ณ อำเภอขู่ จวนตระกูลบิ
"พี่ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เมืองแห้ฝือเพื่อช่วยเหลือนายท่านเหี้ยนเต๊กหรือ เหตุใดจึงนึกอยากกลับมาที่อำเภอขู่เล่าเ้าคะ?" บิเจินถามด้วยรอยยิ้ม พลางรินน้ำชาส่งให้บิต๊กที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าประตูมา
บิต๊กจิบน้ำชาเล็กน้อยเพื่อให้ชุ่มคอ ก่อนจะกล่าวว่า "นายท่านเหี้ยนเต๊กแต่งตั้งโตซางเป็เ้าเมืองหลางเกีย พี่ชายกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อมาคุมสถานการณ์ในเมืองตงไห่ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเขาไปแล้วจะไม่ได้กลับมาอีก"
สีหน้าของบิเจินเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางย่อมเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของพี่ชาย
หลังจากปัดฝุ่นละอองจากการเดินทาง บิต๊กก็ถามต่อว่า "ได้ยินพวกคนรับใช้บอกว่า เมื่อวันก่อนโตซางคนนั้นผ่านอำเภอขู่ ถึงขั้นบุกมาหาเื่ถึงจวนเชียวหรือ?"
"จะเรียกว่าหาเื่ก็ไม่เชิงเ้าค่ะ ก็แค่มาโอ้อวดว่าตอนนี้เขามีทหารมีม้า มีอำนาจในมือแล้วเท่านั้นเอง" บิเจินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
"พวกต่ำต้อยพอได้ดีก็ลำพอง" บิต๊กแค่นเสียงเ็า ก่อนจะถามต่อว่า "เ้าเด็กนั่นได้บอกร่องรอยของน้องรองบ้างหรือไม่?"
"เื่นั้นไม่มีเ้าค่ะ" บิเจินส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "พี่รองไม่ฟังคำทัดทานของข้า ยืนกรานจะออกเรือไปหาพวกโจรทะเลด้วยตนเอง ใครจะคิดว่าเ้าซีเซ่งนั่นจะยอมจำนนต่อโตซาง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ เกรงว่าคงจะเกิดเื่เลวร้ายขึ้นแล้ว"
คิ้วของบิต๊กขมวดมุ่น ท่าทางที่ดูสุภาพเรียบร้อยกลับแฝงไปด้วยความแค้น
ปัง!
ถ้วยน้ำถูกฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง บิต๊กกล่าวด้วยใบหน้ามืดมนว่า "น้องรองคงถูกโตซางสังหารไปแล้ว ครั้งนี้อาศัยมือของจงป้ากำจัดมัน ถือเป็การล้างแค้นให้น้องรองด้วย ไม่นึกเลยว่าตระกูลบิของพวกเราจะต้องจ่ายราคาแพงถึงเพียงนี้ เพื่อยกเลิกสัญญาหมั้นหมายครั้งนี้"
"เฮ้อ..." บิเจินถอนหายใจอีกครั้ง แต่กลับกล่าวด้วยความกังวลว่า "โตซางผู้นั้นรอดพ้นความตายมาได้หลายครั้ง ข้าเห็นว่าคนผู้นี้ซ่อนคมไว้ลึก ดูท่าจะไม่ใช่พวกคุณชายเสเพลที่ไร้ความสามารถ ไม่รู้ว่าครั้งนี้อาศัยมือของจงป้า จะกำจัดเขาได้หรือไม่"
บิต๊กกลับหัวเราะ เป็การหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจราวกับกำลังเยาะเย้ยว่าความกังวลของน้องสาวนั้นช่างไร้สาระสิ้นดี
"จงป้ามีทหารในมือห้าพัน ไม่ว่าจะเป็โตเกี๋ยม หรือนายท่านเหี้ยนเต๊กในตอนนี้ต่างก็มีความเกรงใจอยู่สามส่วน เ้าคิดว่าด้วยความสามารถของโตซาง ลำพังทหารเพียงไม่กี่ร้อยนาย จะเป็คู่ต่อสู้ของจงป้าได้หรือ?"
