EP : 57 แต่งเรื่อง
“อธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยขึ้น ยิ่งมองหน้าของชายหนุ่มอีกคนที่ตามพวกเขามาด้วยก็ยิ่งไม่ชอบใจ
ขนาดเน้นย้ำแล้วนะว่าอยากพูดคุยแบบครอบครัว แต่คนตรงหน้าหาได้ฟังคำพูดของเขาไม่
“เอ่อ คือว่า” เว่ยลู่เซียนพูดไม่ออก ในหัวของนางมึนงงไปหมดจนหาคำอธิบายให้เว่ยเซี่ยวป้อไม่ทัน
“เจ้าก็บอกไปสิ ว่าเจ้าท้องลูกของข้าก่อนจะความจำเสื่อม” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอก ทำเอาพี่ชายทั้งสี่ของนางหันมามองเขม็งเขาอย่างรวดเร็ว
“ลู่เซียนเนี่ยนะท้องกับเจ้า” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยถามมันเป็นไปไม่ได้เลยที่น้องของเขาจะท้องกับชายหนุ่มโดยที่พวกเขาไม่รู้ เพราว่านางไม่เคยออกจากตระกูลไปเลย นอกเสีย ไม่จริงน่า ถ้าการคาดเดาของเขามันเป็นจริง นั่นหมายความว่า
“ก็ช่วงที่นางออกไปศึกษานอกตระกูลเมื่อสี่ปีก่อน” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกพลางยิ้มอย่างเหนือกว่าเมื่อได้เห็นสีหน้าของเว่ยหมิงหย่งกำลังตกใจกับสิ่งที่ได้รู้
“แล้วถ้าหากมันเป็นเช่นนั้นจริงทำไมเจ้าเพิ่งมาหาน้องสาวของข้ากัน นี่มันผ่านไปตั้งนานแล้ว” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยถาม
เพราะจำได้ว่าช่วงที่เว่ยลู่เซียนอายุสิบห้าปีนางออกไปศึกษากับสำนักหลอมโอสถเป็นช่วงที่นางอยู่ไกลหูไกลตาของพวกเขามาก
แต่ที่พวกเขาไม่เป็นห่วงอะไรนั่นเป็นเพราะว่านางมีอาจารย์ของนางช่วยดูแลนางแทนพวกเขา พวกเขาถึงได้ยอมให้เว่ยลู่เซียนออกไปศึกษาที่นั่น
แต่ผ่านไปสามปีพวกเขาก็ได้รับข่าวว่านางได้รับอุบัติเหตุทำให้จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ครอบครัวอย่างพวกเขา
“ก็นางไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรกับข้าเลยนะสิ จะตามคนๆหนึ่งมันไม่ง่ายหรอกนะ” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกในเรื่องที่ตัวเองปั้นแต่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“งั้นเจ้าก็ต้องรู้สินะว่าสาเหตุที่น้องของข้าความจำเสื่อม” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามนี่คือสิ่งที่เขาอยากจะรู้เป็นที่สุด สาเหตุที่ทำให้นางความจำเสื่อมนั้นพวกเขาไม่รู้
“นางต้องการหาสมุนไพรมารักษาจิ่งยู๋ที่ป่วยหนักพวกเราต้องหาสมุนไพรมาหลอมโอสถให้กับจิ่งยู๋ แต่ว่าสมุนไพรพวกนั้นมันเป็นของหายาก” เซียวป้อจ้านยังคงแต่งเรื่องขึ้นมาราวกับเป็นเรื่องจริง
เว่ยลู่เซียนมองคนแต่งเรื่องเก่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขารู้เรื่องของนางดีกว่านางเสียอีก
เรื่องที่นางความจำเสื่อมนั้นเป็นเพราะว่านางไปหาสมุนไพรก่อนจะเจอกับคนคนหนึ่งที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ จากนั้นพวกนางก็สู้กันไปมา
นางรู้ดีว่าฝีมืออีกฝ่ายเหนือชั้นกว่านางมาก และคิดว่านางนั้นต้องตายเป็นแน่ แต่ใครจะคิดเล่า พอตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนสลบที่ข้างแม่น้ำใกล้กับสำนักนักหลอมโอสถ
“เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก เพราะนางไปโดยไม่บอกข้าแถมยังทิ้งให้ข้าเลี้ยงลูกคนเดียวอีกด้วย” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกราวกับเว่ยลู่เซียนเป็นฝ่ายที่ผิดที่ทิ้งเขาเอาไว้กับลูก
