ตอนที่ 2 ราชโองการสีทองและเกราะหงส์เหล็ก
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าลอดผ่านม่านมุกลงมายังเตียงกว้างทว่าความอบอุ่นนั้นกลับเข้าไม่ถึงหัวใจที่เย็นเฉียบของสตรีผู้ที่เพิ่งฟื้นจากความตาย เฟิ่งเยว่เล่อ ขยับกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆความเ็ปจากการประชวรหนักในร่างเดิมยังคงหลงเหลืออยู่เป็ริ้วๆแต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความเ็ปที่สลักลึกอยู่ในิญญาของ หลินเมย
"ชุ่ยเอ๋อ"เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย แต่กลับมีน้ำหนักอย่างประหลาด
"เพคะฮองเฮา?" ชุ่ยเอ๋อร์นางกำนัลคนสนิทรีบถลาเข้ามาหาพร้อมอ่างล้างหน้าเงิน"ทรง้าสิ่งใดเพิ่มหรือไม่เพคะหมอหลวงกำชับว่าท่านต้องพักผ่อนให้มาก"
เยว่เล่อไม่ตอบแต่นางกลับยื่นมือออกมา สังเกตปลายนิ้วที่เรียวยาวและขาวผ่องดุจหยกล้ำค่ามือคู่นี้ไม่เคยต้องหยิบจับงานหนัก มือคู่นี้เป็มือของบุตรีแม่ทัพใหญ่และบัดนี้เป็มือที่กุมตราลัญจกรหงส์
"ข้าสลบไปนานเท่าใด?"
"สามวันสามคืนเพคะนับั้แ่ฝ่าาทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเื่พิธีสถาปนาอย่างเป็ทางการ...ฮองเฮาทรงเสียพระทัยจนประชวรหนักบ่าว...เอ้อ...บ่าวใแทบสิ้นสติเลยเพคะ"
เยว่เล่อชะงักไปเล็กน้อยความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมา เฟิ่งเยว่เล่อคนเก่าเป็สตรีที่รักอิสระนางแอบรักบุรุษผู้หนึ่งที่มิใช่ฮ่องเต้เมื่อถูกบังคับให้แต่งงานด้วยเหตุผลทางการเมืองเพื่อคานอำนาจระหว่างตระกูลเฟิ่งและราชสำนักนางจึงตรอมใจจนล้มป่วย
หึ! ช่างเป็สตรีที่โง่งมยิ่งนัก เยว่เล่อคิดในใจ เ้ามีอำนาจล้นฟ้าอยู่ในมือกลับคิดจะสละมันเพื่อความรักที่จับต้องไม่ได้งั้นหรือ?
"ราชโองการนั่นอยู่ที่ใด?"
ชุ่ยเอ๋อทำหน้าฉงนแต่ก็รีบไปหยิบม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามที่วางอยู่บนพานมุกมาส่งให้เยว่เล่อรับมาเปิดออก สายตาไล่ไปตามอักษรพู่กันที่ตวัดอย่างทรงพลังทุกถ้อยคำล้วนบ่งบอกถึงความรุ่งโรจน์และการผูกมัด
แต่งตั้งบุตรีตระกูลเฟิ่งขึ้นเป็ฮองเฮาเคียงคู่บัลลังก์ของฮ่องเต้
"ฮองเฮาเพคะ"ชุ่ยเอ๋อกระซิบอย่างกล้าๆ กลัวๆ "หากทรงมิปรารถนาท่านแม่ทัพใหญ่คงพอจะทูลขอให้ฝ่าาทรงพิจารณา"
"ใครบอกว่าข้ามิมักปรารถนา?" เยว่เล่อเอ่ยขัด น้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าขนลุกนางม้วนราชโองการกลับอย่างช้าๆ "ตำแหน่งที่สตรีทั่วแผ่นดินต่างใฝ่ฝันตำแหน่งที่มีอำนาจสั่งการได้แม้กระทั่งชีวิตคน เหตุใดข้าต้องปฏิเสธ?"
