“ผลเพิ่มความฉลาด!”
นพเก้ารู้สึกตกตะลึง มันมีสมบัติวิเศษเช่นนั้นด้วยหรือ
“เ้าไปได้ยินมาจากที่ไหน?”
“พี่ชายข้าบอกมาว่ามันอยู่ในป่าแห่งนี้”
ฉินอวี้หลิงตอบโดยไม่กะพริบตา
“นั่นจึงเป็เหตุผลที่เ้าเข้ามาที่นี่หรือ?”
นพเก้าซักถาม เขาเริ่มเห็นถึงสัญญาณของปัญหา
“ใช่ พี่ชายบอกข้าว่าข้ามันโง่เกินไป นั่นจึงเป็สาเหตุที่ข้าไม่สามารถฝึกฝนได้ หากข้ากินผลเพิ่มความฉลาดเข้าไป มันจะทำให้ข้าเป็อัจฉริยะ”
เด็กสาวตอบด้วยแววตาใสซื่อ
“ระบบ มันมีจริงหรือ?”
[จะไปมีได้อย่างไร]
ระบบตอบอย่างทันควัน ยีนเป็ตัวกำหนดค่าความฉลาดของมนุษย์ ต่อให้ฝึกฝนมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
นพเก้าเข้าใจบางส่วนแล้ว เขารู้แล้วว่าเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้โง่จริงๆ หากไม่ใช่เพราะเป็บุตรแห่งโชคชะตาคงจะถูกสัตว์ร้ายกินั้แ่เข้ามาในป่าเขตนอกแล้ว
“ข้าว่าเ้าถูกพี่ชายหลอกแล้วล่ะ”
“ไม่จริง! พี่ชายข้าเป็คนดี และไม่เคยโกหกข้า”
เด็กสาวปฏิเสธเสียงแข็ง
“หากข้าเดาไม่ผิดการที่เ้าหลบหนีออกมาจากคฤหาสน์เ้าเมืองได้ ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะพี่ชายเ้าให้ความช่วยเหลือด้วยใช่หรือไม่?”
นพเก้าคาดเดา
“ท่านรู้ได้อย่างไร?”
ฉินอวี้หลิงตกตะลึง
นพเก้ารู้สึกพูดไม่ออก ชัดเจนแล้วว่าพี่ชายของนางไม่ใช่คนดี แต่กลับเป็คนสารเลวโดยแท้จริง อย่างไรก็ตามเมื่อนพเก้า้ารับนางเป็ศิษย์ เขาก็ต้องช่วยแก้ปัญหาในโลกมนุษย์ให้นาง เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมารังควานในภายหลัง
“เอาล่ะ เ้าไปเดินเล่นกับข้า”
อย่างแรกคือต้องปลุกสายเืให้นางก่อน หากผู้คนรับรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็อัจฉริยะ พวกที่อยู่เื้ัก็จะโผล่หางออกมาเอง เขาไม่เชื่อว่ามันจะมีเพียงแค่พี่ชายสารเลวของนางแล้วจะสามารถทำเื่ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง
ฉินอวี้หลิงไม่ได้ตอบกลับ นางทำเพียงเดินตามออกมาจากหอคอย
“ั์แดงเดือด นำทางข้าไปหาสัตว์อสูรประเภทนกระดับจักรพรรดิ”
นพเก้าสั่ง เขา้าแก่นแท้โลหิตของอสูรปักษาเพื่อกระตุ้นการตื่นสายเืของนาง ลำพังแค่สมุนไพรระดับ 7 ในมือของเขามันยังไม่เพียงพอ
“รับทราบนายท่าน ข้ารู้จักสถานที่หนึ่ง มันเป็รังของปักษาพิรุณ”
ั์แดงเดือดรู้สึกตื่นเต้น มันไม่้าอะไรไปมากกว่าการลงมือสร้างปัญหา เพียงแต่ตอนนี้มันยังอ่อนแอเกินไปก็เท่านั้น
“จับมือข้าไว้”
นพเก้าจับมือของเด็กสาวแล้วถ่ายเทพลังศักดิ์สิทธิ์ลงพื้น จากนั้นพวกเขาก็ลอยออกไปด้วยความเร็วสูงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
กรี๊ดด!!
