกคนตามสมควรส่วนที่เหลือได้นำเข้ากองกลางแต่ไป๋จื่อกลับมิเห็นด้วยนางได้นำเข้ารวมกับสินเดิมของหลันหลันเมื่อยามออกเรือน คงไว้แต่ผ้าพับต่าง ๆเท่านั้นที่เก็บไว้ให้หลันหลันตัดเย็บเสื้อผ้าตามแต่ตนชอบ
“อ่อเอามามากหน่อยนะ ข้าจะทำเผื่อไว้ด้วย”
“เ้าค่ะ”
จางจินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะรับคำหลันหลันหญิงสาวเป็คนไม่ค่อยพูดแต่ชอบยิ้มมากกว่าจางจินที่ย้ายมาอยู่เรือนหลันหลันพร้อมกับพี่สาวนางจางอี้ความเป็อยู่ของพวกนางดีขึ้นมากทีเดียวนางมีความสุขที่ได้เย็บปักและทำงานที่นางชอบคงจะมีเพียงจางปิงเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่พอใจกับหน้าที่ๆ ตนได้รับแต่ถึงกระนั้นหลันหลันก็มิได้ให้นางทำงานตำแหน่งอื่นตามที่นาง้า
“คุณหนูเ้าคะฮูหยินให้มาตามเ้าค่ะ”
“ท่านป้าและพี่หญิงใหญ่กับพี่หญิงรองคงจะมาถึงแล้ว”
จางจูช่วยหญิงสาวแต่งกายก่อนจะออกไปต้อนรับท่านป้าและลูกพี่ลูกน้องของนางในโถงใหญ่ของเรือนไป๋จื่อและไป๋ซื่อกำลังนั่งคุยกันด้านหลังไป๋ซื่อสตรีในอาภรณ์ชมพูมองมาทางเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มหน้าตาของนางงดงามประดุจบุปผา ดูงดงามและเปราะบาง ‘นางเอกก็คือนางเอง’หลันหลันถอนหายใจก่อนจะมองไปทางสตรีในอาภรณ์สีส้มอ่อนที่รูปร่างบอบบางแต่แฝงด้วยความเย้ายวน‘เพียงเท่านี้ก็รู้ว่านางคือใคร’
“หลันหลันคำนับท่านป้าพี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง”
“ไหนๆ มาให้ป้าดูหน่อย ไม่เจอกันไม่ทันไรดูหลันหลันของพวกเราโตขึ้นมากทีเดียวหน้าตาก็งดงามสมกับเป็บุตรสาวของเ้า”
“พี่หญิงชมเกินไปแล้ว”
“จริงสิเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ยินมาว่าน้องหลันหลันได้รับพระราชทานรางวัลมาช่างเป็วาสนาของท่านน้าที่มีหลันหลันเป็บุตรีเสียจริง”
“หากพวกเรามีโอกาสก็คงจะได้รางวัลเช่นน้องหลันหลันเหมือนกัน”
ซื่อเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียจริงใจมิมีเสียงประชดแม้สักน้อยผิดกับซื่อหยางที่แสดงความอิจฉาออกมาทางแววตาอย่างเห็นได้ชัด
“จริงสิเ้าคะข้าได้ยินจากท่านแม่มาว่าท่านป้าชื่นชอบการสวดมนต์ข้าจึงได้เก็บลูกประคำหยกไว้ให้ท่าน”
จางจูได้เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้แกะสลักสวยงามก่อนจะยื่นให้แก่ไป๋ซื่อสตรีมากอายุมองเด็กหญิงตรงหน้าที่เมื่อก่อนค่อนข้างเอาแต่ใจแต่ตอนนี้กลับรู้ความจนน่าแปลกใจด้วยรอยยิ้ม
“หลันหลันเด็กดีเ้ารู้ความขึ้นมากจริง ๆ ต่อไปนี้อาจื่อคงจะไม่ต้องมีเื่ให้ต้องกังวลใจอีกแล้ว”
“เมื่อก่อนเป็หลันหลันที่ไม่รู้ความทำให้ท่านแม่ ท่านป้าต้องเป็ห่วงแล้ว”
“ชิ!!!จะดีได้สักกี่วันเชียว”
เสียงซื่อหยางเอ่ยเบาๆ ด้านหลังก่อนจะมองค้อนมาทางหลันหลัน แต่เด็กหญิงกลับมิได้สนใจ
“ข้ามีกำไลหยกขาวมองให้พี่หญิงใหญ่และพี่หญิงรองด้วยเ้าค่ะ”
จางจูและจางอี้ได้นำกล่องไม้มามอบให้ซื่อเหยาและซื่อหยางคนละกล่องเมื่อทั้งสองเปิดดูกลับพบกำไลหยกขาวบริสุทธิ์งดงามเพียงแค่ดูก็รู้ว่าราคานั้นประเมินไม่ได้อย่างแน่นอน
“น้องหลันหลันของชิ้นนี้องค์ฮ่องเต้ประทานให้แก่เ้า หากเ้ามอบให้พวกเราเช่นนี้จะดีหรือ”
“นางให้เราแล้วก็รับๆ ไปเถอะพี่หญิง”
ซื่อหยางเอ่ยขึ้นหลันหลันอมยิ้มก่อนจะหันไปทางซื่อเหยา
“พี่หญิงใหญ่รับไปเถอะเ้าค่ะความจริงกำไลของพี่หญิงใหญ่ยังมีต่างหูเข้าคู่กันด้วยนะเ้าคะ”
จางจูนำกล่องไม้อีกกล่องเข้าไปมอบให้ซื่อเหยาหญิงสาวเปิดดูพบต่างหูแกะสลักเข้าคู่กับกำไลแกะสลักนั้นจริง ๆ
“ช่างงดงามเหลือเกินของงดงามเช่นนี้...”