ในชาติก่อนนางเป็เพียงภรรยาขุนนางเล็กๆที่ต้องคอยเอาอกเอาใจสามีและพึ่งพาความเมตตาจากผู้อื่นสุดท้ายกลับถูกเยียบย่ำจนตาย แต่ในชาตินี้... ์ประทาน 'เกราะ' ที่แข็งแกร่งที่สุดมาให้แล้วหากนางเป็ฮองเฮา หลินเยี่ยนและซูหลานก็เป็เพียงมดปลวกที่นางจะเหยียบเมื่อใดก็ได้
"แต่...ฮองเฮาทรงเคยตรัสว่าฝ่าาทรงเ็ากับท่านยิ่งนักการอยู่ในวังหลวงอาจมิประเสริฐไปกว่าการอยู่ในกรงทอง"
"กรงทองงั้นหรือ?" เยว่เล่อหัวเราะเบาๆ ในลำคอดวงตาหงส์ฉายแววเยือกเย็น"หากมันเป็กรงที่ทำให้ข้าสามารถถลกหนังศัตรูออกมาได้ข้าก็ยินดีจะอยู่ในกรงนี้ไปจนตาย ชุ่ยเอ๋อ เ้าจำไว้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปจะไม่มีเฟิ่งเยว่เล่อที่อ่อนแอคนเดิมอีกแล้ว"
นางลุกขึ้นยืนก้าวเดินไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่ ส่องมองเงาร่างที่งดงามทว่าดูห่างเหิน
"แต่งตัวให้ข้าข้าจะไปพบท่านพ่อเดี๋ยวนี้"
ขณะนั้นที่ห้องโถงรับรองของตำหนักหลวง แม่ทัพใหญ่เฟิ่ง นั่งรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเขาเป็ชายวัยกลางคนที่ยังดูน่าเกรงขามทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อนึกถึงบุตรีเพียงคนเดียวเมื่อเห็นเยว่เล่อเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคงเขาก็ขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
"เล่อเอ๋อ...เ้าดูดีขึ้นมาก"
เยว่เล่อก้มศีรษะให้เล็กน้อยตามธรรมเนียม"ท่านพ่อ ข้าทำให้ท่านต้องกังวลมากเกินไปแล้ว"
"เ้าฟื้นก็ดีแล้ว"แม่ทัพเฟิ่งถอนหายใจ "เื่ราชโองการนั้น หากเ้ายังยืนยันจะปฏิเสธพ่อจะลองเข้าเฝ้าฝ่าาอีกครั้ง แม้ตระกูลเฟิ่งจะถูกมองว่ากดดันราชสำนักแต่พ่อก็ไม่อยากเห็นเ้าต้องทุกข์ใจไปตลอดชีวิต"
เยว่เล่อนิ่งไปครู่หนึ่งนางมองชายตรงหน้า พ่อที่รักลูกสาวคนนี้ยิ่งชีวิตต่างจากหลินเยี่ยนที่มองนางเป็เพียงบันไดสู่อำนาจ
"ท่านพ่อข้าเปลี่ยนใจแล้วเพคะ"
"เ้าว่าอย่างไรนะ?"
"ข้าจะรับตำแหน่งฮองเฮาและข้าจะทำให้ตระกูลเฟิ่งมั่นคงยิ่งกว่าเดิม" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"ข้าตระหนักแล้วว่า ความรักนั้นไร้ค่า แต่อำนาจคือเื่จริงชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาบงการชีวิตข้าได้อีก"
แม่ทัพเฟิ่งจ้องมองบุตรีราวกับเห็นคนแปลกหน้า"เล่อเอ๋อ...นี่เ้าดูเปลี่ยนไปมากเชียวนะ แววตาของเ้า...มันเหมือนคนที่ผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วน"
"ข้าแค่ตื่นจากฝันร้ายเพคะท่านพ่อ"เยว่เล่อยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา "ต่อจากนี้ไปท่านไม่ต้องกังวลเื่ข้าในวังหลัง ข้าจะจัดการทุกอย่างเองสิ่งที่ข้า้าคือการสนับสนุนจากท่านในราชสำนัก โดยเฉพาะเื่ขุนนางที่ชื่อ หลินเยี่ยน"
"หลินเยี่ยน? ขุนนางขั้นหกในกรมพิธีการนั่นนะหรือ? เหตุใดเ้าจึงสนใจมดปลวกเช่นนั้น?"
เยว่เล่อกำหมัดภายใต้แขนเสื้อกว้าง"เขามีบางอย่าง ที่ข้าต้องสะสางเพคะแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...ข้าจะรอให้เขารู้สึกว่ากำลังจะขึ้นสู่ที่สูงที่สุดแล้วข้าจะเป็คนกระชากเขาลงมาสู่ขุมนรกด้วยมือของข้าเอง"
แม่ทัพเฟิ่งแม้จะสงสัยแต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของลูกสาว เขาก็พยักหน้า "ได้ในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนี้ พ่อก็จะสนับสนุนเ้าจนถึงที่สุด"
หลังจากส่งท่านพ่อกลับเยว่เล่อกลับมานั่งที่โต๊ะทรงอักษร นางหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนชื่อสองชื่อลงบนกระดาษว่า หลินเยี่ยน และซูหลาน
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก พร้อมเสียงะโประกาศของขันที
"ฮ่องเต้เสด็จ!"
เยว่เล่อนิ่งสงบนางไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นไปต้อนรับเหมือนนางสนมคนอื่นๆแต่นางกลับหยิบกระดาษแผ่นนั้นไปเผากับไฟจากเทียนอย่างช้าๆเฝ้ามองเปลวไฟมอดไหม้ชื่อของคนทั้งสองจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน
ประตูห้องถูกเปิดออกบุรุษในชุดัสีเหลืองทองสง่างามก้าวเข้ามารัศมีแห่งอำนาจแผ่ซ่านจนเหล่านางกำนัลต้องก้มหน้าจนติดพื้น หลงเหยียนตี้ ฮ่องเต้หนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากหินหยกทว่าดวงตากลับเ็าและลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขามองสตรีที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงด้วยสายตาเรียบเฉย
"ได้ยินว่าฮองเฮาฟื้นแล้วแถมยังมีอารมณ์ร่าเริงขึ้นเช่นนั้นรึ ถึงขั้นเรียกแม่ทัพใหญ่มาพบในเวลานี้"น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความประชดประชันเล็กน้อย"ดูเหมือนว่าข่าวที่ว่าเ้าจะตรอมใจตายเพราะไม่อยากแต่งงานกับข้าคงเป็เพียงข่าวลือ"