เซียนอมตะหวนคืน

    บทที่ 4 : จัดการง่ายดาย

    จัดการง่ายดาย
    “แน่ใจว่าไม่คิดจะคืน?” หวังเฉินถามเสียงราบเรียบ แม้เขาจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าหวังฉู่จะตอบออกมายังไง เขาก็ยังคงต้องการถามออกมาอยู่ดี
    “ไอ้เด็กเวรนี่ แกฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงวะ?” หวังฉู่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “ถ้าแกยังไม่รีบไสหัวไปจากวิลล่าของฉัน รับรองได้เลยว่าฉันเอาแกตายแน่!”
    หวังเฉินเงียบลงไปชั่วครู่ ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปเตะที่ใบหน้าอ้วนของหวังฉู่
    ปัก!
    ลูกเตะที่รุนแรงของผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นต้น แม้ไม่นับว่ารุนแรงอะไร แต่สำหรับคนธรรมดาที่ถูกเตะแล้ว มันก็รุนแรงมากทีเดียว
    ผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มจะยังไม่สามารถใช้พลังปราณได้ สามารถใช้ได้เพียงพลังทางกายภาพ ซึ่งก็คือมีร่างกายและแรงมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่านั่นเอง
    ตึก!
    ร่างของหวังฉู่กระเด็นปลิวไปกระแทกผนัง ใบหน้าของเขายุบลงไป จมูกหัก บิดเบี้ยวผิดรูปไป เลือดอาบทั่วใบหน้าของเขา ฟันในปากเองก็หักไปหลายซี่
    “อ้ากกก!” เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้นก็ดังขึ้นมา เจ้าของเสียงแน่นอนว่าเป็นหวังฉู่ เขาในตอนนี้เจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก ยกสองมือขึ้นมากุมใบหน้าของตัวเองดิ้นทุลนทุลายอยู่ที่พื้น
    ด้วยเสียงร้องโหยหวนเจ็บทรมานของหวังฉู่ บวกกับภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้ ชายที่ใบหน้ามีแผลเป็นสองสามรอยที่หวังฉู่เรียกว่าคุณหยงกับลูกน้องอีกสองคนของเขา รวมถึงบอดี้การ์ดของหวังฉู่ ล้วนตกตะลึงกันถ้วนหน้า ไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพอย่างการที่หวังฉู่ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งเตะกระเด็น
    “กล้าลงมือทำร้ายหวังฉู่ต่อหน้าฉันหยงฮ่านคนนี้ ออกจะมีความกล้ามากเกินไป!” หลังหายจากความตกตะลึง หยงฮ่าวพลันพูดเสียงเย็นชา ก่อนโบกมือให้ลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของตัวเอง “จัดการซะ!”