“พี่หญิงใหญ่รับไว้เถิดเ้าค่ะน้องเต็มใจให้พี่หญิง”
ซื่อหยางมองของในมือซื่อเหยาอย่างริษยาเพราะกำไลของนางเป็กำไลหยกเนื้อดีแต่มิได้มีการแกะสลักประการใดขณะที่นางกำลังจะเอ่ยสิ่งใดไป๋ซื่อที่ดูออกว่าลูกอนุจิ้งคิดสิ่งใดนางจึงชิงตัดบทเสียในทันที
“ในเมื่อหลันหลันเต็มใจมอบให้เ้าแล้วก็รับไปเสียเถิดครั้งหน้าเ้าก็หาของมาตอบแทนนางก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะท่านแม่”
ไป๋จื่อและไป๋ซื่อมองสบตากันทั้งสองรู้ดีว่าซื่อหยางมีนิสัยเป็เช่นใดทุกครั้งที่มานางมักจะขอติดตามมาด้วยเพื่อพบบุตรชายตระกูลถิงหรือองค์รัชทายาทและองค์ชายรองแต่ทุกครั้งกลับถูกหลันหลันแกล้งจนเป็ที่ขบขันทำให้นางอาฆาตและผูกใจเจ็บหลันหลันอยู่ไม่น้อยแม้หลันหลันจะแกล้งซื่อเหยาแต่ก็เพียงเพราะความซุกซนตามประสาเด็กเท่านั้นและซื่อเหยาเองก็มิเคยถือสาหลันหลันแม้สักครั้ง
“หลันหลันพาพี่หญิงทั้งสองของเ้าไปเดินเล่นเถอะ”
“เ้าค่ะท่านแม่”
เด็กหญิงพาสตรีทั้งสองมานั่งเล่นยังศาลาริมน้ำก่อนจะให้จางจูและจางอี้นำของว่างมาวางอาเย่าและสุ่ยเซียนบ่าวรับใช้ของทั้งสองจึงออกไปยืนรอด้านข้างดั่งเช่นจางอี้และจางจู
“ครั้งก่อนที่มาพี่เห็นน้องชอบลายผ้าปักบนผ้าเช็ดหน้าของพี่พี่จึงทำมาให้เ้าอีกผืนเป็พิเศษ”
ซื่อเหยาหยิบผ้าเช็ดหน้าลายปักดอกเหมยงดงามออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้เด็กหญิงหลันหลันเห็นลายปักผ้าถึงกับตื่นตะลึงในความงดงามและความสามารถของซื่อเหยา ‘งือออนางเอกคือไม่มีที่ติเลยใช่ไหม’ หลันหลันรับมาก่อนจะเอ่ยขอบคุณหญิงสาว
“พี่หญิงฝีปักของท่านช่างงดงามยิ่งนักพี่หญิงจะช่วยสอนข้าบ้างได้หรือไม่”
“หากเ้าไม่เห็นว่าฝีมือพี่น่าขันพี่ก็ยินดีจะสอนเ้าอย่างแน่นอน”
เด็กหญิงรีบให้จางอี้ไปเรียกจางจินมาพร้อมทั้งนำผ้าปักมาด้วยซื่อเหยาสอนหลันหลันปักผ้าอย่างใจเย็นแม้หลันหลันจะปักผ้าได้ไม่สวยเท่าใดนักแต่หญิงสาวกลับพูดให้กำลังใจหลันหลันจนหญิงสาวมีแรงใจในการปักผ้าต่อจนเสร็จ
“ไหนดูสิ!!แบบนี้เขาไม่เรียกว่างานปักหรอก ชิ”
ซื่อหยางหยิบงานปักของหลันหลันไปก่อนจะพูดจาทำร้ายจิตใจเด็กหญิงโดยคิดว่าเด็กหญิงจะร้องไห้โวยวายเหมือนเช่นทุกที
“แม้ครั้งนี้ข้าจะปักไม่สวยครั้งหน้าย่อมต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนผิดกับของพี่หญิงรองข้าได้ยินมาว่าท่านฝึกกับอาจารย์สอนเย็บปักท่านเดียวกับพี่หญิงใหญ่แท้ ๆแต่เหตุใดกลับปักผ้าได้ตลกกว่าข้าเสียอีก”
“นี่เ้ากล้าว่าเข้างั้นหรือ”
ซื่อหยางที่รู้สึกโมโหกับคำพูดของหลันหลันได้เดินไปทางเด็กหญิงก่อนที่มือของนางจะปัดถูกแก้วชาตกพื้นแตกกระจาย
“หยางเออร์หยุดเถอะ”
ซื่อเหยาเอ่ยห้ามแต่หญิงสาวกลับไม่ฟังเดินเข้าไปผลักหลันหลันเต็มแรงจนเด็กหญิงล้มลงกับพื้นบริเวณที่เศษแก้วตกกระจายใบหน้าของเด็กน้อยซีดลงทันทีเมื่อตนรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณฝ่ามือ