คุณหนูไฮโซตามติดหนุ่มบ้านนอก?
ในห้องโถงของสมาคมรุ่งอรุณหลังจากการปรากฏตัวของซือถูอวี้ ผู้คนต่างก็แตกตื่นอลหม่าน
บ้าไปแล้ว?
ฉากที่เคยเห็นแต่ในนิยายกลับเกิดขึ้นจริงตรงหน้า?
แถมยัง...
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างประจักษ์แก่สายตาว่าหลังจากที่แขนของชายหนุ่มถูกซือถูอวี้จับกุมหนุ่มชาวบ้านผู้นั้นกลับแสดงอาการไม่เต็มใจออกมาอย่างเปิดเผย?
ให้ตายเถอะ!
เป็ไปได้ไหมว่ามีคนใช้ทักษะมายาลึกลับในห้องโถงสมาคม?
วินาทีนั้นเองทุกคนพลันบังเกิดความสงสัยในชีวิตของตน
บริเวณเคาน์เตอร์ด้านหน้าห้องโถง
อย่างที่ทุกคนเห็นตอนนี้หวังเฉินรู้สึกไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
เมื่อััได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากแขนและกลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
หวังเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อก่อนที่โรงเรียนก็ว่าไปอย่างตอนนี้ต่อหน้ากลุ่มคนจำนวนมาก ซือถูอวี้ เธอทำแบบนี้...
ความบริสุทธิ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตของหวังเฉินกำลังจะถูกเธอทำลาย!
"ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน!"
เขาพึมพำออกมาเบาๆพร้อมปัดมือของซือถูอวี้ออกไปด้วยท่าทางรังเกียจ
"..."
เมื่อมือถูกปัดออกซือถูอวี้เบิกตากว้าง ดวงตางดงามราวกับอัญมณีฉายแววขบขัน แล้ว...
ก็พุ่งเข้าใส่หวังเฉินทันที!
น่าเสียดาย
ที่เธอทำไม่สำเร็จ
ทันทีที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของซือถูอวี้หวังเฉินก็ล่วงรู้ว่ายัยตัวแสบกำลังจะก่อเื่
เป็อย่างที่คิด...
หวังเฉินส่ายหน้าแล้วยื่นมือไปหยุดซือถูอวี้ที่กำลังจะทำอะไรแผลงๆ
"จะเอายังไงกันแน่? รีบไปรับภารกิจได้แล้วช้ากว่านี้เดี๋ยวก็ไม่มีอะไรเหลือให้ทำหรอก"
เขาพูดอย่างจนปัญญา
แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดซือถูอวี้กลับไม่ขยับ
ตรงกันข้าม
เธอกลับกวาดสายตามองหวังเฉินั้แ่หัวจรดเท้าดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ
"ว่าแล้วเชียว พร์ของนายต้องไม่ใช่ระดับ F แน่ๆ!"
ซือถูอวี้มองหวังเฉินด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"หืม?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความประหลาดใจฉายวาบขึ้นในดวงตาของหวังเฉิน
ยัยนี่รู้ได้ยังไง?
แต่เขาไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับเขาส่ายหน้าและเตรียมที่จะปฏิเสธทันที
"นี่! หวังเฉิน นายคิดจะหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนฉันใช่ไหม?"
"ถ้างั้นนายก็ต้องคิดหาข้ออ้างดีๆ หน่อยนะ"
เมื่อเห็นท่าทางของหวังเฉินริมฝีปากสีแดงระเรื่อของซือถูอวี้ยกขึ้นเป็รอยโค้งที่สวยงาม
"ฉันเป็พลธนูสายลมคลั่งเลเวล 1 ซึ่งมีความได้เปรียบในด้านความเร็วอยู่แล้วเมื่อกี้ที่ฉันพุ่งเข้าไป ฉันไม่ได้ออมแรงเลยนะ"
"ผู้ฝึกสัตว์อสูรทั่วไป ไม่มีทางหลบพ้นได้แน่นอน"
ซือถูอวี้ยิ้มอย่างร่าเริง
เมื่อสิ้นเสียง
ม่านแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังเฉินทันที
[ชื่อ: ซือถูอวี้]
[อาชีพ: พลธนูสายลมคลั่ง]
[เลเวล: 10]
[พร์: ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสายลม (S)]
[ทักษะ: วายุคลั่ง (A) ศรมายา (A) ศรต่อเนื่อง (B) ต่อสู้ประคอง (B)]
[พลัง: 20+30 แต้ม]
[สติปัญญา: 15+25 แต้ม]
[พละกำลัง: 15+35 แต้ม]
[ความว่องไว: 20+40 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
...
ซือถูอวี้ถึงกับเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองให้หวังเฉินเห็น
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าหวังเฉินก็ยิ้มอย่างจนปัญญา
ให้ตายสิ!
ยัยนี่มันบ้าจริงๆ!
ในยุคที่ผู้เปลี่ยนอาชีพกำลังรุ่งเรืองเช่นทุกวันนี้ข้อมูลสถานะเป็ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้เปลี่ยนอาชีพหลายคนถึงขนาดที่ไม่บอกแม้แต่คนในครอบครัวด้วยซ้ำ
เพราะเมื่อรู้ข้อมูลสถานะของผู้เปลี่ยนอาชีพแล้วก็สามารถวางแผนรับมือได้อย่างตรงจุด เมื่อข้อมูลรั่วไหลความปลอดภัยในชีวิตของผู้เปลี่ยนอาชีพก็จะตกอยู่ในอันตราย
ซือถูอวี้ทำแบบนี้ทำให้หวังเฉินรู้สึกกดดันอย่างมาก
แต่ในขณะที่เขารู้สึกจนปัญญาเมื่อมองข้อมูลสถานะของซือถูอวี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ได้ยินมานานแล้วว่าอาชีพพิเศษอย่างพลธนูสายลมคลั่งไม่เพียงแต่มีพลังทำลายล้างสูง แต่ยังมีความว่องไวเป็เลิศอีกด้วย
วันนี้ได้เห็นกับตาก็เป็อย่างที่ว่าจริงๆ!
ทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพแท้ๆพลังและความว่องไวก็สูงถึง 20 แต้มซึ่งเป็สองเท่าของตอนที่หวังเฉินยังไม่ได้ทำสัญญากับสัตว์อสูร
ค่าสถานะรวมสูงถึงเจ็ดสิบแต้มซึ่งมากกว่าอาชีพฝู้ฝึกสัตว์อสูรั์ถึง 30 แต้ม
แถมยังมีพร์ระดับSอีกไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมตงหลิงถึงได้ตื่นเต้นกันขนาดนั้นหลังจากที่เธอเปลี่ยนอาชีพ
แน่นอนว่าหากเพราะข้อมูลพวกนี้หวังเฉินก็ไม่รู้สึกประหลาดใจเท่าไรนัก
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ฝู้ฝึกสัตว์อสูรั์]
[เลเวล: 10]
[พร์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS) หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S) ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B) ศาสตร์วิเคราะห์สายเื (เทพ) พันธสัญญาอัญเชิญ (B)]
[พลัง: 70+5 แต้ม]
[สติปัญญา: 70+5 แต้ม]
[พละกำลัง: 70+5 แต้ม]
[ความว่องไว: 70+5 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
...
หลังจากทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเทพาพญาัเหมันต์ ค่าสถานะทั้งสี่ด้านของหวังเฉินก็ทิ้งห่างซือถูอวี้ไปไกลลิบลับ
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆคือ แต้มสถานะที่เพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์ต่างๆ บนหน้าต่างสถานะของซือถูอวี้
เสริมพลังให้สถานะรวมแล้วถึงหนึ่งร้อยสี่สิบแต้มยัยนี่สวมชุดเกราะระดับเงินทั้งชุดหรือไง?
จริงสิ...
ยัยเศรษฐีนีนี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ!
ชอบมาอวดต่อหน้าคนชนชั้นแรงงานอย่างเขาอยู่เรื่อยเลย!
ชิ!
เดี๋ยวฉันก็หาข้ออ้างหลอกเธอซะเลย
ในชั่วขณะหนึ่งหวังเฉินก็เริ่มคิดหาทางในใจอย่างเงียบๆ
"ไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่ไหม?"
"รีบสารภาพกับฉันมาตามตรงเลยนะ!"
เมื่อเห็นว่าหวังเฉินเงียบไปซือถูอวี้ก็พูดยิ้มๆ
"อย่าเลยดีกว่า ฉันกลัวว่าถ้ารู้แล้ว เธอจะสงสารตัวเอง"
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งหวังเฉินก็ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันหลังเดินไปที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า
"นายนี่... มันน่าโมโหจริงๆ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของซือถูอวี้ก็แข็งค้าง พร้อมกับเสียงคำรามหญิงสาวก็พุ่งเข้าใส่หวังเฉินอย่างไม่ลังเล
ตัวเองอุตส่าห์แสดงข้อมูลสถานะที่เป็ความลับขนาดนี้ออกมาให้ดูแล้วแต่ตาบ้านี่กลับยังเก็บเงียบไว้อีก!
นี่มันเกินไปแล้ว!
"เ้าคนน่าโมโห เปิดหน้าต่างสถานะของนายมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!"
"เร็วเข้า!"
"ขอร้องล่ะ!"
"..."
ซือถูอวี้ะโโลดเต้นตามหวังเฉินไปติดๆท่าทางเหมือนจะไม่ยอมรามือ
น่าเสียดายที่ต่อหน้าคำพูดอ่อนหวาน หวังเฉินกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
ตลกน่า!
เขาเป็ถึงบุรุษผู้สง่างามและเที่ยงธรรมจะยอมจำนนต่อสิ่งยั่วยวนแค่นี้ได้อย่างไร?
...
ในห้องโถงเมื่อเห็นภาพ ‘หยอกล้อ’ ของหวังเฉินและซือถูอวี้ผู้เปลี่ยนอาชีพจำนวนมากก็ถึงกับงงงัน
ซือถูอวี้คือคุณหนูแห่งตระกูลซือถูสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองตงหลิงเชียวนะ
ไม่มีใครคาดว่าตัวเองจะได้เห็นคุณหนูคนนี้ตามติดหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งอย่างไม่ลดละในห้องโถงสมาคมผู้เปลี่ยนอาชีพ
นี่มัน
น่าอิจฉาเกินไปแล้ว!
"ทำไมฉันถึงไม่มีวาสนาแบบนี้บ้างนะ?"
ทุกคนคิดอย่างขมขื่นในใจ
และเฉินฮ่าวที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก็ยิ่งเ็ปมากขึ้นกว่าเดิม
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากสีแดงเป็สีม่วงแล้วกลายเป็สีเขียวคล้ำอย่างเห็นได้ชัดราวกับกำลังแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าต่อหน้าสาธารณชน
ความอัปยศความไม่เต็มใจ ความขุ่นเคือง...
ในขณะนั้นความโกรธแค้นก็ปะทุขึ้นในใจของเขา ราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำจนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา
"ฉันมันด้อยกว่าไอ้คนชั้นต่ำอย่างหวังเฉินตรงไหนกัน?"
เฉินฮ่าวก้มหน้าลงกัดฟันกำหมัดแน่น
การกระทำระหว่างหวังเฉินและซือถูอวี้ราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบทำลายศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเขาจนแหลกละเอียด