หยาจิ้งหันกลับมามองเ้าของน้ำเสียงใสแจ๋วด้วยความใ หญิงสาวตรงหน้าเธอยังคงสวมชุดเ้าสาว นั่นยิ่งทำให้หยาจิ้งอับอายจนหน้าชา เธอเคยตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกับตอนนี้ เพียงแต่ในตอนนั้นเธอคือ “เ้าสาว” ไม่ใช่ดูเหมือนชู้รักของเ้าบ่าว..โชคยังดีที่เสวี่ยลี่ไม่รู้ว่าเธอคือใครและยังจำไม่ได้ว่าเธอพึ่งไปร่วมงานแต่งงานวันนี้ เนื่องจากเธอพยายามหลบหน้าเ้าบ่าวเ้าสาวตลอดตอนอยู่ในงาน
เทียนเฉียงไม่ชอบให้เสวี่ยลี่มาก้าวก่ายกับชีวิตเขาไม่ว่าจะที่ทำงานหรือชีวิตส่วนตัว เสวี่ยลี่จึงไม่ค่อยรู้จักมักคุ้นกับ เพื่อนร่วมงานและบรรดาลูกศิษย์ของเขามากนัก เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เสวี่ยลี่ไม่เชื่อฟังและตามออกมา แต่ก็ไม่ใ ดีเสียอีก..เขาแสร้งทำเป็ขอโทษและรู้สึกผิดที่ออกมาจากงานกะทันหัน เพราะมีธุระสำคัญที่ต้องจัดการที่โรงแรมนี้ และบังเอิญเจอ คนที่คิดว่ารู้จักจึงเข้ามาทักทาย
“เปล่าหรอก ผมจำคนผิดน่ะ” เขาโกหกทั้งรู้อยู่เต็มอกว่า เสวี่ยลี่เห็นเขาทำอะไรบ้าง แต่จะเป็ไรไปในเมื่อเขาไม่คิดจะใส่ใจความรู้สึกของหล่อนอยู่แล้ว และคิดว่าเสวี่ยลี่ฉลาดพอจะเล่นตามบทบาทที่เขา้า แต่เขาไม่อาจคาดเดาถึงความริษยาและอาการหึงหวงของหญิงสาวในตอนนี้ว่ามันรุนแรงเพียงใด เขาแสร้งโอบกอดเ้าสาว แสร้งยิ้มออดอ้อน
“ถ้าเป็เื่เข้าใจผิดกัน งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” หยาจิ้งเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะ้าหนีออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้
“เดี๋ยวก่อนสิคะ ฉันมีเื่จะคุยกับคุณ คุณ...” เสวี่ยลี่ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามข่มความรู้สึกเกรี้ยวกราดเอาไว้
“หยาจิ้งค่ะ แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยค่ะ เ้าบ่าวของคุณบอกไปแล้วว่ามันเป็เื่เข้าใจผิด เขาแค่จำคนผิด”
“แน่ใจหรือคะว่าคุณสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน” เ้าสาวถามเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าขาวซีดของศัตรูหัวใจ
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องเป็ห่วง ที่งานเรียบร้อยดีใช่ไหม” เทียนเฉียงพูดตัดบทขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น
“ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ฉันท่านดูแลจัดการเรียบร้อยแล้ว”
“งั้นเรากลับกันเถอะ ผมเกรงใจพวกท่าน”
‘พึ่งจะมานึกเกรงใจตอนนี้เรอะ!?’ เสวี่ยลี่รู้ทันความคิดของเขา ยิ่งเขาเอาใจใส่เธอต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ยิ่งดูออกว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญแค่ไหน นั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวตลก และไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็ตัวตลกในสายตาของคนที่ตนรัก เธออาจจะรักเขาจนยอมเชื่อฟังและทำตามทุกอย่าง นั่นเพราะคิดมาตลอดว่าเขาไม่เคยใส่ใจผู้หญิงคนไหนเลย แต่สิ่งที่เธอเห็นวันนี้มันทำให้เธอริษยาอย่างบ้าคลั่ง!! เขาเป็ของเธอใครหน้าไหนก็อย่าหวัง!!
