หลายวันผ่านไป (ไวเหมือนพิมพ์ได้) เฟรินกับเฟลิโอน่ายังคงใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในป้อมอัศวิน โดยยังไม่มีใครสงสัยถึงฐานะที่แท้จริงของเ้าหัวขโมยจอมปลอม
เฟรินกลายเป็ตัวสร้างสีสันให้กับป้อมอัศวินปีหนึ่ง โดยการทะเลาะกับนักฆ่าปัญญาอ่อนเื่หมากรุก (เฟรินแอบหยิบตัวหมากของคิลขณะเล่นด้วยกัน) แกล้งหลีสาวปราสาทขุนนางในห้องเรียน กวนประสาทเหล่าปราสาทขุนนางเล่น และร่วมวางแผนการไร้สาระกับคู่หู ครี้ด ธันเดอร์ และสุดท้ายจบลงด้วยกันหลบไม้คทาพิฆาตจากแองจี้ ไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นชั้นปี และโอดโอยให้เ้าหญิงคนงามรักษา จนคนรอบข้างเริ่มคิดว่าเป็แผนหลีเ้าหญิงคนงาม ซึ่ง ๆ หน้าหัวหน้าชั้นปีอีกคน
ส่วนเฟลิโอน่าก็คอยหลอมเ้าชายแห่งคาโนวาลอีกทีเพื่อป้องกันการแข็งตายของเหล่าทโมน และพี่ชายของเธอ ให้มาดแข็ง ๆ และเ็าหลุดให้ได้เห็นเป็บางครั้ง บางทีก็วางแผนแกล้งคนนั่นคนนี่เล่น ไม่ก็ร่วมลงโทธเฟรินกับครี้ด ด้วยการส่งสายฟ้าเข้าไปร่วมแจมให้เหล่าทโมนหลบลูกหลงกันจ้าละหวั่น
เฟรินกับคิล คู่หูปัญญาอ่อนวิ่งอย่างเร่งรีบ ด่วนจี๋ ไปรษณีย์จ้า เพื่อให้ทันเข้าเรียนวิชาเวทมนต์ของแม่มดสาว
คิลหันไปมองเพื่อนที่ร่วมวิ่งมาด้วยกันอย่างคาดโทธ ทั้ง ๆ ทีเขาก็เตือนมันแล้วว่าให้รีบ ๆ มันก็ยัง ฟาดข้าวเอา ฟาดข้าวเอา สายจนได้ แล้วเขาก็ดันไปบ้าจี้รอมันจนจะสายอยู่มะล่อมมะล่อ
ผ่าง...
“แฮ่ก ๆ ๆ” สองหนุ่มหอบตัวโยก แอบสบตากันอย่างโล่งอกที่อาจารย์สาว(เหลือน้อย) ยังไม่มาถึงห้อง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเห็นเพื่อน ๆ ร่วมชั้นปีหน้าคร่ำเคร่งกับอะไรบ้างอย่าง มือหนาของหัวขโมยก็คล้องคอเพื่อนนักฆ่าไปร่วมแจมอีกคน
“เฮ้ย ๆ มีไรกันว่ะ” ทุกคนหันไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะยื่นหนังสือเวทมนย์ที่เฟรินถอนหายใจอย่างโล่ง อก เพราะถ้าแม่สาวน้อย แองเจลีน่าเปลี่ยนจากคทาเป็หนังสือในมือเขาเนี่ย ไม่เขาก็ครี้ดที่ได้หัวแตกเป็แน่ แถมดู ๆ น่าจะเจ็บกว่าหลายเท่าอยู่
“อาจารย์ให้ลองใช้เวทย์ในหนังสือเล่มนี้ดู” เสียงจากด้านหลังเป็ใครไปไม่ได้ โร เซวาเรส ขอทานผู้รอบรู้ ถ้าปุ๊บตอบปั๊บ
“หนาอย่างกะเอวช้างน้ำเนี่ยน่ะ” คิลสบถอย่างหัวเสีย นั่งแหมะลงบนโต๊ะก่อนจะหลบวูบตามแรงมือของหัวขโมยที่กระชากหลบไม้คทาด้านหลัง หันไปดูเ้าของไม้คทาอย่างเอาเื่
“ทำไมย่ะ เขาให้อ่านก็อ่านสิ บ่นอยู่ได้” แองจี้เล่นลิ้นกวนประสาท แต่คิลแค่ยักไหล่และเดินหลบไปอีกด้านของหัวขโมยเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียง
“เธอไม่เห็นหรอจ๊ะ แองจี้ หนาขนาดนี้ใครจะไปอ่านลง” ครี้ดทำหน้าขยะแขยงเหมือนโดนบังคับให้กินอะไรสักอย่างที่ไม่น่าพิสมัย ก่อนจะชะงักกับเพื่อนร่วมก๊วนที่ชอบลงมาช่วยแหย่ที่วันนี้ยืนยิ้ม เปิดหนังสือเล่น
