คุณหมอขออนุญาตรัก

    ตอนที่ 4.1 เริ่มรุก

                วันนี้ภัควริณย์พร้อมกับหมอสาวดรัมเมเยอร์ทั้งสามคนไปร้านเช่าชุดแถวหลังพาต้าปิ่นเกล้าตามคำแนะนำของแอฟที่เคยมาใช้บริการในปีก่อนภายในร้านอัดแน่นไปด้วยชุดลีดเดอร์ ชุดดรัมเมเยอร์ และชุดแฟนซีแขวนเรียงรายอยู่เป็๲ตับจนแทบไม่มีที่ยืน

            “โห สวยๆ ทั้งนั้นเลยเลือกไม่ถูกอ่ะ” สามสาวตื่นตาตื่นใจมากกับการความอลังการดาวล้านดวงของร้านเช่าชุดแวะเวียนเปิดอัลบั้มดูภาพเชตใหญ่พร้อมกับเดินทาบตัวกับชุดจริงจนเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

            “เลือกให้ได้วันนี้นะหมอเราไม่มีเวลาแล้ว”

                “สวยทุกชุดเลยพี่เลือกยากมากกก”

                “น่าจะมีเปลี่ยนหลายๆชุดจะจัดเต็มให้สมอยากเลย”

                “เลือกพร็อพให้มีสีม่วงด้วยนะคะ”หญิงสาวเตือนทันตแพทย์สาวที่มัวแต่ลูบๆ คลำๆ ชุดสวยบนราวแขวน

                “เอาม่วงแบบไหนพี่”

                “ได้หมดแหละแต่ขอให้แมตช์กันทั้งเซตนะ”

                “ได้ค่า”

                “ลืมชุดอิไวน์ไปเลย พี่พีเลือกให้มันหน่อยหนูไม่ว่าง”ปลินนาโยนงานดื้อๆทั้งที่เป็๞คนรับปากจะจัดการเ๹ื่๪๫ชุดให้เพื่อนก่อนมาแท้ๆ

                ตามนั้น…ภัควริณย์คว้าอัลบั้มภาพชุดมาเปิดดูอย่างพิจารณาระหว่างรอสาวๆพลิกดูแต่ละหน้าจนตาลายสุดท้ายตัดสินใจเลือกชุดเ๽้าชายเรียบๆได้ชุดหนึ่งในหน้าเกือบสุดท้าย

                “หมอมาช่วยพี่ดูที สีขาวกับดำเอาสีไหนดี“

            ปลินนาชะโงกหน้าตามที่เธอชี้ให้ดูก่อนออกความเห็น

                “หนูว่าใช้ได้ทั้งคู่นะไวน์มันขาวหล่อแต่งสีไหนก็ขึ้น” ว่าแล้วก็ผละไปเลือกชุดตัวเองซะงั้นในเมื่อไม่มีตัวช่วยเธอจึงถ่ายรูปส่งไลน์ไปถามศวัสให้ตัดสินใจเอง

                ผ่านไปห้านาทีชายหนุ่มจึงติดต่อกลับมา

                “พี่อยู่ไหน”

                “ร้านเช่าชุดสิ ที่ส่งรูปไปให้หมอเลือกได้ยังขาวหรือดำ”

            “พี่ชอบสีไหน”

                “ได้ทั้งคู่นะ”

            “เลือกมาสักสีสิ”ศวัสคะยั้นคะยอ

            “ตัวเองใส่นะเลือกเอง”

                “งั้นสีดำ ตอนโชว์ลีดจะได้เปลี่ยนแค่เสื้อ”

                “อืม สีดำก็โอ” หญิงสาวลดมือถือลงก่อนจะแจ้งไปยังสามสาว“หมอศวัสเลือกโทนดำนะหมอ”

                “ค่าพี่”

                “เท่าไหร่บอกเลขบัญชีมา”

                หญิงสาวกดเลขบัญชีส่งไปไม่นานเขาก็โอนเงินมาให้ แต่ยอดเงินมากกว่าที่เธอบอกไปสิบเท่าเพราะเลขศูนย์เกินมาหนึ่งตัว

                “หมอ!” ภัควริณย์กดโทรหาหมอหนุ่มอีกครั้ง

                “ครับ”

                “โอนเงินมาผิดพี่จะโอนคืน”

                “อ้าวเหรอ ผมจำเลขบัญชีไม่ได้ไว้ก่อนละกันพี่จะกลับตอนไหน”

                “คงสักพักยังเลือกกันไม่ได้เลย”

                ศวัสหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงหงอยๆของคนนั่งเฝ้าสามสาวที่เลือกชุดไม่ได้สักที

                “หิวแล้วสิ?”

                “มากๆเลยจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว”

                “ทิ้งแก๊งลูกคุณหนูไว้นั่นแหละหิวก็ออกมาหาอะไรกินก่อนไม่งั้นก็รออีกนาน”

                “กะว่าอีกครึ่งชั่วโมงไม่ได้ชุดพี่ก็จะบังคับเลือกแล้ว”

                “ไปกันยังไง”

                “นั่งรถพี่มา”

                “อยู่แถวไหนน่ะ” เขาถามต่อ

            “ตอนนี้อยู่หลังพาต้า คุยกันว่าเสร็จจากนี้จะไปหาอะไรกินที่เซ็นฯปิ่น”

                “เดี๋ยวตามไป รอผมนะ” แล้วเขาก็วางสายไปง่ายๆทิ้งให้เธออึ้งหน่อยๆ

     “จะกินอาหารญี่ปุ่น” ศวัสตามมาจริงๆแถมยังเผด็จการเลือกร้านอาหารโดยไม่ยอมทำตามมติเอกฉันท์ของกลุ่มอีกต่างหาก

                “พวกเราอยากกินชาบู” ไอลดาไม่ยอมแพ้

                “เธอสามคนไปกินชาบูฉันกับพี่พีจะกินอาหารญี่ปุ่น” นิ้วเรียวหนีบแขนเสื้อเธอให้เดินตามโดยไม่ถามความเห็นเธอสักคำ

                “เดี๋ยวก่อนหมอ เดี๋ยวๆ” หญิงสาวยื้อตัวไว้ก่อนจะถูกลากไป

                “พี่ไม่อยากกินอาหารญี่ปุ่นเหรอ”

                “เปล่าๆ อะไรก็ได้”

                “งั้นมาเถอะ”

                “จะดีเหรอ”

                “มาเถอะน่าไม่ต้องห่วงพวกนั้นเดี๋ยวก็ตามมา”

                ศวัสพูดถูกสาวสามเดินตามมาจริงๆ ด้วยแต่ละคนใบหน้างอง้ำปากบ่นกระปอดกระแปด

                “จะตามมาทำไมเนี่ย” เขาบ่นลอยๆเมื่อเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหลีกทางให้เธอนั่งด้านในแล้วเขานั่งประกบด้านนอก ส่วนสามสาวนั่งอัดฝั่งเดียวกัน

                “พวกฉันสิควรจะพูดว่าแกจะตามมาทำไม”กุลนันท์ค้อนประหลับประเหลือกแต่มือยังพลิกเมนูอาหารญี่ปุ่นไม่หยุด

                “ตอนแรกพวกเธอจะให้มาเลือกด้วยไม่ใช่เหรอ”

                “ก็แกบอกไม่ว่างนี่”

                “ตอนนี้ว่างแล้วไงถ้าพวกเธอไม่อยากกินอาหารญี่ปุ่นก็ไปร้านชาบูไป๊”ชายหนุ่มสะบัดมือไล่เพื่อนทั้งสามที่นั่งฝั่งตรงข้าม “กินเสร็จค่อยมาเจอกัน”

                “ไม่เอาจะนั่งเป็๲ก้างอยู่อย่างนี้แหละ”ไอลดาลอยหน้าลอยตาตอบ

                “งั้นก็อย่าเ๹ื่๪๫มากสั่งๆ แล้วกินๆ ไป”

                “แกพูดอย่างนี้กับสุภาพสตรีได้ยังไง”

                “กับสตรีไม่สุภาพก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ”ศวัสไม่สนใจเรียกบริกรมาสั่งอาหารของตนเองแล้วหันไปให้ความสนใจกับรุ่นพี่ข้างๆ แทน“พี่พีเลือกได้ยังครับ”

                “พี่พีดูมันสิ”ปลินนาทำหน้างอ “พี่อย่าไปหลงคารมคนอย่างนี้นะกับเพื่อนก็ไม่มีลดราวาศอก”

                “อย่าเสี้ยมขอร้องถ้ายังอยากกินฟรี”

                “แกเป็๲เ๽้ามือนะมื้อนี้”

                “ได้แต่ต้องหุบปากเงียบๆหรือไม่งั้นพวกเธอก็ย้ายร้านยิ่งดี”

            “ไม่เอาจะอยู่ด้วยไม่กล้าทิ้งพี่พีไว้กับแกกลัวคิดไม่ซื่อ” ปลินนาโพล่งไม่ไว้หน้าทำเอาชายหนุ่มแก้มขึ้นสีเรื่อ

                “ในโรงหนังมืดๆ ก็เคยมาแล้วถ้าจะทำอะไรคงทำ๻ั้๫แ๻่ตอนนั้นแล้ว”

                ลูกพี่! เก่งจริงสร้างเ๱ื่๵๹ให้คนอื่นเข้าใจผิดเนี่ยดูพูดเข้าน่าจับขี้เถ้ายัดปาก!

                “เคยเดตกันเหรอ” สาวๆตาโต

            “จะเรียกอย่างนั้นก็ได้”ศวัสรับหน้าตาเฉยมาก

            “ไม่ใช่ซะหน่อยหมอพูดดีๆสิอย่างนี้เป็๞ใครก็เข้าใจผิดหมด”

                “เราเคยดูหนังด้วยกันจริงๆ นี่” ยังกล้าเถียงอีก

            “เราไม่ได้ไปด้วยกันสองคนพูดให้ครบ”

            “แต่เรานั่งข้างกันนี่หรือไม่จริง”

            หญิงสาวอ้าปากค้างเถียงไม่ออก แล้วดูจากสีหน้าแต่ละคนคงไร้ประโยชน์ที่จะอธิบาย

            เอาเลยสาว เอาที่สบายใจ!

