หญิงปิ่นหน้ามุ่ย วางหนังสือคว่ำหน้าลงบนทรวงอก เอนตัวนอนราบไปบนเก้าอี้สนามในสวน ปรายตามองรอบตัวพบแต่ความวังเวงของบ้านหลังใหญ่
หลังงานเลี้ยงรับขวัญหล่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผ่านไปก็ไม่มีเื่สนุก ๆ อะไรให้ทำอีก
หลายวันมานี่หล่อนมักอยู่บ้านคนเดียว คุณแม่ไปบริษัทขอไปด้วยก็บอกว่า พักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วจะพาไป เหมือนมีอะไรปิดบังผิดวิสัย น่าแปลก
กลับจากเมืองนอกมาได้สองสัปดาห์แล้ว ได้แต่นั่ง ๆ นอน น่าเบื่อชะมัด
ดีที่เมื่อคืนหลังกลับจากงานเลี้ยงเล็ก ๆ ซึ่งเพื่อนสนิทจัดให้มีเื่สนุกให้ได้ใช้ความคิดใช้สมองจัดการคนชั่วพรรค์นั้น บางวันก็พากิตติยาหรือกิ๊กเพื่อนสนิทอีกคนไปที่โน่นที่นี่ค่อยคลายเหงาได้บ้าง
ยืดคอมองไปข้างบ้าน เลยรั้วลอดไปเป็บ้านหลังเล็กกว่าบ้านหล่อนประมาณครึ่งหนึ่งภาพในอดีตผุดขึ้นในความทรงจำ
ตัวหล่อนตอนประถมหนึ่งวิ่งเล่นกับเด็กสามคนพี่น้องซึ่งอยู่ข้างบ้านอย่างสนุกสนาน
น้องดา พงศ์ แล้วก็พี่ทิศ เด็กสามคนที่คุณแม่ดูแลมาั้แ่พ่อแม่พวกเขาเสีย
พี่ทิศของพงศ์กับน้องดา แล้วพี่ทิศก็ยังเป็พี่ทิศของหล่อนด้วยเหมือนกัน
ั้แ่กลับมาเมืองไทย ยังไม่เจอพวกเขาเลย
“คิดถึงจัง”
หญิงสาวรำพึง
ถ้าไม่มีพวกเขา หล่อนคงโตมาแบบว้าเหว่ ขาดความสดใสแบบวัยเด็ก
กระทั่งเสียงรถยนต์ของมารดากลับมา ปิ่นจึงพับหนังสือลุกขึ้นเดินไปยังลานจอดรถหน้าตัวบ้าน แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นคนที่เดินลงมาจากรถพร้อมกับคุณแม่ของหล่อนคือเพื่อนรักสมัยเรียนของหล่อนอีกคนหนึ่ง ที่รูปร่างหน้าตายังคงเค้าเดิมแม้จะโตเป็หนุ่มหล่อท่าทางสำอางค์อย่างที่เห็น
“ชายเต้ ดีใจจัง”
“ปิ่น”
ปิ่นสาวเท้าเร็วตรงไปหา หม่อมหลวงเตชินทร์ วรพงศ์วรางกูล หรือชายเต้เพื่อนรุ่นพี่ของหล่อนซึ่งอายุมากกว่าปิ่นแค่ปีเดียว
ท่านพ่อของชายเต้กับท่านพ่อของปิ่นเป็เพื่อนรักกันแม้ท่านพ่อของหล่อนซึ่งก็คือ หม่อมราชวงศ์ ปิยะศักดิ์ นฤบดี จะเสียไปตอนที่หล่อนยังเด็กประมาณแปดเก้าขวบ แต่ครอบครัวของหล่อนกับชายเต้ก็ยังติดต่อไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ
หล่อนเคยไปวิ่งเล่นที่วังของชายเต้สมัยยังเด็ก กระทั่งเขาถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตอนขึ้นมัธยมหนึ่งไปก่อนหล่อนหลายปี หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเพราะหล่อนก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกเหมือนกันมีคุยกับบ้างเป็ระยะทางเมลล์ ซึ่งก็ไม่เหมือนได้เจอตัวจริง
“ไปลูก เข้าบ้านกัน เชิญค่ะชายเต้”
ท่านหญิงหวิวชักชวนหนุ่มสาวทั้งคู่เข้าบ้าน โดยเดินนำหน้าไปก่อน
ปิ่นดีใจลืมตัววิ่งเข้าไปเกาะแขนเพื่อนรักพากันไปนั่งในห้องโถงกว้างใหญ่ซึ่งเป็ห้องรับแขกของบ้านนฤบดี
