ตอนที่ 15
“นี่ๆพรุ่งนี้อาหารกลางวันจะเป็นอะไรเหรอดนัย !!” ฮิคาริถาม
“อืม...เอาเป็นต้มจืดเป็นไงพอดีเต้าหู้ที่ซื้อเอาไว้มันก็หลายวันแล้วด้วยเดี๋ยวจะหมดอายุเสียก่อน” ดนัยนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“ชื่อไม่เห็นจะน่ากินเลย” ฮิคาริพูด
“เอาเป็นว่ามันอร่อยแล้วกัน สำหรับฉันมันอร่อยพอๆกับซุปมิโสะเลยนะ” ดนัยบอก
“โฮ่จะใช่เหรอ ซุปมิโสะน่ะในประเทศเรามันคืออาหารหลักเลยนะซึ่งคนโบราณว่ากันว่าในมืออาหารน่ะจะต้องเริ่มด้วยซุปมิโสะและจบด้วยซุปมิโสะเชียวนะ” ฮิคาริไม่เชื่อว่าอาหารที่ชื่อต้มจืดจะอยู่ระดับเดียวกับซุปมิโสะ
“รอดูแล้วกัน...เอาล่ะรีบกลับไปที่แผนกฉุกเฉินดีกว่า” ดนัยลุกขึ้นก่อนจะเก็บของและเก็บก้านธูปที่ปักเอาไว้ที่โคนต้นไม้ขึ้นมาเพื่อเอาไปทิ้งให้เรียบร้อย
เมื่อดนัยกลับมาที่ห้องฉุกเฉินหมออีกหลายคนที่ยังไม่ได้กินข้าวก็สลับกันไปกินที่นี่นั้นไม่เหมือนแผนกอื่นที่สามารถไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกันได้ แผนกฉุกเฉินนั้นต้องมีคนสแตนบายรอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
“นี่ค่ะหมอดนัยฉันทำตารางเวรของคุณเสร็จแล้ว” พยาบาลพูดก่อนจะส่งตารางเข้าเวรให้ดนัย
“ขอบคุณครับ” ดนัยรับมันมาก่อนจะใช้มือถือถ่ายรูปเก็บเอาไว้อีกทีเผื่อทำหาย
กริ๊ง !! เสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาทำให้ดนัยตื่นตัวขึ้นทันทีเพราะเวลาที่โทรศัพท์ดังจะมีเคสฉุกเฉินเข้ามาเสมอ
“หมอดนัยคะแย่แล้วค่ะเคสฉุกเฉินคนไข้ประสบอุบัติเหตุแขนขาดค่ะ !!” พยาบาลที่รับโทรศัพท์เสร็จหน้าซีดพลางหันมาบอกดนัย
“ห๋าแขนขาด ถ้าอย่างนั้นรีบส่งไปหาหมอโองาตะเลยครับ !!” ดนัยพูดพลางบอกให้ส่งเคสนี้ไปให้หมอโองาตะ มาสึมิที่แผนกศัลยกรรมเธอนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกซึ่งสามารถผ่าตัดต่อแขนได้
“ไม่ได้ค่ะหมอโองาตะกำลังผ่าตัดอยู่กว่าจะเสร็จก็อีกสามชั่วโมงค่ะ” พยาบาลบอก
“แล้วหมอคนอื่นๆล่ะครับ” ดนัยรีบถาม
“มีผ่าตัดหมดเลยค่ะแถมโรงพยาบาลอื่นๆเองก็เต็มหมดเลยค่ะจะใช้เฮลิคอปเตอร์ส่งไปเขตอื่นก็ไม่ได้เพราะวันนี้ลมค่อนข้างแรงเฮลิคอปเตอร์เลยขึ้นบินไม่ได้ค่ะ” พยาบาลตอบ
แย่แล้วกรณีแขนขาดถ้าไม่รีบผ่าตัดเพื่อต่อให้เร็วที่สุดล่ะก็แขนก็มีโอกาสกลับมาใช้งานไม่ได้ ดนัยเริ่มเครียด
“หมอดนัยผ่าได้มั้ยคะ” พยาบาลถามเธอนั้นคิดว่าดนัยน่าจะผ่าตัดได้เพราะหมอสุกิยามะโม้เรื่องของดนัยเอาไว้เยอะนั่นเอง (หมอสุกิยามือคือหมอแผนกฉุกเฉินที่เคยช่วยดนัยในการผ่าตัดในตอนที่ 6)
ไม่รอช้าดนัยหันไปมองฮิคาริด้วยสายตาเว้าวอนทันที
