เงาเมฆมืดครึ้มปกคลุมท้องฟ้าบดบังประกายสีทองในแววตา ความเงียบคืบคลานลงมาราวกับโลกทั้งใบถูกครอบงำด้วยความเงียบสงัด
สายลมเย็นพัดกระโชกแรง ทิ้งสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยอย่างนกและแมลงไว้ด้านหลังดอกไม้ใบหญ้าบนพื้นดินสั่นไหวตามแรงลม เป็สภาพบนูเาขณะที่ฝนใกล้จะตกลงมา
ในป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้โบราณยืนตระหง่านร่างหนึ่งก็พุ่งผ่านป่าโดยเล็งเป้าหมายที่เ้าราชสีห์ทมิฬซึ่งกำลังวิ่งไปข้างหน้า
อย่างไรก็ตามความเร็วของเ้าราชสีห์ก็ยังไม่มากพอ เมื่อเขาอยู่ห่างจากราชสีห์ทมิฬราวหกเจ็ดจั้ง1 แขนขวาก็ยกขึ้นแล้วเหวี่ยงไปด้านหน้าจนเกิดเสียงหวีดแหลมดังหอกเหล็กสีดำยาวครึ่งจั้งเสียบแทงราชสีห์ทมิฬทะลุท้องจากด้านหลังไปหน้าตรึงร่างราชสีห์ตัวใหญ่ไว้แน่นกับพื้น
ราชสีห์ทมิฬดิ้นรนส่งเสียงคำรามก้องแต่ไม่อาจหลุดออกจากหอกเหล็กที่ตรึงร่างของมันไว้นิ่งกับพื้นได้ ลมหายใจของมันค่อยๆ รวยริน ตอนนั้นเองที่ร่างนั้นก็เคลื่อนมาด้านหน้าของราชสีห์ เขาเป็เด็กชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าหยาบดวงตาสดใสเปล่งประกายราวกับดวงดาว เส้นผมสีดำขลับพาดไว้ด้านหลังใบหน้าฉายแววอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่ม
ยามมองราชสีห์ตัวโตที่สิ้นใจไปแล้วเด็กหนุ่มก็ยกหอกเหล็กขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะแบกราชสีห์ทมิฬพาดบ่าแล้วหันกายเดินจากไป
ถ้าคนอื่นเห็นฉากนี้คงต้องรู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมากราชสีห์ทมิฬเป็สัตว์ร้ายขนาดใหญ่ หนักหลายร้อยจิน2 แม้แต่นักล่าผู้ใหญ่ก็ยังไม่กล้าจะยั่วยุมันแต่ราชสีห์ตัวนี้กลับถูกเด็กหนุ่มสังหารอย่างง่ายดาย
สายฟ้าแลบแปลบเสียงฟ้าร้องคำรามลั่น หลังจากนั้นฝนก็เทลงมาโชคดีที่เขามาถึงใต้ต้นไม้เก่าแก่แล้ว
“อากาศแย่เสียจริงโชคดีที่ล่าสัตว์ได้” เด็กหนุ่มมองดูอุ้งเท้าเ้าราชสีห์ที่พาดบนไหล่แล้วพึมพำเสียงต่ำ
หลังจากที่ฝนหยุดตกเขาก็แบกร่างราชสีห์ทมิฬรีบเดินไปยังทิศทางหนึ่ง
หนึ่งชั่วยาม3ต่อมาหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา
“เยี่ยซาง!พี่ชายเยี่ยซางกลับมาแล้ว” เด็กๆ ที่เล่นกันอยู่หน้าหมู่บ้านะโเสียงดังเมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นปรากฏตัวขึ้น
“เรียกท่านอาหนิวมาแบ่งเนื้อของสิงโตตัวนี้กันสิ!”เยี่ยซางวางร่างของราชสีห์ทมิฬลง แล้วดึงมีดสั้นจากปลอกข้างเอวจากนั้นเขาก็เฉือนขาของสิงโตออก ก่อนจะเดินจากไป
ขณะมองดูเยี่ยซางเดินจากไปดวงตาของเด็กๆ ก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
ในหมู่บ้านนี้มีกฎเกณฑ์ห้ามผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่าสิบห้าปีออกล่าสัตว์และถึงแม้พวกเขาจะอายุสิบห้าปีแล้ว ก็ต้องออกไปกับทีมล่าสัตว์ของหมู่บ้านเท่านั้นเยี่ยซางอายุแค่สิบสี่ปีเท่านั้น กลับออกล่าสัตว์มามากกว่าหนึ่งปีแล้ว อีกทั้งเขายังสามารถล่าได้สำเร็จทุกครั้งเสียด้วย
ที่นี่เป็เพียงหมู่บ้านธรรมดาแห่งหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านจู๋หยวนในหมู่บ้านมีเพียงสี่สิบถึงห้าสิบครอบครัวเท่านั้นพวกเขาทั้งหมดล้วนเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ เมื่อเห็นเยี่ยซางเดินผ่านมา เหล่าป้าๆในหมู่บ้านต่างก็เอ่ยทักทายเขาอย่างอบอุ่น
