“บุญอิ่ม” ิญญาคุณหลวงภัสดาเรียกชื่อบ่าวเบาๆ พลันก็ปรากฏิญญาดวงหนึ่ง เป็หญิงวัยกลางคนนั่งคุกเข่าแนบพื้นเรียบร้อย สภาพที่เห็นเฉกเช่นคนปกติทั่วไป มิได้น่ากลัวเหมือนตอนไปหาแวววาวการแต่งกายคล้ายบ่าวทั่วไปในสมัยโบราณ เมขลายืนนิ่งกลั้นหายใจชั่วขณะ แต่ก็อดนึกตลกในใจไม่ได้ถ้ายัยดาด้าเพื่อนสนิทของเธอรู้ว่าตอนนี้เธออยู่กับผีเป็หมู่คณะแบบนี้เพื่อสนิทจะตัดเพื่อนกับเธอหรือไม่หนอ นึกไปก็ยิ้มไป
“คุณเกตุแก้วงามไม่เปลี่ยนเลยนะเ้าคะ”บุญอิ่มหาคำมาทักทายเ้านายเก่าของเธอ เมขลายืนยิ้มแห้งแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามขึ้น
“บุญอิ่มใช่ไหมที่ไปหาฉันถึงโรงพยาบาลบ้านเกิดของฉันน่ะ”ผีบุญอิ่มพยักหน้าทันที
“คุณหลวงส่งอิฉันไปเ้าค่ะ”บุญอิ่มตอบรวดเร็ว
“คุณท่านเป็ห่วงคุณเ้าค่ะ”ประโยคสุดท้ายรีบบอกให้หญิงสาวรับรู้
“แล้วทำไมคุณหลวงท่านถึงไม่ไปเองล่ะจ๊ะ”เมขลาถามล้อเลียน ความกลัวค่อยจางคลายไปทีละน้อย ิญญาคุณหลวงภัสดาสะบัดหน้าพรืดหนีทันที
“คุณท่านไปไม่ได้เ้าค่ะคุณเกตุแก้วอธิษฐานแช่งท่านเอาไว้” บุญอิ่มตอบไปตามตรงส่วนคุณหลวงตอนนี้ยืนเอามือไพล่หลังหันหน้าออกไปทางนอกหน้าต่างทอดสายตาไปไกลแต่มิใยหูก็ผึ่งรอฟังนายกับบ่าวสนทนาต่อกัน
ทางด้านเมขลาสงสัยทันทีว่าเื่ราวในความฝันคงไม่จบเพียงเท่านี้ที่สำคัญหญิงสาวมั่นใจแล้วว่าเื่ราวต่างๆ เป็อดีตชาติของเธอแน่นอนเมขลาคิดในใจว่าคงต้องเค้นให้คุณหลวงภัสดาเล่าให้เธอฟังแบบจริงจังเสียแล้วแต่เหมือนหญิงสาวนึกอะไรได้ขึ้นมา
“เมื่อสักครู่ที่ศาลาริมน้ำมีเื่อะไรกันเหรอ?” เมขลาถามขึ้นด้วยความสงสัยบุญอิ่มรายงานทันที
“สองแม่ลูกนั่นส่งคนของมันมาสอดแนมเื่ของคุณเกตุแก้วคุณหลวงท่านทราบท่านเลยส่งอิฉันไปสั่งสอนพวกมันเ้าค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบแฝงรอยชิงชังฝ่ายตรงข้ามนัก
“สอดแนมงั้นรึ?”เมขลานิ่วหน้าไม่พอใจทันที เ้าตัวหารู้ไม่ว่าสำเนียงที่เอ่ยออกมามันส่อตัวตนของเกตุแก้วอย่างชัดเจนบุญอิ่มหันไปสบตากับคุณหลวงภัสดาเมขลาจะหันไปถามความต่อแต่ปรากฏว่าบุญอิ่มได้หายตัวไปเสียแล้ว เหลือเพียงิญญาของคุณหลวงภัสดาที่ยืนมองมาทางหญิงสาวด้วยแววตานิ่งขรึม
