บทที่ 20 พบเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ศร์เผยแสนยานุภาพ
"ปีศาจหมาป่าจริง ๆ ด้วย..."
ยามอยู่บนหลังคามองไปยังทิศทางของูเาหยางลู่ สวี่ไท่ผิงพบปีศาจหมาป่าร่างกำยำตัวหนึ่งกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วในป่า
ในตอนแรกเขายังไม่ค่อยใมากนัก เพราะในตราหยกประทานวิชาได้กล่าวไว้แล้วว่า ในูเาแห่งนี้นอกจากที่อยู่อาศัยที่สำนักกำหนดไว้แล้ว ที่อื่น ๆ ล้วนมีโอกาสพบเจอสัตว์อสูรได้ทั้งสิ้น
ทว่า เขาเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะในไม่ช้าเขาก็เห็นปีศาจหมาป่าตัวที่สองและตัวที่สาม ทั้งหมดกำลังไล่ล่าลงมาจากูเา
"ช่วยด้วย ช่วยด้วยเ้าค่ะ!"
"มีใครอยู่หรือไม่ ช่วยข้าด้วย!"
ขณะที่สวี่ไท่ผิงกำลังสงสัยว่าปีศาจหมาป่าทั้งสามตัวนี้กำลังไล่ล่าสิ่งใด เสียงร้องขอความช่วยเหลือของสตรีพลันดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ยามได้ยินเสียงนี้ ใบหูของสวี่ไท่ผิงพลันสั่นไหว ก่อนจะโคจรพลังปราณไปยังดวงตาทั้งสอง จ้องมองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังมา
นี่คือวิธีการเพิ่มพลังสายตาที่สอนไว้ในวิชา ‘ศร์’
ยามเปิดใช้วิชานี้ ทิวทัศน์ของูเาหยางลู่ในระยะหนึ่งถึงสองลี้พลันปรากฏชัดในสายตาของสวี่ไท่ผิง ในไม่ช้าก็พบเด็กสาวร่างบอบบางผู้หนึ่งกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตในป่า หลบหนีการไล่ล่าของปีศาจหมาป่าทั้งสามตัว
"พี่สาวคนนี้มาจากที่ใดกัน ข้าจำไม่ได้ว่ามีผู้ฝึกตนอยู่ใกล้เคียงเรือนไผ่เขียวนี่นะ?"
สวี่ไท่ผิงสับสนมึนงง
"ใครก็ได้ ช่วยข้าด้วย!"
ในตอนนี้ เด็กสาวก็วิ่งออกมาจากป่า เริ่มวิ่งไปตามทางเล็ก ๆ ออกจากูเามุ่งหน้ามายังทิศทางเรือนไผ่เขียว
ส่วนปีศาจหมาป่าทั้งสามตัวยังคงวิ่งไล่ตามหลังเด็กสาวอย่างไม่ลดละ จนใกล้จะตามนางทัน
"มีใครอยู่หรือไม่? ข้างหน้ามีคนอยู่ในลานบ้านหรือไม่? ข้าาเ็ ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!"
เด็กสาวกุมไหล่ที่มีเืไหลซึมพลางวิ่งะโ ดูราวกับจะสังเกตเห็นเรือนไผ่เขียวแล้ว
"ช่างเถอะ ไม่ต้องคิดมากแล้ว ช่วยคนก่อนดีกว่า"
สวี่ไท่ผิงส่ายหัว จากนั้นก็หยิบธนูและลูกธนูจากด้านหลัง แล้วเริ่มง้างธนูตามวิธีการควบคุมพลังปราณในวิชาศร์ โดยรวบรวมพลังปราณจากตันเถียนผ่านแขนไปยังลูกธนู
เพียงชั่วพริบตา ลูกธนูก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็ง
พรึบ
ในยามที่ปีศาจหมาป่าตัวที่อยู่ใกล้เด็กสาวที่สุด ห่างจากเรือนไผ่เขียวเพียงหนึ่งลี้ สวี่ไท่ผิงก็ปล่อยสายธนูที่ง้างจนตึงพร้อมกับลูกธนูออกไป
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดังขึ้น ลูกธนูที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณพุ่งตรงไปยังหน้าผากของปีศาจหมาป่าตัวนั้น จนทะลวงผ่านหัวไป
หลังจากเข้าใจวิธีใช้พลังปราณแล้ว พลังลูกธนูของสวี่ไท่ผิงก็เหนือกว่าครั้งก่อนมาก
"หงิง..."
