หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโพรงโบราณ
ทั้งภูเขาผนึกเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
แต่ทุกคนรู้ดี
ความเงียบครั้งนี้
เป็นเพียงความสงบชั่วคราว
ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
...
ลึกลงไปใต้ภูเขา
หน้าประตูผนึกโบราณ
ซูอู๋เซวียน
เฉินเยี่ยนชิว
และมู่ชิงเหยา
กำลังร่วมมือกันซ่อมแซมผนึกชั้นนอก
อักขระโบราณนับพันตัวลอยอยู่กลางอากาศ
แสงสีทองและแสงสีเงินสลับกันส่องประกาย
มู่ชิงเหยานั่งคุกเข่า
ใช้พู่กันอักษรโบราณเขียนค่ายกลขึ้นใหม่ทีละเส้น
เฉินเยี่ยนชิวควบคุมพลังผนึก
หลอมรวมอักขระเข้ากับประตู
ส่วนซูอู๋เซวียนยืนอยู่เบื้องหน้า
ใช้เต๋ากระจกสวรรค์ตรึงรอยแตกเอาไว้
งานนี้ดำเนินต่อเนื่องนานสามวันสามคืน
จนในที่สุด
อักขระชั้นนอกจึงกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
รอยแตกขนาดใหญ่ค่อย ๆ หยุดขยาย
แม้จะยังคงอยู่
แต่ก็สงบนิ่งลง
มู่ชิงเหยาทรุดตัวลงนั่ง
ใบหน้าซีดเซียวจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
"สำเร็จแล้ว..."
เฉินเยี่ยนชิวถอนหายใจยาว
"อย่างน้อยก็ชั่วคราว"
ซูอู๋เซวียนมองประตูยักษ์ตรงหน้า
สายตาหนักอึ้ง
"ผนึกไม่ได้ถูกซ่อมแซม"
"เราเพียงยืดเวลาออกไป"
"หากไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอีก"
"อย่างมากก็ห้าปี"
"หลังจากนั้น..."
ไม่มีใครกล่าวต่อ
แต่ทุกคนเข้าใจความหมาย
วิกฤตครั้งต่อไป
จะกลับมาอีกแน่นอน
...
หลายวันต่อมา
เฉินเยี่ยนชิวเรียกหลินเซวียนมาพบที่ลานหินด้านหลังหมู่บ้าน
สายลมอ่อนพัดผ่านยอดไม้
บรรยากาศเงียบสงบผิดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
เฉินเยี่ยนชิวยืนมองภูเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวขึ้น
"หมู่บ้านแห่งนี้"
"เล็กเกินไปแล้วสำหรับเจ้า"
หลินเซวียนนิ่งเงียบ
เขาเข้าใจความหมายทันที
เฉินเยี่ยนชิวหันกลับมา
ก่อนชี้ไปยังขอบฟ้าอันไกลโพ้น
"ที่นี่เป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ของดินแดนตงอวิ๋น"
"ภายนอกยังมีเมืองผู้ฝึกตนอีกนับร้อย"
"มีสำนักใหญ่ที่สืบทอดมานับหมื่นปี"
"มีเขตต้องห้ามที่แม้แต่ผู้แข็งแกร่งยังไม่กล้าเข้าไป"
"มีซากอารยธรรมโบราณที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์"
"และยังมีผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน"
"ที่แข็งแกร่งกว่าข้าหลายเท่า"
หลินเซวียนฟังอย่างเงียบงัน
หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
ตั้งแต่เกิดมา
โลกของเขามีเพียงหมู่บ้าน
ภูเขา
และผนึกใต้ดิน
แต่ตอนนี้
เขาเพิ่งตระหนักว่า
โลกภายนอกกว้างใหญ่กว่าที่คิด
มากนัก
เฉินเยี่ยนชิวยื่นของสามสิ่งออกมา
ชิ้นแรก
คือแผนที่ดินแดนตงอวิ๋น
ชิ้นที่สอง
คือตราหอเฝ้าราตรีชั่วคราว
ซึ่งสามารถใช้ขอความช่วยเหลือจากสาขาต่าง ๆ ได้
และชิ้นสุดท้าย
คือคัมภีร์สังเกตมรรคาฉบับสมบูรณ์
คัมภีร์ที่เขาใช้ศึกษามาทั้งชีวิต
"รับไว้"
"ต่อจากนี้"
"เจ้าต้องเดินด้วยตนเองแล้ว"
หลินเซวียนรับของเหล่านั้นไว้ด้วยสองมือ
ก่อนโค้งคำนับอย่างจริงจัง
"ขอบคุณท่านอาจารย์เฉิน"
เฉินเยี่ยนชิวยิ้มบาง ๆ
แต่ไม่ได้พูดอะไร
...
