อ๊ะ ลืมอธิบายลักษะหัวหอกของดอนเลย พอดีตอนนั้นเพลินไปหน่อยขออภัย รูปร่างของมันเป็แบบหัวรูปศรแบบนี้ < ทำมุม40° แล้วจากปลายไปถึงด้ามทำมัน45° ทำให้เป็เหมือนเงี่ยงปลา มีขนาดค่อนข้างเพื่อใช้ในการฟ้นคล้ายกับดาบสั้น จะสังเกตได้จากตอนที่จับด้ามในบริเวณที่ใกล้กับหัวหอกเพื่อใช้ฟัน เป็เหมือนกันสามอันเลยนะ
.
.
.
หลังกลุ่มผู้กล้าพ่ายแพ้จากการต่อสู้กับกลุ่มลิซาร์ดแมน พวกอัศวินที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมได้ช่วยกันพยุงร่างที่ไร้สติของทาเคดะกับลู่เซียวให้ยืนขึ้นเพื่อไปรักษาตัวในสถานที่ที่มีผู้คนอยู่อาศัยที่ใกล้ที่สุด
“คุณผู้หญิง! มีที่ว่างในรถม้าเหลือมั้ยครับ!”
เป็โชคดีของพวกเขา เมื่อพยุงร่างของสองผู้กล้าออกมาถึงถนนเส้นหลักที่ผู้คนใช้สัญจร รถม้าของหญิงสาวคนหนึ่งได้ขับผ่านมาพอดี พวกเขาจึงรีบเอ่ยถามขึ้นในทันที เพราะลำพังแค่ตัวพวกเขาเองก็แทบไม่เหลือแรงเดินแล้ว ถ้าหากยังคงพยุงผู้กล้าต่อไปจนถึงเมืองหรือหมู่บ้านคงได้พาผู้กล้าไปหัวทิ่มดินเป็แน่
“มีค่ะคุณอัศวินหลวง แต่ข้าวของมันจะลกๆหน่อยนะคะ”
เธอได้ขับมาหยุดตรงหน้าของพวกเขาก่อนจะลงมาจากที่นั่งและพาพวกเขาไปยังด้านหลังรถม้าเพื่อเข้าไปยังภายใน
“โห่! แค่นี้ก็พอแล้วครับ ข้าขอขอบคุณคุณแม่ค้าในอัศวินทัพหลวง”
“ไม่เป็ไรค่ะ ชาวบ้านอย่างพวกเราต้องช่วยพวกคุณอยู่แล้วค่ะ”
เมื่ออัศวินเลขาเห็นสิ้นค้าภายในรถม้าที่ถูกจัดออกมาอย่างมีระเบียบจนเหลือที่ว่างมากพอจะให้ทาเคดะกับลู่เซียวขึ้นนอนได้แล้ว ยังเหลือที่ให้แคเทอรีนที่ใกล้หมดแรงเต็มทีขึ้นไปพักอีกด้วย หลังจากที่พาผู้กล้าทั้งสองขึ้นไปนอนพักแล้ว เขาจึงก้มหัวขอบคุณแม่ค้าสาวที่ให้การช่วยเหลือพวกเขา แต่เธอก็รีบส่ายหน้าพร้อมปฏิเสธคำขอบคุณนั้นเพราะประชาชนต้องช่วยเหลือเหล่าทหารที่ได้รับาเ็จากอะไรก็ตามแต่อยู่แล้ว
“นี่เธอน่ะ เดินทางคนเดียวไม่กลัวเลยรึไง”
เอลฟ์สาวที่สวมผ้าคลุมไว้แล้วได้ถามแม่ค้าสาวออกมาในขณะที่นั่งอยู่ข้างๆเธอตรงที่นั่งข้างคนขับ เพราะการที่ผู้หญิงเดินทางคนเดียวกันมันอันตราย ไม่ว่าจะจากสัตว์ร้ายหรือแม้แต่สัตว์ร้ายในคราบของมนุษย์
“อืม ครั้งนี้ฉันเตรียมตัวมีดีแล้วค่ะ”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามของเอลฟ์สาวพร้อมกันชี้ปืนคาบศิลาที่ถูกซ่อนเอาไว้ข้างหลัง เพราะเธอไม่อยากให้ตนเองมีจุดจบเดียวกันกับพี่ชายของเธอ
ทางเอลฟ์สางเมื่อเห็นมันก็แสดงสีหน้าตกตะลึงภายใต้ผ้าคลุม แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนปืนคาบศิลาทั่วๆไป แต่จากพลังเวทย์ที่เธอััได้จากมันนั้นเป็ตัวบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่ามันคืออาร์ติแฟกต์ระดับกลาง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าแม่ค้าสาวมีมันในได้อย่างไร แต่จากการคำตอบและการแสดงสีหน้าของแม่ค้าสาว มันจึงทำให้เธอรู้สึกว่าแม่ค้าสาวต้องผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายบางอย่างมาเป็แน่
“ถึงเมืองอิเคเซียแล้วค่ะ”
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองอิคเคเซีย แม่ค้าสาวจึงบอกพวกอัศวินที่เดินตามอยู่ด้านหลัง พวกเขาจึงเดินขึ้นมานำหน้ารถม้าทันทีที่เข้าใกล้ เพราะพวกเขา้าข้ามขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่มีผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียด
“ช่วยไปส่งที่โรงหมอด้วยได้หรือไม่ครับ?”
