บทที่ 29 ตระกูลหวังที่ล่วงเกินบอส จะให้ทำอย่างไรดีครับ!
“หลัวเซิง! แกตายแน่!”
หวังปินยังคงะโไม่หยุด แต่หลัวเซิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
ใครกันแน่ที่จะต้องตาย!
ไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชายวัยห้าสิบกว่า ๆ ก็เดินเข้ามา
เมื่อเห็นชายคนนี้ หวังเหยี่ยเล่อก็รีบทำความเคารพด้วยท่าทางน้อมนอบ แล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
“ประธานโจว! ในที่สุดท่านก็มา! ท่านทำให้ตระกูลหวังของเรารู้สึกเป็เกียรติมาก!”
หวังปินก็รีบคลานเข้ามาหา “ท่านอาโจวครับ! ไอ้เด็กบ้านี่กล้าบุกเข้ามาในบ้านของเรา แล้วยังมาต่อยผมอีก แล้วยังบอกว่าจะให้ตระกูลหวังของเราหายไปจากโลกนี้ ท่านต้องช่วยสั่งสอนมันให้กับพวกเราด้วยนะครับ!”
เผชิญหน้ากับคำพูดของทั้งสองคน โจวสุ่ยหนิวกลับไม่มีท่าทีว่าจะสนใจแม้แต่น้อย เดินตรงไปที่หน้าหลัวเซิง
เมื่อเห็นภาพแบบนี้ หวังเหยี่ยเล่อและหวังปินต่างก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่ง!
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเศรษฐีโจวจะเด็ดขาดขนาดนี้ เขาไม่พูดอะไรให้เสียเวลาเลย เดินตรงไปสั่งสอนหลัวเซิงแล้ว!
พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อเศรษฐีโจวได้ลงมือแล้ว ไอ้เด็กหลัวเซิงนี่จะยังกล้าจะทำอะไรได้อีก
ถ้าเป็แบบนั้น ไอ้เด็กนี่ก็เรียกได้ว่าไม่เหลือทางแล้วจริง ๆ !
แต่ในขณะที่พวกเขายังคงจินตนาการถึงภาพที่หลัวเซิงคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องพวกเขาอยู่ตรงหน้า ภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้ากลับทำให้พวกเขาเบิกตากว้าง
“บอสครับ ขอโทษที่ผมมาช้าครับ”
ว่าไงนะ?!
บอส? หมายถึงใคร?
หวังปินไม่เข้าใจในสิ่งที่เศรษฐีโจวพูดอย่างเห็นได้ชัด เขากระเผลกเข้ามาใกล้ ๆ อีกครั้งแล้วเตือน
“ท่านอาโจวครับ นี่มันก็แค่ลูกเขยที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลลู่ ท่านจำคนผิดหรือเปล่าครับ? ท่านไม่ได้มาช่วยพวกเรานำตระกูลลู่เข้าบัญชีดำของตระกูลโจวหรอกเหรอครับ?"
“ลูกเขยที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลลู่? แกนี่มันกล้ามาก!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังปิน โจวสุ่ยหนิวก็โกรธจัด ยกมือขึ้นตบหน้าหวังปินอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น
“ท่านอาโจว นี่มันเื่อะไรกันครับ!?”
หวังปินยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“บอสใหญ่ครับ ตระกูลหวังที่กล้าล่วงเกินนายท่านเช่นนี้ ท่านจะให้จัดจัดการอย่างไรดีครับ?”
โจวสุ่ยหนิวคุกเข่าลงข้างเดียวสองมือประสานคำนับ ก้มหน้ามองที่พื้นแล้วเอ่ยถามน้ำเสียงที่เคารพ
บอดี้การ์ดสองแถวที่อยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นก็พากันคุกเข่าลงพร้อมเพรียง เอ่ยถามอย่างพร้อมเพรียงว่า “บอสหลัว! ตระกูลหวังจะให้พวกเราจัดการอย่างไรดีครับ!”