เด็กสาวกรีดร้องออกมา นางใมากจนใช้มือทั้งสองกอดแขนขวาของนพเก้าไว้แน่น นางเคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเป็ประจำั้แ่เด็ก แต่ไม่เคยพบเจอประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ต่อให้มีเงินมากมายก็ไม่สามารถจ้างนักรบขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์มาเป็เครื่องบินส่วนตัวได้
ห่างออกไปจากที่นี่ 30 กิโลเมตร จักรพรรดิปักษาพิรุณกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์พรางฟังการรายงานสถานการณ์จากลูกน้องเบื้องล่าง
“ตอนนี้ปีศาจไม่ทราบที่มา มันรุกคืบเขตแดนของเรามาสามส่วนสี่แล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา ข้าเกรงว่าด้วยการเติบโตของพวกมันอาจใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือนพวกมันก็จะรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเราอย่างสมบูรณ์”
นกแร้งชราที่เป็ระดับราชันยุทธ์เบื้องล่างกำลังรายงานสถานการณ์ด้วยความหนักใจ ั้แ่ก่อตั้งถิ่นฐานขึ้นมา พวกมันไม่เคยเจอกับภัยพิบัติเช่นนี้มาก่อน จากการรุกรานของพวกมันทำให้ทรัพยากรป่าไม้หมดไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สัตว์อสูรไร้สติปัญญาออกมาหากินนอกอาณาเขต ทำให้มันต้องลงมือจัดการหรือไล่พวกมันออกไปด้วยตนเอง
“เ้ารู้หรือยังว่าใครอยู่เื้ั?”
จักรพรรดิปักษาพิรุณพูดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“เราทราบผู้อยู่เื้ัแล้วพ่ะย่ะค่ะ อีกฝ่ายเป็อสูรจิติญญาขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น คาดว่ามันทำไปด้วยคำสั่งของผู้บงการเื้ั จากหน่วยข่าวกรองตอนนี้ผู้บงการได้ปรากฏตัวออกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อรองผู้นำในเผ่าได้ฟังก็แสดงสีหน้าหนักใจ ต้องเป็ตัวตนระดับใดกันแน่จึงควบคุมสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ได้ และการที่อีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาแล้วแสดงว่าต้องมีความมั่นใจในการรับมือกับอสูรร้ายทั่วทั้งป่ามรณะได้
“แต่กระหม่อมคิดว่าฝ่าาไม่จำเป็ต้องกังวลให้เสียเปล่าพ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากผู้บงการก็อยู่ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์เช่นเดียวกัน”
นกแร้งชราพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ดูเหมือนอีกฝ่ายจะอยู่ในขอบเขตขั้นสูงใช่หรือไม่?”
จักรพรรดิปักษาพิรุณคาดเดา ตอนนี้ตัวของมันเองอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด มันเชื่อว่าตนเองสามารถรับมือกับผู้ที่บงการอยู่เื้ัได้ อย่างไรก็ตามมันยังคงส่งข่าวดีนี้ออกไปเพื่อร่วมมือกับจักรพรรดิสัตว์อสูรตนอื่นๆ เพื่อความแน่นอนมันควรอาศัยพันธมิตรชั่วคราวเพื่อช่วยกันจัดการปัญหา
การต่อสู้ระดับจักรพรรดิยุทธ์ไม่ส่งผลดีต่อใคร มันเปรียบเหมือนกับะเินิวเคลียร์ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งาเ็ การรักษาอาการาเ็ต่างๆ ก็จำเป็ต้องใช้ทรัพยากรระดับสูงจำนวนมาก และใน่เวลานั้นหมายความว่าเผ่าพันธุ์ของพวกมันจะเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ
“ส่งสารออกไป เรียกรวมตัวอีกสามจักรพรรดิ”
ในบรรดาจักรพรรดิอสูรในป่ามรณะยังมีอีกสามตัว คือ จักรพรรดิเสือขาวอัสนี จักรพรรดิกิ้งก่าเพลิง และจักรพรรดิกระทิงวายุ พวกมันทั้งสี่เป็ลูกหลานของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน เมื่อห้าร้อยปีก่อนพวกมันเกิดมาพร้อมกับสายเือันสูงส่งจึงมีอำนาจสะกดข่มเผ่าพันธุ์ชั้นล่างแต่กำเนิด นอกจากทั้งสี่จะต่อสู้กันเองเป็ครั้งคราวแล้ว ก็ไม่ค่อยมีผู้บุกรุกอื่นๆ เข้ามาแย่งชิงมากนัก
ขณะที่มันกำลังจะเตรียมตัวไปจุดนัดพบนั้นเอง
ฟรึบ!!
