ความจริงอี้เจียวควรขึ้น์ไปจุติเป็นางฟ้าเพราะในชาติที่ผ่านมานางได้กระทำความดีมากมายจนนับไม่ถ้วนมาตลอดทั้งชีวิต แต่ในยามที่นางลงไปยังปรโลกเพื่อพบท่านพญายมนั้นอี้เจียวกลับได้ยื่นคำขอ ขอนำความดีทั้งหมดที่ได้สั่งสมมา แลกกับการย้อนกลับไปในชาติก่อนเพื่อแก้ไขอดีตชาติของตัวเอง
อดีตชาตินี้มิใช่ชาติที่แล้วที่นางเพิ่งตายจากไปแต่เป็ชาติแต่ปางก่อนที่นางเป็หญิงสารเลวผู้หนึ่งและได้กระทำความชั่วร้ายเอาไว้
เมื่อได้ฟังคำขอของอี้เจียวแล้วท่านพญายมก็นึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเล่าถึงสาเหตุกับนางว่าในชาติก่อน ที่นางมีชะตาชีวิตเป็เช่นนั้นก็เพื่อรับกรรมจากแต่ชาติปางก่อน มันเป็กงกรรมกงเกวียนที่วนเวียนอยู่กับตัวนางและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในอดีตชาตินั้น นางได้และทุกข์ตรมชดใช้กรรมจนหมดกรรมซึ่งกันและกันกับคนเ่าั้ไปแล้ว
อี้เจียวก็นิ่งฟังด้วยความเงียบสงบและกระจ่างในคำบอกเล่าของท่านพญายมเพียงแต่ในใจของนางนั้นกลับไม่้าขึ้นไปใช้ผลบุญกุศลของนางบนสรวง์
ส่วนสาเหตุที่นางไม่้าขึ้น์และ้าย้อนกลับไปในอดีตเพื่อแก้ไขเื่ราวในอดีตชาติก็เป็เพราะท่านพ่อ ท่านแม่และท่านยายในอดีตชาติของนาง ยามนี้ดวงิญญายังคงติดอยู่ในปรโลกมิได้ไปผุดไปเกิดโดยมีตัวนางเป็เหตุที่ทำให้พวกท่านไม่อาจปล่อยวางได้
กล่าวถึง อี้เจียวในอดีตชาตินั้นมีชื่อว่า เซียงหลิน แซ่จี้เป็บุตรสาวคนเดียวของนายท่านใหญ่ตระกูลจี้ กับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่โดยมารดาของเธอนั้นเป็บุตรสาวคนเดียวของฮูหยินเฒ่าตระกูลมู่ ในขณะที่จี้เซียงหลินอายุเพียงห้าขวบมารดาและบิดาก็จากไปด้วยอุบัติเหตุนางจึงถูกท่านยายรับมาเลี้ยงดู นับแต่นั้นมา
ด้วยการเลี้ยงดูจากท่านยายที่รักจี้เซียงหลินอย่างมาก และการอยู่ท่ามกลางญาติๆที่พยายามเอาอกเอาใจนางเพื่อประจบท่านยายจี้เซียงหลินจึงเติบโตขึ้นมาเป็สาวงามที่เย่อยิ่งจองหองและมีนิสัยใจคอเลวร้าย
ในขณะที่จี้เซียงหลินอายุครบสิบห้าปี ด้วยความที่นางเป็ที่โจษจันในเื่นิสัยใจคอที่ไม่ค่อยดีนักจึงทำให้ในตำบลไม่มีแม่สื่อบ้านใดกล้าก้าวข้ามธรณีประตูมาสู่ขอนาง