เมื่อถูกพี่ชายย้อนถาม บิเจินก็นิ่งเงียบ ความกังวลบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป
บิต๊กจิบสุราแล้วแค่นยิ้มเย็น "อย่าว่าแต่จงป้าเลย เกรงว่าเ้าเด็กนั่นจะผ่านด่านของชางซีที่จี๋ชิวไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่แน่ว่าตอนนี้ เขาอาจจะสิ้นใจอยู่ใต้กำแพงเมืองจี๋ชิวไปแล้วก็ได้"
สิ้นคำพูด คนรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน ขัดจังหวะการสนทนาของสองพี่น้องตระกูลบิ
"เรียนนายท่าน มีรายงานด่วนมาจากทางจี๋ชิว เมื่อหลายวันก่อนโตซางใช้ไฟเผาเมืองจี๋ชิว ตีเมืองแตก และจับตัวแม่ทัพผู้รักษาเมืองชางซีได้ขอรับ!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง
ในชั่วพริบตา สองพี่น้องตระกูลบิสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ทั้งคู่หันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ในแววตามีแต่ความไม่อยากจะเชื่อ
"เป็ไปไม่ได้!" บิต๊กได้สติจากความใ เขาะโพรวดขึ้นมาและแย่งรายงานในมือคนรับใช้ไปอ่านอย่างรวดเร็ว
ลำพังโตซางคนเดียว มีทหารเพียงแปดร้อยนาย ไม่เพียงแต่ตีจี๋ชิวที่มีทหารไท้ซัวหนึ่งพันนายรักษาการได้ แต่ยังจับตัวแม่ทัพชางซีได้อีกด้วย ผลงานที่เหลือเชื่อเช่นนี้ บิต๊กจะเชื่อได้อย่างไร
หลังจากอ่านรายละเอียดในรายงาน ท่าทางสุภาพเรียบร้อยบนใบหน้าของบิต๊กก็พังทลายลง สีหน้าเริ่มตกตะลึงและสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายค้างอยู่ในท่าทางที่มึนงงและใสุดขีด
บิเจินเองก็ใจนหน้าถอดสี ในหัวพลันนึกถึงคำพูดโอ้อวดของโตซางในห้องโถงแห่งนี้เมื่อวันนั้น
"เขาไม่ได้พูดจาเพ้อเจ้อ เขาตีเมืองจี๋ชิวได้จริง ๆ ..."
ความคิดถาโถมราวกับคลื่นั์จนจิตใจวุ่นวาย ผ่านไปครู่หนึ่ง บิเจินจึงค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง นางเม้มริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ "พี่ใหญ่ บางทีพวกเราอาจจะมองคนผิดไป โตซางผู้นี้ซ่อนคมไว้ลึก มีความสามารถซ่อนอยู่ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรับหน้าที่เ้าเมืองมณฑลได้"
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา บิต๊กสีหน้าเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนก รีบสั่งให้ข้ารับใช้ถอยออกไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบข้าง จึงกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นว่า "น้องหญิง เ้าพูดจาไม่ระวังเช่นนี้ได้อย่างไร หากคำพูดนี้หลุดไปถึงหูนายท่านเหี้ยนเต๊กจะไม่มีผลดีต่อเ้า ต่อข้า หรือต่อตระกูลบิของเราเลยแม้แต่น้อย เ้าต้องจำไว้ว่า ไม่ว่าเมื่อก่อนจะเป็อย่างไร ตอนนี้ผู้ที่นั่งตำแหน่งเ้าเมืองมณฑลซีจิ๋วและกุมอำนาจการทหารและการเมืองของซีจิ๋วคือนายท่านเหี้ยนเต๊ก เ้าเข้าใจหรือไม่?"
"น้องหญิงเข้าใจเ้าค่ะ แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่!" บิต๊กขัดความสงสัยของนาง และกล่าวอย่างเ็าว่า "ต่อให้โตซางจะซ่อนคมไว้ แต่นั่นก็เป็เพียงความฉลาดหลักแหลมเล็กน้อย จะนำมาเปรียบกับวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนายท่านเหี้ยนเต๊กได้อย่างไร พี่ชายเชื่อมั่นว่า การที่เขาตีเมืองจี๋ชิวได้ครั้งนี้เป็เพียงโชคช่วย เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังหลักทหารไท้ซัวของจงป้าจริง ๆ เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน"
การตัดสินใจที่เด็ดขาดของพี่ชายกดทับความหวั่นไหวในใจของบิเจินไว้ บิเจินได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ และพึมพำว่า "ขอให้เป็เช่นนั้นเถิดเ้าค่ะ"
