วันนี้ภัควริณย์พร้อมกับหมอสาวดรัมเมเยอร์ทั้งสามคนไปร้านเช่าชุดแถวหลังพาต้าปิ่นเกล้าตามคำแนะนำของแอฟที่เคยมาใช้บริการในปีก่อนภายในร้านอัดแน่นไปด้วยชุดลีดเดอร์ ชุดดรัมเมเยอร์ และชุดแฟนซีแขวนเรียงรายอยู่เป็ตับจนแทบไม่มีที่ยืน
“โห สวยๆ ทั้งนั้นเลยเลือกไม่ถูกอ่ะ” สามสาวตื่นตาตื่นใจมากกับการความอลังการดาวล้านดวงของร้านเช่าชุดแวะเวียนเปิดอัลบั้มดูภาพเชตใหญ่พร้อมกับเดินทาบตัวกับชุดจริงจนเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่ได้ข้อสรุป
“เลือกให้ได้วันนี้นะหมอเราไม่มีเวลาแล้ว”
“สวยทุกชุดเลยพี่เลือกยากมากกก”
“น่าจะมีเปลี่ยนหลายๆชุดจะจัดเต็มให้สมอยากเลย”
“เลือกพร็อพให้มีสีม่วงด้วยนะคะ”หญิงสาวเตือนทันตแพทย์สาวที่มัวแต่ลูบๆ คลำๆ ชุดสวยบนราวแขวน
“เอาม่วงแบบไหนพี่”
“ได้หมดแหละแต่ขอให้แมตช์กันทั้งเซตนะ”
“ได้ค่า”
“ลืมชุดอิไวน์ไปเลย พี่พีเลือกให้มันหน่อยหนูไม่ว่าง”ปลินนาโยนงานดื้อๆทั้งที่เป็คนรับปากจะจัดการเื่ชุดให้เพื่อนก่อนมาแท้ๆ
ตามนั้น…ภัควริณย์คว้าอัลบั้มภาพชุดมาเปิดดูอย่างพิจารณาระหว่างรอสาวๆพลิกดูแต่ละหน้าจนตาลายสุดท้ายตัดสินใจเลือกชุดเ้าชายเรียบๆได้ชุดหนึ่งในหน้าเกือบสุดท้าย
“หมอมาช่วยพี่ดูที สีขาวกับดำเอาสีไหนดี“
ปลินนาชะโงกหน้าตามที่เธอชี้ให้ดูก่อนออกความเห็น
“หนูว่าใช้ได้ทั้งคู่นะไวน์มันขาวหล่อแต่งสีไหนก็ขึ้น” ว่าแล้วก็ผละไปเลือกชุดตัวเองซะงั้นในเมื่อไม่มีตัวช่วยเธอจึงถ่ายรูปส่งไลน์ไปถามศวัสให้ตัดสินใจเอง
ผ่านไปห้านาทีชายหนุ่มจึงติดต่อกลับมา
“พี่อยู่ไหน”
“ร้านเช่าชุดสิ ที่ส่งรูปไปให้หมอเลือกได้ยังขาวหรือดำ”
“พี่ชอบสีไหน”
“ได้ทั้งคู่นะ”
“เลือกมาสักสีสิ”ศวัสคะยั้นคะยอ
“ตัวเองใส่นะเลือกเอง”
“งั้นสีดำ ตอนโชว์ลีดจะได้เปลี่ยนแค่เสื้อ”
“อืม สีดำก็โอ” หญิงสาวลดมือถือลงก่อนจะแจ้งไปยังสามสาว“หมอศวัสเลือกโทนดำนะหมอ”
“ค่าพี่”
“เท่าไหร่บอกเลขบัญชีมา”
หญิงสาวกดเลขบัญชีส่งไปไม่นานเขาก็โอนเงินมาให้ แต่ยอดเงินมากกว่าที่เธอบอกไปสิบเท่าเพราะเลขศูนย์เกินมาหนึ่งตัว
“หมอ!” ภัควริณย์กดโทรหาหมอหนุ่มอีกครั้ง
“ครับ”
“โอนเงินมาผิดพี่จะโอนคืน”
“อ้าวเหรอ ผมจำเลขบัญชีไม่ได้ไว้ก่อนละกันพี่จะกลับตอนไหน”
“คงสักพักยังเลือกกันไม่ได้เลย”
ศวัสหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงหงอยๆของคนนั่งเฝ้าสามสาวที่เลือกชุดไม่ได้สักที
“หิวแล้วสิ?”
“มากๆเลยจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว”
“ทิ้งแก๊งลูกคุณหนูไว้นั่นแหละหิวก็ออกมาหาอะไรกินก่อนไม่งั้นก็รออีกนาน”
“กะว่าอีกครึ่งชั่วโมงไม่ได้ชุดพี่ก็จะบังคับเลือกแล้ว”
“ไปกันยังไง”
“นั่งรถพี่มา”
“อยู่แถวไหนน่ะ” เขาถามต่อ
“ตอนนี้อยู่หลังพาต้า คุยกันว่าเสร็จจากนี้จะไปหาอะไรกินที่เซ็นฯปิ่น”
“เดี๋ยวตามไป รอผมนะ” แล้วเขาก็วางสายไปง่ายๆทิ้งให้เธออึ้งหน่อยๆ
“จะกินอาหารญี่ปุ่น” ศวัสตามมาจริงๆแถมยังเผด็จการเลือกร้านอาหารโดยไม่ยอมทำตามมติเอกฉันท์ของกลุ่มอีกต่างหาก
“พวกเราอยากกินชาบู” ไอลดาไม่ยอมแพ้
“เธอสามคนไปกินชาบูฉันกับพี่พีจะกินอาหารญี่ปุ่น” นิ้วเรียวหนีบแขนเสื้อเธอให้เดินตามโดยไม่ถามความเห็นเธอสักคำ
“เดี๋ยวก่อนหมอ เดี๋ยวๆ” หญิงสาวยื้อตัวไว้ก่อนจะถูกลากไป
“พี่ไม่อยากกินอาหารญี่ปุ่นเหรอ”
“เปล่าๆ อะไรก็ได้”
“งั้นมาเถอะ”
“จะดีเหรอ”
“มาเถอะน่าไม่ต้องห่วงพวกนั้นเดี๋ยวก็ตามมา”
ศวัสพูดถูกสาวสามเดินตามมาจริงๆ ด้วยแต่ละคนใบหน้างอง้ำปากบ่นกระปอดกระแปด
“จะตามมาทำไมเนี่ย” เขาบ่นลอยๆเมื่อเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหลีกทางให้เธอนั่งด้านในแล้วเขานั่งประกบด้านนอก ส่วนสามสาวนั่งอัดฝั่งเดียวกัน
“พวกฉันสิควรจะพูดว่าแกจะตามมาทำไม”กุลนันท์ค้อนประหลับประเหลือกแต่มือยังพลิกเมนูอาหารญี่ปุ่นไม่หยุด
“ตอนแรกพวกเธอจะให้มาเลือกด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ก็แกบอกไม่ว่างนี่”
“ตอนนี้ว่างแล้วไงถ้าพวกเธอไม่อยากกินอาหารญี่ปุ่นก็ไปร้านชาบูไป๊”ชายหนุ่มสะบัดมือไล่เพื่อนทั้งสามที่นั่งฝั่งตรงข้าม “กินเสร็จค่อยมาเจอกัน”
“ไม่เอาจะนั่งเป็ก้างอยู่อย่างนี้แหละ”ไอลดาลอยหน้าลอยตาตอบ
“งั้นก็อย่าเื่มากสั่งๆ แล้วกินๆ ไป”
“แกพูดอย่างนี้กับสุภาพสตรีได้ยังไง”
“กับสตรีไม่สุภาพก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ”ศวัสไม่สนใจเรียกบริกรมาสั่งอาหารของตนเองแล้วหันไปให้ความสนใจกับรุ่นพี่ข้างๆ แทน“พี่พีเลือกได้ยังครับ”
“พี่พีดูมันสิ”ปลินนาทำหน้างอ “พี่อย่าไปหลงคารมคนอย่างนี้นะกับเพื่อนก็ไม่มีลดราวาศอก”
“อย่าเสี้ยมขอร้องถ้ายังอยากกินฟรี”
“แกเป็เ้ามือนะมื้อนี้”
“ได้แต่ต้องหุบปากเงียบๆหรือไม่งั้นพวกเธอก็ย้ายร้านยิ่งดี”
“ไม่เอาจะอยู่ด้วยไม่กล้าทิ้งพี่พีไว้กับแกกลัวคิดไม่ซื่อ” ปลินนาโพล่งไม่ไว้หน้าทำเอาชายหนุ่มแก้มขึ้นสีเรื่อ
“ในโรงหนังมืดๆ ก็เคยมาแล้วถ้าจะทำอะไรคงทำั้แ่ตอนนั้นแล้ว”
ลูกพี่! เก่งจริงสร้างเื่ให้คนอื่นเข้าใจผิดเนี่ยดูพูดเข้าน่าจับขี้เถ้ายัดปาก!