“เฮ้อ...ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ช่วยนายผ่าตัดอีกแล้วเพื่อตัวของนายเองแต่ดูท่าครั้งนี้คงจำเป็นสินะเพราะถ้าไม่รีบผ่าตัดคนไข้คนนั้นคงเสียแขนไปจริงๆแน่” ฮิคาริถอนหายใจออกมา
ขอบใจนะฮิคาริ ดนัยขอบคุณฮิคาริอยู่ในใจก่อนจะยิ้มออกมาพลางรีบหันไปบอกพยาบาล
“รีบโทรตามหมอสุกิยามะมาเป็นผู้ช่วยผมครับ แล้วก็โทรไปแจ้งให้พยาบาลเตรียมห้องผ่าตัดที่ว่างเอาไว้ด้วย แล้วก็ไปเรียกหมอวิสัญญีให้เตรียมพร้อมเอาไว้ครับผมจะไปเตรียมตัว อ๊ะจริงสิก่อนอื่นโทรติดต่อหมออิจิโนเสะให้ผมหน่อยครับ” ดนัยพูด
“ได้ค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะติดต่อไปที่ห้องผ่าตัดที่หมออิจิโนเสะใช้อยู่
“นี่ค่ะ” พยาบาลส่งโทรศัพท์ให้ดนัยหลังจากติดต่อได้
ฮัลโหลมีเรื่องอะไรหรือเปล่า !! เสียงหมออิจิโนเสะดังขึ้น
“ผมดนัยนะครับหมออิจิโนเสะ” ดนัยพูด
อ้าวหมอดนัยมีอะไรเหรอตอนนี้ฉันกำลังผ่าตัดอยู่ไม่ค่อยสะดวกคุยเท่าไหร่ หมออิจิโนเสะพูด
“พอดีกำลังจะมีคนไข้อุบัติเหตุแขนขาดส่งตัวเข้ามาครับ โรงพยาบาลอื่นก็เต็มหมดเลย หมอโองาตะและหมอท่านอื่นๆที่แผนกศัลย์กรรมก็ติดผ่าตัดหมดเลย ผมก็เลยตัดสินใจจะผ่าตัดเองครับ” ดนัยบอก
ว่ายังไงนะแขนขาดไม่ได้นะด้วยฝีมืออย่าง...
“ได้โปรดเชื่อใจผมครับหมออิจิโนเสะ ผมทำได้ครับ” ดนัยพูดอย่างมั่นใจเขาเหลือบไปมองฮิคาริที่พยักหน้าให้เขาเบาๆก็ยิ้มออกมาเขาเชื่อว่าถ้ามีฮิคาริคอยช่วยอยู่ข้างๆล่ะก็ไม่ว่าการผ่าตัดแบบไหนเขาก็จะผ่านมันไปได้
หมออิจิโนเสะเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะถอนหายใจและตอบกลับมา
ก็ได้ฉันอนุญาตฉันจะลองเดิมพันกับเธอดูแต่ถ้าเธอพลาดล่ะก็คงรู้นะว่าผลจะเป็นยังไง หมออิจิโนเสะพูด
“ขอบคุณครับหมออิจิโนเสะผมจะพยายามให้เต็มที่” ดนัยพูดขอบคุณหมออิจิโนเสะที่อนุญาตให้เขาผ่าตัด
ห้านาทีต่อมา
วี้หว่อ !! เสียงรถพยาบาลวิ่งเข้ามาที่โรงพยาบาลพวกพยาบาลที่สแตนบายรออยู่รีบไปรับคนไข้มาทันที
ส่วนตอนนี้ดนัย หมอสุกิยามะและพยาบาลผู้ช่วยรวมทั้งหมอวิสัญญีกำลังรออยู่ที่ห้องผ่าตัด
ครืด !! เสียงล้อของเตียงเข็นคนไข้ดังขึ้นทำให้ดนัยและคนในห้องรู้ทันทีว่าคนไข้มาแล้ว
แอ๊ด !! ประตู้ห้องผ่าตัดถูกเปิดออกก่อนพยาบาลจะเข็นคนไข้เข้ามา
“เริ่มเลยดนัย” ฮิคาริพูด
“เอาล่ะวางยาได้เลยครับ” ดนัยบอกวิสัญญีแพทย์
“ครับ” วิสัญญีแพทย์พยักหน้าก่อนจะเริ่มวางยาคนไข้
“ก่อนอื่นบอกให้หมอสุกิยามะทำความสะอาดแผลและตกแต่งแขนให้เรียบร้อยก่อนส่วนนายก็ต่อบายพาสเส้นเลือดซะ อย่าลืมให้เลือดคนไข้ด้วย” ฮิคาริเริ่มกำกับการผ่าตัดให้ดนัยทันที
“หมอสุกิยามะครับช่วยทำความสะอาดแขนตรงนั้นให้ทีผมจะเริ่มทำบายพาสครับส่วนคุณพยาบาลแทงเข็มให้เลือดเลยครับ” ดนัยบอก