“หล่อนควรระวังตัว”น้ำเสียงจริงจัง
“สองแม่ลูกนั่นเลวทรามยิ่งนัก”คุณหลวงพูดขึ้นเพราะรู้ดีจากเมื่อครั้งอดีตที่เขาได้ประสบมาด้วยตัวเอง
จากปัจจุบันย้อนสู่อดีตกาล เกตุแก้วนั่งคุยกับบุญอิ่มที่หลังเรือนครัว
“พี่บุญอิ่ม...แถวนี้มีตลาดไหมจ๊ะ ด้ายหมดหลอดแล้วฉันอยากซื้อด้าย” ถึงเกตุแก้วจะถูกกวาดต้อนอพยพมาเป็บ่าวแต่ด้วยความที่เคยเป็ลูกเ้าขุนมูลนายทำให้เธอพอจะมีเบี้ยมีอัฐที่ซุกซ่อนเอาไว้ติดตัวมาพอสมควรจึงไม่ขัดสนเหมือนบ่าวคนอื่นๆแต่กระนั้นหญิงสาวก็มิเคยเอาออกมาอวดใคร และยกตนข่มใคร ว่าตนเองเหนือกว่าบ่าวในเรือน
“มีสิเดี๋ยวฉันพาไป” บุญอิ่มอาสาเพราะเหตุผลอะไรก็มิรู้ได้ แต่บุญอิ่มก็รู้สึกถูกชะตากับเกตุแก้วเฉกเช่นลำเภาผู้เป็นายคงเพราะเคยร่วมทำบุญกันมาแต่ชาติปางก่อนซะกระมังยิ่งมาได้รู้ว่าเกตุแก้วต้องเผชิญกับ่ชีวิตที่อับจนถึงที่สุดเช่นนี้ก็ให้รู้สึกเวทนาและเห็นใจเกตุแก้วยิ่งนัก
“ขอทำงานตรงนี้ให้เสร็จก่อนนะประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ"ว่าแล้วก็เร่งมือขึ้นเพื่อจะได้เสร็จเร็วๆเกตุแก้วเห็นดังนั้นก็นั่งลงช่วยงานบุญอิ่มอีกแรง พร้อมบอกแข็งขัน
“มา.. ฉันช่วย”บุญอิ่มมองเกตุแก้วด้วยความชื่นชมในใจแม่เกตุแก้วเมื่อก่อนชีวิตสุขสบายประหนึ่งอยู่บนหอคอยงาช้างแต่เมื่อตกอับลงมาหล่อนก็ไม่เคยสำหรีดสำรวย เหมือนลูกคนมีเงินคนอื่นหล่อนเอาการเอางานทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ รวมทั้งยังมีน้ำใจแลเป็มิตรกับทุกผู้คนบุญอิ่มจึงไม่แปลกใจเลยสักนิดที่หล่อนจะเป็ที่รักของบรรดาบ่าวไพร่ในเรือนนี้ไม่เว้นแม้แต่... เ้าของเรือนทั้งสองท่าน…
เมื่อเสร็จงานทั้งสองก็ไปเที่ยวตลาดซึ่งก็พอจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเกตุแก้วได้ไม่น้อยเทียวหญิงสาวจากบ้านนอกคอกนาได้มาเที่ยวตลาดพระนครที่ผู้หญิงหลายคนจากถิ่นฐานบ้านเธอต่างพากันวาดภาพถึงว่าคงจะเหมือนสมาคมของชาว์ ผู้คนมากมายแต่งตัวสวยงามข้าวของจานชามเยอะแยะลานตาไปเสียหมดบัดนี้เกตุแก้วได้มาอยู่ตลาดในฝันที่พระนครแล้ว เธอมองนั่นมองนี่ข้าวของเยอะแยะจริงด้วย มากเสียจนอยากจะได้แทบทุกอย่างเชียว