เมื่อเห็นภาพแบบนี้ ขาของหวังเหยี่ยเล่อก็อ่อนยวบจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
หรือว่า บอสที่ว่าคือหลัวเซิง?
แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง?
หลัวเซิงไม่ใช่ลูกเขยที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลลู่หรอกเหรอ?
แล้วท่านโจวไม่ได้มาช่วยพวกเขาหรอกเหรอ?
เมื่อเห็นภาพตรงแล้วหวังเหยี่ยเล่อยังไม่เข้าใจอีก เขาก็ไม่คู่ควรที่จะมายืนอยู่ในจุดๆ นี้ คงต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของหลัวเซิงอย่างแน่นอน!
ในทันใดนั้น เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก
แต่หวังปินก็ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ ตรงกันข้าม เขากลับะโออกมาว่า “พ่อ! พ่อกำลังทำอะไรครับ? ท่านอาโจว พวกท่านคุกเข่าลงไปทำไม? ทำไมต้องคุกเข่าให้กับไอ้ขยะนี่ด้วย?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหวังเหยี่ยเล่อก็เปลี่ยนสีอ “หุบปาก! ไอ้ลูกทรพี!”
คนที่แม้แต่ท่านโจวยังต้องปฏิบัติด้วยเช่นนี้ เขาจะมีฐานะอะไรบ้าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด แค่ในตอนแรกที่ไปสร้างความขุ่นเคืองให้กับคน ๆ เขาก็ยากที่แก้ตัวได้ทันแล้ว แต่ไอ้ลูกทรพีนี่ กลับยังกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาอีก นี่มันไม่ได้กำลังผลักตระกูลหวังของพวกเขาไปสู่ทางตันหรอกเหรอ?
“แต่ว่า…”
หวังปินยังคง้าจะพูดอะไรบางอย่าง หวังเหยี่ยเล่อก็ลุกขึ้นยืน เตะขาอีกข้างของหวังปินจนหัก ทำให้หวังปินต้องคุกเข่าลงกับพื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ “คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
ครั้งหนึ่งเหยี่ยเล่อเคยเป็คนในวงการมืดมาก่อน เมื่อให้ลงมือกับลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง หวังเหยี่ยเล่อก็ไม่ปราณีแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็หันไปมองลูกชายคนเล็กที่ยังคงยืนงงอยู่ข้าง ๆ แล้วตะคอกใส่ว่า “ยังยืนโง่อยู่อีก! แกก็คุกเข่าลงไปด้วย!”
หวังเฉิงลูกชายคนเล็กของหวังเหยี่ยเล่อ เขาไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อยรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
เมื่อเห็นภาพแบบนี้ ในใจของหลัวเซิงมีแต่ความดูถูกเหยียดหยาม
ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หวังปินยังพูดกับเขาอยู่เลยว่าในโลกใบนี้ เงินทองและอำนาจคือทุกอย่าง แต่ตอนนี้ภาพที่เห็นตรงหน้าช่างน่าขันยิ่งนัก!
หลัวเซิงดื่มเหล้าในแก้วจนหมดอีกครั้ง ปากของเขาก็เอ่ยคำพูดออกมาอย่างเ็า "เื่จะจัดการกับตระกูลหวังยังไง ฉันบอกนายไปแล้ว”
เมื่อโจวสุ่ยหนิวได้ยินเช่นนั้น เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นมาบนหน้าผากของเขาทันที “ครับ…บอส ผมเข้าใจแล้ว”
ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้นยืนเพื่อออกคำสั่ง หวังเหยี่ยเล่อก็ะโออกมาอย่างเ็ป “บอสหลัว! บอสครับ! ผมผิดไปแล้ว! ทั้งหมดนี้เป็เพราะผมตาบอด ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขอท่านจงเห็นแก่ความไม่รู้ของผม ยกโทษให้ตระกูลหวังของเราสักครั้งเถอะครับ!”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถ้ารู้ั้แ่แรกว่าหลัวเซิงน่ากลัวขนาดนี้ ต่อให้เขาต้องลงมือจัดการลูกชายของตัวเองด้วยมือของเขาเอง เขาก็ยอม !