“ขอท่อบายพาสด้วยครับ” ดนัยหันไปขอท่อบายพาสก่อนจะแทงมันลงไปที่เส้นเลือดใหญ่ที่ร่างของคนไข้ก่อนจะแทงอีกด้านลงไปที่แขนที่ขาดอยู่
“หมอดนัยครับทำไมถึงต้องต่อท่อบายพาสก่อนด้วยเหรอครับ ทำไมไม่รีบต่อเส้นประสาทเลยล่ะครับ” หมอสุกิยามะถามอย่างสงสัยเพราะจากตำราที่เรียนการต่ออวัยวะที่ขาดควรต่อเส้นประสาทก่อนเป็นอันดับแรก
“นั่นก็เพราะการต่อท่อบายพาสน่ะทำเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงที่แขนของคนไข้ที่ขาด อวัยวะที่ขาดน่ะจำเป็นต้องให้เลือดกลับไปหมุนเวียนให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันอวัยวะตายวิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงหลังผ่าตัดได้ จากนั้นเราค่อยไปต่อเส้นประสาทยังไงล่ะเพราะการต่อเส้นประสาทนั้นเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างละเอียดและกินเวลามากลองคิดดูสิถ้าไม่ต่อบายพาสก่อนจะต้องใช้เวลาขนาดไหนกว่าจะต่อเส้นประสาทเสร็จ” ดนัยพูดตามฮิคาริที่พูดอยู่ข้างๆเขา
“อ๊ะอย่างนี้นี่เองผมเข้าใจแล้ว ถึงแม้การต่อเส้นประสาทให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุดจะเป็นเรื่องจำเป็นแต่ทว่าถ้าเซลล์ของอวัยวะที่ขาดออกไปตายเสียก่อนก็ไม่มีประโยชน์สินะครับ” หมอสุกิยามะพูดพลางพยักหน้า
“เอาล่ะอย่ามัวแต่พูดเร่งทำความสะอาดและตกแต่งแผลซะผมจะจัดการตรงต้นแขนนี่เอง” ดนับบอกก่อนจะรีบช่วยหมอสุกิยามะทำความสะอาดแผลตรงต้นแขน
ไม่กี่นาทีต่อมาการทำความสะอาดและตกแต่งแผลก็เสร็จ
“ขอแว่นด้วยครับ !!” ดนัยขอแว่นขยายที่ใช้สำหรับผ่าตัดทันที
“นี่ค่ะ !!” พยาบาลรีบหยิบแว่นขยายมาใส่ให้ดนัยทันที
“คีมแล้วก็เส้นไหม้เบอร์ 0.1 ครับส่วนหมอสุกิยามะผมรบกวนใช้เพลทยึดกระดูกเอาไว้ด้วยนะครับ” ดนัยขอคีมและก็เส้นไหมเบอร์เล็กที่สุดทันทีเพื่อต่อเส้นประสาทที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นเลือดหลายเท่า
“สูดหายใจเข้าลึกๆดนัยขึ้นตอนนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดการต่อเส้นประสาทนั้นจะใช้เวลานานมากกว่าสามชั่วโมงนายห้ามพลาดแม้แต่จุดเดียวถ้ายังอยากให้แขนของคนไข้กลับมาใช้งานได้” ฮิคาริบอก
“อืม..” ดนัยพยักหน้าเบาๆ
“เอาล่ะค่อยๆใช้ไหมเย็บเส้นประสาทซะ อย่าแทงเข็มลึกเกินไปเพราะมันจะไปโดนแกนกลางทำให้เส้นประสาทเสียหายได้ และมือนายต้องเบาเข้าไว้เส้นประสาทนั้นเปราะบางมากถ้านายมือหนักเกินไปมันจะขาด” ฮิคาริเตือนดนัย
“ฟู่ว !!!” ดนัยถอนหายใจออกมาก่อนจะใช้มือซ้ายคีบเส้นประสาทขึ้นมาและใช้มือขวาที่ถือคีมจับอยู่ค่อยๆแทงเข็มเย็บลงไปในเส้นประสาทอย่างเบามือ
