แสงแดดอ่อน ๆ บรรยากาศร่มรื่นช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็อย่างดี แต่ไม่ใช่สำหรับเหล่าอัศวินทั้งหลายที่เอาเวลาส่วนใหญ่ไปร่ำเรียนวิชากับพระอินทร์ในห้องเรียน พร้อมคำขู่ที่รุ่นพี่เสธซ้ายทิ้งเอาไว้ให้ ทำให้เหล่าอัศวินทำหน้าอาลัยตายยากมากขึ้น เสียงที่ควรจะดังกลับเงียบ ทำให้รุ่นพี่ต้องคอยหันมามองเ้ารุ่นน้องปีหนึ่งที่เคยเสียงดังอย่างสงสัย
ห้าหัวหน้าชั้นปีหนึ่งเดินเข้ามายังโรงอาหารดราก้อนอย่างสบายใจ ทำให้เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันต้องหันมามองเ้าเพื่อนหัวขโมย และนักฆ่าที่น่าจะไม่ต่างกับเขามากนักอย่างสงสัย ชายหนุ่มทั้งสามเดินไปรับอาหารมาให้หญิงสาวเช่นเดิม ก่อนจะลงมือทานอาหารอย่างสบายอารมณ์แถมเ้าตัวยังกินจุเหมือนเดิม ไม่เหมือนพวกเขาที่ท่านแค่คนละนิดเท่านั้นเอง
“เห้ย เฟรินวันนี้มีสอบจำได้ป่าวว่ะเนี่ย” ครี้ดเอ่ยขึ้นคนแรก กลัวว่าเพื่อนเค้าจะจำวันผิด เฟรินปรายตามองอย่างสงสัย
“จำได้ แล้วไมว่ะ” แล้วมันก็กินข้าวต่อจานที่สี่ พวกทโมนมองหน้ากันงง ๆ
“มรึงจะสอบได้?” เจคเอ่ยอีกรอบ
“บ๊ะ!!! ทำไมจะสอบไม่ได้ เข้าไปเขียน ๆ ส่ง ๆ ก็พอแล้ว เอาไรมากว่ะ 55555” เ้าตัวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้เพื่อน ๆ เริ่มเข้าใจแล้ว ว่ามันเตรียมตัวตกตั้งนานแล้วนี่เอง
“หรอค่ะ” เสียงหวานของเ้าหญิงแห่งเดมอสเอ่ยขึ้นมาทันที หยุดการหัวเราะได้ชะงัก หน้าซีดทันทีหลังได้ยินประโยคหลัง
“งั้นทำความสะอาดคอกตะขาบั์ให้สนุกน่ะ”
คิลได้ยินเสียงเพื่อนสาวก็ลงไปขำกลิ้งกับพื้นทันที เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่นที่หัวเราะกันเสียงดังลั่น เพราะมุกนี้ของจ้าวปีศาจ
การสอบทฤษฏีใน่เช้าผ่านไปได้ด้วยดีสำหรับเหล่าหัวกระทิทั้งหลาย พร้อมอาการตายอยากของเหล่าลิงทโมน ตอนนี้การสอบเหลือเพียงภาคปฏิบัตินั้นคือ วิชาฟันดาบ เวทมนต์ หมากรุก และสัตว์เลี้ยงพระาา ที่ป้อมอัศวินถนัด ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อตอนเช้าลดลงไปมาก เหล่าอัศวินที่กินข้าวเช้าเพียงน้อยนิด เริ่มกินอาหารเที่ยงมากขึ้นเพื่อเป็พลังงาน โดยมีห้าสาวบริการเสริฟให้ถึงที่พร้อมคำขู่เล็ก ๆ น้อย ๆ
“ไอเฟริน มรึงว่าสอบบ่ายจะรอดป่าวว่ะ” คิลเอ่ยถามขณะที่พวกเขากำลังไปเข้าสอบวิชาสัตว์เลี้ยงพระาา
“ทำไมจะไม่รอดว่ะ เห็นแบบนี้น่ะ หึ ๆ”
“ยังไงว่ะ”
“บ๊ะ ไอนี่นิ วิชาขี่ม้าแบบนี้มันก็ต้องมาที่ วิชาฟันดาบก็มาที่ หมากรุกก็ เรนี่ เวทย์ก็ต้องเฟนี่ คาลี่ คานี่ไงจ๊ะ ถามได้”เสียงตอบพร้อมการเลียนแบบผู้คุมกฎคนสำคัญของป้อม ทำให้ คฑาลอยผ่านหัวไปแบบเฉียดฉิว แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมรุ่นทั้งหลาย
“นี่กระจิตกระใจนายจะหวังพึ่งผู้หญิงอย่างเดียวเลยรึไงย่ะ” แองจี้แหวเข้าให้ แต่คนที่โดนด่ากลับยิ้มรับหน้าตาเฉย นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำพราวระยับน่าดึงออกมาเหยียบซะให้มิด
“อ้าว ก็สาว ๆ งามประจำรุ่นเราน่ะ ถึกจะตายจะให้พวกผู้ชายบอบบางทำ มันก็ไม่ได้นี่น่า โอ้ย”ว่าแล้วเ้าตัวก็แกล้งเซล้มไปหาสาวเ้าทันที ทำให้สาวเ้าต้องรีบเอา คฑาฟาดรับแทบไม่ทัน
ทำให้บรรยากาศของป้อมอัศวินปีหนึ่งกลับมาครื้นเครงกันอีกครั้งด้วยการวิ่งไล่จับจากหัวขโมยและเ้าแม่ คฑาเ้าเก่า