ปีศาจหมาป่าร้องโหยหวนด้วยความเ็ป แล้วก็ล้มลง
ส่วนปีศาจหมาป่าสองตัวที่อยู่ด้านหลังยามเห็นฉากนี้แล้ว พลันใจนวิ่งหนีกลับเข้าป่าไป ไม่กล้าไล่ตามต่อ
ในตอนแรกเด็กสาวก็ดูใอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อนางเห็นปีศาจหมาป่าทั้งสองหนีหายไป และสังเกตเห็นสวี่ไท่ผิงที่ยืนอยู่บนหลังคา นางจึงร่ำไห้ด้วยความดีใจ
"ขอบพระคุณวีรชนน้อยที่ช่วยชีวิตข้า"
เด็กสาวแทบจะกลิ้งมาที่หน้าลานของเรือนไผ่เขียว
จากท่าทางที่นางหันกลับไปมองเป็ระยะด้วยความตื่นตระหนก ดูเหมือนจะยังหวาดกลัวปีศาจหมาป่าเ่าั้อยู่
"ปีศาจหมาป่าสองตัวนั้นหนีไปแล้ว ท่านไม่ต้องกังวล"
สวี่ไท่ผิงมองไปยังเด็กสาวตรงหน้าประตู
เด็กสาวผู้นี้อายุราวสิบห้าถึงสิบหกปี รูปร่างบอบบาง หน้าตางดงามสะอาดบริสุทธิ์ เหมือนกับบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ในบ้านเกิดของสวี่ไท่ผิง
"อืม โชคดีที่มีวีรชนน้อยอยู่ ไม่เช่นนั้นข้าคงลงท้องปีศาจหมาป่าสองตัวนั้นไปแล้ว"
เด็กสาวตบหน้าอกเบา ๆ ด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็ถามสวี่ไท่ผิงด้วยความรู้สึกขอบคุณ
"ข้าขอถามนามของวีรชนน้อยได้หรือไม่?"
"ข้าแซ่สวี่ ชื่อไท่ผิง พี่สาวเรียกข้าว่าไท่ผิงก็พอ"
สวี่ไท่ผิงตอบ
เขายังคงยืนอยู่บนหลังคา มือยังกำธนูและลูกศรไว้แน่น สายตาจับจ้องเด็กสาวด้วยความระแวดระวัง
"วีรชนน้อยไท่ผิง ข้าชื่อหลิ่วชิงเหมย เป็ศิษย์นอกสำนักชิงเสวียน เมื่อไม่กี่วันก่อนข้านั่งนกวิเศษมาเก็บสมุนไพรแถวนี้แล้วหลงทาง ระหว่างนั้นก็ทำขลุ่ยทะลวงเมฆาหายไป ยามที่เจอปีศาจหมาป่าพวกนี้ จึงทำได้เพียงวิ่งหนี สุดท้ายก็ถูกไล่ตามมาถึงที่นี่"
เด็กสาวกล่าวพลางหยิบกระจกทองแดงออกมาจากอกเสื้อ
เมื่อเห็นกระจกบานนี้ สีหน้าที่ระแวดระวังของสวี่ไท่ผิงพลันผ่อนคลายลง
กระจกวิเศษนี้มีเพียงศิษย์นอกสำนักเท่านั้นที่มี การที่เด็กสาวหยิบสิ่งนี้ออกมาได้ ก็ถือว่าเป็การยืนยันตัวตนของนางแล้ว
"วีรชนน้อยไท่ผิง ชิงเหมยขอรบกวนพักค้างคืนที่นี่ได้หรือไม่ ยามนี้ตะวันตกดินแล้ว ชิงเหมยก็ได้รับาเ็ การเดินทางในยามค่ำคืนนั้นไม่สะดวกจริง ๆ"
เด็กสาวอ้อนวอนสวี่ไท่ผิง
"ได้... หืม?"
สวี่ไท่ผิงเกือบจะตอบรับ เพราะสามารถยืนยันตัวตนของอีกฝ่ายได้ ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ เขากลับเหลือบไปเห็นรองเท้าของเด็กสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ
เด็กสาวผู้นี้สวมรองเท้าปักลาย พื้นรองเท้าเป็พื้นหลายชั้น ดูภายนอกเป็เพียงรองเท้าผ้าธรรมดา ทว่าสวี่ไท่ผิงตรึกตรองรวมกับคำพูดของนางก่อนหน้านี้ จึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ…
รองเท้าคู่นี้สะอาดเกินไป
‘ไม่ต้องกล่าวว่าการสวมรองเท้าผ้าแบบนี้มาเก็บสมุนไพรจะเหมาะสมหรือไม่ แค่กล่าวเื่ที่นางถูกปีศาจหมาป่าไล่ตามมาทั้งวัน ทว่ารองเท้าผ้ากลับยังไม่บุบสลาย จุดนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่านางกำลังโกหก’
สวี่ไท่ผิงคิดในใจ
"พี่สาวชิงเหมย บ้านของไท่ผิงนั้นคับแคบ ท่านอาจจะไม่คุ้นชิน"
สวี่ไท่ผิงะโขึ้นไปยืนบนประตูรั้ว แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"วีรชนน้อยพูดอะไรเช่นนั้น ชิงเหมยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว ยังจะเื่มากอะไรได้อีก ยามที่ข้าอยู่นอกูเา แม้ว่าตอนเด็ก ๆ บ้านจะค่อนข้างร่ำรวย แต่พออายุสิบขวบ บ้านก็ตกต่ำลง หลังจากมาทีู่เาอวิ๋นหลูก็ยิ่งคุ้นชินกับชีวิตที่ยากจนแร้นแค้นนี้ ขอเพียงมีที่พักพิงก็พอแล้ว จะไปเลือกโน่นเลือกนี่ได้อย่างไร?"
หลิ่วชิงเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
เด็กสาวตรงหน้าพูดจาจริงใจ หากมิใช่เพราะสวี่ไท่ผิงสังเกตเห็นว่านางกำลังโกหก เขาอาจจะเกิดความรู้สึกเห็นใจนางขึ้นมาจริง ๆ ก็เป็ได้