เสียงทักทายเยี่ยซางดังขึ้นตลอดทางจนถึงฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านที่เป็บ้านของเขาบ้านหลังนี้อยู่กันเพียงสองคน คนหนึ่งคือเยี่ยซางอีกคนก็คือพ่อเฒ่าที่กำลังซ่อมรถเข็นล้อเดียวอยู่ใต้ชายคา
“กลับมาแล้วหรือ!”พ่อเฒ่าเลิกคิ้วขึ้นเป็คำทักทาย
“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วขอรับ”หลังจากกล่าวทักทาย เยี่ยซางก็ไปจุดไฟเพื่อจัดการกับขาหลังของราชสีห์ทมิฬ
เนื่องจากครอบครัวมีกันแค่สองคนเยี่ยซางจึงตัดขาหลังของสิงโตและนำกลับมาเพียงข้างเดียว ส่วนที่เหลือเขาก็แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน
ทั้งสองเป็พ่อลูกกันทว่าก็ไม่ได้มีแซ่ตระกูลเดียวกันเยี่ยซางเป็เด็กกำพร้าที่พ่อเฒ่ากู่ผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้านรับมาเลี้ยงไว้
“ท่านพ่อ ครั้งก่อนท่านยังพูดไม่จบเลยผู้พิทักษ์แสงศักดิ์สิทธิ์กับสตรีนักสู้ทางใต้ สุดท้ายแล้วใครชนะกันแน่?” หลังจากจุดไฟเสร็จ เยี่ยซางก็มองไปที่ขาหลังของสิงโตพลางถามผู้เป็พ่อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ใครจะชนะหรือแพ้ก็อย่าเพิ่งพูดถึงเื่นี้ เ้ารีบมาเช็ดหน้าก่อนเถิด”พ่อเฒ่ากู่เดินมายังกองไฟขณะที่ยื่นผ้าให้เยี่ยซางใช้เช็ดหน้าหลังจากที่ฝ่าฝนออกจากป่า ยามนี้ร่างกายของเขาก็ยังคงเปียกปอนอยู่
ยามเย็นหลังฝนตกอากาศก็ค่อนข้างเย็นลง สายลมพัดต้นไผ่ในลานบ้านโอนเอนไปมาแสงไฟไหววูบส่งผลให้ใบหน้าของพ่อเฒ่ากับเยี่ยซางออกสีแดงเล็กน้อย
ระหว่างที่เยี่ยซางกำลังจุดไฟอยู่พ่อของเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “เ้าสนใจเื่นี้มากนักหรือ?”
เยี่ยซางพยักหน้าขณะย่างขาสิงโตบนกองไฟต่อไป
ความเงียบโรยลงมาพ่อเฒ่ารู้ความคิดของเยี่ยซางเป็อย่างดี ว่าเ้าตัว้าออกไปฝึกตนภายนอกมากเพียงใดแต่เขาไม่้าปล่อยเยี่ยซางออกไป อย่างไรแล้วโลกข้างนอกนั้นช่างอันตรายยิ่งนัก
“เฮ้อ!เ้ารู้เื่โลกภายนอกมากน้อยแค่ไหนกัน” พ่อเฒ่ากู่ถอนหายใจ
เก้าทวีปสิบแปดแคว้นนั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตจากทวีปหนึ่งไปยังทวีปหนึ่ง จากแคว้นหนึ่งไปยังอีกแคว้นหนึ่งต่างก็ห่างไกลออกไปหลายล้านลี้4 ไม่มีใครรู้ว่ามันกว้างใหญ่เพียงใดคนที่เดินเท้าแม้จะเดินไปชั่วชีวิตก็ยังไม่สามารถไปทั่วทั้งโลกไดู้เาและทะเลสาบกว้างใหญ่ในโลกแห่งนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
มีอันตรายอยู่ทุกหนแห่งทั้งบนูเาและในทะเลสาบอันกว้างใหญ่เหล่าสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรอาละวาดให้หวาดหวั่น นอกจากนี้ยังมีอสูรโบราณอีกพวกมันล้วนเป็ผู้ปกครองูเาและผืนป่าไม้
หมู่บ้านจู๋หยวนตั้งอยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลทางตอนเหนือของแคว้นตงเสวียนอยู่ห่างจากเมืองที่ใกล้ที่สุดหลายพันลี้ห่างจากหุบเขาโอสถที่เป็สำนักฝึกตนหลายหมื่นลี้