มีนกกระยางตัวหนึ่งบินเข้ามาด้วยความเร็วสูง สภาพของมันเหมือนกับพึ่งโดนถอนขนและกำลังจะโดนต้มน้ำร้อน
“แย่แล้วท่านาา พวกเราถูกโจมตีจากทุกทิศทาง ขอพระองค์ทรงช่วยจัดการด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ไม่นานจากนั้นก็มีหัวหน้าเผ่าเล็กใหญ่บินเข้ามาโดยพูดประโยคเดียวกัน ต่อให้พวกมันเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตราชันยุทธ์ก็ตามที การที่จะสู้กับอสูรเกือบสามแสนตัวนั้นก็เป็ไปไม่ได้
“ถูกโจมตี ใครกันช่างกล้านัก”
จักรพรรดิปักษาพิรุณกำลังอยู่ในรังของมัน เป็ตัวไหนกันที่มีความกล้าหาญเช่นนี้
“เป็ปีศาจพวกนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
นกแร้งชรากำลังสื่อสารกับทุกตนผ่านทางจิต มันเรียบเรียงสถานการณ์และรายงานผลกระทบภาพรวมทั้งหมด และดูเหมือนว่าผู้บงการอยู่เื้ัจะลงมือด้วยตนเอง
“ดี ดี ดูเหมือนพวกเราจะไม่ได้ออกไปนานจนเกินไป จนโลกลืมความน่ากลัวของเผ่าพันธุ์ปักษาไปเสียหมดสิ้นแล้ว”
หลังจากพูดจบจักรพรรดิปักษาพิรุณก็เปลี่ยนร่างเป็นกขนาดั์สีฟ้าแล้วพุ่งออกไปทางค่ายป้องกันทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ณ ตอนนี้ ค่ายป้องกันได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ โดยปีศาจสีแดงจำนวนนับไม่ถ้วน นี่ถือเป็การรุมสกรัมอย่างแท้จริง พวกปีศาจดุร้ายพวกนี้หลังจากทำลายค่ายได้สำเร็จพวกมันก็แย่งชิงเหยื่อกันเองด้วยความหิวโหย สภาพดูแล้วไม่ต่างจากผีดิบแม้แต่น้อย
“ได้เวลาเริ่มแผนการขั้นที่สองแล้ว”
ขั้นแรกของนพเก้าคือการสร้างกองกำลังนักรบโลหิตจำนวนมหาศาลแล้วบุกยึดทรัพยากรให้ได้มากที่สุด ขั้นต่อไปคือล่อให้ผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาแล้วสยบพวกมัน ด้วยประสบการณ์และความรู้ของเขานี่ถือเป็เื่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามพลังงานที่ส่งต่อมาจากอสูรมากกว่าสามแสนตน ส่งผลให้จิติญญาของเขาไม่ค่อยมั่นคงนัก และเริ่มมีความรู้สึกกระหายเืตลอดเวลา เขาจำเป็ต้องรีบทะลวงเขตแดนถัดไปเพื่อปลุกจิติญญาตัวที่สอง “สุวณฺณอหังการ” โดยเร็วที่สุดไม่เช่นนั้นตัวเขาอาจกลายเป็คนมีบุคลิกบ้าคลั่ง นอกจากนี้ยังทำให้พันธสัญญากับั์แดงเดือดถูกทำลาย แล้วอีกฝ่ายก็จะบ้าคลั่งเช่นกันก่อนที่จะแตกดับไป
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขาไม่อยากควบคุมอสูรขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์มากนัก ตัวของพวกมันล้วนเต็มไปด้วยผลกรรม และเจตนาสังหารที่ซึมซับจากความอาฆาตแค้นของศัตรู อย่างไรก็ตามหากพวกมันขัดขืนเขาก็ไม่เกรงใจนักที่จะเปลี่ยนพวกมันให้เป็อสูรโลหิตระดับจักรพรรดิ
ฟรึบ!!
ไม่นานร่างนกั์ก็ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้า มันสะบัดปีกเพื่อเรียกพายุฝนออกมาชำระล้างทะเลเพลิงทันที
โฮกก!!
อสูรโลหิตเดิมทีแล้วพวกมันเกิดมาจากธาตุไฟ ทำให้พวกที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์เสียชีวิตทันที
“ไอบัดซบ!”