“ธุระสำคัญของคุณเสร็จแล้วหรือคะ” เสวี่ยลี่เอียงคอแสร้งถาม
“ไว้วันหลังผมค่อยมาใหม่”
“ไม่ต้องวันหลังหรอกค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ฉันรอได้”
“ก็บอกว่าวันหลัง!” เทียนเฉียงเริ่มหมดความอดทน
“ถ้างั้นฉันขอพูดธุระของฉันบ้างนะคะ!!” เสวี่ยลี่ก็หมดความอดทนเช่นกัน เธอเงื้อฝ่ามือตบลงบนใบหน้าซีดเผือด
“โอ๊ยยย!” หยาจิ้งกุมใบหน้าที่กำลังชาจากการถูกตบ รีบใช้มือปัดป้องไม่ให้ถูกทำร้ายซ้ำ
เทียนเฉียงใคิดไม่ถึงว่าเสวี่ยลี่จะกล้าทำ จึงรีบคว้าข้อมือเธอไว้ก่อนที่จะตบเป็ครั้งที่ 2
“หยุด!ผมบอกให้หยุด!”
“หยุดเหรอ! ผู้หญิงคนนี้มันเป็ใครสำคัญมากนักเหรอ สำคัญมากนักใช่มั้ย!?” เสวี่ยลี่พูดพลางพยายามเข้าทำร้ายหยาจิ้งอีกครั้ง เสียงเริ่มดังเอะอะโวยวายจนเป็ที่สังเกต
หยาจิ้งพยายามปกป้องตัวเองจากเสวี่ยลี่ที่จะเข้ามาทำร้าย สายตาชิงชังจ้องมองไปที่ชายหนุ่มคนก่อเื่ ก่อนจะพูดน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยความรู้สึกทั้งเจ็บและอับอาย.
“นี่ใช่ไหมที่คุณ้า!!”
พูดจบเธอรีบพยุงร่างกายที่อ่อนเพลียจากอาการวิงเวียนก่อนหน้า เพื่อพาตัวเองออกจากความวุ่นวาย ก้มหน้าก้มตาเดินแกมวิ่ง เทียนเฉียงสลัดมือเสวี่ยลี่ออก พยายามคว้าข้อมือหยาจิ้งเพื่อรั้งไว้ หยาจิ้งสะบัดข้อมือผลักเขาให้ห่างตัว เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีวิ่งฝ่าผู้คนที่เริ่มหันมามุงดู จนไม่ทันสังเกตุเห็นว่ากลุ่มเพื่อนที่ไปร่วมงานแต่งกำลังทยอยลงจากรถรับจ้างและเดินสวนกลับเข้ามา
“หยาจิ้ง จะไปไหน!?” เจียเหนียนะโถาม แต่ไร้เสียงตอบกลับ เธอยืนงงและมองตามหลังเพื่อนด้วยความสงสัย
“อ้าวนั่น ที่วิ่งตามมานั่นมันอาจารย์คังไม่ใช่เหรอ แล้วก็คุณ คุณเ้าสาวของอาจารย์คัง ในชุดเ้าบ่าวเ้าสาวด้วย เฮ้ย!!” ชวูเหิงหันมองชายหญิงที่กำลังวิ่งตามเพื่อนของพวกเขาไปติดๆ “โว้ะ!! ที่เห็นหายออกจากงาน คือมาอยู่ที่นี่กันเหรอ?”