คืนนั้น
บนยอดเขา
หลินเซวียนพบคนผู้หนึ่งอีกครั้ง
ผู้นำคนชุดดำ
กำลังยืนอยู่ริมหน้าผา
มองดวงจันทร์เงียบ ๆ
ราวกับรอเขาอยู่ก่อนแล้ว
"เจ้าจะจากไปแล้ว"
อีกฝ่ายกล่าว
หลินเซวียนพยักหน้า
"ใช่"
ผู้นำคนชุดดำหัวเราะเบา ๆ
ก่อนหันกลับมา
ดวงตาภายใต้เงาหมวกเต็มไปด้วยความลึกลับ
"เมื่อเจ้าพบเมืองสีดำ"
"เจ้าจะเข้าใจทุกอย่าง"
หลินเซวียนชะงัก
ยังไม่ทันได้ถามอะไร
ร่างของอีกฝ่ายกลับค่อย ๆ เลือนหายไปกับสายลม
ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
เหลือเพียงปริศนาเดิม
ที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า
...
คืนนั้น
หลินเซวียนกลับบ้าน
บ้านไม้หลังเล็กที่เขาอาศัยมาตลอดชีวิต
เขาเดินผ่านทุกมุมอย่างช้า ๆ
มองโต๊ะไม้เก่า
มองสนามหน้าบ้าน
มองภูเขาเบื้องหลัง
มองหมู่บ้านที่คุ้นเคย
มองผู้คนที่เขาเติบโตมาด้วยกัน
ที่แห่งนี้
คือบ้าน
แต่เขารู้ดี
ตนไม่อาจอยู่ที่นี่ตลอดไป
โลกภายนอกกำลังรออยู่
และความจริงเกี่ยวกับผนึก
ผู้เฝ้าผนึก
เมืองสีดำ
รวมถึงตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้า
ล้วนอยู่ภายนอกภูเขาแห่งนี้
คืนนั้น
หลินเซวียนตัดสินใจ
ออกเดินทาง
...
รุ่งเช้า
แสงอาทิตย์สาดส่องเหนือขุนเขา
หมอกยามเช้าลอยคลอเคลียไปทั่วหมู่บ้าน
หลินเซวียนสะพายดาบไว้ด้านหลัง
ถือสัมภาระเพียงเล็กน้อย
ยืนอยู่หน้าทางออกของหมู่บ้าน
เบื้องหลัง
เฉินเยี่ยนชิว
หลี่มู่หราน
และมู่ชิงเหยา
ยืนส่งอยู่เงียบ ๆ
ไม่มีการร่ำลาเยิ่นเย้อ
ไม่มีคำพูดมากมาย
เฉินเยี่ยนชิวมองศิษย์หนุ่ม
ก่อนกล่าวเพียงประโยคเดียว
"โลกภายนอก"
"อันตรายกว่าที่เจ้าคิด"
หลินเซวียนยิ้ม
ก่อนตอบกลับ
"ข้ารู้"
จากนั้น
เขาหันหลัง
และก้าวออกไป
ทีละก้าว
ทีละก้าว
ออกจากหมู่บ้านเป็นครั้งแรกในชีวิต
...
เมื่อขึ้นถึงเนินเขาลูกสุดท้าย
หลินเซวียนหยุดเดิน
ก่อนหันกลับไปมอง
ภูเขาผนึกโบราณ
ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
ราวกับเฝ้ามองทุกสิ่ง
ขณะนั้นเอง
ภายในทะเลจิต
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าพลันสั่นไหวเบา ๆ
เปลวไฟชั้นแรกกระเพื่อมขึ้น
และชี้นำไปยังทิศตะวันออก
ราวกับกำลังเรียกหาอะไรบางอย่าง
สถานที่แห่งนั้น
คือ
นครเมฆคราม
เมืองผู้ฝึกตนแห่งแรกในชีวิตของเขา
หลินเซวียนสูดลมหายใจลึก
ก่อนก้าวเดินต่อไป
สู่เส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับ
"ใต้ภูเขาแห่งนั้น"
"ความลับยังคงหลับใหล"
"แต่การเดินทางของผู้ถือโคม..."
"เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"