"เจ๊ มาช่วยเป็นอมินีให้หน่อยสิ"
พี่สาวของณรัชต์ไม่ทันตอบอะไร ก็ได้ยินเสียงรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้านก่อน
"ไปดูซิ ใครมา" พี่สาวเขาชี้นิ้วสั่งการ
ณรัชต์เดินออกไปดูที่หน้าบ้านก็เห็นเป็รถของนายตำรวจแขกเ้าประจำ เขาจึงเชิญเข้ามาในบ้าน
พี่สาวเขาที่ตอนนี้กลับมานั่งเรียบร้อยอยู่บนโซฟาแล้ว ก็สวัสดีทักทายผู้หมวดหนุ่ม
ผู้หมวดหนุ่มถามหาพ่อกับแม่ของเขา ณรัชต์ตอบไปว่าพ่อเขาไปหากำนันที่อีกหมู่บ้าน ส่วนแม่มีธุระกับกลุ่มแม่บ้านในหมูบ้านนี่ล่ะ -_-
นายตำรวจยื่นหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายวันกับนิตยสารรายสัปดาห์ที่ซื้อติดมือมาฝาก และยื่นถุงขนมอีกถุงให้พี่สาวเขา นั่งคุยปฏิสันถารกันพักหนึ่ง ณรัชต์ก็หันไปคุยกับพี่สาวต่อ
"ว่าไงเจ๊ ยืมชื่อมาทำธุรกรรมหน่อยสิ ได้ไหม" เขาถาม
"เอาไปทำอะไร" พี่สาวเขาถาม
"ซื้อตึกแถว" เขาตอบ
"หือ เอาตังค์มาจากไหน ค้ายาบ้าป่ะเนี่ย" พี่สาวถามพลางขมวดคิ้ว
"เจ๊ เจ๊อย่าพูดซี้ซั้วอย่างงั้นสิ แถวนี้มีตำรวจนะ" เขาตอบพลางกลอกตาอย่างเซ็งๆ ไปทางตำรวจที่กำลังนั่งฟังอยู่ในวงสนทนาด้วย
"เจ๊ก็เคยแอบส่องเอกสารหุ้นผมหนิ ั้แ่ตอนเขาส่งใบแจ้งเงินปันผลมา น่าจะรู้ว่าพอร์ตหุ้นผมมีเงินเยอะอยู่" เขาพูดต่อ
"ห้าแสนกว่านั่นน่ะนะ ไปเสี่ยมาจากไหน" พี่สาวเขากล่าวถึงเงินต้นที่แอบส่องดูในเอกสารคราวก่อน
"อือ ตอนนั้นอะนะ " เขาคิดถึงเงินต้นในบัญชีหุ้น่ที่ได้ปันผลจากหุ้นเดินทะเลทั้งสามตัว ถ้ารู้ว่าตอนนี้เขามีเท่าไหร่แล้วจะหนาว...