“อะไรยังไงกันเนี่ย พวกเธอ รู้เื่มั้ย?” เจียเหนียนหันมาถามเพื่อนในกลุ่มสีหน้าเริ่มเป็ห่วงเพื่อนสนิท
“จะรู้ได้ไงก็เรากลับมาพร้อมกัน” เพื่อนในกลุ่มต่างพากันทำหน้าเลิ่กลั่ก
“นู่น คนที่น่าจะรู้เื่ วิ่งไปโน้นแล้ว” ชวูเหิงพูดพลางชี้นิ้วไปทาง หยาจิ้งที่กำลังจะข้ามถนนหนีไปอีกฝั่ง จึงทันเห็นร่างเพื่อนถูกรถแท็กซี่ที่พึ่งส่งผู้โดยสารเสร็จ วิ่งสวนกลับมาพุ่งชนหยาจิ้ง เสียงรถเบรกดังสนั่น ก่อนถอยหลังแล้วรีบบึ่งรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ร่างหญิงสาวถูกกระแทกกลิ้งลงกับพื้นถนน ของเหลวสีแดงเริ่มไหลอาบตามใบหน้า..ลำคอ..ชุดกระโปรงยาวสีชมพูเต็มไปด้วยรอยเื เทียนเฉียงรีบวิ่งมาคว้าร่างหญิงสาวขึ้นประคองกอดไว้ในอ้อมแขน พลางะโให้คนช่วยเรียกรถพยาบาล ฝูงชนเริ่มรุมล้อม บ้างวิภาคย์วิจารณ์ถึงรถที่ชนแล้วหนี
แววตาหยาจิ้งเริ่มพร่ามัว เธอมองเห็นลางๆ ว่าอยู่ในอ้อมแขนเทียนเฉียง ครั้งนี้กลับรู้สึกอบอุ่น ได้ยินเสียงกระซิบเรียกเบาๆ ‘หยาจิ้ง..หรือ ซูเม่ย กันนะ ช่างเถอะ จะหยาจิ้งหรือซูเม่ย ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว’ หญิงสาวพยายามลืมตามองเทียนเฉียง พยายามเอื้อมมือที่อ่อนแรงััใบหน้าคมเข้ม นี่อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นและััชายอันเป็ที่รัก
เทียนเฉียงจับมือหยาจิ้งขึ้นมาจุมพิตเบาๆ หยดน้ำตาแห่งความอาลัยรักไหลริน ความหวาดกลัวการสูญเสียกลับมาหลอกหลอน ์ให้เขามีชีวิตยืนยาว เพียงเพื่อมาพบจุดจบของหญิงคนรักอีกครั้งหรือ ช่างโหดร้ายเหลือเกิน ตลอดเวลา 1 ปีที่เขาแสร้งทำเป็คนอื่นทำให้เขาและเธอต้องพลาด่เวลาดีๆ มากมาย เขาช่างโง่เขลา
‘อยู่ต่อไปอย่างมีความสุขเถิดนะเทียนเฉียง ลืมทุกอย่างระหว่างเรา ฉัน..ขอโทษ’ หยาจิ้งได้แต่คิด ความเ็ปภายในกาย ทำให้เธอแทบไม่มีแม้แต่แรงจะเปล่งเสียงพูด น้ำตาหยาจิ้งไหลอาบแก้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำไว้กับเทียนเฉียง หยาจิ้งได้แต่สะอื้นร้องไห้ พำพึม..ขอโทษ..ขอโทษ..ทุกอย่างคงถูกกำหนดไว้ให้เป็เช่นนี้ และเธอกำลังจะจากไป..
ก่อนสิ้นลมหายใจ...กลิ่นหอมเย็นประหลาดโชยมา ทว่าครั้งนี้ หยาจิ้งจำได้แล้ว สิ่งนี้เองที่เคยนำเธอไปพบกับเทียนเฉียง...แล้วครั้งนี้เล่าจะพาเธอไปแห่งหนใดกัน ‘ปรโลกรึ?’..จะไปไหนก็ช่างเถอะ ในเมื่อเธอไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตาเถิด..หยาจิ้งถอนหายใจยาวนานค่อยๆ ปิดเปลือกตา ลงอย่างอ่อนล้า...