“เป็ไรว่ะ ไอเฟริน ยิ้มบ้าอยู่ได้” โคลว์ที่อยู่ข้าง ๆ ถามแต่เฟรินยังไม่ไหวตัว คิลเลยตบหัวเพื่อนซี้เบา ๆ ทีหนึ่ง เพื่อเตือนสติ เฟรินหันไปแยกเขี้ยวใส่คนที่บังอาจลอบประทุษร้ายเขาจากด้านหลัง (น่าน ว่าไปน่าน)
“ใช่ค่ะ แต่เอ๋... ทำไมวันนี้คุณเฟรินมาเข้าเรียนล่ะค่ะ” เรนอนที่ผละจากการสนทนากับมาทิลด้าได้ยินพอดีถามขึ้น
ทุกคนเริ่มนึกขึ้นได้ว่า ไอหัวขโมยข้างตัวพวกเขา มันโดดเรียนเป็ว่าเล่น ไม่ปวดหัว ก็ปวดท้อง ไม่ก็หาเื่โดดเสียดื้อ ๆ
“ใช่ นายมีแผนอะไรกันแน่” เสียงทรงอำนาจอีกเสียงดังขึ้นข้าง ๆ เรนอน หันไปอีกด้านก็มีเ้าแม่คทาควงคทาอยู่เล่น ๆ ชวนให้คอหดวูบ หน้ายู่เหลมองน้องสาวตัวแสบ ปากบ่นพึมพำอะไรสักอย่าง จนคนมองงงกับการกระทำของหัวขโมย
คิลลงไปหัวเราะชักดิ้นชักงอบนพื้นอย่างไม่อายสายตาประชาชี คาโล คาลิน่าและเฟลิโอน่าอมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อหัวขโมยตรงหน้าหน้าบูดเหมือนเด็ก ๆ
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงทรงอำนาจถามซ้ำอีกรอบอย่างไม่เข้าใจ คนอื่น ๆ พยักหน้ารับ เฟรินมองอย่างเอาเื่ สามคนที่ยืนอมยิ้ม
“ก็วันก่อนน่ะ สิ เฟลิโอน่าส่งสารไปรายงานท่านจ้าวว่าเฟรินมันหนีเรียน ท่านจ้าวเลยส่งจดหมายกลับมาว่า ฮะฮ่ะฮ่า อึ้บ... ว่า ถ้าไอเฟรินมันหนีเรียนหรือทำตัวไม่ดีอีก จะทำโทธด้วยการให้มัน ฮะฮ่ะฮ่า...อึ้บ ฮะฮ่ะฮ่า”
“ทำโทธไงว่ะ พูดดี ๆ สิว่ะ ชาตินี้จะรู้เื่รึไงเนี่ย” ซอร์โรบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อคนเล่ามันเอาแต่หัวเราะ
“ก็ให้ไอเฟรินมัน อยู่ทำคลอดัท้องแก่ กับล้างคอกตะขาบั์น่ะสิ ฮะฮ่ะฮ่า” คำตอบของคิลทำให้หัวขโมยอยากฆ่าตัวตาย หันไปมองน้องสาวตัวปัญหาที่ทำให้เป็แบบนี้ แล้วก็ปลงกับเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้น
“โว้ย พอเลย ๆ ดูว่ามีอะไรน่าสนใจดีกว่า” เฟรินเอ่ยอย่างหัวเสียง โบกหนังสือเวทมนต์ไปมา เหล่าทโมนรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเื่ดี ๆ เกิดขึ้นเป็แน่ (แน่ใจน่ะว่าดี – คนแต่ง) เลยหยุดหัวเราะและเข้าไปใกล้หัวขโมยมากขึ้น คาลิน่าส่งสายตาดุ ๆ ปราม ส่วนคาโลส่ายหัวอย่างปลง ๆ
“เฮ้ย เอาไงว่ะ เฟริน” ครี้ดถามอย่างตื่นเต้น เฟรินยิ้มแฉ่งโยนหนังสือเล่นบ้าง
“เขาให้ลองสักเวทย์ ก็ลองสิว่ะ หึ ๆ” เฟรินโยนหนังสือและรับอีกมือ ั์ตาสีน้ำตาลอมดำกวาดมองชื่อเวทย์ในหนังสือ
“เวทย์เปลี่ยนร่าง” เสียงหนึ่งดังจากด้านหลังเขา ไม่หันก็รู้ว่าเป็ใคร เ้าโร เซวาเรส ขอทานเพื่อนยาก ก่อนมันจะเอ่ยแย้ง “ไม่ดีมั้ง เฟริน เวทย์นี้ค่อนข้างอันตราย แล้วนายก็เสกได้แต่ดอกกุหลาบอีกต่างหาก ฉันว่าอย่าดีกว่า”
ทุกคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย แต่เ้าคนถูกห้ามกลับยิ้มร่า โบกไม้โบกมือเหมือนไม่เป็ไร ซะอย่างงั้น เมื่อห้ามไม่ได้ เหล่าหัวกระทิที่พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถอยออกไปดูที่มุมห้องแทนเพราะไม่อยากถูกลูกหลง
“เฮ้ย~ ไอเฟริน เวทย์เปลี่ยนร่างดีจริงป่าวว่ะ” ครี้ดถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะเห็นไอเหล่าหัวกระทิหลบไปซะไกล
“หึ ๆ ทำไมจะไม่ดีว่ะ หึ ๆ ลองคิดดูน่ะโว้ย ถ้าฉันเป็ผู้หญิงมันจะสวยขนาดไหน หึ แล้วคราวนี้แหละจะ ฉันจะลองไปโปรยเสน่ห์แถวปราสาทขุนนางดูหน่อย หึ ๆ เห็นว่าโรงอาหารฟีนิกซ์อร่อย จะไปลองดูสักหน่อยเป็ไง ๆ 555+ ทีนี่แหละ แม่จะฟาดให้เปรมเลย” ว่าแล้วคนพูดก็ตาวาวระยิบเรียกเสียงหัวเราะจะเหล่าคนฟังได้อย่างดี
เฟลิโอน่าที่ได้ยินพี่ชายฝาแฝดพูดก็ยิ้มกริ่มอย่างที่ใครเห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้ คนรอบ ๆ หัวขโมยที่กำลังเพ้อฝันค่อย ๆ หดหายไปทีละคนสองคน
“ฉันว่านาย อยู่ในร่างนี้ดีกว่าเฟริน” เสียงหวานเอ่ยอย่างเย็น ๆ เวทย์บทหนึ่งวิ่งไปหาหัวขโมยที่ตาเบิกกว้าง อย่างเริ่มรู้ชะตากรรม
ป๊อก...
กลุ่มควันค่อย ๆ หายไปเผยให้เห็นลูกสุนัขสีน้ำตาล ขนฟูฟ่องน่ารัก ตาสีน้ำตาลอมดำมองค้อนคนเสก หางสะบัดอย่างไม่พอใจ แต่ก็ดูน่ารักน่ากอดมากกว่า
“เฮ้ย~ ไอเฟริน” คิลเอ่ยอย่างใ สาบานได้ว่า เฟลิโอน่าเป็คนสุดท้ายที่เขาจะมีเื่ด้วย
“นายอยู่ในร่างนี้น่ารักกว่าเยอะน่ะ ฉันว่า เฟริน” เสียงทรงอำนาจเอ่ยกระเซ้าเ้าหมาขนสีน้ำตาล
เฟรินในร่างหมาขนสีน้ำตาลสะบัดตัวอย่างไม่พอใจเรียกเสียงหัวเราะฮาครื้นเครงจากเหล่าเพื่อนร่วมชั้นที่ยืนดู ก่อนจะกระโจนเข้าไปคว้าหมาตัวนั้นมาเล่นด้วยอย่างสนุกสนานโดยไม่สน คนที่โดนเล่นด้วยแม้แต่นิด
“พอโว้ย พอ” หมาขนฟูเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย มองค้อนคนเสกที่ยืนยิ้ม แล้วก็ต้องคอหดวูบ กระโจนไปหาเ้าหญิงเมืองนักรบแทน ซะอย่างงั้น เฟลิโอน่าหัวเราะเบา ๆ กับการกระทำของพี่ชาย ส่งสายตาห้ามไม่ให้เพื่อนสาวเธอแก้มนต์ให้
เฟรินในร่างหมาเบ้หน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนให้เ้าหญิงแทน พอคนถูกอ้อนเห็นก็ต้องหันมามองอย่างใจอ่อน
“อุ้มหน่อยดิ ลิน น่ะ น่ะ” หมาขนสีน้ำตาลเอ่ยอย่างออดอ้อน วิ่งรอบตัวเองเหมือนเ้าตัวที่มันเป็ เรียกเสียงหัวเราะจากคนถูกอ้อน ก่อนจะคว้าขึ้นมาอุ้มอย่างใจอ่อน
เพื่อนร่วมชั้นหน้าหวอ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนเขามันจะใช้วิกฤตให้เป็โอกาสได้อย่างนี้ แถมเ้าหญิงคนงามดูจะใจอ่อนเสียด้วย ความจริงคาลิน่าถือว่าเป็สาวงามที่หาได้ยากในป้อมอัศวิน และเข้าถึงได้ยากที่สุด ทั้งจากเธอเอง และเ้าพี่ชายที่คอยส่งไอเย็นข้าง ๆ ไม่เหมือนเฟลิโอน่าที่เข้าหาง่ายกว่า
“ได้ทีเลยน่ะ มรึง” คิลกระเซ้าเพื่อนซี้ที่ระริกระรี่บนอ้อมแขนเ้าหญิงคนงาม เรียกเสียงหัวเราะอีกรอบ
……………………………………