ทั้งห้องผ่าตัดอยู่ในความเงียบแม้แต่เสียงหายใจพวกหมอและพยาบาลในห้องยังไม่กล้าหายใจดังเพราะการผ่าตัดเย็บเส้นประสาทนั้นเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก
ติ๊ด !! ติ๊ด !! จะมีก็แต่เพียงเสียงเครื่องจับสัญญาณชีพที่ดังแต่ก็นะเสียงของมันตอนนี้ไม่สามารถทำลายสมาธิของดนัยได้
“อย่างนั้นแหละดี ทำต่อไปรักษาความห่างของฝีเข็มเอาไว้ด้วยจำเอาไว้นายต้องจินตนาการล่วงหน้าว่านายจะเย็บตรงไหนอย่างไร จินตนาการเข้าไปจนเห็นภาพของการเย็บเส้นประสาทที่สมบูรณ์” ฮิคาริพูด
จินตนาการงั้นเหรออยากรู้จังตอนนี้เธอจินตนาการไปถึงไหนแล้วนะฮิคาริ ดนัยคิดตามที่ฮิคาริบอกก่อนเขาจะเริ่มจินตนาการไปล่วงหน้า
ฉึบ !! ฉึบ !! ฉึบ !! เขาเห็นภาพของมือตัวเองกำลังเย็บร้อยไหมลงไปบนเส้นประสาทไม่รอช้าดนัยรีบเย็บมันตามจินตนาการทันที
ห้องผ่าตัดที่ 1
“ให้ตายเถอะหมอดนัยเธอจะทำอะไรกันแน่นะ” หมออิจิโนเสะพูดออกมาเบาๆ
เป็นเคสที่ยากเสียด้วยสิ ผ่าตัดเชื่อมต่อแขนที่ขาดงั้นเหรอในโรงพยาบาลนี้ที่ทำได้ดีที่สุดมีแค่เรากับหมอโองาตะเพียงเท่านั้นขนาดหมอมิโฮะเรายังไม่กล้าให้ผ่าตัดเลยแท้ๆเพราะเธอไม่เชี่ยวชาญระบบประสาท !! หมออิจิโนเสะคิดในใจตอนแรกเขาไม่อนุญาตแต่พอดนัยพูดว่า เขาทำได้และให้เชื่อใจ เขาก็ตัดสินใจอนุญาตไปเสียอย่างนั้นเพราะตอนนั้นเขาดันนึกถึงเคสแรกที่ดนัยผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้ซึ่งเป็นเคสของคนไข้เด็ก และก็อีกเคสก็คือเคสผ่าตัดด้วยการส่องกล้องซึ่งเป็นเคสที่สองของดนัยซึ่งทั้งสองเคสนี้นั้นดนัยทำได้สมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก
“ฉันขอเดิมพันกับเธอแล้วกันหมอดนัยถ้าเธอพลาดล่ะก็เธอจะถูกไล่ออก รวมถึงฉันด้วยที่จะเสียหน้าที่การงานนี้ไปเพราะเป็นคนอนุญาตให้เธอผ่าตัด” หมออิจิโนเสะพึมพำเบาๆ
“หมออิจิโนเสะว่าอะไรนะคะ” พยาบาลที่อยู่ข้างๆถาม
“อ้อไม่มีอะไร คุณช่วยหยิบมีดโกนมาหน่อยเราจะต้องโกนผมตรงนี้ออกผมจะได้ตัดกระโหลกชั้นนอกออกและเข้าไปผ่าตัดเนื้องอกที่อยู่ตรงส่วนชั้นเนื้อเยื่อสมองออกมา” หมออิจิโนเสะบอกพยาบาล
“ค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะลงมือโกนผมของคนไข้ออกหลังจากโกนผมออกแล้วหมออิจิโนเสะก็ใช้เลื่อยไฟฟ้าสำหรับตัดกระโหลกผ่าเปิดกระโหลกออกเพื่อที่จะได้ผ่าตัดเอาเนื้องอกของคนไข้ออกมา
“เจอแล้วใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยใหญ่ขนาดนี้คงใช้เวลาราวๆสี่ชั่วโมงสินะ” หมออิจิโนเสะมองเนื้องอกที่เห็นผ่านแว่นขยายเขาค่อยๆใช้มีดตัดมันออกอย่างช้าๆและเบามือ เขาต้องระมัดระวังมันมากถึงมากที่สุดเพื่อไม่ทำให้สมองเสียหาย
สู้เขาล่ะหมอดนัยครั้งนี้ฉันเดิมพันกับเธอด้วยอาชีพของฉันเลยนะ หมออิจิโนเสะคิดในใจ
จบ...