แท้จริงแล้วจี้เซียงหลินเป็สตรีที่มีความงามเป็เลิศรูปโฉมของนางหากจะพูดไปแล้วกวาดสายตามองไปทั่วทั้งตำบลกิ่งหลิวก็ยังหาใครเทียบเคียงกับนางไม่ได้ ต่างกับนิสัยใจคอของนางที่ช่างเหลือร้ายเกินจะเอ่ยยิ่งนางมีท่านยายคอยให้ท้ายและมีญาติๆ คอยเสี้ยม นางจึงไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดหากอยากตีผู้ใดนางก็ตี อยากทุบผู้ใดนางก็ทุบ เรียกได้ว่าช่างเลวร้ายเหลือทน
ในตอนที่จี้เซียงหลินอายุครบสิบเจ็ดปีท่านยายก็จัดการหมั้นหมายนางกับญาติห่างๆ ต่างสายเืผู้หนึ่ง ซึ่งเป็ญาติทางฝั่งของท่านหลังจากนั้นไม่นานก็หลอกจับนางแต่งกับญาติห่างๆ คนนั้น
จี้เซียงหลินย่อมไม่รู้ความอะไรทั้งสิ้นนางหนีออกจากห้องหอด้วยความไม่พอใจทิ้งเ้าบ่าวผู้ที่นางไม่เคยพบหน้าผู้นั้นไปอย่างไม่แยแส
หลังจากนั้น กว่าคนของท่านยายจะตามหานางเจอและพานางกลับมาได้เ้าบ่าวผู้นั้นก็โมโหอย่างมากที่เ้าสาวหนีไปในวันเข้าห้องหอ จึงเดินทางหนีจากไปแล้วท่านยายตำหนิจี้เซียงหลินด้วยคำพูดรุนแรงแบบที่ไม่เคยทำกับนางมาก่อน และผสมกับคำยุยงของลูกพี่ลูกน้องในจวนในที่สุดก็ทำให้จี้เซียงหลินทะเลาะกับท่านยาย
จี้เซียงหลินหนีออกจากจวนอีกครั้ง ครั้งนี้นางบังเอิญไปพบเจอกับ เหยาอี้หยาง บุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาและช่างเอาใจใส่อีกทั้งยังเป็ บุตรชายของท่านเ้าเมือง โดยเขาได้ช่วยนางไว้จากโจรชั่วที่พยายามลวมลามนางจี้เซียงหลินจึงตกหลุมรักบุรุษผู้นี้อย่างล้ำลึกและนำไปสู่การคบชู้สู่ชาย ทำตัวออกนอกลู่นอกทางไปไกล
เมื่อท่านยายทราบว่าจี้เซียงหลินอาศัยอยู่ในจวนท่านเ้าเมืองและมีความสัมพันธ์เช่นใดกับเหยาอี้หยาง ท่านยายของนางก็เสียใจอย่างมากจนล้มป่วยและจากไปในเวลาต่อมา โดยที่จี้เซียงหลินไม่ได้กลับไปดูใจ ท่านยายของนางเลยสักครั้ง
นอกจากงานศพของท่านยายที่นางไปร่วม พอเป็พิธีแล้วนางก็มิได้สนใจสิ่งใดเลยด้วยซ้ำเพราะในสายตาของนั้นนางมองเห็นและสนใจแต่ เหยาอี้หยาง เพียงอย่างเดียว พูดได้ว่านางหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้น
เมื่อคุณชายแซ่อัน ผู้เป็สามีที่ท่านยายของนางจัดหาให้ผู้นั้น ทราบเื่ราวทั้งหมดเขาก็จัดการประกาศ ขอหย่าขาดกับนางในไปทันที
จี้เซียงหลินก็มิได้สนใจเช่นกันนางคงติดอยู่กับความลุ่มหลงที่มีต่อเหยาอี้หยาง จวบจนวันหนี่งบุรุษผู้นั้นพา สตรีเข้ามาในจวนอีกคนจี้เซียงหลินรู้สึกเ็ปกับความจริงที่เจอตรงหน้าเ็ปกับการกระทำของเขาและนางรู้สึกแค้นเคืองสตรีนางนั้นยิ่งกว่ายิ่งเหยาอี้หยางมิสนใจนางอีกเลยนับจากนั้น นางก็ยิ่งแค้นเคืองจนทำใจรับไม่ได้
