สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 9 ตอนที่ 248 ตีไม่ตาย

        อันเจิงและตู้โซ่วโซ่วประคองกันกลับสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ระหว่างทางกลับ อันเจิงแทบจะให้ตู้โซ่วโซ่วแบกกลับมาเลยก็ว่าได้ขณะที่เดินมาถึงหน้าประตูสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ ตู้โซ่วโซ่วบอกว่าอันเจิงเล่นละครได้เกินจริงไปหน่อยอันเจิงจึงตอบกลับว่า อย่างนั้นครั้งหน้าจะพกเหล้าไปด้วยตู้โซ่วโซ่วจึงบอกไปว่า...เจ้าคิดว่าคนอื่นโง่จนดูไม่ออกรึ อีกอย่างกลิ่นเหล้าก็เตะจมูกคนอื่นด้วย

 

        หลังจากพวกเขาทั้งสองคนเดินเข้าประตูอันเจิงก็ให้ตู้โซ่วโซ่วไปพาชวีหลิวซี กู่เชียนเยว่ เสี่ยวชีเต้า และผู้เฒ่าฮั่วมาหลังจากปิดผ้าม่าน อันเจิงก็ให้คนอื่นเล่นละครตบตา ทำทีเปลี่ยนน้ำล้างแผลที่เต็มไปด้วยเลือดก่อนอื่นก็เทน้ำสีแดงลงไป แล้วแกล้งเดินเข้าออกหลายรอบเพราะไม่รู้ว่ามีคนแอบดูสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์อย่างลับ ๆ มากเท่าไหร่

 

        “ผู้เฒ่าฮั่ว ท่านดูนี่สิ”อันเจิงหยิบของชิ้นหนึ่งออกจากสร้อยลูกประคำโลหิต แล้วยื่นให้ผู้เฒ่าฮั่ว

 

        เดิมทีผู้เฒ่าฮั่วดูมึนงงและไม่กระฉับกระเฉงแต่เมื่อเห็นของชิ้นนั้นแล้ว ดวงตาทั้งสองของเขาก็เบิกโตทันที

 

        “เจ้า...โชคดีจริง ๆ เลยทำไมถึงได้ของวิเศษระดับสีม่วงมาอีกแล้วล่ะ?”

 

        อันเจิงยักไหล่“หากข้าบอกว่าเก็บมาท่านก็คงไม่เชื่อ...อย่างน้อยของชิ้นนี้ข้าก็ได้มาจากการต่อสู้เชียวนะท่านอย่าพูดเหมือนได้มาง่าย ๆ สิ”

 

        หลังจากผู้เฒ่าฮั่วรับมาดูอย่างละเอียดแล้วดูเหมือนเขาจะประหลาดใจมากยิ่งขึ้น “ของชิ้นนี้...”

 

        “ผู้เฒ่าฮั่ว ท่านบอกสักทีสิ” อันเจิงเร่ง

 

        “นี่เป็นของวิเศษระดับสีม่วงจริง ๆ...อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในของวิเศษระดับสีม่วงชิ้นแรกๆ เลยด้วย มันมีชื่อว่าตีไม่ตาย”

 

        “ชื่อบ้าอะไรเนี่ย”

 

        ตู้โซ่วโซ่วเบ้ปาก “ข้าว่านะต่อให้มันจะเป็นของวิเศษระดับสีม่วงก็ตาม อย่างไรชื่อนี้ก็ดูจะพื้น ๆ เกินไปหน่อย”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วยิ้มแล้วดูมีชีวิตชีวามากขึ้น“อันเจิง เจ้าใช้ดาบนิลกาฬใช่หรือไม่?”

 

        อันเจิงพยักหน้า “ใช่”

 

        “การที่ของชิ้นนี้สู้ดาบนิลกาฬไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะของชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ต่อสู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เป็นการใช้เพื่อหนีตายมากกว่าแสดงว่าฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเกาไม่รู้วิธีการใช้มัน ในใต้หล้านี้ คนที่จะสามารถมองมันออกตั้งแต่แวบแรกก็มีไม่เกินสามคนคนหนึ่งอยู่ภายใต้แสงสว่างที่สง่างาม อีกคนอยู่ในจักรวรรดิต้าซี เขาถูกบูชาอยู่ในวังหลวงจริงด้วย...เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว เมื่อไหร่เจ้าจะเพิ่มเงินเดือนให้ข้าสักที?”

 

        อันเจิงถอนหายใจ “ผู้เฒ่า...”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วยิ้มอย่างได้ใจ “ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเกาใช้ของสิ่งนี้มาต่อสู้กับดาบนิลกาฬมันช่างเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติจริง ๆ หากนางรู้วิธีการใช้ของชิ้นนี้จริง ๆ ละก็ เจ้าไม่มีทางฆ่านางได้แน่นอนเพราะของชิ้นนี้น่าจะสร้างขึ้นเมื่อเก้าร้อยกว่าปีที่แล้วคนที่สร้างมันชื่อชวี่มู่หยุน”

 

        ชวีหลิวซีพูดขึ้น “ข้ารู้ ๆชวี่มู่หยุนคือปรมาจารย์ด้านการสร้างของวิเศษเมื่อเก้าร้อยกว่าปีก่อน ในตอนนั้นในใต้หล้าไม่มีใครเก่งเกินเขาอีกแล้ว”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วหันมามองชวีหลิวซีด้วยแววตาชมเชยแวบหนึ่ง“ใช่แล้ว...เมื่อเก้าร้อยกว่าปีก่อน...นั่นเป็นสมัยที่หอสถิตดาราของข้ากำลังเปิดใหม่ ๆแล้วชวี่มู่หยุนก็คือหนึ่งในสองของผู้ก่อตั้งแต่เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลังของผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนเขาจึงตัดสินใจจากไปท่องใต้หล้า ต่อมาเขาจึงเจอกัวนกกระเรียนที่เป็นคู่หูรู้ใจ”

 

        “เขาคนนั้นคงเป็นคนที่สุดยอดไปเลยล่ะสิ?” ตู้โซ่วโซ่วถามขึ้น

 

        ผู้เฒ่าฮั่วส่ายหน้า “ไม่เลยกัวนกกระเรียนเป็นคนตัดฟืนธรรมดาเท่านั้นเพราะตอนเด็กเขาเคยช่วยนกกระเรียนตัวหนึ่ง หลังจากรักษาหายแล้วก็ปล่อยมันไป คนในหมู่บ้านจึงเรียกเขาว่ากัวนกกระเรียนครอบครัวของกัวนกกระเรียนยากจนมาก เขาไม่เคยร่ำเรียนมาก่อน ต่อมาบิดาและมารดาของเขาก็จากไปเร็วส่วนตัวเขาก็เติบโตได้เพราะอาหารจากคนในหมู่บ้าน กัวนกกระเรียนเป็นคนรู้จักบุญคุณคนมากตั้งแต่ยังเด็ก เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่ควรไปกินข้าวบ้านใครเปล่า ๆฉะนั้นเมื่อเขาอายุห้าหกขวบก็เริ่มไปตัดฟืนในป่า ไม่ว่าเขาจะไปกินข้าวบ้านใครก็ตามเขาจะใช้ฟืนที่ไปตัดมาหนึ่งวันแลกกับข้าวหนึ่งมื้อ”

 

        ตู้โซ่วโซ่วชูนิ้วโป้งขึ้นอย่างอดไม่ได้“นี่สิถึงเรียกว่าชายชาตรีของจริง!”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วพูดต่อ“เป็นแบบนี้ไปจนถึงอายุสิบสี่ปีกัวนกกระเรียนก็ไม่ไปกินข้าวบ้านคนในหมู่บ้านอีกแล้วแต่ออกไปหางานทำเลี้ยงตัวเองเสียมากกว่า ทุกเช้าเขาจะแบกฟืนไปขายในตัวเมืองจากนั้นก็หางานทำไปด้วย เมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้แล้วเมื่อเขาอายุสิบเจ็ดปีก็ได้เจอกับชวี่มู่หยุนที่กำลังท่องใต้หล้าตอนนั้นชวี่มู่หยุนกำลังกินอาหารเช้าในตลาด แต่กลับลืมพกเงินติดตัวมาด้วยเถ้าแก่ร้านจึงไม่ยอมปล่อยเขาไป ชวี่มู่หยุนจึงนำของวิเศษระดับสีแดงออกมาแลกอาหารเช้าของตนแล้วถามเถ้าแก่ว่าได้หรือไม่?”

 

        ตู้โซ่วโซ่วถอนหายใจ “ช่างทำไปได้นะ”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วยิ้มแล้วพูดต่อ“แต่เถ้าแก่ร้านอาหารจะไปรู้จักของวิเศษได้อย่างไรเขาจึงรู้สึกว่าชวี่มู่หยุนจะมาหลอกกินข้าวแล้วไม่จ่ายเงินตอนนั้นกัวนกกระเรียนก็มาพอดี ตอนนั้นเขาได้เงินจากการขายฟืนจำนวนหนึ่งซึ่งมันเพียงพอต่อการใช้จ่ายของเขาในหนึ่งวัน เมื่อเห็นว่าชวี่มู่หยุนถูกขวางไม่ให้จากไปเขาจึงนำเงินที่มีให้เถ้าแก่ร้านอาหารทั้งหมด ทว่าชวี่มู่หยุนเป็นคนที่ไม่ยอมติดหนี้บุญคุณคนฉะนั้นเขาจึงมอบของวิเศษระดับสีแดงให้กัวนกกระเรียนเป็นการขอบคุณแต่กัวนกกระเรียนไม่ยอมรับไว้ แล้วเดินจากไปทันที”

 

        ตู้โซ่วโซ่วถอนหายใจอีกครั้ง“เด็ดเดี่ยวจริง ๆ”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วกลอกตา“ชวี่มู่หยุนรู้สึกว่ากัวนกกระเรียนไม่เหมือนใคร ฉะนั้นจึงเดินตามเขาไปด้วยพวกเขาทั้งสองเดินคุยกันไป ถึงแม้กัวนกกระเรียนจะไม่ได้ร่ำเรียนแต่กลับดูมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก ตอนนั้นชวี่มู่หยุนอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้วส่วนกัวนกกระเรียนเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น...ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าพวกเขาทั้งสองคนที่มีอายุต่างกันมากเช่นนี้จะกลับกลายเป็นสหายคู่ใจ”

 

        เขามองไปยังตู้โซ่วโซ่ว“อยากฟังเรื่องที่น่าเหลือเชื่อกว่านี้หรือไม่?”

 

        ตู้โซ่วโซ่วพยักหน้ารัว “อยาก ๆ ๆผู้เฒ่าฮั่วรีบเล่าต่อเถอะ”

 

        “จากนั้นชวี่มู่หยุนก็อาศัยอยู่ในบ้านของกัวนกกระเรียนแต่เพราะเขาเป็นคนสูงส่ง ฉะนั้นจึงไม่มีทางออกไปรับจ้างหาเงินและตัดฟืนไปขายแน่นอนทว่ากัวนกกระเรียนก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาออกจากบ้านในเวลาเช้าตรู่ทุกวันส่วนเงินที่ขายฟืนได้ก็จะนำกลับมาซื้อของกินให้พวกเขาทั้งสองคนหากวันไหนที่ไม่มีรายได้ พวกเขาทั้งสองก็ยอมอดข้าวด้วยกัน ไม่ว่าจะฝนตกฟ้าร้อง กัวนกกระเรียนก็ไม่เคยนอนอุดอู้อยู่ในบ้านและทุกวันเมื่อกัวนกกระเรียนกลับมา ชวี่มู่หยุนก็จะมอบของวิเศษให้เขาหนึ่งชิ้น”

 

