ตัวประหลาดจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่เข้ามาภายในห้องพวกนั้นก็รู้ทันทีว่าพวกเขาเป็นใครกันและมีเป้าหมายอะไร
“พวกเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าได้คิดที่จะมาเล่นสกปรกอะไรแถวนี้ เพราะข้าไม่ยอมแน่”
ชายที่สวนหน้ากากปีศาจคนนั้นไม่สนใจคำพูดของตัวประหลาดแต่ให้ความสนใจไปยังตัวของโนอาห์แทน
“เลดี้ท่านนี้คงจะยังไม่รู้สินะว่า ตัวประหลาดตัวนั้นเป็นเจ้าหญิงจากดินแดนที่ล่มสลายไปแล้ว ที่ถูกคำสาปให้กลายเป็นตัวประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวแบบนั้น”
กลุ่มคนพวกนี้ที่พูดบิดเบือนข้อเท็จจริงไปนั้นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ได้รู้ความจริงที่ว่างวิคตอเรียไม่ได้โดนคำสาปแต่โดนผู้เป็นแม่ประสงค์ร้ายมาที่ตัวของเธอ
โนอาห์มองไปยังชายคนนั้นที่ได้พูดขึ้นด้วยท่าทีเย็นชาดวงตาสีแดงจ้องมองกลับไปยังชายผู้พูดทำให้เขากับคนในกลุ่มถึงกับหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ นั่นทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาณ ขาของพวกเขาได้ก้าวถอยไปเองหนึ่งก้าว
แม้แต่ตัวประหลาดเองก็มีความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาด้วยทั้งที่ไม่มีแม้แต่พลังวิญญาณแต่พลังกดดันนี่น่ากลัวมาก
“มาที่นี่มีเป้าหมายอะไร?”
“เป้าหมายสินะครับ นั่นสินะ วันนี้พวกเราอยากจะเชิญเลดี้กลับไปด้วยกัน”
“แล้วทำไมถึงคิดว่าฉันต้องตอบตกลง”
กลุ่มชายพวกนั้นได้แต่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ทั้งที่ในเวลาแบบนี้ยังกล้าแสดงท่าทางหยิ่งในศักดิ์ศรีแบบนั้นได้ พวกเขามองออกหมดแล้วว่าโนอาห์ไม่ได้ฝึกฝนแม้แต่เวทมนตร์ให้เข้าที่เข้าทางด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นพวกเขายังจะต้องกลัวเพียงแค่การข่มขู่ของหญิงสาวที่ดูบอบบางแบบนี้เหรอ นั่นก็แปลกแล้ว
“แบบนี้คงแย่นะครับที่จะตอบปฏิเสธเพราะยังไงก็ต้องพาเลดี้กลับไปด้วยกันให้ได้”
“เฮ้อ ฉันคิดว่าจะเข้ามาที่นี่เพื่อหาอะไรดับกระหายสักหน่อยกลับต้องมาเจอพวกตัวน่ารำคาญแบบนี้อยู่ได้”
หลังจากที่โนอาห์พูดจบไปดาบเล่มสีดำเล่มหนึ่งพร้อมกับดาบเล่มสีน้ำเงินอีกเล่มก็ปรากฏออกมาตรงหน้าของเธอ การที่ดาบพวกนี้ปรากฏออกมาแบบนี้ได้นั้น
มันคือทักษะที่ใช้เรียกดาบที่กลั่นกรองมาจากพลังเวทย์ในตัวทำให้กลายเป็นรูปธรรมออกมาเรียกได้ว่าคือทักษะพื้นฐานของพื้นฐานเลยละ
โนอาห์จับดาบทั้งสองเล่มที่ปรากฏออกมาตรงหน้าของเธอจากนั้นก็ขว้างดาบเล่มสีน้ำเงินไปยังชายที่สนทนากับเธอมาได้สักพักคนนั้น
ดาบพุ่งด้วยความเร็วสูงเข้าใส่ชายที่สวมหน้ากากปีศาจเขากางโล่ออกมาเพื่อป้องกันการโจมตีจากดาบเล่มสีน้ำเงินแต่ที่เขาคิดผิดมหันต์เลยก็คือดาบที่โนอาห์เรียกออกมานั้นเป็นดาบที่ถ้าไม่ใช่พลังเวทย์ดาบมันก็จะไม่สามารถรับการโจมตีได้เพราะฉะนั้นจึงไม่วายที่ชายที่สวมหน้ากากปีศาจคนนั้นจะกระเด็นออกไปจนไม่รู้ว่าไกลขนาดไหนกระทั่งได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น
ตัวดาบที่ขว้างไปได้ไม่นานก็ปรากฏเล่มใหม่ที่มือของโนอาห์อีกครั้ง ตามมาด้วยความหนาวเย็นที่สะท้อนกลับมาตามทิศทางเสียงที่เกิดระเบิดขึ้น กลุ่มชายที่สวมหน้ากากปีศาจก็ได้รับกลิ่นอายความหนาวเย็นนี้ไปด้วย
พวกเขาได้แต่อ้าปากค้างหญิงสาวตรงหน้าในสายตาพวกเขาในตอนนี้ไม่ต่างไปจากผู้ตัดสินความเป็นตายของพวกเขาได้
ทางด้านของตัวประหลาดก็ได้แต่ตกตะลึงไม่หายหญิงสาวผู้งดงามคนนั้นกลับมีความสามารถที่มากขนาดนี้ได้เลยเหรอ ดูจากสายตาการกระทำแล้วหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คนที่เป็นแค่พวกที่อยู่ในคฤหาสน์อันหรูหราเพียงย่างเดียว
แต่คงเป็นคนที่เคยลงสนามรบจริงมาแล้วเพราะการสังหารคนแบบไม่กระพริบตาได้แบบนี้มันไม่ต่างไปจากเทพแห่งความตายในสนามรบที่สามารถตัดสินว่าใครจะตายก็ได้ แล้วหญิงสาวที่งดงามมากถึงขนาดนี้ทำไมต้องลงไปยังสนามรบด้วยละไม่ว่าจะหาเหตุผลไหนมันก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไม.....
แน่นอนว่าโนอาห์มักดีกับคนที่เป็นมิตรเสมอแต่กับศัตรูแล้วนั้นมันคนละเรื่องเธอไม่เคยปราณีศัตรูเลยแม้แต่ครั้งเดียวและก็ไม่ได้บ้าในความดีพอที่จะให้โอกาสศัตรูอีกครั้งความผิดก็คือความผิด ในเมื่อทำผิดก็ต้องรับได้กับผลที่ตามมา
ภายในใจของโนอาห์ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหตุผลอะไรในตอนนี้ใบหน้าของเธอมันเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล เธอรู้สึกสนุกไปกับการได้สังหารผู้คน นี่มันน่าแปลกเกินไปแล้ว
“ในเมื่อเจรจากันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องเก็บออมพลังเอาไว้หรอกพวกเราสังหารเธอซะ จะปล่อยไว้ให้เป็นภัยกับกลุ่มพวกเราคราวหน้าไม่ได้”
พวกเขาทุกคนต่างเอาอาวุธของตนเองออกมาจากนั้นก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวของโนอาห์เพื่อที่จะจบเรื่องนี้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวโดยที่ทิ้งเป้าหมายหลักของพวกตนเองไปทั้งหมด
โนอาห์ใช้ทักษะวิชาดาบเฉพาะของตนเองที่คิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยตอนเป็นผู้กล้าออกมาดาบทั้งสองมือฟาดฟันออกไปเป็นรูปแบบต่างๆไม่ต่างไปจากการร่ายรำของเทพธิดา
กลุ่มคนพวกนั้นทุกคนก็นอนลงไปกองที่พื้นในสภาพที่หมดลมหายใจกันไปแล้วทุกคน โนอาห์เองก็ถึงขีดจำกัดของตนเองแล้วเหมือนกันเพราะการที่เธอยังไม่ได้ฝึกฝนทั้งพลังเวทมนตร์และร่างกายมันสร้างภาระให้เธออย่างหนักหน่วงยังดีที่กลุ่มคนพวกนี้ถูกสังหารไปกันหมดแล้ว ไม่อย่างนั้น.....
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมไม่นึกว่าเลดี้ท่านนี้จะมีความสามารถมากถึงขนาดนี้”
โนอาห์มองไปตามทิศทางของเสียงที่ได้ยินภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือชายที่สวมหน้ากากปีศาจคนนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ สภาพร่างกายไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือส่วนใดของร่างกายไร้ซึ่งร่องรอยใดๆนั่นทำให้โนอาห์ตกตะลึงไปเล็กน้อยแต่มันก็สมควรเป็นความจริงที่คนที่ยังไม่ได้ฝึกพลังเวทมนตร์จะไปทำอะไรคนที่ฝึกมาแล้วได้กันละ
โนอาห์พยายามฝืนร่างกายแล้วลุกขึ้นมาจับดาบทั้งสองเล่มไว้มั่น ที่สำคัญเลยตอนนี้ไม่ใช่แค่โนอาห์ต้องเผชิญหน้ากับความอ่อนเพลียของร่างกายแต่ยังต้องรับมือกับความกระหายที่แทบจะคุมเอาไว้ไม่อยู่
ยิ่งร่างกายมาอ่อนเพลียในเวลานี้อีกทำให้โนอาห์ต้องรับมือกับความกระหายที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตัวประหลาดเองก็เริ่มสังเกตเห็นโนอาห์ที่กำลังทรมานแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรโนอาห์ได้ เพราะตั้งแต่ที่ตัวประหลาดได้มาอยู่ในรูปลักษณ์แบบนี้นั้นก็ไม่สามารถใช้พลังเวทมนตร์หรือพลังวิญญาณได้อีกเลย
“อ้าวนี่ อย่าพึ่งหมดแรงไปสิครับเลดี้ เพราะกระผมเองก็ยังไม่ได้สนุกเลยจริงไหม”
ชายที่สวมหน้ากากปีศาจคนนั้นก็ใช้ฝ่ามือเข้าประชิดตัวของโนอาห์ที่อ่อนเพลียทำให้การป้องกันของเธอหละหลวมไปมาก ทำให้ได้รับการโจมตีจากฝ่ามือที่เป็นกระบวนท่าของพลังวิญญาณเข้าไปเต็มๆ
ร่างกายที่บอบบางของโนอาห์ก็กระเด็นออกไปกว่าห้าเมตรล้มลงไปในลักษณะนอนคว่ำหน้าพร้อมกับการกระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง
ท่วงท่าที่เป็นกระบวนท่าที่ออกมาของพลังวิญญาณทำให้ร่างกายของโนอาห์ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงเข้าไปทำให้ร่างกายทุกส่วนเกิดการอัมพาตขึ้นมาเฉียบพลัน
เนื่องมาจากโนอาห์นั้นยังไม่ได้มีภูมิต้านทานนี้เลย อย่างที่บอกไปในตอนแรกหากไม่ฝึกพลังเวทมนตร์ก็ไม่มีทางฝึกฝนพลังวิญญาณได้เพราะแบบนั้นก็เลยได้รับผลกระทบพิเศษเฉพาะเข้าไป
“เดี๋ยวสิเลดี้นี่คุณจะมานอนแบบนั้นเพื่อหนีการต่อสู้ไม่ได้นะ ต้องลุกขึ้นมาสิถึงจะถูก”
ชายที่สวมหน้ากากปีศาจคนนั้นก็มากระชากผมของโนอาห์ขึ้นมาก่อนที่จะโยนร่างของเธอขึ้นไปบนอากาศ
“น่าเสียดายนะครับ ตอนแรกผมคิดว่าจะเชื้อเชิญคุณเข้าร่วมด้วย ช่วยไม่ได้ละนะก็คุณมันเป็นตัวอันตรายเกินไป เดี๋ยวจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเอาได้ ลาก่อน.....”
. . .