คืนหนึ่งที่จี้เซียงหลินรู้สึกแค้นจนแทบจะคุ้มคลั่งนางก็แอบจัดฉากลงมือฆ่าสตรีนางนั้นอย่างเงียบเชียบและเหี้ยมโหดถึงแม้ว่าสุดท้ายเื่ราวการตายของสตรีนางนั้นจะสาวมาไม่ถึงตัว แต่จี้เซียงหลินก็พบว่านั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้น
เพราะไม่นานหลังจากนั้นเหยาอี้หยางก็พาสตรีคนใหม่เข้ามาในจวน อีกครั้งและไม่เพียงแค่นั้นเขายังแต่งภรรยาเอกผู้มีฐานะสูงศักดิ์เข้ามาเหยียบย่ำนางอีกด้วย
จี้เซียงหลินสู้รบปรบมือ ชิงดีชิงเด่นกับบรรดาสตรีท้ายจวนเ่าั้ที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนเวลาผ่านไปเกือบห้าปี ในที่สุดบุรุษที่นางรักก็รู้ความจริงเขาหันกระบี่เข้าหานางและแทงอกข้างซ้ายของนางจนทะลุอย่างไร้เยื่อใย
สายตาที่เ็า และความเกรี้ยวกราดที่นางไม่เคยปรารถนาจากเขาในชาตินี้ฉายชัดอยู่บนใบหน้านั้น แม้ในยามที่ต้องหลับตาตายลงจี้เซียงหลินก็ยังรู้สึกไม่ยินยอม
เหตุใดในชาตินี้สตรีที่เขารักจึงมิใช่แค่นางเพียงผู้เดียว
กว่าจี้เซียงหลินจะตระหนักถึง บาป บุญ คุณ โทษที่นางกระทำลงไปก็สายเกินแก้แล้ว ในแดนปรโลกนางเดินตามยมทูตหัววัวมาถึงตำหนักพญายม นางได้เห็นบิดา มารดาและท่านยาย ยืนกอดกันร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทมในห้องของท่านพญายมตอนนั้นจี้เซียงหลินจึงตระหนักและสำนึกขึ้นมาได้ว่า ที่แท้ตลอดทั้งชาติที่ผ่านมาดวงตาของนางถูกความลุ่มหลงปิดบังเอาไว้หัวใจก็มืดบอดจากคุณงามความดีทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง จวบจนตายมาจนถึงตอนนี้นางเพิ่งจะตระหนักและสำนึกได้
จี้เซียงหลิน ได้ทราบว่าบุพการีของนางล้วนมิได้ไปผุดไปเกิดเพราะผลจากการกระทำในชาตินี้ของนางพวกท่านล้วนเอาแต่ตำหนิตนเองที่ไม่เลี้ยงดูนางให้ดีจนทำให้ของนางกลายเป็เช่นนี้ดวงิญญาที่ยืดติด ไม่สงบสุขเช่นนี้จึงไปผุดไปเกิดไม่ได้ และจะต้องติดอยู่ในปรโลกไปจนกว่าจะปล่อยว่างสิ่งเหล่านี้ได้
สุดท้ายจี้เซียงหลินก็ไม่อาจช่วยท่านพ่อท่านแม่และท่านยายของนางให้หลุดจากเื่ราวในชาติภพนั้นได้นางจึงต้องเดินทางกลับไปเกิดใหม่เพียงลำพังเพียงแต่การไปเกิดใหม่ครั้งนี้นางพกเอาความทรงจำทั้งหมดนี้ไปด้วยแม้มีน้ำแกงของยายเมิ่งลบความจำในชาติก่อนแต่ความทุกข์ตรอมตรมของบุพการีที่นางได้มาพบเห็นนี้ถูกสลักลึกลงไปในจิตของนางจนล้างไม่ออก