ั์แดงเดือดะโออกมาด้วยความโมโห ไม่ใช่เื่ง่ายที่มันจะรวบรวมอสูรมาได้มากมายขนาดนี้ อีกฝ่ายลงมือเพียงครั้งเดียวก็ส่งผลให้อสูรโลหิตตกตายไปเกือบหมื่นตัว มันรู้สึกได้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ของมันลดระดับลงจากขั้นกลางลงมาถึงขั้นต้นอีกครั้ง ต้องรู้ก่อนว่าเพลิงแห่งความละโมบมันแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยอำนาจหนุนเสริมซึ่งกันและกันจากนักรบโลหิต
“เ้าหน่ะรึผู้นำของพวกมัน ข้าว่าเ้ายอมถอยแต่โดยดีเสียเถอะ ข้าจะไม่ถือสาเอาความเ้า”
จักรพรรดิปักษาพิรุณพยายามระงับความโกรธ แล้วพูดด้วยท่าทีประณีประนอม จังหวะนี้มันไม่้ายั่วยุอีกฝ่ายแต่อย่างใด มัน้าเพียงถ่วงเวลารอกำลังเสริมจากอีกสามจักรพรรดิก็เท่านั้น
“นายท่าน ท่านเห็นหรือไม่ มันกำลังท้าทายพวกเรา มันหาว่าพวกเราเป็พวกขี้ขลาดตาขาว ฟังนะไอนกเฒ่า หากอยากต่อสู้ก็มาสู้กับข้าสามร้อยยก”
ั์แดงเดือดควงแขนของมัน้าจะลงมือทุบตีอีกฝ่าย
เมื่อจักรพรรดิปักษาพิรุณได้ยินประโยคนี้ มันแทบจะสำลักกลางอากาศ เ้าตีความเป็อย่างนั้นได้อย่างไร
“การถ่วงเวลาของเ้ามันไร้ความหมาย หากยอมสวามิภักดิ์ต่อข้าขอบเขตจ้าว์ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น”
นพเก้าพูดจาไร้สาระออกมา เขารู้ดีว่าอย่างไรก็ต้องจัดการอีกฝ่ายอยู่ดี แต่ในฐานะผู้มีคุณธรรมสูงส่ง เขาจะกระทำการป่าเถื่อนโดยไร้เหตุผลได้อย่างไร
“มุสา!!”
จักรพรรดิปักษาพิรุณมีหรือจะยอมจำนน รอให้สหายอีกสามตนของมันมาก่อนเถอะ ดูสิว่าเ้าเด็กมนุษย์เหลือขอผู้นี้จะกล้ากร่างแบบเมื่อครู่อีกหรือไม่
“เช่นนั้นก็แสดงว่าเ้าเลือกที่จะต่อต้าน ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้นัก แต่เป็เ้าที่บังคับข้าเอง”
นพเก้ากำหมัดแน่น เขารู้สึกถึงความอยุติธรรม
“บัดซบ! หาก้าสู้นักก็เข้ามา”
จักรพรรดิอสูรอย่างมันก็มีศักดิ์ศรีเช่นกัน มันจะทนการยั่วยุต่อไปโดยไม่ทำสิ่งใดได้อย่างไร
สิ้นเสียงของมัน มันพุ่งขึ้นไปกลางอากาศสูงกว่าเดิมจนเห็นว่ามันมีขนาดเท่ามด จักรพรรดิปักษาพิรุณ้าใช้ท่าไม้ตายสูงสุดจบการต่อสู้ในทันที มันโคจรพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาหกส่วนในพริบตา จากนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ควบแน่นเป็วารีที่มีสภาวะแรงโน้มถ่วงมหาศาล แต่ละหยดที่ควบแน่นมันมีน้ำหนักเกือบถึงหนึ่งกิโลกรัม ด้วยการก่อตัวที่เหมือนกับวังวนพายุนั้นเต็มไปด้วยหยดวารีควบแน่นมากกว่าสิบล้านหยด หากมันปลดปล่อยออกมาพื้นที่ป่ามรณะที่มีรัศมีร้อยกิโลเมตรตรงหน้าก็จะหายไปในพริบตา
“รับการโจมตีนี้ไปเสีย”
จักรพรรดิปักษาพิรุณพุ่งลงมาพร้อมกับเกราะวารีแรงโน้มถ่วง มัน้าใช้กายาจักรพรรดิของมันเพิ่มแรงปะทะจากแรงโน้มถ่วงอีกเท่าตัว ด้วยไม้ตายของมันส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
