ภายในกล่องมีสิ่งของสองอย่างใส่เอาไว้ สิ่งหนึ่งพวกเขารู้จักดีเพราะว่ามันคือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง โจพบว่ามันดูคุ้นตาอย่างมากและเมื่อหยิบมันออกมาเขาก็พบว่ามันคล้ายกับเครื่องที่เขาถืออยู่ อย่างไรก็ตามแท็บเล็ตในกล่องดูเหมือนจะถูกใช้งานมาอย่างหนักหน่วง สภาพของมันมีร่องรอยกระแทกและสีก็ดูซีดมาก
พวกเขาอยากรู้ว่ามีข้อมูลอะไรอยู่ในแท็บเล็ตเครื่องนี้แต่โจไม่ได้เปิดดูเขาเก็บมันเอาไว้ทำให้คนอื่นรู้สึกเสียดาย แต่ไม่นานพวกเขาก็หันไปสนใจของอีกอย่างที่อยู่ในกล่อง
โจหยิบมันขึ้นมา มันมีรูปร่างเป็นแท่งยาวประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ว่าลักษณะพื้นผิวเหมือนถูกแกะสลักอย่างประณีต มีสัญลักษณ์แปลกๆสลักเอาไว้ นอกจากนี้ตัวฐานของมันมีขนาดใหญ่และค่อยๆเล็กลงจนมีขนาดเท่าหัวนิ้วชี้ตรงส่วนปลาย
โจและคนอื่นๆไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่พวกเขาแน่ใจว่าในแท็บเล็ตเครื่องนั้นต้องมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้เป็นแน่
โจเก็บแท่งนั้นเอาไว้ในกล่องเช่นเดิม
“พวกเรากลับ” โจกล่าวกับทุกคน หลังจากนั้นพวกเขาก็ปีนกลับขึ้นไปข้างบนโดยไม่มีอุปสรรคใดๆเกิดขึ้น โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้มีใครบางคนแอบมองพวกเขาอยู่ในความมืด แม้แต่จิตสัมผัสของโจก็ไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนนั้นได้
เมื่อมองพวกโจจากไปเงาในความมืดก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะกระโดดขึ้นไปด้านบน เพียงกระโดดถีบตัวบนกำแพงหินสองสามครั้งก็ส่งร่างตัวเองลอยขึ้นสู่พื้นผิวได้สำเร็จอย่างง่ายดาย
เมื่อแสงสว่างกระทบกับใบหน้าของเขาก็เผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับโจไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ใช่…ต้องบอกว่าคนๆนี้ก็คือโจนั่นเองเพียงแต่มาจากคนละช่วงเวลา
โจคนนี้มาจากอนาคต สภาพตอนนี้ดูโทรมมากเหมือนผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง แม้แต่บาดแผลยังมีปรากฏให้เห็นทั่วร่างกาย
ขณะนั้นเองเขาก็รู้สึกหวิวก่อนจะก้มมองดูร่างกายตัวเองที่กำลังค่อยๆจางหายไป
“อนาคตเปลี่ยนไปแล้ว” เขายิ้มอย่างมีความสุขแม้ว่าตัวเองจะต้องหายไปก็ตาม ไม่นานร่างของเขาก็หายไปราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อเขาได้นำของมามอบให้โจในอดีต อนาคตจึงเปลี่ยนไปทำให้อนาคตที่เคยมีต้องถูกลบออกไปและตัวเขาก็มาจากอนาคตดังนั้นตัวเขาก็จะถูกลบออกไปเช่นกัน
หลังจากนั้นไม่กี่นาที โจและคนอื่นๆได้กลับมาที่ยานบัญชาการอีกครั้ง
“มีเหตุการณ์อะไรมั้ย?” โจกล่าวถามมายด์
มายด์ส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ” โจพยักหน้าและกลับไปที่ห้องพักของตนเอง
เขามีของสำคัญที่ต้องดู นั่นก็คือแท็บเล็ตกับสิ่งของแปลกประหลาดชิ้นหนึ่ง
เมื่อกลับไปถึงห้องพักของตัวเองเขานำแท็บเล็ตออกมาก่อนจะสังเกตุมันอีกครั้ง เขาพบว่ามันดูคุ้นเคยอย่างมาก มันทำให้เขาสับสนว่าทำไมเขาถึงรู้สึกอย่างนั้น แม้ว่าลักษณะและสีของมันจะเหมือนกับอันที่โจใช้อยู่เหมือนกับแกะก็ตาม แต่มันดูเก่ากว่าและมีร่องรอยเสียหายหลายแห่ง
เขาเลือกที่จะสลัดความรู้สึกเหล่านั้นและเปิดเครื่อง จากนั้นเขาก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นโลโก้ตอนเปิดเครื่องซึ่งมันเป็นโลโก้ลูกบาศก์ของสหพันธ์ สรุปได้ว่าแท็บเล็ตเครื่องนี้มาจากสหพันธ์