สาเหตุที่นางความจำเสื่อมนั้นก็มาจากเขาที่โมโหที่นางไปรักชายคนนั้น ก็เลยสั่งให้มือซ้ายของตัวเองไปสั่งสอนนาง แต่เพราะลูกน้องของเขามันไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการก็เลยทำให้เกิดมีการผิดพลาด
ซึ่งนั่นก็คือทำให้เว่ยลู่เซียนได้รับบาดเจ็บจนความจำเสื่อม ตอนนี้เขาสั่งให้เจ้านั่นไปทำงานเขตกักกันนักโทษไม่ได้รับอนุญาตให้ออกด้านนอก
“น้องสาวของข้าเนี่ยนะทิ้งเจ้า” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถ้าจะว่ากันตามตรงหากว่าชายหนุ่มทิ้งน้องสาวของเขาไปก็ว่าไปอย่าง
“แล้วข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเจ้าพูดความจริง” เว่ยหมิงหย่งถามเขารู้สึกว่าประโยคของชายคนนี้มันแปลกๆ
เหมือนมันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกว่ามันคืออะไรที่มันแปลกๆ
“ดวงตาของจิ่งยู๋เหมือนใคร” เซียวป้อจ้านเอ่ยถาม
ทำให้ทั้งสี่หันไปมองเซียวจิ่งยู๋ทันที พลางมองดวงตาสีเขียวอ่อนที่มีเฉพาะตระกูลของเขาเท่านั้นเองนี่เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเว่ยลู่เซียนจริงๆ
เว่ยลู่เซียนที่เพิ่งสังเกตก็พบว่าดวงตาของเซียวจิ่งยู๋นั้นเหมือนกับนางมาก
เว่ยเซี่ยวป้อแม้จะเชื่อแต่ก็ไม่อาจยอมรับเซียวป้อจ้านได้ เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ให้เกียรติน้องสาวของเขาแถมยังไม่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องอีกด้วยทำให้เขานั้นไม่พอใจ
“ท่านแม่ข้าหิวอีกแล้วขอรับ” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกเพื่อขัดความคิดของทุกคนในตอนนี้
“เจ้าอยากทานอะไร” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามนางหาโอกาสออกจากสถานการณ์นี้เร็วๆ เพราะทนอยู่ต่อฟังคนแต่งเรื่องเก่งอย่างเซียวป้อจ้านไม่ไหวจริงๆ
“ข้าทานได้หมดเลยขอรับถ้าหากท่านแม่เป็นคนทำ” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกอย่างรู้งาน
ดูก็รู้ว่าท่านแม่ของเขาอยากออกไปจากที่นี่แล้ว ปล่อยให้ท่านพ่อของเขาแต่งเรื่องโกหกต่อไปคนเดียวเถอะ
“งั้นหรืองั้นเราไปช่วยกันทำอาหารดีหรือไม่” กล่าวบอกพลางอุ้มเซียวจิ่งยู๋ขึ้นมาด้วย
ก่อนจะเนียนๆ พาตัวเองออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งห้าหนุ่มเอาไว้ด้วยกัน
“แล้วเจ้าจะมาขอน้องของข้าเมื่อไร” เว่ยเหลียนฉางเมื่อเห็นว่าเว่ยลู่เซียนออกไปแล้วก็เอ่ยถามทันทีทำเอาชายอีกคนหันไปมองทันที
“ข้าขอไปแล้ว” เซียวป้อจ้านตอบกลับไป
ทำเอาสี่หนุ่มงงทันที เพราะมั่นใจว่าเซียวป้อจ้านยังไม่ได้ไปขอน้องสาวของเขา
“แต่นางขอเวลาก่อน ข้าเลยทำอะไรไม่ได้” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอก ถึงพวกนี้ไม่บอกเขาก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว
“อ้อ จริงสิ พักนี้ชายที่ชื่ออี้หยางมาหานาง ยังไงก็ช่วยจัดการให้เซียนเอ๋อร์ของข้าด้วยละ” กล่าวจบเซียวป้อจ้านก็หายตัวไปทันที
ชายหนุ่มทั้งสี่ต่างพากันคิ้วกระตุกทันทีที่ได้ยินในสิ่งที่เซียวป้อจ้าน น้องสาวของเขาไปเป็นของเจ้านั่นตั้งแต่เมื่อไรกัน