    ลูกน้องทั้งสองคนถูกคำพูดของหยงฮ่านปลุกให้ตื่นจากความตกตะลึง พวกเขารับคำก่อนวิ่งเข้าหาหวังเฉิน
    หวังเฉินเหลือบตามองหยงฮ่าน คิดว่าเมื่ออีกฝ่ายอยากหาเรื่อง เขาเองก็พร้อมสนอง เดิมทีเขาไม่ได้มีความสนใจใดๆ ต่อหยงฮ่านและพวกลูกน้องเลย แต่ในเมื่อคิดหาเรื่องเขา เขาเองก็ไม่คิดที่จะปล่อยไป
    “ไอ้หนู แกมันอวดดีเกินไปแล้ว ที่กล้าทำร้ายคุณหวังฉู่ต่อหน้าของลูกพี่หยงฮ่าน!” หนึ่งในสองลูกน้องของหยงฮ่านตะโกนเสียงดัง ชกหมัดเข้าใส่ที่ใบหน้าของหวังเฉิน ลูกน้องอีกคนหนึ่งก็ใช้เท้าเตะเข้าที่ท้องของหวังเฉิน
    ท่ามกลางการโจมตีจากคนทั้งสอง ทั้งใบหน้าและท้อง หวังเฉินไม่มีความรู้สึกใดเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวถอยหลังหลบหมัดและเท้าของคนทั้งสองได้อย่างง่ายดาย จากนั้นชกหมัดสวนกลับไป หมัดแรกอัดไปที่ใบหน้าของลูกน้องคนแรก ส่วนหมัดที่สองอัดไปที่ใบหน้าของลูกน้องคนที่สอง
    ร่างของคนทั้งสองปลิวกระเด็นออกไปในทันที กระแทกเข้าใส่ผนังสลบหมดสติไป ใบหน้ามีสภาพไม่แตกต่างจากหวังฉู่มากนัก นั่นก็คือใบหน้ายุบลงไป จมูกหักผิดรูป เลือดอาบทั่วใบหน้า ฟันในปากหักหลายซี่
    มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น หยงฮ่านตกตะลึงไปอีกครั้ง ลูกน้องมือดีของเขาทั้งสองคนกลับถูกจัดการอย่างง่ายดายขนาดนี้ เขาพลันหยิบปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาโดยสัญชาตญาณ
    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้เล็งไปที่หวังเฉิน หวังเฉินก็มาถึงเบื้องหน้าของเขาแล้ว พร้อมกันนั้นสิ่งที่มาด้วยก็คือเท้าที่หนักหน่วงเตะเข้าใส่ข้อมือของหยงฮ่าน
    แกร่ก!
    เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมา ปืนในมือของหยงฮ่านถูกเตะปลิวออกไป ข้อมือของเขาแน่นอนว่าหักไปแล้ว
    “อ้าก!” ความเจ็บปวดรุกรานหยงฮ่านอย่างรวดเร็ว เขาเปิดปากขึ้นแผดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
    ในเวลานี้ที่ประตูพลันปรากฏกลุ่มบอดี้การ์ดในสูทสีดำจำนวนห้าคนโถมเข้ามา นี่คือบอดี้การ์ดทั้งหมดที่หวังฉู่จ้างไว้ พวกเขาได้ยินเสียงแผดร้องติดต่อกัน จึงได้รีบมาที่ห้องนี้
    พอเห็นเหตุการณ์ ก็ตกใจกันถ้วนหน้า สีหน้าเปลี่ยนไป
    “ระ...รีบจัดการมัน!” หวังฉู่ในตอนนี้พยายามระงับความเจ็บปวดไว้ พยายามลุกขึ้นมายืน เห็นกลุ่มบอดี้การ์ดโถมเข้ามาภายในห้องพอดี จึงรีบออกคำสั่งให้จัดการหวังเฉิน
    เมื่อได้รับคำสั่งสีหน้าของบอดี้การ์ดทั้งห้าคนและบอดี้การ์ดที่อยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว ก็ดุร้ายขึ้นทันตาเห็น
    “จัดการมัน!” ชายที่ดูเหมือนหัวหน้าของกลุ่มบอดี้การ์ดวิ่งเข้าหาหวังเฉินก่อนใครเพื่อน เท้าถูกใช้ออก กระโดดใส่หวังถีบกลางหน้าอกของหวังเฉิน
    หวังเฉินหลบเท้าของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบ เตะสวนกลับไปเท้าหนึ่ง พริบตาเดียวก็มองเห็นร่างของหัวหน้าบอดี้การ์ดกระเด็นออกไปกระแทกผนัง เลือดอาบใบหน้า ฟันกระเด็นออกมาจากปาก สลบหมดสติไป
    หลังจัดการหัวหน้าบอดี้การ์ด หวังเฉินก็จัดการบอดี้การ์ดที่เหลืออีกห้าคนอย่างง่ายดาย ในไม่ช้า ทุกคนก็นอนกองกับพื้นไร้ซึ่งสติอย่างสิ้นเชิง
    “อะ...อะไรกัน?”