แต่มันสายเกินไปแล้ว
“หึ ยกโทษให้พวกแกงั้นเหรอ?”
“ลูกชายแกทำเื่ชั่วมาหลายปี ทำไมพวกแกไม่คิดถึงผู้หญิงเ่าั้ได้บ้างล่ะ?”
“ถ้าวันนี้คนที่มันเจอไม่ใช่ภรรยาฉัน แต่เป็ผู้หญิงที่ไม่มีอำนาจ พวกเธอคงได้แต่ทนทุกข์ทรมานไปอย่างเงียบ ๆ ใช่มั้ย?”
“ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็เพราะตระกูลหวังของพวกแกก่อกรรมเอาไว้เอง!”
ยิ่งหลัวเซิงพูด เสียงของเขาก็ยิ่งเ็าขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด เขาก็บีบแก้วเหล้าในมือจนแตกละเอียด เศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้น ทำเอาหวังเหยี่ยเล่อกับลูกชายทั้งสองหน้าซีดเผือด ราวกับว่าสิ่งนั้นคือตระกูลหวัง ที่อยู่ในมือของหลัวเซิงไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ไม่สามารถต้านทานหลัวเซิงได้แม้แต่น้อย
“ที่นี่ฝากนายจัดการแล้วกัน ผ่านคืนนี้ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าพวกมันสองคนอีก ส่วนตระกูลหวังปล่อยให้เด็กนั่นเป็คนดูแลไป! มันยังมีประโยชน์กับฉัน”
หลัวเซิงมองโจวสุ่ยหนิวด้วยสายตาเ็า ทิ้งคำพูดนี้ไว้ แล้วหันหลังเดินจากไป
จริง ๆ แล้วเขา้าจะกำจัดตระกูลหวังให้สิ้นซาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการปล่อยให้หวังเฉิงเป็คนดูแลตระกูลหวังต่อไป น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถ้าลู่ชิงเมิ่งยังคง้ากลับไปที่ตระกูลลู่ หวังเฉิงคงจะยื่นสัญญาความร่วมมือให้ด้วยสองมือของเขาเองอย่างแน่นอน
มองหลัวเซิงเดินจากไป หัวใจของหวังเหยี่ยเล่อกับลูกชายก็ค่อย ๆ เ็าลง คำพูดของหลัวเซิงไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง นั่นหมายความว่า พวกเขาทั้งสองคนต้องตายในวันนี้!
แต่อย่างน้อยตระกูลหวังก็ยังคงมีทายาทสืบสกุลต่อไป ตระกูลหวังไม่จำเป็ต้องล่มสลาย
เมื่อคิดได้ดังนี้ หวังเหยี่เล่อก็หลับตาลงอย่างเ็ป
จากนั้น เขาก็ถามโจวสุ่ยหนิวอย่างยอมแพ้
“ผมมีคำถามสุดท้าย หลัวเซิงนั่นเป็ใครกันแน่?”
โจวสุ่ยหนิวได้แต่ส่ายหน้า ในเมื่ออีกฝ่ายก็ใกล้ตายแล้ว การไขข้อข้องใจให้ก็ไม่เสียหายอะไร
“แกคิดว่าฉัน โจวสุ่ยหนิว มีฐานะอย่างไร?”
“เป็บุคคลระดับสูงในเจียงหนาน ที่อยู่เหนือกว่าคนนับแสน”
หวังเหยี่ยเล่อตอบโดยไม่ลังเล
“หึหึ”
โจวสุ่ยหนิวส่ายหน้าอีกครั้ง "ต่อหน้าบอสใหญ่แล้ว ฉันก็เป็แค่มดตัวหนึ่ง”