พริบตาต่อมานพเก้าเห็นนกั์ขนาดมากกว่า 10 เมตรปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาเพียงกำหมัดเสริมพลังธาตุทองลงไปเท่านั้น พลังศักดิ์สิทธิ์จากตันเถียนของเขาไหลออกมาอย่างบ้าคลั่งจนเสริมให้หมัดขวาของเขากลายเป็เกราะกรงเล็บสีทอง มันแฝงไปด้วยอำนาจสะกดข่มต่อธาตุน้ำ
“ยังไม่พอ”
เขาเสริมพลังอัดแน่นลงไปอีกจนปรากฏวงแหวนเวทย์ร่ายวนั้แ่แขนท่อนปลายจนสุดโคนมือ
“รูปแบบที่ 9 กลืนวิมาร์”
กระบวนท่านี้เป็กระบวนท่าสุดท้ายของเคล็ดวิชาอสุราทองคำ เขาปล่อยพลังหมัดออกไปทันที ทันใดนั้นรูปร่างของพลังศักดิ์สิทธิ์ก็เปลี่ยนไป มันเปลี่ยนลักษณ์กลายเป็เทพสามตาหกแขนปล่อยหมัดทั้งหกออกไปติดๆ กัน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
พลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ส่งผลให้เกิดระลอกคลื่นมากกว่าหกสายกระจายออกไปโดยมีรัศมีมากกว่าร้อยเมตร คลื่นพลังงานที่กระจายออกไปตัดูเาและต้นไม้ที่สูงกว่า 5 เมตรสลายหายไปอย่างสมบูรณ์
“เป็ไปได้อย่างไร!”
จักรพรรดิปักษาพิรุณรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทัดเทียมกับมัน โดยปกติมนุษย์ขอบเขตเดียวกันจะอ่อนแอกว่าอสูรมากนัก เหตุใดอีกฝ่ายถึงต่อต้านพลังของมันได้
แต่ไม่รอให้มันตื่นใ นพเก้าได้ปล่อยหมัดที่โคจรจากมือซ้ายออกไปอีกครั้ง แรงปะทะครั้งนี้พุ่งตรงไปที่กลางกระบาลของจักรพรรดิปักษาพิรุณเต็มๆ มันรู้สึกเหมือนมีค้อนทุบหัวของมันหกครั้งติดต่อกัน
อ๊ากกก!!
มันกรีดร้องออกมาขณะที่มันลอยไปไกลกว่าสิบกิโลเมตร ตอนนี้ร่างกายของมันรู้สึกเหมือนเป็นกสับ กระดูกทั่วร่างของมันแตกออกเป็เสี่ยงๆ ไม่อาจขยับตัวได้
ตู้ม!!
[99] ูเาที่อยู่ไกลออกไปพังทลายลง ปรากฏหลุมครึ่งวงกลมลึกมากกว่า 50 เมตรโดยมีซากนกติดอยู่ข้างใน
“แข็งแกร่งมาก”
ฉินอวี้หลิงตกตะลึง นางไม่เคยเห็นการต่อสู้ระดับจักรพรรดิมาก่อน แต่เท่าที่นางเคยฟังจากปู่ของนาง มันไม่ได้เว่อวังขนาดนี้ นางนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็เทพาจากเมืองศักดิ์สิทธิ์ปลอมตัวมาหรือไม่ นางอดนึกถึงเทพาไม่ได้ ปู่ของนางเคยบอกว่าเทพาคือนักสู้ที่มีพลังมากกว่าขั้นเดียวกันถึงสิบเท่าเป็อย่างน้อย
“โอว ข้าลงมือรุนแรงเกินไป”
นพเก้าลืมไปเช่นกันว่าในชาติที่แล้วเขาก็เป็สัตว์ประหลาดที่ต่อกรกับระดับเดียวกันได้หนึ่งร้อยคนพร้อมกัน หากเขาไม่โดนรุมล้อมแล้วรอดไปได้ ก็เป็ไปได้ว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้
“ไปลากมันกลับมา”
นพเก้าสั่งั์แดงเดือด เขาจำเป็ต้องเอาแก่นแท้ของมันขณะที่มีชีวิต หากมันตกตายไปการมาครั้งนี้ของเขาจะเสียเปล่าไปเกินครึ่ง เขาไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกครั้งตอนไหน เพราะจักรพรรดิสายพันธุ์ปักษาส่วนใหญ่ล้วนอ่อนแอและไม่มีสายเืศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่
อย่างไรก็ตามใน่เวลาสำคัญมักจะมีคนมาขัดเสมอไม่ว่าจะชาติที่แล้วหรือชาตินี้
มีพลังศักดิ์สิทธิ์โจมตีเข้ามาหาเขาพร้อมกันสามทิศทาง
“เกราะโลหิต!!”