ณ เมืองไคหยาง
ภายในห้องโถงจวนเสนาบดี งานเลี้ยงสุรากำลังดำเนินไปอย่างรื่นเริง
เ้าของงานเลี้ยงจงป้าผู้นำทหารไท้ซัว นั่งเด่นอยู่้า รับการคารวะด้วยสุราจากผู้ใต้บังคับบัญชาทีละคน จนสุราเปียกชุ่มหนวดสีดำหนาเขาก็ไม่รู้สึกตัว
บนใบหน้าของเขา มีรอยแผลเป็จากดาบพาดเฉียงจากตาขวา ซึ่งยิ่งทำให้เขาดูดุร้ายน่าเกรงขาม
ส่วนแขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงครั้งนี้คือ ซุนเขียนที่ปรึกษาของเล่าปี่เ้าเมืองมณฑลซีจิ๋ว
"ท่านที่ปรึกษาซุน นายท่านเหี้ยนเต๊กจะรักษาคำพูดหรือไม่?" จงป้าถามพลางยิ้มและยกจอกสุรา
ซุนเขียนยิ้มกล่าวว่า "ท่านแม่ทัพจงป้าโปรดวางใจได้ นายท่านของข้าเป็เชื้อพระวงศ์ฮั่น เป็นายผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม คำพูดคำหนึ่งย่อมหนักแน่นดั่งขุนเขา ขอเพียงโตซางตาย และท่านแม่ทัพจงป้าเขียนฎีกาขอขมาและขออภัยโทษ นายท่านของข้าจะแต่งตั้งท่านแม่ทัพจงป้าเป็เ้าเมืองหลางเกียตามความเหมาะสมแน่นอนขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดี แค่กำจัดคุณชายเสเพลคนหนึ่ง ไม่แน่ว่าตอนนี้โตซางคงสิ้นใจอยู่ใต้กำแพงเมืองจี๋ชิว ถูกแม่ทัพชางซีใต้บังคับบัญชาของข้าสังหารไปแล้ว" จงป้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับไม่เห็นโตซางอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ซุนเขียนยิ้มจนหน้าย่นรีบยกจอกสุราขึ้นกล่าวว่า "เช่นนั้นข้าขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับท่านแม่ทัพจงป้า ที่จะได้นั่งบนเก้าอี้เ้าเมืองหลางเกียอย่างถูกต้องตามกฎหมายขอรับ"
"ฮ่า ๆ ๆ !" จงป้าหัวเราะเสียงดังลั่น ดื่มสุราอย่างบ้าคลั่ง
ในห้องโถง เหล่าทหารไท้ซัวต่างดื่มกินกันอย่างสำราญใจ บรรยากาศรื่นเริงถึงขีดสุด ไม่มีใครมีความเกรงกลัวต่อโตซางเลยแม้แต่น้อย
"รายงาน! รายงานด่วนจากจี๋ชิว!" ทหารสอดแนมวิ่งพรวดเข้ามาและะโว่า "รายงานด่วนจากจี๋ชิว เมื่อวันก่อนโตซางใช้กลยุทธ์โจมตีด้วยไฟตีเมืองจี๋ชิวแตก แม่ทัพชางซีพ่ายแพ้และพยายามหลบหนี แต่ถูกโตซางจับตัวได้ บัดนี้อำเภอจี๋ชิวตกอยู่ในมือศัตรูแล้วขอรับ!"
ห้องโถงที่เคยอึกทึก เสียงหัวเราะหยุดลงทันควัน กลายเป็ความเงียบสงัดในพริบตา
ใบหน้าที่เคยรื่นเริง รวมถึงจงป้าและซุนเขียน ต่างแข็งค้าง บิดเบี้ยวและเปลี่ยนเป็ความตกตะลึงพรึงเพริดด้วยข้อมูลที่น่าในี้
จงป้าได้สติเป็คนแรก เขาะโพรวดขึ้นมา ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ะโก้องว่า "ชางซีมีทหารหนึ่งพันนาย มากกว่าเ้าโตซางนั่นถึงสองร้อยนาย จะรักษาจี๋ชิวไว้ไม่ได้และถูกจับตัวได้อย่างไร!"
ทหารสอดแนมจึงเล่ารายละเอียดการรบที่จี๋ชิวว่าโตซางลอบเข้าเมืองทางลับเพื่อวางเพลิงอย่างไร และดักสังหารทหารที่พ่ายแพ้ตรงหน้าประตูทิศเหนือจนจับตัวชางซีได้อย่างไร
จากความเงียบในห้องโถง กลายเป็เสียงฮือฮาโกลาหล
ซุนกวน อินเล้ งอทุนและเหล่าแม่ทัพไท้ซัวคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปมา ไม่มีใครเชื่อว่าโตซาง คุณชายเสเพลไร้ความสามารถตามคำเล่าลือ จะมีเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงถึงเพียงนี้
โครม!
ท่ามกลางเสียงฮือฮา จงป้าปัดโต๊ะตรงหน้าจนพลิกคว่ำ ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ลุกโชนด้วยไฟโทสะกล่าวอย่างเดือดดาลว่า "ดีนักนะโตซาง กล้าลงมือกับทหารไท้ซัวของข้าจริง ๆ ดูท่าหากข้าจงป้าไม่ลงมือเอง คงจัดการเ้าไม่ได้แล้ว!"
