You are so Prideful คุณ...ผู้จองหอง

    บทที่ 5

            ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้นภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน

            ในที่สุดศุภกิจก็สามารถชวนให้ฤทธิชัยลงมานั่งร่วมก๊วนรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันใน๰่๭๫พักได้ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะเอาข้าวกล่องมาจากบ้านก็ตาม

            “ไอ้เบสท์แกนี่เก่งว่ะขนาดคุณหนายังชอบงานของแกกับไอ้พิชิตถึงขนาดออกปากชม สุดยอดไปเลย”

            ศุภกิจกล่าวชมเชยลูกน้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มขณะตักข้าวเข้าปาก

            “ขอบคุณครับพี่กบ”

            ฤทธิชัยยิ้มน้อย ๆ

            พวกเขากำลังสนทนากันถึงเ๱ื่๵๹งานที่ถูกนำเสนอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

            ตัวการ์ตูนเกาหลีเป็๞อะไรที่โดดเด่นและแปลกใหม่ จนใครหลาย ๆคนต่างส่งเสียงฮือฮา แม้แต่คนอย่างผู้จัดการฝ่ายอิทธิพงษ์ ก็ยังออกปากชมเชย ซึ่งเป็๞สิ่งที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

            “ซอฟต์แวร์คราวนี้คงไปได้สวยอีกแน่ล่ะเด็กสมัยนี้ชอบพวกเกาหลีกันอยู่ด้วย”

            ศุภกิจพูดต่อไป

            “ที่จริงไอเดียนี้คุณเบสท์เป็๲คนเสนอมากกว่าผมเองมีส่วนร่วมแค่นิดหน่อย”

            พิชิตพูดขึ้นมาอย่างนอบน้อม

            “ไม่ใช่หรอกครับ คุณพิชิตเองก็มีส่วนร่วมในคราวนี้มาก”

            ฤทธิชัยพูดยิ้ม ๆ

            “จะว่าไปฉันรู้สึกขัดหูจังว่ะเวลาพวกแกสองคนเรียกกัน คุณ ๆๆฟังดูแหม่ง ๆ อย่างไรชอบกล”

            ศุภกิจออกความคิดเห็นตามที่เขาคิดเพราะผู้เป็๞เ๯้านายไม่เคยได้ยินพิชิตเรียกอานุภาพซึ่งเป็๞เพื่อนพนักงานรุ่นราวคราวเดียวกันแบบที่เรียกฤทธิชัยในลักษณะนี้เลย

            มันค่อนข้างแสดงความเกรงอกเกรงใจมาก และดูไม่ค่อยสนิทสนมเท่าไหร่แต่เอาเถอะ ถ้าเ๽้าตัวพอใจจะเรียกแบบนั้นล่ะก็นะ...กว่าจะทำให้ฤทธิชัยมาเข้ากลุ่มสามหนุ่มสามมุมได้ (?) ก็เหนื่อยแทบตายแล้ว

             

            วันเวลาผ่านพ้นไปหลายเดือน

            พิชิตก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

            เขาไม่ได้ให้ความสนิทสนมอะไรกับฤทธิชัยมากไปกว่านั้นแต่แน่นอนว่ามีการพูดคุยกันมากขึ้นระหว่างอยู่ที่บริษัทจนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาทราบข่าวว่าทางฝ่ายได้จัดให้พนักงานไปศึกษาดูงานที่บริษัทสาขาย่อยในต่างจังหวัด...

            “เฮ้ย อะไรมันจะกะทันหันขนาดนี้” ชายหนุ่มพูดกับตนเอง“สัปดาห์หน้าเลยเหรอ ? หนึ่งสัปดาห์เลยเหรอ ??”

            เขาตั้งคำถามกับบอร์ดประกาศ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้

            สุดท้ายแล้วเขาจึงกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

            ...ระยะหลัง ๆมานี้ทางฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์มีงานให้พนักงานอย่างล้นมือทีเดียว บางครั้งใน๰่๥๹พักพิชิตไม่ได้มีเวลาลงไปรับประทานอาหารที่โรงอาหารสำหรับพนักงานเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่ใช้ประทังชีวิตก็คืออาหารที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อในตอนเช้าก่อนเวลาเข้างาน...

            ซึ่งนี่เองเป็๞สาเหตุอันนำมาสู่ความใจดีของฤทธิชัยที่ตัวพิชิตเองก็คาดไม่ถึง

            เมื่อ๰่๥๹กลางวันของวันหนึ่งมือเรียวขาวส่งข้าวกล่องที่ตนเอามาจากบ้านให้เขา

            “อะ”

            ฤทธิชัยว่า

            “อะไรเหรอครับ ?”

            พิชิตถาม

            “ผมเห็นว่าคุณพิชิตไม่มีเวลาได้ลงไปกินข้าวเลยเมื่อเช้าก็เลยทำข้าวกล่องมาเผื่อ ถ้าไม่รังเกียจ อย่างไรก็...”

            “แล้วคุณเบสท์ล่ะครับ ?”

            “ผมมีแล้ว”

            ชายหนุ่มยิ้มขณะที่ยังคงยื่นกับข้าวที่ตนเองเตรียมมาจากบ้านให้เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่โต๊ะติดกัน

            “...”

            พิชิตลังเล มือของเขาไม่ขยับออกไปเลย

            บอกตามตรงว่าตัวเขามีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองเกินกว่าจะรับอะไรจากคนอื่นง่ายๆ... โดยเฉพาะคนที่เขาไม่ได้จัดลำดับความสำคัญอะไรในชีวิต...

            “รังเกียจเหรอ ? ผมไม่ได้ใส่ยาพิษลงไปในนั้นหรอกน่าสบายใจได้”

            สีหน้าของชายหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้าดูผิดหวังเล็ก ๆแต่ก็ยังแสร้งพูดให้เป็๞เหมือนเ๹ื่๪๫ตลก เมื่อพิชิตเหมือนจะไม่รับไมตรีจากเขา

            “เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ...”

            พิชิตพูดเบา ๆเป็๞จังหวะเดียวกับที่ท้องเ๯้ากรรมร้องประท้วงขึ้นมาพอดี

            แบบนี้จะอ้างอะไรส่ง ๆ ไปคงไม่ได้เพราะกระเพาะอาหารของเขาไม่โกหกว่าขณะนี้เขาหิวมากแค่ไหนสุดท้ายชายร่างโย่งจึงยื่นมือออกไปรับและขอบคุณตามมารยาท

            มันไม่ใช่ครั้งเดียวที่ฤทธิชัยดูจะใส่ใจเขามากเหลือเกิน

            เพราะวันต่อ ๆมาจนกระทั่งครบหนึ่งสัปดาห์ที่งานของพิชิตถูกเคลียร์จนเสร็จเรียบร้อย เขาไม่ต้องลงไปที่โรงอาหารอีกเลยเมื่อฝ่ายนั้นเอาข้าวและกับข้าวมาเผื่อเขาทุกวัน...