สิ้นเสียงของนพเก้าอสูรรอบกายมากกว่าพันตัวที่เหลืออยู่ในรัศมีสิบกิโลเมตรก็กลายเป็ละอองเืพุ่งเข้ามากลายเป็โดมสีแดงอย่างรวดเร็ว รูปแบบที่สองของเพลิงแห่งความละโมบ “สังเวยโลหิต” ตอนนี้ข้างในโดมเหลือเพียงเขา ฉินอวี้หลิงและั์แดงเดือดเท่านั้น สัตว์อสูรขอบเขตราชันยุทธ์ล้วนเปลี่ยนเป็พลังงานป้องกันทั้งหมด
ตู้มม!!!
เกราะโลหิตที่มีพลังระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดแตกกระจายไปในพริบตา เขาจึงโคจรพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างโล่อีกชั้นขึ้นมา ไม่เช่นนั้นเด็กสาวคงจะเละกลายเป็เต้าหู้ไปแล้ว ส่วนั์แดงเดือดมันเป็อสูรจิติญญา หากเขาไม่ตายมันก็ไม่สามารถตายได้ต่อให้มัน้าก็ตาม
“มนุษย์แข็งแกร่ง!”
กระทิงที่ปรากฏตัวเพียงครึ่งบนโดยที่ท่อนล่างเป็สายลมพูดขึ้น จากนั้นอสูรที่เป็เสือขาวและกิ้งก่าเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้นตามมา พวกมันปิดล้อมเขาเป็รูปสามเหลี่ยม จักรพรรดิอสูรแต่ละตัวมีความสูงมากกว่า 10 เมตรดูน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
“มนุษย์ตายเสีย!!”
ทั้งสามไม่พูดพร่ำทำเพลงลงมือพร้อมกันอีกครั้ง พวกมันได้แอบดูการต่อสู้เมื่อครู่จากระยะไกล การโจมตีของนพเก้าทำให้พวกมันขนหัวลุกซู่ พวกมันแน่ใจแล้วว่าสหายผู้มีปีกของมันตายไปแล้วอย่างแน่นอน
พวกมันทั้งสามโคจรพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วโจมตีจากระยะไกล ตอนนี้พวกมันมั่นใจว่าการโจมตีของนพเก้าทั้งสองครั้งจะต้องเผาผลาญพลังไม่ต่ำกว่าครึ่ง ตอนนี้ทำเพียงรุมโจมตีให้อีกฝ่ายเผาผลาญพลังจนหมดสิ้นก็เป็อันว่าชัยชนะจะอยู่ในกำมือของพวกมัน
“อย่าให้มันมากนัก”
นพเก้ารู้สึกเดือดดาล หากเมื่อครู่เขาไม่ใช้วิชาสังเวยโลหิตเป็ไปได้ว่าเด็กสาวผู้นี้อาจตกตายไปแล้ว เขาจะยอมให้ผู้มีอนาคตมาตายให้กับเดรัจฉานสามตัวนี้ได้อย่างไร
ในเมื่ออีกฝ่ายอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เขาหลับตาลงพร้อมกับทุบไปที่ทะเลปราณของเขา
ตู้ม!!
เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ขึ้นราวกับเวลาหยุดลง ผมของนพเก้าลอยขึ้นและเปลี่ยนเป็สีเงิน
อสูรทั้งสามที่โคจรพลังรู้สึกว่าร่างกายถูกแช่แข็ง การโจมตีที่พวกมันกำลังส่งออกไปได้หายวับไปกลางอากาศ พวกมันไม่เคยรู้สึกไร้อำนาจขนาดนี้มาก่อน มันไม่ใช่ความรู้สึกคุกคามของอำนาจจักรพรรดิ แต่เป็อำนาจต้นกำเนิดจากวิถี์
“ข ขอบเขตจ้าว์!!”
พวกมันรู้สึกหวาดกลัว อีกฝ่ายมีพลังต้นกำเนิดจากวิถี์ได้อย่างไร
“นายท่าน!”