        “เขาอาศัยอยู่ในบ้านของกัวนกกระเรียนเป็นเวลาทั้งหมดสามร้อยหกสิบวันในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเขาทั้งสองคนต้องอดข้าวด้วยกันบ่อยครั้งเพราะช่วงนั้นก็เป็นยุคที่ใต้หล้าวุ่นวาย จึงไม่อาจหางานทำได้ทุกวันชวี่มู่หยุนไม่บอกว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ ส่วนกัวนกกระเรียนก็ไม่เคยถามถึงตัวตนของเขาเมื่อพวกเขาทั้งสองคนเจอหน้ากันก็จะมีเรื่องราวมากมายมาพูดคุยอย่างไม่มีวันจบแต่หลังจากผ่านไปสามร้อยหกสิบวันแล้ว วังหลวงของจักรวรรดิต้าซีก็ส่งคนมาหาชวี่มู่หยุน”

 

        “ชวี่มู่หยุนบอกกับกัวนกกระเรียนว่า...หากเจ้านำของที่ข้ามอบให้ไปขายละก็มันสามารถแลกเงินจำนวนมหาศาล ทำให้เจ้าสบายไปหลายชาติเลยทีเดียวแต่กัวนกกระเรียนกลับบอกว่า ข้าจะไม่ยอมขายให้ใครแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะท่านต้องเดินทางจากไป อีกทั้งท่านก็อายุมากแล้ว ไม่แน่ว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พบกันแล้วก็ได้ฉะนั้นของที่ท่านให้ข้า ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี หากวันใดข้าแต่งงานแล้วมีบุตร ข้าก็จะบอกให้พวกเขาสืบทอดไปรุ่นสู่รุ่น”

 

        ดวงตาของชวีหลิวซีเปล่งประกายทันที “หา!ที่แท้นี่ก็คือประวัติของสมบัติสามร้อยหกสิบชิ้นของกัวนกกระเรียนหรือ”

 

       ผู้เฒ่าฮั่วขานรับ“ชวี่มู่หยุนเคารพความคิดของกัวนกกระเรียนมาก จึงบอกกับกัวนกกระเรียนว่าเจ้าเลี้ยงข้าเป็นเวลาสามร้อยหกสิบวัน เอาแบบนี้ดีกว่า เจ้าไปกับข้า แล้วข้าก็จะเลี้ยงเจ้าสามร้อยหกสิบวัน หลังจากกัวนกกระเรียนเงียบไปครู่หนึ่งจึงบอกว่าตนจะเดินทางไปด้วย แต่ไม่ต้องให้ใครมาเลี้ยง เพราะข้าจะหาเลี้ยงตัวเองจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินทางกลับจักรวรรดิต้าซี เมื่อถึงแล้วกัวนกกระเรียนก็ออกไปหางานทำตกดึกก็กลับมาอาศัยในบ้านของชวี่มู่หยุน หลังจากมาถึงจักรวรรดิต้าซีเขาถึงรู้ว่าที่แท้ชวี่มู่หยุนมียศสูงส่งอีกทั้งบ้านก็ยังใหญ่โตหรูหรา แต่เขาก็ยังเลือกที่จะออกไปหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ”

 

        “หลังจากผ่านไปสามร้อยหกสิบวันกัวนกกระเรียนจึงกล่าวคำอำลา ไม่ว่าชวี่มู่หยุนจะห้ามอย่างไรเขาก็ไม่ยอมอยู่ต่อชวี่มู่หยุนบอกว่า ในระยะเวลาที่เจ้าอยู่บ้านข้ามาสามร้อยหกสิบวันข้าได้ใช้เวลาทั้งหมดสร้างของชิ้นหนึ่งเพื่อเจ้าโดยเฉพาะห้ามนำของชิ้นนี้ให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด เพราะมันอาจนำมาซึ่งหายนะก็ได้ กัวนกกระเรียนขานรับจากนั้นก็รับของจากชวี่มู่หยุน”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วเขย่าของในมือตัวเอง“มันก็คือ...ตีไม่ตาย”

 

        หลังจากดื่มน้ำหนึ่งถ้วย ผู้เฒ่าฮั่วก็เล่าต่อ“ของชิ้นนี้ยังมีอีกชื่อว่าตราพิฆาตนักรบมันมีความสามารถพิเศษเพียงสองประการเท่านั้นและที่จัดลำดับให้มันอยู่ในระดับสีม่วง นั่นก็เพราะมันมีความสามารถเปลี่ยนตำแหน่ง”

 

        อันเจิงพูดขึ้น“ข้าเคยฟังเรื่องเล่านี้มาก่อน นึกไม่ถึงว่านี่ก็คือเรื่องเล่าของตราพิฆาตนักรบ ข้าได้ยินแค่ว่ามันสามารถปกป้องไม่ให้ผู้ใช้ถูกตีจนตายฉะนั้นจึงเรียกมันว่าตีไม่ตาย แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินรายละเอียดที่มากกว่านี้”

 

        “ที่บอกว่าเปลี่ยนตำแหน่งนั่นก็คือเปลี่ยนตำแหน่งผู้ใช้นั่นเอง” ผู้เฒ่าฮั่วอธิบาย

 

        “ตราพิฆาตนักรบก็เป็นเพียงหยกประจำตัวที่พบได้ทั่วไปอาจเพราะว่ากัวนกกระเรียนเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น ชวี่มู่หยุนจึงกลัวว่ากลิ่นอายของมันจะนำหายนะมาให้เขาฉะนั้นในตอนที่สร้างตราพิฆาตนักรบ จึงซ่อนกลิ่นอายของมันเอาไว้ภายในหมดแล้วต่อให้จะเป็นยอดฝีมือทั่วไปก็ไม่อาจรับรู้ถึงพลังของมันได้ หากดูจากภายนอกแล้วหยกนี้ดูโดดเด่นแค่ฝีมือการแกะสลักรูปนกกระเรียนเท่านั้น”

 

        “แต่ความลับของมันอยู่ตรงนี้...”

 

       เขาชี้ไปยังดวงตาของนกกระเรียนที่แกะสลักบนหยก“หากเป็นของวิเศษทั่วไปต้องหยดเลือดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ของชิ้นนี้มีเพียงกัวนกกระเรียนและชวี่มู่หยุนเท่านั้นที่รู้เพราะของชิ้นนี้ใช้วิธีหยดเลือดไม่ได้ผล แต่ต้องใช้น้ำตาต่างหาก ต้องหยดน้ำตาลงที่ดวงตาของนกกระเรียนแบบนี้ก็เท่ากับตีตราความเป็นเจ้าของแล้ว”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วยื่นให้อันเจิง “เจ้าลองดูสิ”

 

        อันเจิงส่ายหน้า จากนั้นก็รับมายื่นให้เสี่ยวชีเต้า“ของเล่นชิ้นใหม่นี้มอบให้เจ้า”

 

        ตู้โซ่วโซ่วยิ้ม “เจ้านี่ก็ทำไปได้นะเด็กอายุเพียงเก้าขวบกลับมีของวิเศษระดับสีม่วงติดตัว”

 

        “ผู้เฒ่าฮั่วก็บอกแล้วอย่างไรเล่า กลิ่นอายของตราพิฆาตนักรบซ่อนอยู่ภายในยอดฝีมือธรรมดาไม่อาจรับรู้ได้ อีกอย่าง ใครจะไปรู้ว่าเสี่ยวชีเต้าจะมีของวิเศษระดับสีม่วงติดตัวเจ้ามาลองดู หยดน้ำตาลงไป แล้วของชิ้นนี้ก็ถือเป็นของเล่นชิ้นใหม่สำหรับเจ้าแล้ว”

 

        เสี่ยวชีเต้าถามขึ้น“หากน้ำตาไม่ไหลจะทำอย่างไร”

 