“ใครกัน??” โจเต็มไปด้วยความสงสัยและงุนงง ใครกันที่นำของเหล่านี้ไปฝังไว้บนดาวที่ไม่มีอะไรเลยและยังส่งสัญญาณออกไปเหมือนต้องการให้คนค้นพบมัน
อย่างไรก็ตามโจมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นจะต้องมีความสำคัญอะไรบางอย่าง
ตี๊ด! เสียงเตือนดังมาจากแท็บเล็ตที่เขาถืออยู่ เมื่อเปิดเครื่องเสร็จแล้วก็มีการแจ้งเตือนบางอย่าง เขาใช้นิ้วแตะไปที่เครื่องหมาย ! จากนั้นก็ปรากฏข้อความสั้นๆไว้ว่า [สิ่งที่อยู่ในกล่องเรียกว่ากุญแจคาริเอต มันมีไว้สำหรับเปิดทุกสิ่งทุกอย่างของเผ่าพันธุ์คาริเอต จงจำไว้ว่าสิ่งนี้สำคัญมากและอย่าให้ใครได้มันไป]
ข้อความทั้งหมดถูกเขียนไว้เพียงแค่นี้ ไม่มีข้อมูลใดบ่งบอกว่าเจ้าของคือใคร มีเพียงข้อมูลสำคัญสองอย่าง กุญแจคาริเอตกับเผ่าพันธุ์คาริเอต
แต่สิ่งที่สำคัญคือข้อความนี้บ่งบอกเป็นนัยๆว่าของเหล่านี้จะต้องถูกส่งให้เขา
โจหลับตาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆว่าใครพอจะมีแนวโน้มบ้าง แต่เขาก็คิดอะไรไม่ออก
ในขณะนั้นเองแท็บเล็ตในมือของเขาก็แตกกระจาย มันเป็นระบบทำลายตัวเองหลังจากผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งเมื่อเครื่องถูกเปิด โจเหม่อมองเศษซากในมือก่อนจะส่ายหัวด้วยความผิดหวังและเก็บมันไว้ในกล่อง
โจนำสิ่งที่เรียกว่ากุญแจคาริเอตออกมาดู มันมีรูปร่างไม่เหมือนกุญแจสักเท่าไรแต่เขาก็คิดว่ามันดูเป็นเอกลักษณ์ดี เขาไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์คาริเอตเป็นเผ่าพันธุ์อะไรและเขาจะใช้กุญแจไปไขที่ไหนได้?
อวกาศกว้างใหญ่และเผ่าพันธุ์คาริเอตไม่รู้อยู่ส่วนไหนของจักรวาล ดีไม่ดีต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็คงตามหาเผ่าพันธุ์ที่ว่าไม่เจอ
เมื่อแน่ใจแล้วว่าสิ่งนี้ไม่มีอันตรายเขาก็โล่งอกก่อนจะเก็บไว้ในกล่องเช่นเดิมและวางไว้บนชั้นก่อนจะออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังส่วนบังคับการ
เมื่อรินและคนของเธอเห็นชายหนุ่มกลับมาก็เลือกที่จะไม่ถามและลืมพวกมันไป เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากเรื่องไหนที่ส่งผลต่อพวกเขาโจจะบอกกับพวกเขาเอง
นี่เป็นความเชื่อถือที่โจสร้างมาโดยไม่รู้ตัว หลายปีโจได้ช่วยเหลือพวกเขาและคอยดูแลฝึกฝนพวกเขามาตลอด ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเชื่อชายหนุ่มโดยไม่คิดคลางแคลงใจ
จะมีผู้นำสักกี่คนที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือสุดใจ
เวลาค่อยๆผ่านไปให้หลายสิบชั่วโมง สถานการณ์แนวหน้ายังคงดำเนินต่อไป ไม่ว่าสหพันธ์จะทำลายเมฆทมิฬกลุ่มเล็กๆไปหลายร้อยกลุ่มก็ยังไม่ทำให้พวกสเปคมีท่าทีว่าจะถอยหนี กลับกันพวกมันพยายามบุกเข้าไปเรื่อยๆ
โจได้ฟังสัญญาณก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เพราะตอนนี้มันผ่านไปนานมากแล้วแต่ยังไม่เห็นโอกาสชนะ ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาผ่อนคลายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากภารกิจของพวกเขาคือปิดล้อมเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกสเปคหนี แต่ว่าถ้าพวกสเปคไม่ได้คิดหนีล่ะ? หากพวกมันคิดแลกชีวิตสู้แล้วสหพันธ์จะทำยังไง? พวกสเปคระดับสูงสามารถเกิดใหม่ได้แต่เผ่าพันธุ์อื่นๆไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
โจมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี