ฝุ่นผงจากซากกำแพงอิฐยังไม่ทันจางหาย ศิษย์อันธพาลทั้งสองคนที่เพิ่งกระเด็นไปกองกับพื้น ก็รีบพลิกตัวกลับมาคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นซากโรงครัวอย่างเอาเป็เอาตาย เืที่มุมปากยังคงไหลซึม แต่ความหวาดกลัวในดวงตาของพวกเขานั้นมีมากกว่าอาการาเ็หลายเท่านัก
"ผะ... ผู้าุโ! โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย! พวกข้ามีตาหามีแววไม่ ไม่รู้ว่าท่านคือยอดฝีมือที่แฝงตัวมา!"
เสียงละล่ำละลักของหัวโจกหน้าบาก ทำให้หลินเฉาที่กำลังยืนมองตะหลิวในมือด้วยความงุนงงสับสน ต้องดึงสติกลับมาสู่โลกความจริง
ชายหนุ่มกวาดสายตามองสภาพโรงครัวที่พังพินาศ กำแพงเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ หม้อต้มซุปคว่ำกระจาย เตาไฟพังยับเยิน ความตื่นตระหนกแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย
*แย่แล้ว! ถ้าผู้าุโสำนักมาเห็นสภาพนี้ ข้าต้องโดนไล่ออกแน่ๆ เผลอๆ อาจจะโดนจับไปชำแหละทดลองด้วยว่าทำไมคนครัวถึงปล่อยคลื่นัได้!*
หลินเฉาเหงื่อแตกพลั่ก เขาต้องรีบปิดปากสองคนนี้ให้เงียบที่สุดก่อนที่เื่จะบานปลาย สัญชาตญาณพ่อครัวผู้รักสงบสั่งการให้เขางัดวิธีเจรจาสันติภาพที่ถนัดที่สุดออกมาใช้ นั่นคือ 'การทำอาหารยัดปาก'
"หุบปาก! ข้าจะทำอาหารให้พวกเ้ากิน ถือเป็การชดเชย!" หลินเฉาตวาดเสียงสั่นด้วยความกลัวความผิด
เขาคว้าก้อนบะหมี่ที่เหลือวางลงบนเขียงไม้ที่หายไปครึ่งใบ จากนั้นก็ง้างตะหลิวสนิมเขรอะในมือ หมายจะใช้สันตะหลิวสับให้เส้นบะหมี่แตกออกจากกัน แทนมีดปังตอที่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
ทว่า หลินเฉาหารู้ไม่ว่า วิถีวิชาของกระบี่เมฆาคล้อยที่เพิ่งจดจำมา ยังคงตกค้างหมุนวนอยู่ในรากชะตาว่างเปล่าของเขา
จังหวะที่เขาสับตะหลิวลงบนก้อนบะหมี่ด้วยท่าทางทื่อๆ ปราณาอานุภาพมหาศาลที่หลงเหลืออยู่เพียงเสี้ยวเล็กๆ ก็ถูกรีดเร้นผ่านสันตะหลิว ส่งผ่านเข้าไปในเส้นบะหมี่
**ฟุ่บ!**
เกิดเสียงแหวกอากาศแหลมเล็กบาดหู เส้นบะหมี่แห้งเส้นหนึ่งกระเด็นหลุดจากก้อนเพราะแรงสับ และถูกพลังปราณดีดพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วเสียง!
เส้นบะหมี่แห้งสีเหลืองนวลพุ่งทะลุรูโหว่บนกำแพงโรงครัว พุ่งตรงไปยังกอพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ห่างออกไปสิบก้าว
**ฉึก!**
หลังพุ่มไม้นั้น ชายหนุ่มในชุดศิษย์สีกรมท่าผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเคนหนีทุกประการ ซึ่งกำลังแอบด้อมๆ มองๆ สอดแนมสถานการณ์อยู่ บัดนี้เบิกตากว้างค้างเติ่ง เส้นบะหมี่แห้งเจาะทะลุกลางหน้าผาก ทะลวงผ่านกะโหลกศีรษะออกไปด้านหลัง เืสีคาวคลุ้งสาดกระเซ็นเปื้อนใบไม้ ร่างนั้นล้มตึงหงายหลังสิ้นใจตายคาที่ทันที!
"บัดซบเอ๊ย! เส้นบะหมี่ฆ่าเคนหนีคนที่ห้า!" หลินเฉาแผดเสียงร้องลั่นพร้อมกับเอามือทึ้งผมตัวเอง สติแทบหลุดลอย
ศิษย์อันธพาลทั้งสองคนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้ ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านราวกับจับไข้ แค่ตวัดตะหลิวสับก้อนบะหมี่เบาๆ ก็สามารถสังหารคนแอบดูที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ได้ด้วย 'เส้นบะหมี่' เพียงเส้นเดียว!
นี่คือพลังฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้เหี้ยมโหดชัดๆ!
ในมุมมองของศิษย์ทั้งสอง หลินเฉาไม่ใช่พ่อครัวปลายแถวอีกต่อไป แต่เป็จอมมารผู้ไร้ปรานีที่ฆ่าคนได้ด้วยทุกสิ่งรอบตัว!
หลินเฉารีบตั้งหม้อลวกเส้นบะหมี่ที่เหลือ เพราะหม้อซุปกระดูกหมูใบเดิมคว่ำหกลงพื้นไปแล้ว จากนั้นก็ตักใส่ชามกระเบื้องใบใหญ่สองใบ ยื่นกระแทกใส่มือศิษย์อันธพาลทั้งสองคนอย่างแรง
"กินซะ! แล้วห้ามพูดเื่วันนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด! เข้าใจไหม!" หลินเฉาขู่เสียงสั่น
เขาหมายถึงห้ามบอกใครว่าเขาทำโรงครัวพังและมีคนตาย แต่ศิษย์ทั้งสองกลับหน้าซีดเผือด เข้าใจไปว่านี่คือ 'บะหมี่ยาพิษ' ที่ยอดฝีมือผู้นี้บังคับให้กินเพื่อใช้ควบคุมชีวิตของพวกเขา
ขณะเดียวกัน ที่มุมฟืน เยี่ยนอู๋ค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ลูกหมาดำสะบัดหัวไล่ความวิงเวียน ก่อนจะหรี่ตามองภาพตรงหน้า
สิ่งที่อสูราเห็นคือ ศัตรูที่ควรจะสับเ้านายของตนเป็ชิ้นๆ กลับกำลังประคองชามบะหมี่ด้วยมือที่สั่นเทา แถมเ้านายตัวดีก็ยังยืนหัวโด่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์
*บัดซบ! ทำไมสวะพวกนี้ไม่ลงมือฆ่าเ้านายข้า มัวแต่มานั่งซดน้ำแกงอะไรกันอยู่ตรงนี้!* เยี่ยนอู๋คำรามในลำคอด้วยความขัดใจ แผนลอบสังหารยืมมือคนอื่นพังทลายไม่เป็ท่าอีกแล้ว
ศิษย์อันธพาลหลับตาปี๋ กลั้นใจคีบบะหมี่เส้นใหญ่เข้าปาก เตรียมรับความทรมานจากยาพิษ
แต่ทว่า... วินาทีที่เส้นบะหมี่ััปลายลิ้น ดวงตาของพวกเขากลับเบิกกว้างยิ่งกว่าตอนเห็นคนถูกฆ่าตาย!
ความเหนียวนุ่มของเส้นที่คลุกเคล้ากับพลังปราณาบริสุทธิ์ แผ่ซ่านรสชาติที่อร่อยล้ำลึกทะลุ์ลงไปถึงกระเพาะ ทันทีที่กลืนลงคอ พลังปราณที่แฝงอยู่ในเส้นบะหมี่ก็ะเิออก กลายเป็กระแสไออุ่นไหลเวียนไปทั่วจุดชีพจรที่เคยตีบตันของพวกเขา ความเ็ปจากาแภายในทุเลาลงอย่างรวดเร็ว แถมยังรู้สึกได้ว่าระดับพลังยุทธ์ของตนกำลังจะทะลวงคอขวด!
"อึก... อร่อย... อร่อยเกินไปแล้ว! แถมพลังปราณนี่ช่าง...!"
น้ำตาแห่งความปีติไหลพรากอาบสองแก้มของศิษย์อันธพาล พวกเขาซดบะหมี่จนหมดชามแทบจะเลียก้นชาม จากนั้นก็หมอบกราบแทบเท้าหลินเฉาด้วยความซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณผู้าุโที่เมตตาสั่งสอน! พวกข้าขอถวายชีวิตเป็ผู้ติดตามท่าน! ั้แ่วันนี้ไป พวกข้าจะก่อตั้งคณะศรัทธาหลินเฉา เพื่อเชิดชูเกียรติของท่าน!"
หัวโจกหน้าบากรีบปลดถุงเงินข้างเอว เทเหรียญเงินและอีแปะทั้งหมดที่มีกองไว้บนโต๊ะไม้ผุพัง เพื่อเป็ค่าตอบแทนสำหรับอาหารวิเศษมื้อนี้ ก่อนจะพยุงร่างลูกน้องวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หลินเฉายืนเหวอค้างด้วยความงุนงงอยู่ท่ามกลางซากโรงครัว
ชายหนุ่มมองกองเงินบนโต๊ะสลับกับตะหลิวในมือ ความกลัวเมื่อครู่เริ่มจางหายไป ความงกเงินเข้ามาแทนที่
*แค่สับบะหมี่มั่วๆ พวกเขาก็ยอมจ่ายเงินตั้งขนาดนี้... ข้าอาจจะรวยเพราะเปิดร้านขายบะหมี่ก็ได้นี่หว่า!* หลินเฉายิ้มกริ่ม รีบโกยเงินใส่กระเป๋าเสื้ออย่างมีความสุข
ห่างออกไปไม่ไกล เยี่ยนอู๋จ้องมองภาพเ้านายนับเงินด้วยแววตาเหยียดหยามและเดียดฉันท์ อสูราตระหนักได้อย่างถ่องแท้แล้วว่า ขยะสำนักนอกพวกนี้กระจอกและซื้อตัวง่ายเกินไป พึ่งพาให้มาฆ่าคนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
*ถ้าเศษสวะพวกนี้ทำไม่ได้... ข้าก็คงต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้*
ดวงตาสีแดงฉานของลูกหมาดำทอประกายอำมหิต เยี่ยนอู๋แอบย่องออกจากซากโรงครัวอย่างเงียบเชียบ อาศัยจังหวะที่หลินเฉากำลังหมกมุ่นกับเศษเงิน เล็งเป้าหมายเดินทางลึกเข้าไปยังค่ายกลปกป้องคลังสมบัติของสำนัก
อสูรร้ายตัดสินใจแล้ว หาก้าลากยอดฝีมือระดับผู้าุโสูงสุดหรือสัตว์ประหลาดเฝ้าสำนักมาบดขยี้หลินเฉา การขโมย 'ของวิเศษสูงสุด' มาซุกไว้ใต้เตาไฟในโรงครัวแห่งนี้ ย่อมเป็ตัวเร่งปฏิกิริยาที่งดงามที่สุด!