“เคยเดตกันเหรอ” สาวๆตาโต
“จะเรียกอย่างนั้นก็ได้”ศวัสรับหน้าตาเฉยมาก
“ไม่ใช่ซะหน่อยหมอพูดดีๆสิอย่างนี้เป็ใครก็เข้าใจผิดหมด”
“เราเคยดูหนังด้วยกันจริงๆ นี่” ยังกล้าเถียงอีก
“เราไม่ได้ไปด้วยกันสองคนพูดให้ครบ”
“แต่เรานั่งข้างกันนี่หรือไม่จริง”
หญิงสาวอ้าปากค้างเถียงไม่ออก แล้วดูจากสีหน้าแต่ละคนคงไร้ประโยชน์ที่จะอธิบาย
เอาเลยสาว เอาที่สบายใจ!
“หมอศวัส!”
“ล้อเล่นแค่นี้” ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในโต๊ะบ่นพึมพำ“พี่ไม่มีอารมณ์ขันเลย”
ภัควริณย์ตวัดสายตามองคนข้างๆเื่แบบนี้ใครเขานำมาพูดเล่นกัน
“วันมารับชุดพี่พีจะเอาไงให้เรามาช่วยไหม”ปลินนาเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่สาวชักจะโกรธจริง
“ไม่เป็ไรหมอแค่ไม่กี่ชุด”
“เดี๋ยวผมมาด้วย”ศวัสเสนอตัว
“วันพุธเย็นหมอว่างเปล่าถ้าไม่ก็ไม่เป็ไรพี่มาคนเดียวได้”
“ว่างๆพี่เตือนผมอีกที แล้วชุดไทยพี่ต้องไปรับด้วยไหม”
“ไม่ต้องช่างจะขนมาพร้อมวันงานเลย”
“เริ่มแต่งตัวได้กี่โมงพี่”
“นัดช่างแต่งหน้าไว้เก้าโมงถ้าหมอว่างก็แวะมาก่อนได้เลยทยอยกันมาแต่งตัว”
สี่โมงเย็นวันพุธทันตแพทย์ศวัสรีบเก็บสัมภาระไปไว้ในรถแล้วเดินกลับมายังตัวอาคารที่เป็ตึกสูงหกชั้นที่เป็ทั้งตึกเรียนคลินิกทำฟัน และห้องพักทันตแพทย์ร่างสูงยกมือถือขึ้นดูข้อความแชทในแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้งระหว่างอยู่ในลิฟต์แต่ก็ยังไม่มีข้อความใดที่ส่งมาจากคนที่เขาตั้งตารอ
“พี่จะไปรับชุดกี่โมง”สุดท้ายก็เป็เขาเองที่อดทนรอไม่ไหวจนเป็ฝ่ายโทรหา
นี่คงไม่คิดว่าเขารับปากไปงั้นๆหรอกนะ
“หลังเลิกงาน” ปลายสายตอบกลับมาเบาๆและมีเสียงที่คาดว่าคงเป็วิทยากรดังแทรกออกมาเป็ระยะ “หมอว่างเหรอ”
“ผมรับปากแล้วก็ต้องว่างสิ”ศวัสเดินออกมาจากลิฟต์ขายาวๆ ก้าวไปทางฝั่งห้องวิจัยโดยไม่ลังเล
“พี่ยังอยู่ในห้องประชุมคงไม่เกินสิบนาทีหมอไปรอที่ห้องพี่ก่อน”
“ครับ”
“สวัสดีค่ะหมอ” สิริรัตน์เอ่ยทักขณะเมื่อหมอหนุ่มผลักประตูเข้าไป “พี่พีติดประชุมที่ตึกใหม่ยังไม่กลับมาเลย“
“โทรคุยกันแล้วพี่เขาให้มารอที่นี่”
“อ้อ ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้แล้วก้มลงเคลียร์งานต่อทั้งที่ใจอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในห้องประชุมใจจะขาด
สิริรัตน์: เด็กพี่พีมาอีกแล้วบี 1
ในที่สุดก็กดพิมพ์ลงไปในกรุ๊ปไลน์‘สาววัยอยากรู้อยากเห็น’
ลลิตา: ปีไหนบี 2
ส้มหวาน:ปีหนึ่งชัวร์
สิริรัตน์:รู้ได้ไง
ลลิตา: นั่นสิ
ส้มหวาน:ได้ยินพี่พีรับโทรศัพท์เลยเดาว่าน่าจะเป็หมอศวัส
สิริรัตน์: อย่าบอกนะว่าที่พี่พีไม่ให้เราไปรับชุดด้วยเพราะนัดกับหมอ
ลลิตา:สงสัยจะจริง
ส้มหวาน: ว้าวอิจฉาอยากมีหมอมานั่งรอหลังเลิกงานมั่งอ่ะ
ลลิตา:ที่มีอยู่นั่นก็ยาวเป็หางว่าวแล้วหญิง
ส้มหวาน:แต่ยังไม่มีเคยตกได้หมอเด็กๆ เลย ไม่เหมือนอาเจ้ตกเด็กได้ทุกปี
ภัควริณย์:ช่วยนินทาลับหลังได้ไหม!