ั์แดงเดือดรู้สึกว้าวุ่น อย่างไรก็ตามมันไม่ได้รู้สึกว่าเ้านายของมันทำเกินไป ด้วยการกลุ้มรุมจากจักรพรรดิขั้นสูงสุดสามตนจึงทำได้เพียงทำลายพลังของขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์เพื่อเปลี่ยนเป็การโจมตีโดยใช้อำนาจกฎ์ แต่การกระทำเช่นนี้จะทำให้ทะเลปราณเสียหาย กฎ์ดั้งเดิมถูกทำลายไม่อาจสร้างใหม่ได้อีก ติดอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ตลอดชีวิต
ในทางกลับกันนพเก้าหาได้เสียดายไม่ เขามีตันเถียนถึงสองอัน ต่อให้เสียไปหนึ่งก็อย่างมีอีกหนึ่งที่ประคับประคองชีวิตไว้ มันไม่มีความหมายใดๆ หากต้องมาถูกฆ่าตายที่นี่โดยไม่ได้เริ่มแผนการแก้แค้นใดๆ
“กฎ์ อำนาจผู้ปกครอง”
นพเก้ากำมือขวาเบาๆ แต่อำนาจแห่งกฎ์ส่งผลให้รัศมีพันกิโลเมตรตกอยู่ในความโกลาหล สัตว์อสูรที่อยู่ในระดับต่ำกว่าเขาล้วนถูกพลังลึกลับสะกดข่มไม่อาจลุกขึ้นมาได้ รัศมีกระจายไปครึ่งเมืองเวสสุวรรณ ั้แ่นักล่าในเขตนอกป่ามรณะจนถึงผู้คนที่อาศัยในเขตตะวันตกล้วนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
“เกิดอะไรขึ้นข้างในกันแน่”
รองเ้าเมืองรู้สึกหวาดกลัว สิ่งนี้เกิดจากตัวตนระดับใดกันแน่
ณ ร้านเกมแห่งหนึ่งมีบุรุษวัยกลางคนกำลังเล่นเกมแนว MOBA อยู่ จู่ๆ บรรยากาศรอบๆ ก็ถูกพลังกดทับ มันตัดการเชื่อมต่อของเขาในพริบตา
“บัดซบ! อีกนิดเดียวก็จะชนะแล้วเชียว”
เขาสบถออกมาแล้วลุกขึ้นยืน ตอนนี้ทั้งร้านมีเพียงเขาเท่านั้นที่ยังดูปกติ
“มันเป็ฝีมือของใครกันแน่?”
บุรุษวัยกลางคนผู้ไว้ผมยาวสีทองขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าจะมีตัวตนขอบเขตจ้าว์ในเขตพื้นที่กันดารเช่นนี้ คนผู้นี้ไม่ใช่ใครแต่เป็เทพาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทรา เป็เวลาหลายปีแล้วที่พี่สาวของเขาหรือจักรพรรดินีเทพจันทรายอมปล่อยตัวเขาออกมา นอกจากฝึกฝนแล้ว เขาไม่มีอย่างอื่นทำ และเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกตามใจชอบ ครั้งนี้มีภารกิจให้สืบหาตัวตนของจักรพรรดิรุ่นเยาว์เขาจึงใช้โอกาสอยู่ข้างนอกให้นานๆ หน่อย สำหรับภารกิจเขาไม่ได้สนใจนัก ที่ต้องทำเพียงพาอีกฝ่ายกลับไป หากปฏิเสธก็กำจัดทิ้ง นี่เป็การกระทำปกติในโลกยุทธภพ ตอนนี้เขากำลังบินตรงไปทางทิศตะวันตกของป่ามรณะ
นี่เป็ครั้งแรกที่นพเก้าใช้อำนาจกฎแห่ง์อย่างสมบูรณ์ เขาจึงไม่สามารถควบคุมพลังได้ เขาต้องรีบจบการต่อสู้ทันทีก่อนที่ผลกระทบจะมากไปกว่านี้
“ตาย!!”
มีคำเดียวปรากฏขึ้นในใจของจักรพรรดิอสูรทั้งสาม มันรู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก มันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีความแข็งแกร่งเช่นนี้ ด้วยการปล่อยหมัดออกไปสามทิศทาง จักรพรรดิอสูรทั้งสามหายไปในพริบตาไม่เหลือเศษซากใดๆ ไม่สามารถนำมาเป็อสูรโลหิตได้ นพเก้าไม่สามารถทำอะไรได้ ใครใช้ให้เขาแข็งแกร่งเกินไปในตอนนี้
อัคค!