"โตซางเพิ่งตีจี๋ชิวได้ ยังตั้งตัวไม่มั่น หากท่านแม่ทัพจงป้าระดมพลจากไคหยางมุ่งหน้าลงใต้ ย่อมสามารถบดขยี้มันได้ในคราวเดียวขอรับ" ซุนเขียนรีบยุยงอยู่ข้าง ๆ
"พี่ใหญ่ ออกทัพเถิดขอรับ ล้างแค้นให้ชางซี!"
"โตซางกล้าไม่เห็นทหารไท้ซัวของพวกเราอยู่ในสายตา พวกเราต้องกำจัดเ้าเด็กนั่นเสีย!"
เหล่าแม่ทัพไท้ซัวต่างโกรธแค้นจนทนไม่ไหว ต่างพากันเรียกร้องให้ทำา ราวกับว่าขอเพียงกองทัพของพวกเขาเคลื่อนพล การบดขยี้โตซางก็ง่ายดายเหมือนการเหยียบมดตัวหนึ่ง
ไฟโทสะถูกจุดขึ้นแล้ว จงป้าชักดาบออกมาในมือ ชี้ไปทางทิศใต้และสั่งเสียงเฉียบขาดว่า "สั่งการนายกองของข้า พรุ่งนี้ระดมพลสี่พันนาย ติดตามข้าไปบดขยี้เ้าเด็กเสเพลนั่นให้ราบคาบ!"
ณ อำเภอจี๋ชิว
โตซางตีเมืองนี้ได้เป็เวลาสามวันแล้ว
ใน่สามวันนี้ โตซางด้านหนึ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กำแพงเมือง อีกด้านหนึ่งก็รับสมัครทหารในแถบจี๋ชิวเพื่อขยายกำลังของตน
ชางซีสร้างความเดือดร้อนให้ชาวเมืองจี๋ชิวมานาน เหล่าราษฎรต่างเกลียดชังเขาและพวกโจรไท้ซัวเข้ากระดูกดำ เมื่อโตซางจับตัวชางซีได้และขับไล่พวกโจรไท้ซัวออกไป ชาวเมืองทั้งในและนอกเมืองต่างยินดีอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อประกาศรับสมัครทหารของเขาถูกติดขึ้น ภายในไม่กี่วันก็มีคนมาสมัครเกือบห้าร้อยคน
โตซางจึงคัดเลือกผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงเข้าสังกัดกองทัพ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กองทัพของเขาก็ขยายเพิ่มขึ้นเป็ประมาณหนึ่งพันสามร้อยนาย
ภายในที่ว่าการอำเภอ โตซางกำลังหารือเื่การฝึกทหารกับห้วนกุ๋ย ซีเซ่งรีบเดินเข้ามา ประสานมือกล่าวว่า "เรียนนายท่าน มีรายงานด่วนจากทางเหนือ จงป้าระดมพลโจรไท้ซัวสี่พันนายจากไคหยาง มุ่งหน้าลงใต้ด้วยท่าทางดุดัน ขณะนี้อยู่ห่างจากอำเภอจี๋ชิวของเราไม่ถึงสี่สิบลี้ขอรับ"
โจรไท้ซัวสี่พันนาย!
ตัวเลขนี้ แม้แต่ห้วนกุ๋ยได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แฝงไปด้วยความกังวล
"โจรไท้ซัวสี่พันนาย จงป้าคิดจะยกทัพมาทั้งหมด อาศัยจำนวนคนที่มากกว่าเพื่อบดขยี้ข้าในคราวเดียวสินะ" โตซางแค่นยิ้มเย็น
ซีเซ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวเสียงหนักว่า "นายท่าน กำลังของจงป้ามากกว่ากองทัพเราหลายเท่า และล้วนเป็ทหารฝีมือดี กองทัพที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ของเราไม่เพียงพอจะออกไปรบได้ ในยามนี้ควรเร่งซ่อมแซมกำแพงเมืองและเตรียมการตั้งรับในเมืองจี๋ชิวจะดีกว่าขอรับ"
"นายท่าน เขาพูดถูกขอรับ ตั้งรับเถิด เราสู้ไม่ได้หรอก แต่ถ้าตั้งรับก็น่าจะไม่มีปัญหา" ห้วนกุ๋ยกล่าวสนับสนุน
ทว่าโตซางกลับนิ่งเงียบ ก้มหน้าจ้องมองแผนที่ ประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน
หลังจากนิ่งคิดอยู่นาน โตซางก็ตบโต๊ะดังปัง และกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า "เล่าปี่จ้องมองอยู่ข้างหลัง หากยืดเยื้อออกไปจะยิ่งมีปัญหาตามมา ซึ่งไม่เป็ผลดีต่อเรา ข้าจะชิงลงมือก่อนและจบศึกนี้ให้เร็วที่สุด!"