อิศวินเลขาถามแม่ค้าสาวอีก เพราะถ้าหากเธอรีบไปทำธุระ พวกเขาก็จะนำผู้กล้าทั้งสองไปกันเอง
“ได้เลยค่ะ ยังไงซะพวกคุณก็พาฉันเข้ามาในเมืองได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว”
แม่ค้าสาวยินดีที่จะไปส่งชายทั้งสองที่โรงหมออย่างเต็มใจ อย่างไรซะเวลาที่เสียในการไปโรงหมอมันก็ไม่เท่ากับการรอตรวจคนเข้าเมืองอยู่แล้ว โดยที่ระหว่างทางก็มาสายตาของชาวบ้านมากมายจับจ้องมาที่พวกเขา เพราะอัศวันทัพแปดนายที่เดินมาพร้อมกับรถม้าของแม่ค้าสาว ทำให้พวกเขาคิดอะไรกันไปต่างๆนาๆ ไม่ทางที่ดีก็ไปทางที่ไม่มี
“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ”
หลังจากพยุงผู้กล้าที่พอฟื้นสติขึ้นมาได้บ้างแล้วลงจากรถม้าที่หน้าโรงหมอ อิศวินเลขาจึงกล่าวขอบคุณแม่ค้าสาวอีกครั้ง
“ยินดีเสมอค่ะ”
ครั้งนี้แม่ค้าสาวที่ยืนอยู่หน้าอิศวินเลขาก้มหัวรับคำขอบคุณของเขา
“รักษาตัวด้วยนะคะ”
เอลฟ์สาวในผ้าคลุมกล่าวลาแม่ค้าสาวที่กำลังคว้าเชือกเตรียมไปทำธุระของเธอต่อแล้ว
“เช่นกันค่ะ”
แม่ค้าสาวพยักหน้าแล้วตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มก่อนเธอจะขับรถม้าออกมา พวกเธออิศวินจึงพยุงผู้กล้าที่สองเข้าไปนอนพักในโรงหมอ และพวกเองก็ต้องทำแผลที่เกิดจากการต่อสู้กับไอ้พวกหัวรุนแรงเหมือนกัน โดยมีเอลฟ์สาวมองตามรถม้าจนกระทั่งลับไปจากสายตา เธอจึงตามเข้าไปยังโรงหมอเพื่อตรวจสอบสภาพของผู้กล้าทั้งสามว่ามีชิ้นส่วนไหนบุบสลายไปหรือไม่
.
.
.
กลับมาที่ปัจจุบัน
“โอ้ย! ลูกพี่คร้าบ! ผมผิดไปแล้วคร้าบ!”
ชายหนุ่มมนุษย์หมาป่าร้องออกมาอย่างหมาออกมาในขณะที่โดนฝาแฝดรุมประชาทัณฑ์กันอย่างเมามัน ตอนนี้เขาทำได้แต่นอนเก็บคองอเข่าเป็กระสอบทรายให้ฝาแฝดเตะเล่น
“พอแค่นี้เถอะทั้งสองคน เดี๋ยวเขาก็ช้ำในตายหรอก”
แซนนี่เดินเข้ามาหยุดฝาแฝดเอาไว้เพื่อไม่ใช้ชายหนุ่มมีอาการาเ็มากนัก เพราะจากการสู้กันสั้นๆเมื่อครู่ ทำให้เธอตัดสินใจะรับเขามาเป็ลูกเบ้เพิ่ม แต่ถ้าหากเขาตอบปฏิเสธ เธอก็จะให้ฝาแฝดรุมกระทืบเขาให้นายตาทีนไปเลย ข้อหามาทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ
“ขอบคุณคร้าบ! ลูกพี่หญิง!”
ทันทีที่ผาแฝดหยุดกระทืบเขาตามคำสั่งของแซนนี่ เขาก็โดดเกาะขาของเธอพร้อมสิ่งสายตาปิ๊งๆเพื่อเรียกร้องคะแนนความสงสารจากเธอทันที
“ถ้าไม่อยากตายกรุณารีบปล่อยมือจากขาของฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
เสียวหวานใสดังขึ้นอีกครั้ง แต่สายตาและออร่าที่แพร่ออกมาจากแซนนี่นั้นแทบไม่ต่างจากคุณแม่สามีของเธอเลย ทำให้ชายหนุ่มมนุษย์หมาป่ารีบโดดออกมาห่างทันทีพร้อมกันเหงื่อที่ไหนทั่วไปหน้า
“เจ๊ เดี๋ยวไอ้นั่นมันก็กลัวจนเยี่ยวแตกหรอก”
ทูซที่เห็นออร่าของแซนนี่ก็รู้สึกเสียวสันหลังไม่ต่างกับลูซ ทำให้แซนนี่เก็บออร่าของเธอไปในทันทีที่รู้ตัวว่าทำให้คนอื่นกลัว
“โอ๊ะ! ขอโทษน้า ฉันไม่ได้ตั้งใจ อื้อ~”
แซนนี่รีบขอโทษทันทีหลังจากกลับมาเป็ปกติ ดอนที่เดินตามมาแล้วจึงลูบให้จนเธอส่งเสียงครางออกมาไม่ต่างจากแมว
‘กะ เกือบเล็ดแล้ว’
ชายหนุ่มยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นเพราะความน่ากลัวของแซนนี่ ถ้าหากทูซพูดช้ากว่านี้อีกสักหน่อยเขาคงฉี่ราดเป็แน่