แล้วก็เป็ดังคาดเมื่อเหล่าหัวหน้าชั้นปีทั้งห้าคนของป้อมอัศวินเข้าเส้นชัยเป็คนแรกพร้อมกัน ทำให้ธงชัยในวิชานี้ตกเป็ของป้อมอัศวินโดยปริยาย ส่วนวิชาฟันดาบต้องยกความดีความชอบให้กับหัวขโมยปริศนาที่สามารถเอาชนะทั้งสายชั้นด้วยการลงดาบแค่ครั้งเดียว แล้วชื่อเสียงของหัวขโมยปีหนึ่งที่ส่งตรงจากป้อมอัศวินก็ยิ่งหนาหูเข้าไปอีก ในวิชาหมากรุกที่เ้าตัวดีโดดแล้วโดดอีก ไม่ยอมเข้าเรียนสักครั้ง สามารถชนะทั้งสายชั้นได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่น่าเป็ไปได้ ทำให้เหล่าหัวกระทิจากทุกป้อมปราการแทบอย่างจะะโเข้าท้าประลองใหม่ ก็ใครจะไปเชื่อมันต้องโกงแน่ ๆ มันเอาแต่นั่งหาวแล้วก็หลับให้พวกเขาปลุกขึ้นมาเล่น มันจะไปชนะได้ยังไง หรือว่ามันจะไม่ใช่แค่หัวขโมยกันแน่
จนกระทั่งเหลือวิชาสุดท้ายที่เ้าตัวแสบเลี่ยงมาตลอด กำลังควงคฑาติด ๆ ดับ ๆ ไปมาอย่างกังวล ส่วนหัวหน้าชั้นปีที่เหลือกลับยิ้มกว้างเพราะจะได้เอาชื่อเสียงคืน ในวิชาเวทมนต์
“เอาล่ะจ๊ะ ปีนี้เราจะสอบเวทย์โจมตีกันน่ะจ๊ะ ครูร่ายเวทย์กางเขตไว้ให้แล้วน่ะ การสอบก็คือให้พวกเธอออกมาร่ายเวทย์ทีละคน ใส่หุ่นไม้ที่อยู่ตรงนั้น ให้ล้มลงเพียงแค่เวทย์เดียว ดังนั้นคิดให้ดีว่าเวทย์ที่จะใช้แรงพอที่จะใช้หรือป่าวด้วยน่ะ เอาล่ะ...”
แล้วเสียงเรียกชื่อก็ดังขึ้นทีละคน เพื่อออกไปแสดงเวทย์มนต์ ซึ่งเวทย์โจมตีเหล่านี้ไม่มีปัญหาสำหรับสามสาวน้องนุชแห่งป้อม กับท่านสี่หัวหน้าป้อมปีหนึ่งแม้แต่น้อย เพราะได้รับการซ้อมมือเป็อย่างดีจากเหล่าทโมนที่โดนเวทย์แม่เ้าประคุณเป็ว่าเล่น ส่วนหัวหน้าชั้นปีอีกคนเริ่มเหงื่อชื้น คฑาเริ่มติด ๆ ดับ ๆ ไหววูบอยู่ในมือเ้าหัวขโมยชื่อดัง
คาโลโจมตีด้วยเวทย์น้ำแข็งที่วูบเดียวหุ่นไม้ก็ล้มลงขาดสองท่อน พร้อมหมาป่าน้ำแข็งอีกตัวที่วิ่งไปหาเด็กปราสาทขุนนางที่ยืนแซวอย่างหาเื่ โดยที่เ้าตัวอ้างว่าเป็พลั้งมือไปนิดนึง แต่อาจารย์แกไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ใช่เด็กปราการปราญ์ที่รัก
คาลิน่าเป็เวทย์สายน้ำ ที่กระหน่ำที่เดี๋ยวหุ่นก็หลุดไม่มีชิ้นดี เช่นเดียวกับพวกปราสาทขุนนางที่เปียกกันทั่วหน้า เรียกรอยยิ้มขำจากเพื่อนร่วมป้อม
เฟลิโอน่าเป็เวทย์สายลมที่ทำให้หุ่นไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย ทำให้เป็ที่เกรงขามแก่ป้อมปราการอื่น
คิลเป็เวทย์สายฟ้าที่เ้าตัวถนัด แต่ความจริงคือเ้าตัวมันวิ่งด้วยความเร็วไปหักกันดื้อ ๆ ก่อนจะวิ่งกลับมายืนที่เดิม เพียงแต่ไม่มีใครเห็นเท่านั้นเอง
แล้วก็เหลือแต่..........
“เฟริน เดอเบอโรว์”
สิ้นเสียงเรียก เด็กหนุ่มทำหน้าอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ว่าเสียงเชียร์ดังสนั่นจากเหล่ารุ่นพี่จากหลากหลายป้อมที่สอบเสร็จแล้ว เพื่อมาคอยดูรุ่นน้องชื่อดังคนนี้สอบ ทำให้เขาต้องคอยยิ้มรับเสียงเชียร์แล้วก็เสียงกรี๊ดจากสาว ๆ อย่างขัดไม่ได้
“เฮ้ย ไอน้องโชว์เวทย์เจ๋ง ๆ เลยน่ะ พี่รอดูอยู่”
เด็กหนุ่มยิ้มรับควงคฑาไปมา ก่อนจะชี้ คฑาไปยังหุ่นไม้ ทำให้ดอกกุหลาบสีเหลืองผุดขึ้นมาเต็มหุ่นไม้แล้วเพราะความหนักทำให้หุ่นไม้ล้มไปทั้งอัน เรียกเสียงฮาครืนจากเหล่าผู้ชมได้เป็อย่างดี แถมเ้าคนเสกก็ยังหน้าด้านโค้งรับอย่างสวยงามอีกต่างหาก
............................................................................