เพื่อนที่ได้พบหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอกันมานานไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างดีใจ หลังพูดคุยกันหลายประโยค จนถึงประโยคหนึ่งคือ
“ปิ่นเป็ไงบ้าง ดีใจไหมได้กลับบ้าน ฮึ”
“ฮื่อ ดีใจ ดีใจมากๆ ด้วย เนี่ยก็คันไม้คันมือ อยากจะทำงานไว ๆแต่คุณแม่ยังไม่ยอมให้ไปช่วยงานที่บริษัทซักที”
ท่านหญิงหวิวซึ่งเดินกลับมานั่งบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องสำหรับประธานของบ้านหลังจากแยกตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งให้หนุ่มสาวทักทายกัน ลงมาทันได้ยินคำนินทาของบุตรสาวตัวเอง
“จะรีบร้อนไปทำไมกันอีกอย่างแม่มีเื่ที่จะต้องปรึกษาเราสองคนด้วย”
“คะ.. ไม่เห็นคุณแม่บอกปิ่นมาก่อนเลย คุณแม่จะคุยเื่อะไรเหรอคะแล้วทำไมต้องคุยพร้อมชายเต้ด้วย”
หญิงปิ่นสงสัยเหลียวหน้าไปมองชายเต้ อีกฝ่ายทำหน้าแปลกพิกลหญิงสาวจึงหันกลับมามองมารดาที่วางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าก่อนจะเปิดปากบอกสิ่งที่ทำให้หญิงสาวคิดหนักในเวลาต่อมา
“ลูกปิ่นแม่เองก็อายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลลูกไปได้อีกกี่ปี ท่านพ่อก็สิ้นแล้ว แม่รักแล้วก็ห่วงลูกมากนะ”
“ค่ะแม่”
ปิ่นรับคำมารดาอย่างงง ๆ
“แม่ปรึกษากับท่านชายวรพจน์ท่านพ่อของชายเต้แล้ว เรามีความเห็นตรงกันว่า เต้กับปิ่น เหมาะสมกันที่สุด เราเลยจะให้ลูกสองคนแต่งงานกัน”
“คะแม่ อะไรนะค่ะ ไม่จริงใช่ไหมคะ”
“...”
หญิงปิ่นรู้เหตุผลที่ชายเต้ทำหน้าแปลกๆ แล้ว และเมื่อหญิงสาวหันหน้าไปประหนึ่งตั้งคำถาม เพื่อนเก่าที่ถูกกำหนดให้ต้องแต่งงานกับหล่อนไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าให้แค่นั้น
“ปิ่นไม่ยอมปิ่นกับเต้เราเป็เพื่อนกันนะค่ะ จะให้เราแต่งงานกันได้ยังไง อีกอย่างปิ่นอยากทำงานค่ะแม่ ปิ่นยังไม่อยากแต่งงาน”
“เต้ เต้ก็คิดเหมือนกันใช่ไหม เต้บอกคุณแม่ไปสิ ว่าเต้จะไม่แต่งงานกับปิ่น”
ปิ่นหันไปหาเพื่อนแต่ชายเต้กลับก้มหน้างุด ไม่พูดอะไร ปิ่นจึงตะเบ็งเสียงใส่เพื่อนแบบลืมตัว
“เต้”
“ปิ่น อย่าโวยวายซิลูก” ท่านหญิงหวิวปรามลูกสาวเบา ๆ
ปิ่นได้แต่เม้มริมฝีปาก ระงับอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนผู้เป็แม่จะบอกต่อว่า
“ยังไงชายเต้ก็ต้องแต่งกับปิ่นอยู่ดีเพราะท่านชายวรพจน์ท่านยื่นคำขาด ถ้าเต้ไม่แต่งงานกับปิ่นท่านจะตัดเต้ออกจากกองมรดก”
“บ้าชัด ๆ เื่นี้มันบ้าบ้ามากๆ ด้วย นี่มันพอศอไหนแล้วค่ะ ปิ่นไม่ยอมให้ใครมาคลุมถุงชนปิ่นหรอกค่ะไม่มีทาง”
ปิ่นพูดเสียงดังก่อนลุกขึ้นยืนแล้วพรวดพราดวิ่งออกจากห้องรับแขกไปหน้าบ้านทันทีทิ้งให้มารดาและเพื่อนสนิทหล่อนนั่งมองตากันปริบ ๆ อย่างหนักใจ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