    ทั้งหวังฉู่กับหยงฮ่านต่างร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อพวกเขาได้เห็นหวังเฉินจัดการพวกบอดี้การ์ดหกคนที่ถูกจ้างมาด้วยราคาแพงอย่างง่ายดาย
    หวังเฉินไม่สนใจความตกใจของคนทั้งสอง หันใบหน้าที่เฉยชามองไปยังหยงฮ่าน ก่อนสืบเท้าเดินเข้าหา
    “กะ...แกจะทำอะไร?!” หยงฮ่านใบหน้าขาวซีด บอกตามตรงว่าเขารู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่ใช่น้อยเลย
    “ระ...รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือหยงฮ่าน ลูกน้องคนสนิทของพี่เติ้ง หัวหน้าแก๊งสิงโตแดง ถ้าแกยังไม่หยุดสิ่งที่แกทำ แกได้ถูกพี่เติ้งฆ่าตายแน่ ใครก็ช่วยแกไม่ได้!”
    “แก๊งสิงโตแดง?” หวังเฉินขมวด คล้ายจะเคยได้ยินชื่อแก๊งนี้มาอยู่บ้าง ทันใดนั้น เขาก็คิดออก “อ้อ ที่แท้ก็แก๊งที่หวังฉู่มีความสัมพันธ์อันดีด้วย”
    แต่เขาไหนเลยจะไปสนใจ ชกหมัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าของหยงฮ่านอย่างไร้ปราณี ใบหน้าของหยงฮ่านยุบลงไป เลือดสาดกระจาย ทรุดตัวลงหมดสติ
    “วะ..หวังเฉิน แกกล้าทำร้ายฉันและพี่หยง แกไม่ตายดีแน่ พี่เติ้งจะต้องจัดการแก!” หวังฉู่พลันตะโกนขึ้นอย่างโกรธแค้น แต่ในน้ำเสียงของเขาก็มีความหวาดกลัวอยู่
    เขาไม่เคยคิดถึงเลยสักนิดว่า หวังเฉินจะเป็นคนที่โหดร้ายและดุดัน ชกต่อยเก่งขนาดนี้ ถึงกับจัดการหยงฮ่านและลูกน้องได้ รวมถึงบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกหกคน
    “อย่างนั้นเหรอ?” หวังเฉินหันมองหวังฉู่ ก่อนจะก้าวเดินเข้าหา “ถ้าพี่เติ้งอะไรของแกคิดมาหาเรื่องฉัน ฉันก็จะฆ่ามัน ไม่เห็นมีอะไรยาก”
    คำพูดนี้ของหวังเฉินทำให้หวังฉู่ตกใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปเอาความกล้านี้มาจากไหน ถึงกับกล้าบอกว่าจะฆ่าพี่เติ้ง หัวหน้าแก๊งสิงโตแดง หนึ่งในแก๊งใหญ่ทรงอิทธิพลของปักกิ่ง
    “แก...แกมันไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ของสวรรค์!” หวังฉู่ชี้หน้าหวังเฉินด้วยนิ้วที่สั่นเทา
    หวังเฉินมองหวังฉู่อย่างเรียบเฉย “เลิกพูดไร้สาระ ส่งเงินทั้งหมดของแกให้ฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันฆ่าแกแน่!”
    เดิมทีเขาแค่ต้องการมาทวงหนี้สิบล้านหยวน แต่ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาเปลี่ยนใจแล้ว
    “อะไร?!” หวังฉู่สองตาเบิกกว้าง ส่งมอบเงินทั้งหมดของเขา นี่มันปล้นกันชัดๆ เงินทั้งหมดที่เขามี มันมากกว่าพันล้านหยวนเสียอีก ถ้าให้บอกเฉพาะเจาะจง เงินทั้งหมดที่เขามีคือหนึ่งพันห้าร้อยล้านหยวน!
    จบบทที่ 4