“นารีจะเรียกพี่กฤติว่าพี่กฤติค่ะ”
หญิงสาวรีบบอกแบบหายใจหายคอแทบไม่ทัน ทำเอาคนข่มขู่ต้องถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย และเมื่อเขายอมถอยห่างออกไปเธอก็ถึงกับถอนใจพรูออกมาอย่างโล่งอก แต่ภายในใจนั้นก็ยังเต้นระทึก
“ว๊า ไม่น่ายอมง่ายๆเลย ข้างหน้านี้เป็โรงแรมเสียด้วยว่าจะพาแวะเข้าหอล่วงหน้าซะหน่อย”
ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างเสียดายไม่หาย
“บ้า”
หญิงสาวเอ็ดเขาหน้าเง้าหน้างอก่อนจะหันหลังให้ ชายหนุ่มหัวเราะฮึๆรู้สึกว่าองศาความสุขในใจของตัวเองจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าประหลาดใจทีเดียว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
และเมื่อถึงเวลาของงานเลี้ยงในตอนเย็น คนที่คิดว่าตัวเองไม่ค่อยสวยก็ได้รับคำชมจากคนทั้งงานว่าสวยสง่าราวกับเ้าหญิง ซึ่งเ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มเขินๆแล้วถ่อมตัวว่าเป็เพราะฝีมือของช่างแต่งหน้ากับชุดที่สั่งมาจากร้านตัดชุดวิวาห์ชื่อดังนั้นต่างหาก แต่คนที่ยิ้มรับคำชมแทนด้วยความภาคภูมิใจอย่างไม่มีขัดเขินเลยก็คือเ้าบ่าวของเธอเอง บางครั้งมองแล้วลลิตนารีก็อดที่จะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เขาทำราวกับว่าเธอกับเขานั้นเป็คู่รักที่รักกันมากเสียเต็มประดาอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ความจริงแล้ว พึ่งจะได้เจอหน้ากันก่อนถึงวันแต่งงานแค่ไม่ถึงเดือนและก็โดยการบังคับของผู้ใหญ่อีกด้วย
ภัทรกฤติยิ้มรับสายตาเ้าสาวของเขาทุกครั้งที่เธอมองมาแม้ว่าเธอจะมองมาด้วยสายตาขุ่นๆก็ตาม เขารู้สึกเหมือนกับแขกส่วนใหญ่ที่มาในงานนั้นแหละว่าเธอช่างสวยเหลือเกินเมื่ออยู่ในชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์อย่างนี้ เพราะเธอมีรูปร่างที่โปร่งบางแล้วเลือกใส่ชุดที่ตัวเสื้อประดับลูกไม้ลวดลายหวาน กระโปรงออกพองๆฟูๆเธอจึงดูน่ารักน่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตาเ้าหญิงเลยทีเดียวใบหน้างามก็ได้รับการแต่งเติมจนดูสวยซึ้ง ภัทรกฤติแทบจะไม่เชื่อความรู้สึกของตัวเอง ว่าเขาจะรู้สึกหลงใหลในตัวของเธอได้มากมายขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีอะไรน่าสนใจเลย
ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปอย่างราบรื่นจนถึงเวลาที่พิธีกรของงานได้ประกาศเชิญให้เ้าบ่าวกับเ้าสาวขึ้นไปรับคำอวยพรจากบิดาและมารดาของทั้งสองฝ่ายบนเวทีพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกคนที่มาร่วมงาน ภัทรกฤติจูงมือเ้าสาวของเขาเดินขึ้นเวทีไปท่ามกลางสายตาชื่นชมของแขกทุกคนที่มาร่วมงาน ซึ่งบนเวทีนั้นนอกจากจากพิธีกรของงานแล้วก็ยังมีบิดาและมารดาของคู่บ่าวสาวยืนรออยู่พร้อมแล้ว
“พ่อเองก็อายุมากแล้ว มีลูกชายคนเดียวก็หวังที่จะฝากผีฝากไข้ด้วย ดีใจมากที่ได้เห็นลูกเป็ฝั่งเป็ฝาไปกับคนที่ดีพร้อมอย่างหนูลลิตนารี ก็ขอให้ลูกทั้งสองจงครองคู่กันไปอย่างมีความสุขก็แล้วกัน ธรรมดาของชีวิตคู่นั้นเป็ปกติอยู่แล้วที่จะต้องมีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้าง ขอให้ลูกทั้งสองจงใจเย็นต่อกันให้มากๆอย่าหุนหันพลันแล่น ความเข้าใจและการให้อภัย คือสองสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคู่ พ่อขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขในชีวิตคู่ตลอดไปก็แล้วกันอ๋อ แล้วก็อย่าลืมน่ะ ว่าพ่ออยากจะเห็นหน้าหลานคนแรกเร็วๆ”
ท่านพิพัฒน์คือผู้ที่กล่าวแนะนำเคล็ดลับการครองเรือนและคำอวยพรแก่คู่บ่าวสาวเป็คนแรกและจบลงด้วยเสียงตบมือเกรียวอย่างชอบใจของแเื่ในขณะที่บ่าวสาวนั้นยืนหน้าแดงด้วยกันทั้งคู่
“แม่เองก็ดีใจมากที่ได้เห็นวันนี้ของลูก มันเป็อีกหนึ่งวันสำคัญของชีวิตที่อยากจะบอกให้ลูกทั้งสองได้รู้ว่า ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตแบบตามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว เพราะต่อแต่นี้ไป ได้มีคนอีกคนหนึ่งเข้ามาร่วมเป็หุ้นส่วนในชีวิตของเราแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร ลูกจะต้องเกรงใจและนึกถึงความรู้สึกและจิตใจของอีกฝ่ายเอาไว้ให้มากๆแล้วชีวิตคู่ของลูกก็จะยั่งยืนไปได้ตราบจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร”
นี่คือคำกล่าวของคุณหญิงเกศกนก
“พ่อเองก็ขอให้ลูกทั้งสองรักกันให้มากๆมีปัญหาอะไรก็ขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อย่าเอาแต่ใจของตัวเองเป็ใหญ่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แต่ละคนได้ทำลงไปล้วนย่อมมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น จงรู้จักรับฟังกันและใช้เหตุผลในการพิจารณาไตร่ตรองให้มากๆเพื่อความยั่งยืนของชีวิตคู่พ่อขอให้ลูกทั้งสองคนมีความสุขกับชีวิตคู่นี้ให้มากๆก็แล้วกัน”