วิวาห์ลวง...บ่วงมาร

    ตอนที่ 12

               หญิงปิ่นหน้ามุ่ย วางหนังสือคว่ำหน้าลงบนทรวงอก เอนตัวนอนราบไปบนเก้าอี้สนามในสวน ปรายตามองรอบตัวพบแต่ความวังเวงของบ้านหลังใหญ่

               หลังงานเลี้ยงรับขวัญหล่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผ่านไปก็ไม่มีเ๱ื่๵๹สนุก ๆ อะไรให้ทำอีก    

               หลายวันมานี่หล่อนมักอยู่บ้านคนเดียว คุณแม่ไปบริษัทขอไปด้วยก็บอกว่า พักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วจะพาไป เหมือนมีอะไรปิดบังผิดวิสัย น่าแปลก

               กลับจากเมืองนอกมาได้สองสัปดาห์แล้ว ได้แต่นั่ง ๆ นอน น่าเบื่อชะมัด  

               ดีที่เมื่อคืนหลังกลับจากงานเลี้ยงเล็ก ๆ ซึ่งเพื่อนสนิทจัดให้มีเ๹ื่๪๫สนุกให้ได้ใช้ความคิดใช้สมองจัดการคนชั่วพรรค์นั้น  บางวันก็พากิตติยาหรือกิ๊กเพื่อนสนิทอีกคนไปที่โน่นที่นี่ค่อยคลายเหงาได้บ้าง

               ยืดคอมองไปข้างบ้าน เลยรั้วลอดไปเป็๲บ้านหลังเล็กกว่าบ้านหล่อนประมาณครึ่งหนึ่งภาพในอดีตผุดขึ้นในความทรงจำ

               ตัวหล่อนตอนประถมหนึ่งวิ่งเล่นกับเด็กสามคนพี่น้องซึ่งอยู่ข้างบ้านอย่างสนุกสนาน

               น้องดา พงศ์ แล้วก็พี่ทิศ เด็กสามคนที่คุณแม่ดูแลมา๻ั้๹แ๻่พ่อแม่พวกเขาเสีย 

               พี่ทิศของพงศ์กับน้องดา แล้วพี่ทิศก็ยังเป็๞พี่ทิศของหล่อนด้วยเหมือนกัน

               ๻ั้๹แ๻่กลับมาเมืองไทย ยังไม่เจอพวกเขาเลย

               “คิดถึงจัง”

               หญิงสาวรำพึง 

               ถ้าไม่มีพวกเขา หล่อนคงโตมาแบบว้าเหว่ ขาดความสดใสแบบวัยเด็ก

        กระทั่งเสียงรถยนต์ของมารดากลับมา ปิ่นจึงพับหนังสือลุกขึ้นเดินไปยังลานจอดรถหน้าตัวบ้าน แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นคนที่เดินลงมาจากรถพร้อมกับคุณแม่ของหล่อนคือเพื่อนรักสมัยเรียนของหล่อนอีกคนหนึ่ง ที่รูปร่างหน้าตายังคงเค้าเดิมแม้จะโตเป็๲หนุ่มหล่อท่าทางสำอางค์อย่างที่เห็น 

               “ชายเต้ ดีใจจัง”

               “ปิ่น”

               ปิ่นสาวเท้าเร็วตรงไปหา หม่อมหลวงเตชินทร์ วรพงศ์วรางกูล หรือชายเต้เพื่อนรุ่นพี่ของหล่อนซึ่งอายุมากกว่าปิ่นแค่ปีเดียว

               ท่านพ่อของชายเต้กับท่านพ่อของปิ่นเป็๲เพื่อนรักกันแม้ท่านพ่อของหล่อนซึ่งก็คือ หม่อมราชวงศ์ ปิยะศักดิ์ นฤบดี  จะเสียไปตอนที่หล่อนยังเด็กประมาณแปดเก้าขวบ แต่ครอบครัวของหล่อนกับชายเต้ก็ยังติดต่อไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ 

               หล่อนเคยไปวิ่งเล่นที่วังของชายเต้สมัยยังเด็ก กระทั่งเขาถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตอนขึ้นมัธยมหนึ่งไปก่อนหล่อนหลายปี หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเพราะหล่อนก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกเหมือนกันมีคุยกับบ้างเป็๞ระยะทางเมลล์ ซึ่งก็ไม่เหมือนได้เจอตัวจริง

               “ไปลูก เข้าบ้านกัน เชิญค่ะชายเต้”

                ท่านหญิงหวิวชักชวนหนุ่มสาวทั้งคู่เข้าบ้าน โดยเดินนำหน้าไปก่อน

               ปิ่นดีใจลืมตัววิ่งเข้าไปเกาะแขนเพื่อนรักพากันไปนั่งในห้องโถงกว้างใหญ่ซึ่งเป็๲ห้องรับแขกของบ้านนฤบดี 

               เพื่อนที่ได้พบหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอกันมานานไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างดีใจ หลังพูดคุยกันหลายประโยค จนถึงประโยคหนึ่งคือ

               “ปิ่นเป็๲ไงบ้าง ดีใจไหมได้กลับบ้าน ฮึ”

                “ฮื่อ  ดีใจ  ดีใจมากๆ ด้วย เนี่ยก็คันไม้คันมือ อยากจะทำงานไว ๆแต่คุณแม่ยังไม่ยอมให้ไปช่วยงานที่บริษัทซักที”

                ท่านหญิงหวิวซึ่งเดินกลับมานั่งบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องสำหรับประธานของบ้านหลังจากแยกตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งให้หนุ่มสาวทักทายกัน   ลงมาทันได้ยินคำนินทาของบุตรสาวตัวเอง

                “จะรีบร้อนไปทำไมกันอีกอย่างแม่มีเ๹ื่๪๫ที่จะต้องปรึกษาเราสองคนด้วย”

                “คะ.. ไม่เห็นคุณแม่บอกปิ่นมาก่อนเลย คุณแม่จะคุยเ๱ื่๵๹อะไรเหรอคะแล้วทำไมต้องคุยพร้อมชายเต้ด้วย”

                หญิงปิ่นสงสัยเหลียวหน้าไปมองชายเต้ อีกฝ่ายทำหน้าแปลกพิกลหญิงสาวจึงหันกลับมามองมารดาที่วางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าก่อนจะเปิดปากบอกสิ่งที่ทำให้หญิงสาวคิดหนักในเวลาต่อมา

                “ลูกปิ่นแม่เองก็อายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลลูกไปได้อีกกี่ปี ท่านพ่อก็สิ้นแล้ว แม่รักแล้วก็ห่วงลูกมากนะ”

                “ค่ะแม่”

                ปิ่นรับคำมารดาอย่างงง ๆ

                “แม่ปรึกษากับท่านชายวรพจน์ท่านพ่อของชายเต้แล้ว เรามีความเห็นตรงกันว่า เต้กับปิ่น เหมาะสมกันที่สุด เราเลยจะให้ลูกสองคนแต่งงานกัน”

                “คะแม่ อะไรนะค่ะ ไม่จริงใช่ไหมคะ”

                “...”

                หญิงปิ่นรู้เหตุผลที่ชายเต้ทำหน้าแปลกๆ แล้ว และเมื่อหญิงสาวหันหน้าไปประหนึ่งตั้งคำถาม เพื่อนเก่าที่ถูกกำหนดให้ต้องแต่งงานกับหล่อนไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าให้แค่นั้น

                “ปิ่นไม่ยอมปิ่นกับเต้เราเป็๞เพื่อนกันนะค่ะ จะให้เราแต่งงานกันได้ยังไง อีกอย่างปิ่นอยากทำงานค่ะแม่ ปิ่นยังไม่อยากแต่งงาน”

                “เต้ เต้ก็คิดเหมือนกันใช่ไหม เต้บอกคุณแม่ไปสิ ว่าเต้จะไม่แต่งงานกับปิ่น”

                ปิ่นหันไปหาเพื่อนแต่ชายเต้กลับก้มหน้างุด ไม่พูดอะไร ปิ่นจึงตะเบ็งเสียงใส่เพื่อนแบบลืมตัว

                “เต้”

                “ปิ่น อย่าโวยวายซิลูก” ท่านหญิงหวิวปรามลูกสาวเบา ๆ 

                 ปิ่นได้แต่เม้มริมฝีปาก ระงับอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนผู้เป็๲แม่จะบอกต่อว่า

                “ยังไงชายเต้ก็ต้องแต่งกับปิ่นอยู่ดีเพราะท่านชายวรพจน์ท่านยื่นคำขาด ถ้าเต้ไม่แต่งงานกับปิ่นท่านจะตัดเต้ออกจากกองมรดก”

                “บ้าชัด ๆ เ๱ื่๵๹นี้มันบ้าบ้ามากๆ ด้วย นี่มันพอศอไหนแล้วค่ะ ปิ่นไม่ยอมให้ใครมาคลุมถุงชนปิ่นหรอกค่ะไม่มีทาง”

                ปิ่นพูดเสียงดังก่อนลุกขึ้นยืนแล้วพรวดพราดวิ่งออกจากห้องรับแขกไปหน้าบ้านทันทีทิ้งให้มารดาและเพื่อนสนิทหล่อนนั่งมองตากันปริบ ๆ อย่างหนักใจ

               ♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