กระทั่งเกตุแก้วเดินผ่านร้านผ้าหญิงสาวหยุดกึกทอดสายตาไปที่ผ้าผืนงามผืนหนึ่งเมื่อสอบถามเื่ราคาเกตุแก้วก็ได้แต่ล่าถอยออกมาถึงเธอจะมีเบี้ยมีอัฐมากพอจะซื้อผ้าผืนนั้นได้แต่เธอต้องเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็เพราะเบี้ยอัฐที่มีก็มีแค่นั้นมิได้เพิ่มมาแต่ไหนได้อีกพ่อแม่ก็ตายไปหมดแล้วจะหาพึ่งใครได้เป็ไม่มี ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเบี้ยอัฐนี้เธอจะเก็บไว้จำเพาะที่จำเป็จริงๆอีกอย่างผ้าผืนนี้ก็ราคาสูงเกินไป เกินฐานะบ่าวไพร่เช่นเธอเมื่อคิดได้ดังนั้นเกตุแก้วจึงทอดสายตามองด้วยความเสียดายก่อนจะตัดสินใจเดินจากไป หาซื้อเข็มกับด้ายมาปะชุนซ่อมแซมผ้าผืนเก่าไว้ใช้ดีกว่าทั้งเกตุแก้วและบุญอิ่มเดินเลือกหาของจำเป็ต้องใช้สักพักก็พากันกลับขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินไปขึ้นเรือที่ท่าน้ำเพื่อกลับเรือน
“ประเดี๋ยว”เสียงทุ้มสุภาพก็ดังขึ้นด้านหลัง ทั้งสองหันมามองทางเสียงนั้นพร้อมกันคุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ ในชุดราชปะแตนสำหรับใส่ไปทำงานราชการเต็มยศ ยืนนิ่งอยู่ลักษณะองอาจมีราศีเป็อย่างยิ่ง ในมือของคุณหลวงถือห่ออะไรบางอย่างชายหนุ่มยื่นห่อกระดาษในมือให้เกตุแก้ว
“ฉันให้หล่อน”เกตุแก้วยืนงง
“ให้อิฉันรึเ้าคะ?”เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห่อคืออะไร
“เอากลับไปดูที่เรือนเถอะ”คนให้จริงจัง พร้อมสำทับหนักแน่น
“ผู้ใหญ่ให้ของก็รับไปเสียสิ”น้ำเสียงแกมบังคับเล็กน้อยเกตุแก้วยกมือไหว้ขอบคุณก่อนเอื้อมไปรับห่อกระดาษนั้นมา คุณหลวงธรรมธรยิ้มพึงใจกับสิ่งที่ได้ทำให้หล่อนในวันนี้
แต่ทว่า...เหตุการณ์นั้นหาได้พ้นสายตาของบัวทองไม่ เพราะเธอออกมาเดินตลาดนานแล้ว เมื่อเห็นเกตุแก้วกับบุญอิ่มมาเดินตลาดบัวทองจึงสะกดรอยตามั้แ่ต้น และโชคยิ่งเข้าข้างเมื่อเจอคุณหลวงธรรมธร เหตุการณ์นั้นช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกินยิ้มร้ายปรากฏที่มุมปากของบัวทองทันที!!!
“ไม่ถึงทีกูมั่งก็ให้มันรู้ไปอีเกตุแก้ว!”