"ได้จากตัวไหนน้องนะ ไม่กระซิบบอกกันมั่งเลย" ผู้หมวดหนุ่มเข้าร่วมวงสนทนา
"กลุ่มเดินเรือครับ" เขาตอบตามตรง
"อ๋อ ่ที่ราคาวิ่งกันกระจาย่สองสามเดือนมานี่น่ะเหรอ" ผู้หมวดหนุ่มชวนคุยต่อ
"ครับ นั่นล่ะ ราคาขึ้นกันแรงมาก เลยโชคดีไปกับเขาด้วย"
"เพื่อนพี่ก็เล่าให้ฟัง มันซื้อหุ้นบริษัท ชิปปิ้ง L ทุน 5 บาท ไปขาย 10 บาท ได้กำไรตั้งหนึ่งเด้งแหนะ" ผู้หมวดหนุ่มพูดถึงเพื่อนที่ได้กำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ที่มักเรียกกันในหมู่คนเล่นหุ้นว่าเป็ เด้ง (1 เด้ง เท่ากับกำไรหนึ่งเท่า)
"ชิปปิ้ง L ทุนผมบาทเดียวพี่ ไปขาย 18 บาท " ณรัชต์เผลอโม้เกทับไป ทำเอานายตำรวจหนุ่มอ้าปากค้าง กับ กำไร 18 เด้งของเขา
ณรัชต์หันไปคุยกับพี่สาวต่อ
"ว่าไงเจ๊"
"ก็ต้องดูก่อนว่ามีค่าน้ำร้อนน้ำชาเท่าไหร่" พี่สาวเขาตอบพร้อมส่งสายตาเ้าเล่ห์มา
"เอาน่า มีให้เยอะแน่ ๆ "เขาบอกอย่างใจป้ำ
ขณะกำลังจะพูดรายละเอียดต่อ แม่เขาก็เดินเข้าบ้านมา หลังจากรับไหว้นายตำรวจแม่เขาก็ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้พี่สาวเขา
"แม่จดพวกของที่ต้องซื้อมาเตรียมงานกฐิน ไปซื้อที่บิ๊กซีกับน้องนะ"
บ้านของณรัชต์มีรถปิคอัพใหม่หนึ่งคัน จักรยานยนต์สองคัน รถไถอีกหนึ่งคัน
รถปิคอัพปกติไม่ค่อยมีใครใช้เพราะไม่ค่อยได้ไปไหน ยกเว้น นานๆ พ่อเขาจะพาลูกบ้านที่เจ็บป่วยฉุกเฉินไปส่งโรงพยาบาลบ้างเท่านั้น แต่เวลาปกติพ่อเขามักใช้จักรยานยนต์เป็พาหนะ ส่วนพี่สาวเขา ผู้เป็คนคะยั้นคะยอให้ซื้อรถนั้นมีใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว บางครั้งจึงรับหน้าที่โชเฟอร์ให้แม่เขาบ่อยๆ เวลาไปทำธุระ
นายตำรวจหนุ่มที่นั่งฟังด้วยอาสาเป็คนพาไปเอง แม่เขาจึงอนุญาตอย่างเสียไม่ได้ ก่อนกลับไปที่กลุ่มแม่บ้านต่อเพราะน่าจะกำลังเล่นไพ่ติดพันกันอยู่
คุยกันอยู่อีกสักพัก กรุ๊ปทัวร์คณะเดิมที่ประกอบด้วยสมาชิกสามคนก็เคลื่อนย้ายกันออกจากบ้านไปขึ้นรถเพื่อไปซื้อของใช้มาไว้เตรียมงานกฐิน
ระหว่างนั่งไปบนรถผู้หมวดหนุ่มดูเหมือนยังสนใจเื่หุ้นบริษัทเดินเรืออยู่ อาจเพราะทึ่งกับผลตอบแทนที่สูงมากล่ะมั้ง
"พี่ซื้อตอนนี้ยังทันไหม" เสียงมีความหวัง
"ตอนนี้ราคาขึ้นมาสูงกันทุกตัวแล้วพี่ ซื้อตอนนี้คงไม่คุ้มกับความเสี่ยงและผลตอบแทนเท่าไหร่" ณรัชต์ตอบ ก่อนเสริมอีกว่า
"เอาเข้าจริงในแง่การลงทุน หุ้นเดินเรือไม่เหมาะจะถือนาน ๆ ปล่อยให้พวกเซียนเขาตะลุมบอนกันไปเถอะพี่ หุ้นวัฏจักรพวกนี้ไม่น่าสนใจหรอกสำหรับนักลงทุนที่มีอาชีพประจำที่ไม่ค่อยมีเวลาติดตามข่าวสาร"
"หุ้นเดินเรือน่ะเป็อุตสาหกรรมที่ใครก็เข้ามาง่ายมาก แค่มีเงินก็ซื้อเรือ ตั้งบริษัท รับงานได้แล้ว ยิ่งตอนนี้ที่ค่าระวางเรือสูง ยิ่งดึงดูดให้คู่แข่งหน้าใหม่โผล่เข้ามาเพิ่มเป็ดอกเห็ด"
"วันก่อนผมอ่านหนังสือพิมพ์ ตอนนี้อู่ต่อเรือของบริษัทฮุนได กับ มิตซูบิชิ กำลังรับงานกันแน่นเอี้ยด ออเดอร์ต่อเรือทั่วโลกมหาศาลเลย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็พวกบริษัทเดินเรือนี่ล่ะ พอเห็นว่าค่าระวางเรือสูงก็สั่งต่อเรือเพิ่มกันใหญ่"
"อีกไม่ถึงปีพวกเรือใหม่ที่ต่อเสร็จก็จะทยอยเข้ามาแย่งส่วนแบ่งลูกค้าแล้ว และแน่นอนว่าอนาคตค่าระวางเรือจะลดลงแน่ ๆ " ณรัชต์จำได้ว่าค่าระวางเรือที่พุ่งสูงในวัฏจักรรอบนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีก็หมดรอบแล้ว เพราะเรือใหม่ที่ต่อเสร็จตามอู่ต่อเรือต่าง ๆ ทั่วโลกทยอยออกมา
ว่าไปแล้ว ผู้บริหารบริษัทเดินทะเล C ก็ฉลาดน่าดู แทนที่จะสั่งต่อเรือใหม่เหมือนบริษัทเรือเ้าอื่นแล้วต้องรอเรือกว่าจะต่อเสร็จ แต่บริษัทเดินทะเล C เลือกซื้อเรือมือสองที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที
แม้เรือมือสองจะเหลืออายุการใช้งานไม่มาก แต่มันก็คุ้มค่าและได้กำไรมากถ้าเทียบกับการสามารถนำเรือมารับจ้างขนส่งตอนนี้ได้ทันที เพราะค่าระวางเรือในตอนนี้ถ้าเทียบกับ่ก่อนแล้ว ได้ขึ้นมาถึงเกือบห้าเท่าเลยทีเดียว
ผู้หมวดหนุ่มมองถนนและขับรถไป แต่ก็พยักหน้าตามที่ได้ฟังณรัชต์พูด
"อ้อ คราวก่อนที่น้องนะ ให้หลักวิเคราะห์หาหุ้นลงทุนนั่นน่ะ พี่เจอแล้วตัวนึงเข้าหลักหลายข้อเลย" เสียงผู้หมวดหนุ่มเปลี่ยนมากระตือรือร้น
"เป็หุ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่คู่แข่งหน้าใหม่เข้ามายาก แทบจะเป็ธุรกิจผูกขาด"
"เป็หุ้นที่มีอำนาจต่อรองกับลูกค้าสูงมาก เพราะไม่มีคู่แข่ง ทำให้จะปรับราคาขึ้นเท่าไหร่ก็ได้"
"สิ่งที่จะมาทดแทนธุรกิจนี้ก็ยังไม่มี"
"การแข่งขันในอุตสาหกรรมก็ไม่มีเพราะผูกขาด แถมยังถือว่าเป็เทรนด์ที่จะเติบโตในอนาคตด้วยนะ" เสียงผู้หมวดหนุ่มบรรยายต่อเนี่อง
"แต่ก่อนราคาตั้งแปดสิบกว่าบาทต่อหุ้น ตอนนี้เหลือสามสิบบาทเอง ถ้าขึ้นไปราคาเท่าเดิมได้นี่ สองเท่าครึ่งเลยนะ " เสียงเล่าอย่างกระตือรือร้น
จากหลักการวิเคราะห์แบบ ไฟว์ฟอร์ซโมเดล ห้าข้อ หุ้นบริษัทนี้กวาดไปสี่ข้อเลยแฮะ ท่าจะดีจริง ณรัชต์คิดในใจ
"หุ้นอะไรพี่" เขาถาม หุ้นอะไรหว่า ทำไมเขาถึงคิดไม่ออก
"หุ้นการบินแห่งชาติไง"
ณรัชต์เกือบพ่นขนมที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปากออกมา เมื่อได้ยินชื่อหุ้น
----------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 3,928,400 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : = 3,928,400 บาท
-------------------------------------------------------------------------
ปล.นิยายเื่นี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิง บริษัทต่างๆ ในเื่ไม่มีอยู่จริง >___<