หลังจากการโจมตีสิ้นสุดลง อำนาจกฎแห่ง์ก็หายไป แรงกดดันจากอำนาจลึกลับหายไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผมของนพเก้ากลับมาเป็สีดำอีกครั้ง แต่ไม่ทั้งหมด มันยังคงมีบางส่วนที่แซมสีเงินเอาไว้เนื่องจากดูดซับกฎแห่ง์เข้าไปบางส่วน หากใช้เป็วัตถุดิบปรุงโอสถระดับของมันคงเทียบเท่ากับระดับ 8 เป็อย่างน้อย
เขาคุกเข่าลงเอามือกุมหน้าอก เขารู้สึกเหมือนสูญเสียบางอย่างไป กฎแห่ง์เพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่แล้วแตกสลายไป ตอนนี้เขาอยู่เพียงขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เท่านั้น แต่ดูเหมือนจะโชคดีที่เขาไม่ได้รับาเ็
“มันจบแล้ว รีบไปเอาศพของปักษาพิรุณมาเร็วเข้า”
เขายังมีความหวังเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ตาย
จากนั้นไม่นานั์แดงเดือดก็ลากร่างของนกั์สีฟ้ากลับมา
“นายท่าน! ดูเหมือนตอนนี้มันจะยังมีชีวิตอยู่”
“ดีแล้ว”
นพเก้าโล่งอก เขาเรียกใช้รูปแบบที่หนึ่งของเพลิงแห่งความละโมบทันที ต้องรีบเปลี่ยนปักษาพิรุณเป็อสูรโลหิตก่อนที่มันจะตายแล้วสูญเสียประสิทธิภาพแก่นแท้ไป
“นี่!”
ฉินอวี้หลิงที่ยังใกับการต่อสู้ไม่หาย ก็รู้สึกพรั่นพรึงอีกครั้ง นี่มันวิชาอะไรกัน ภาพที่เห็นคือนกั์ตรงหน้าค่อยๆ เหือดแห้งเป็ซากศพ จากนั้นก็ปรากฏนกั์สีแดงขึ้นด้านข้างโดยมีรูปลักษณ์เหมือนกันอย่างชัดเจน เมื่อนักรบหรืออสูรโลหิตบรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิ พวกมันจะมีรูปร่างเหมือนกับตอนมีชีวิตทุกประการ แตกต่างกันตรงที่ตัวของมันเป็สีแดงทั้งหมด
“นายท่าน”
จักรพรรดิปักษาพิรุณรู้สึกซาบซึ้งที่เ้านายของมันยังคงรักษาจิติญญาดั้งเดิมไว้ให้ มันจึงยังจำเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ทุกอย่าง ตอนนี้มันรู้สึกได้ว่าพลังของมันเชื่อมต่อกับนายท่านและอสูรทุกตนราวกับเป็หนึ่งเดียวกัน ด้วยการใช้เคล็ดวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ส่งผลให้มันเคารพนพเก้าอย่างแท้จริง ด้วยพลังโคตรโกงนี้ มันไม่จำเป็ต้องบ่มเพาะอีกต่อไป ทำเพียงเข่นฆ่าศัตรูเพื่อขยายกองทัพเท่านั้น
“เอาแก่นเืเก้าส่วนออกมา”
นพเก้าสั่งมัน
“น้อมรับบัญชา”
มันไม่รู้สึกเสียดายแต่อย่างใด ทันใดนั้นตัวของมันก็มีขนาดเล็กลงจนเหลือเท่านกขมิ้น ระดับของมันเหลือเพียงขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น
นพเก้ารับหยดเืตรงหน้า หลังจากโคจรพลังและบริกรรมคาถา เขาชี้นิ้วออกไปตรงหน้าผากของฉินอวี้หลิง หยดเืแทรกซึมเข้าไปในหน้าผากของนางทันที
ฉินอวี้หลิงตกตะลึงจากคำพูดและคาถาบางอย่างที่แฝงเข้ามาในหยดเื หยดเืมันกระจายไปทั่วร่างกายราวกับมีชีวิต มันวิ่งไปตามเส้นลมปราณต่างๆ ก่อนที่จะลงศิลาในตันเถียนของนาง
ตอนนี้ตัวของนางนั่งลงทำท่าขัดสมาธิ เพราะกำลังโคจรทิศทางพลังตามคำพูดของนพเก้าในจิตใต้สำนึกของนาง ขณะนี้ตัวของนางได้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์