เช้าวันรุ่งขึ้นลำเภากำลังวัดตัวกับช่างตัดเสื้อเพื่อใช้ใส่ในวันแต่งงาน มีเกตุแก้วนั่งคอยรับใช้ใกล้ชิดอยู่ไม่ห่างส่วนคุณหลวงภัสดานั่งอ่านหนังสืออยู่หอนั่งห่างออกไปไม่ไกลดูท่าทางสนใจกับหนังสือตรงหน้าแต่สายตาก็แอบเล็งแลมองไปทางสองสาวบ่อยครั้งก่อนจะลุกเดินไปหาช่างตัดเสื้อ
“คุณศรีนวลประเดี๋ยววัดตัวแม่คนนี้แล้วตัดชุดให้เ้าหล่อนด้วยนะหนึ่งชุด” สั่งเสียงเรียบ ช่างตัดผ้าหันไปมองทางเกตุแก้ว หญิงสาววางหน้าไม่ถูก ก่อนเอ่ยขึ้น
“มิเป็ไรเ้าค่ะ อิฉันมีชุดแล้ว”เกตุแก้วปฏิเสธ
“ชุดเพื่อนเ้าสาวก็ตัดให้สวยงามละเอียดเหมือนกับชุดของแม่ลำเภาเ้าสาวของงานนั่นล่ะ” คนสั่ง สั่งไปเรื่อยมิได้สนใจว่าใครจะ้าหรือไม่้า สั่งความเสร็จก็เดินหันหลังกลับไปนั่งที่หอนั่งดังเดิมโดยมีสายตาของเกตุแก้วมองตามหลังเขาไปอย่างขอบคุณ เมื่อลงนั่งแล้วคุณหลวงภัสดาก็หยิบหนังสือขึ้นทำเป็อ่านต่ออย่างสนใจแต่แอบเมียงมองไปทางเกตุแก้วบ่อยครั้ง
ค่ำคืนวานก่อนคุณหลวงภัสดาเห็นเกตุแก้วปะชุนผ้าตัวเก่าจึงแอบไปถามลำเภาว่าไม่มีชุดให้เกตุแก้วเลยรึลำเภาเลยเล่าคร่าวๆ ว่า ‘พี่เกตุแก้วไม่เคยพูดถึงเื่ชุดหรือเครื่องประดับที่จะใช้ใส่ในวันงานเลยแต่ก็แอบเห็นนั่งปะชุนผ้าของตัวเองบ่อยๆ คงจะเตรียมเอาไว้ใส่ในวันแต่งงานซึ่งลำเภาเองก็ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อให้ที่ตลาดอยู่แล้ว’
คุณหลวงอมยิ้มเล็กน้อยเขารู้สึกสุขใจที่ได้ทำอะไรเพื่อหล่อน ช่างเสื้อเริ่มวัดตัวอีกครั้งคราวนี้วัดตัวเกตุแก้วด้วยอีกคน โดยมีบุญอิ่มคอยจัดนู่นจัดนี่อยู่ไม่ห่าง แต่ทว่า..สักพักเสียงของบัวทองก็ดังขึ้น
“แหม...คุณพี่พักนี้อยู่ติดเรือนเสียจริงนะเ้าคะ” เสียงแหลมสดใสดังขึ้นแกมประชดประชันหน่อยๆทุกคนบนเรือนเมื่อหันไปเห็นเ้าของเสียงก็แอบเบื่อหน่ายไปตามๆ กัน บุญอิ่มเบ้หน้าแอบกระซิบกับเกตุแก้วเบาๆ
“มาอีกแล้วรึ?” เกตุแก้วฟังนิ่ง ยังคงสนใจอยู่กับการวัดตัวของช่างตัดเสื้อบัวทองเดินเข้ามานั่งตรงหอนั่งซึ่งมีจำปีบ่าวรับใช้ตามมาด้วยไม่ห่างกาย
“ทำอะไรกันอยู่เ้าคะ? ดูครื้นเครงเสียจริง” บัวทองมองอย่างสนใจแต่สายตาชำเลืองแลเลยไปทางเกตุแก้วอย่างมีความหมาย...!
บุญอิ่มรู้สึกไม่ชอบสายตาที่บัวทองจ้องมองมาทางเกตุแก้วรู้สึกใจคอไม่ดีคล้ายจะเกิดเื่อย่างไรไม่รู้ส่วนทางด้านคุณหลวงก็ไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะคนที่คุณหลวงสนใจอยู่นั้นกำลังเก้ๆกังๆ อยู่กับช่างตัดเสื้อบัวทองเข้ามานั่งที่ตั่งด้านข้างสำหรับแขกผู้มาเยือนแล้วยกมือไหว้คุณหลวงภัสดาโดยที่อีกฝ่ายยกมือรับไหว้ตอบใบหน้ายิ้มแย้ม
“วัดตัวให้แม่ลำเภาน่ะจะตัดชุดเ้าสาว คนรู้จักแม่ลำเภาแนะนำช่างเสื้อคนนี้เห็นว่าตัดชุดสวยฝีมือประณีต”คุณหลวงอธิบาย...