หัวหน้าสาวที่เป็สมาชิกในกลุ่มอดรนทนไม่ไหวเพราะลูกน้องนินทาซึ่งๆหน้า
ลลิตา: อยากบอกว่าอิจฉาเหมือนกัน
สิริรัตน์: +1
ภัควริณย์:พวกนี้!
ลลิตา:มิน่าวันนี้แต่งตัวสวย
ส้มหวาน:แต่งหน้าด้วย
ภัควริณย์:ถ้ายังไม่หยุดจะประเมินให้คาบเส้นลองดู
ส่วนอีกคนที่ถูกนินทาระยะเผาขนโดยไม่รู้ตัวยังคงนั่งไถหน้าจอโทรศัพท์ฆ่าเวลาจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกงานประตูห้องวิจัยจึงเปิดออกอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะหมอ”สองสาวทักทันตแพทย์หนุ่มที่พักหลังแวะเวียนมาห้องวิจัยบ่อยๆ
“สวัสดีครับ”
“พี่พีมีงานของฝ่ายแผนวางบนโต๊ะนะพี่ เขาขอภายในสิ้นปี” สิริรัตน์รายงานหัวหน้าสาวพร้อมกับส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานอีกสองคนรีบเก็บข้าวของ
“ในนี้กำหนดส่งวันที่ 5 นี่”
“พี่โยแกบอกจะตรวจก่อนส่งเข้าที่ประชุมองค์ทันตแพทย์”
“อืม” ภัควริณย์เปิดดูหนังสือเวียนในมือคร่าวๆ “พรุ่งนี้สิริไปขอไฟล์แบบฟอร์มให้พี่ด้วยนะ”
“เงินยืมค่าข้าววันกีฬาออกมาแล้วพี่ตี้ให้ถ่ายสำเนาบัตรเ้าของร้านค้า แล้วทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแนบด้วย”
“ตกลงเอาร้านไหน”
“ร้านญาติลิเองพี่”ลลิตายกมือ
“สั่งเพิ่มอีกสิบกล่องจากจำนวนหมอนักเรียนนะ”
“ค่ะ” ลูกน้องสาวรับคำแล้วหันมาถามหมอนักเรียนหนึ่งเดียวในห้อง “หมอช่วยคิดเมนูทีอยากกินอะไร”
“หมึกผัดไข่เค็ม”ตอบโดยอัตโนมัติทั้งที่สายตายังจ้องอยู่ที่เกมในมือถือ “ไข่ดาวด้วย”
ข้อดีของศวัสคือเป็คนชัดเจนเื่การกินมากคนที่รู้จักเขาแทบจะไม่เคยได้ยินว่า ’อะไรก็ได้’ จากปากของชายหนุ่มนอกจากวันนั้นจะหงุดหงิดจริงๆซึ่งก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“อีกสักเมนูหมอ”
“ทะเลผัดผงกะหรี่”หมอหนุ่มเก็บมือถือแล้วลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าเ้าของห้องต่างสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อม
“แต่ละเมนูของหมอพี่ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายรึเล่นออร์เดอร์อาหารทะเลซะขนาดนั้น”
“ก็ลดค่าขนมเบรกสิครับวันงานคงยุ่งๆกันไม่มีใครมานั่งกินขนมสักเท่าไหร่หรอก”
“เอางั้นนะแล้วมีใครเป็อิสลามหรือเปล่า” ประโยคหลังหันมาถามสามสาวที่ทำหน้าที่ช่วยประสานงาน
“หนูถามที่งานหลักสูตรแล้วบอกไม่มี”
“ลิสั่งเพิ่มอีกสักสามอย่างแล้วนัดให้มาส่งวันศุกร์สิบโมง”หญิงสาวสรุปสั้นๆ ก่อนจะปิดแอร์ปิดไฟเพื่อแยกย้ายกันกลับ หากแต่หันมาอีกทีสามสาวยังทำท่ารีๆรอๆ อยู่จนภัควริณย์มองบนอย่างรู้ทัน
“ใครจะไปรับชุดด้วยก็ตามมา”
“ม่ายยย”แก๊งสามทหารเสือส่ายหน้าวืด
“งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้”
“ค่าาาา”