“เื่นี้อาจสามารถเปลี่ยนชีวิตและความเป็อยู่ได้ก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหากเ้าเข้าร่วมสำนักฝึกตนแล้วเ้าจะสามารถฝึกได้สำเร็จ หากเ้าสามารถฝึกตนได้สำเร็จจริงแล้ว่เวลาที่เสียไปก็นับว่าไม่เสียเปล่าแล้ว” เยี่ยซางถอนหายใจเขารู้ดีว่าเมื่อไม่นานมานี้หมู่บ้านจู๋หยวนถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรและได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งหมู่บ้านสูญเสียนักล่าฝีมือดีไปถึงสามคนแต่ในที่สุดสัตว์อสูรก็ถูกขับไล่ด้วยความร่วมมือของพ่อเฒ่าและนักล่าทั้งหลายในหมู่บ้าน
พ่อเฒ่ากู่ไม่พูดอะไรอีกเขาครุ่นคิดเงียบๆ
เยี่ยซางมองดูพ่อเฒ่าที่กำลังครุ่นคิดเื่นี้แล้วจึงไม่พูดต่อเขารู้อุปนิสัยของพ่อเฒ่าดี ถ้าพ่อเฒ่ากู่เห็นด้วยอีกฝ่ายจะบอกอย่างตรงไปตรงมาหากไม่เห็นด้วยแล้ว ถึงเขาจะพูดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเยี่ยซางก็กลับไปบ้านทางทิศตะวันตกของตนเอง บ้านหลังนี้เป็บ้านไม้ไผ่ขนาดสามห้องหนึ่งในนั้นคือห้องของเขา นี่ก็เป็ลักษณะบ้านในหมู่บ้านจู๋หยวน โดยในหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยไม้ไผ่และบ้านที่สร้างจากไม้ไผ่ซึ่งหาได้ยากในถิ่นทุรกันดารอันกว้างใหญ่
ฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนจะหยุดลงอย่างรวดเร็วเติมเต็มลำน้ำบนูเาและหนองน้ำในทะเลสาบท้องฟ้าผืนกว้างเต็มไปด้วยดวงดาวมองที่เห็นได้จากช่องว่างของกำแพงไม้ไผ่ในใจของเยี่ยซางยังคงนึกถึงพ่อเฒ่าที่เล่าเื่การดวลของเหล่าปรมาจารย์ผู้ฝึกตน
เยี่ยซางนอนไม่หลับเขาจึงลุกขึ้นมาสวมเสื้อคลุมและเดินไปทางด้านหลังของบ้านไม้ไผ่ที่มีหลุมศพอยู่สองหลุม
ยามมองไปยังหลุมศพที่แสนโดดเดี่ยวเขาก็ัับริเวณร่างกายของตนเอง ที่มีรอยแผลเป็น่าสยดสยอง
จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าในตอนนั้นเมื่อพ่อเฒ่าออกไปล่าสัตว์ เขาได้พบคนสองคนที่นอนอยู่ในหลุมนี้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว
ป้ายจารึกบนหลุมศพนั้นดูเดียวดายจารึกนามของผู้จากไปว่าเป็คนของตระกูลเยี่ยพ่อเฒ่าบอกว่าแซ่เยี่ยนี้ได้จากการเรียกขึ้นตามสัญลักษณ์บนร่างกายของพวกเขาในขณะนั้นนอกจากนี้ที่ตัวของเยี่ยซางเองยังมีแผ่นหยกแกะสลักคำว่า ‘เยี่ย’ ห้อยไว้ที่คอเช่นกัน
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่แผ่นศิลาเยี่ยซางกัดริมฝีปากแน่น เขารู้ว่าที่ตนเองสามารถมีชีวิตรอดได้เพราะได้รับการดูแลจากพ่อเฒ่า ตัวเยี่ยซางน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเหล่าคนที่นอนอยู่ในหลุมศพนี้พ่อเฒ่าเคยบอกว่าตอนที่เขาพบกับชายที่นอนอยู่ในหลุมบนร่างกายของชายคนนั้นถูกมีดเหล็กแทงทะลุมาถึงซี่โครงของเยี่ยซางด้วย
ตอนนั้นคนที่อยู่ใกล้ที่สุดคือซางซึ่งเป็ที่มาของชื่อเยี่ยซางของเขา
“ดูเหมือนจะเป็เื่ยากถ้าข้า้าเปลี่ยนความคิดของเ้าเดิมทีข้าวางแผนให้เ้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจู๋หยวนอย่างมั่นคงและปลอดภัยเช่นเดียวกับคนทั่วไปให้เ้าเติบโต แต่งงาน มีลูก แก่ตัวและจากไป แต่สุดท้ายแล้วเ้าก็ไม่ใช่ลูกหลานของคนธรรมดาทั่วไป ดังนั้นก็อย่าได้ขัดขืนโชคชะตาเลย”พ่อเฒ่ากู่ตบไหล่ของเยี่ยซางพลางพูดแล้วถอนหายใจ
---------------------------------------------------
1 จั้งคือหน่วยวัดระยะของจีน 1 จั้งประมาณ 3.33 เมตร
2 จินคือหน่วยน้ำหนักของจีน 1 จินประมาณ 500 กรัม
3 ชั่วยามคือหน่วยเวลาของจีน 1 ชั่วยามประมาณ 2 ชั่วยาม
4 ลี้คือหน่วยระยะทางของจีน 1 ลี้ประมาณ 500 เมตร