       ตู้โซ่วโซ่วยกมือขึ้นไปกดที่จมูกของเสี่ยวชีเต้าอย่างกะทันหันเพียงครู่เดียวก็ทำให้เสี่ยวชีเต้ารู้สึกทรมานเล็กน้อย แล้วน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาทันใดนั้น ชวีหลิวซีและกู่เชียนเยว่ก็เข้าไปอัดตู้โซ่วโซ่วทันทีตู้โซ่วโซ่วนอนกอดหัวตัวเองแล้วพูด “รีบหน่อย ไม่อย่างนั้นข้าต้องถูกอัดโดยเปล่าประโยชน์แน่”

 

       อันเจิงหยิบตราพิฆาตนักรบไปรับน้ำตาของเสี่ยวชีเต้าจากนั้นตราพิฆาตนักรบก็ค่อย ๆ ประกายลำแสงสีม่วงออกมาทว่าแสงนี้ประกายเพียงครู่เดียวเท่านั้น แล้วก็จางหายไปในเวลาอันสั้น อีกทั้งขณะที่ลำแสงสีม่วงประกายออกมาก็ไม่มีกลิ่นอายของวิเศษเลยสักนิดเสี่ยวชีเต้าใช้มือลูบจมูก แล้ววิ่งเข้าไปดึงแขนกู่เชียนเยว่กับชวีหลิวซี“อย่าตีพี่อ้วนเลย ที่เขาทำก็เพราะหวังดีกับข้า”

 

        กู่เชียนเยว่ใช้มือลูบผมเสี่ยวชีเต้า“ข้ารู้ว่าเขาทำเพราะหวังดีกับเจ้า ไม่เป็นไรหรอก ให้ข้าอัดเขาอีกสักหน่อย...”

 

        ชวีหลิวซีหยุดนิ่งครู่หนึ่ง “อืม...ตีเจ้าอ้วนอีกประเดี๋ยวก็แล้วกัน...”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วให้เสี่ยวชีเต้ากำตราพิฆาตนักรบไว้“เจ้าจับมันไว้และไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น แน่นอนว่าไม่ต้องจับไว้ก็ได้เพียงแค่พกมันไว้ข้างกาย ของชิ้นนี้ก็สามารถแสดงความสามารถที่มีได้เต็มที่อยู่แล้วไม่อย่างนั้นมันจะเป็นของวิเศษระดับสีม่วงได้อย่างไร”

 

        จากนั้นก็ชี้ไปที่เสี่ยวชีเต้าพร้อมหันไปพูดกับตู้โซ่วโซ่ว “ตีเขา”

 

        ตู้โซ่วโซ่วปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่!”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วกลอกตา“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าทำร้ายเสี่ยวชีเต้ารึ?”

 

        ตู้โซ่วโซ่วจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวเองจากนั้นก็พูดอย่างจริงจัง “อย่างไรก็ไม่!”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วถอนหายใจ “อย่างนั้นข้าจะลงมือเองพวกเจ้าแต่ละคนนี่นะ เอาใจเสี่ยวชีเต้ามากเกินไปแล้ว”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วหยิบกริชออกมาจากกระเป๋าเสื้อกริชเล่มนั้นเปล่งประกายไปทั่ว เขาให้เสี่ยวชีเต้าเดินเข้ามา แล้วแทงกริชไปที่ท้องของเสี่ยวชีเต้าอย่างกะทันหันถึงแม้พวกเขาทุกคนจะรู้ว่าผู้เฒ่าฮั่วไม่มีทางทำร้ายเสี่ยวชีเต้าแต่ก็ยังสะดุ้งอยู่ดี

 

        ทว่าเสี่ยวชีเต้ากลับหายไปทันที

 

        พรึบ!

 

        กริชของผู้เฒ่าฮั่วแทงเข้าที่ท่อนไม้ท่อนหนึ่งไม่รู้ว่าท่อนไม้นี้ปรากฏขึ้นได้อย่างไร

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
279K 178
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
58.22M 2245
ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

นิยาย แฟนตาซี
235K 400
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258