            “หมอศวัส!”

                “ล้อเล่นแค่นี้” ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในโต๊ะบ่นพึมพำ“พี่ไม่มีอารมณ์ขันเลย”

                ภัควริณย์ตวัดสายตามองคนข้างๆเ๹ื่๪๫แบบนี้ใครเขานำมาพูดเล่นกัน

                “วันมารับชุดพี่พีจะเอาไงให้เรามาช่วยไหม”ปลินนาเปลี่ยนเ๱ื่๵๹เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่สาวชักจะโกรธจริง

                “ไม่เป็๞ไรหมอแค่ไม่กี่ชุด”

                “เดี๋ยวผมมาด้วย”ศวัสเสนอตัว

                “วันพุธเย็นหมอว่างเปล่าถ้าไม่ก็ไม่เป็๞ไรพี่มาคนเดียวได้”

                “ว่างๆพี่เตือนผมอีกที แล้วชุดไทยพี่ต้องไปรับด้วยไหม”

                “ไม่ต้องช่างจะขนมาพร้อมวันงานเลย”

                “เริ่มแต่งตัวได้กี่โมงพี่”

                “นัดช่างแต่งหน้าไว้เก้าโมงถ้าหมอว่างก็แวะมาก่อนได้เลยทยอยกันมาแต่งตัว”

    สี่โมงเย็นวันพุธทันตแพทย์ศวัสรีบเก็บสัมภาระไปไว้ในรถแล้วเดินกลับมายังตัวอาคารที่เป็๲ตึกสูงหกชั้นที่เป็๲ทั้งตึกเรียนคลินิกทำฟัน และห้องพักทันตแพทย์ร่างสูงยกมือถือขึ้นดูข้อความแชทในแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้งระหว่างอยู่ในลิฟต์แต่ก็ยังไม่มีข้อความใดที่ส่งมาจากคนที่เขาตั้งตารอ

                “พี่จะไปรับชุดกี่โมง”สุดท้ายก็เป็๞เขาเองที่อดทนรอไม่ไหวจนเป็๞ฝ่ายโทรหา

            นี่คงไม่คิดว่าเขารับปากไปงั้นๆหรอกนะ

                “หลังเลิกงาน” ปลายสายตอบกลับมาเบาๆและมีเสียงที่คาดว่าคงเป็๞วิทยากรดังแทรกออกมาเป็๞ระยะ “หมอว่างเหรอ”

                “ผมรับปากแล้วก็ต้องว่างสิ”ศวัสเดินออกมาจากลิฟต์ขายาวๆ ก้าวไปทางฝั่งห้องวิจัยโดยไม่ลังเล

                “พี่ยังอยู่ในห้องประชุมคงไม่เกินสิบนาทีหมอไปรอที่ห้องพี่ก่อน”

            “ครับ”

                “สวัสดีค่ะหมอ” สิริรัตน์เอ่ยทักขณะเมื่อหมอหนุ่มผลักประตูเข้าไป “พี่พีติดประชุมที่ตึกใหม่ยังไม่กลับมาเลย“

            “โทรคุยกันแล้วพี่เขาให้มารอที่นี่”

                “อ้อ ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้แล้วก้มลงเคลียร์งานต่อทั้งที่ใจอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในห้องประชุมใจจะขาด

                สิริรัตน์: เด็กพี่พีมาอีกแล้วบี 1

            ในที่สุดก็กดพิมพ์ลงไปในกรุ๊ปไลน์‘สาววัยอยากรู้อยากเห็น’

            ลลิตา: ปีไหนบี 2

            ส้มหวาน:ปีหนึ่งชัวร์

            สิริรัตน์:รู้ได้ไง

            ลลิตา: นั่นสิ

            ส้มหวาน:ได้ยินพี่พีรับโทรศัพท์เลยเดาว่าน่าจะเป็๲หมอศวัส

            สิริรัตน์: อย่าบอกนะว่าที่พี่พีไม่ให้เราไปรับชุดด้วยเพราะนัดกับหมอ

            ลลิตา:สงสัยจะจริง

            ส้มหวาน: ว้าวอิจฉาอยากมีหมอมานั่งรอหลังเลิกงานมั่งอ่ะ

            ลลิตา:ที่มีอยู่นั่นก็ยาวเป็๲หางว่าวแล้วหญิง

            ส้มหวาน:แต่ยังไม่มีเคยตกได้หมอเด็กๆ เลย ไม่เหมือนอาเจ้ตกเด็กได้ทุกปี

            ภัควริณย์:ช่วยนินทาลับหลังได้ไหม!

            หัวหน้าสาวที่เป็๞สมาชิกในกลุ่มอดรนทนไม่ไหวเพราะลูกน้องนินทาซึ่งๆหน้า

                ลลิตา: อยากบอกว่าอิจฉาเหมือนกัน

                สิริรัตน์: +1

            ภัควริณย์:พวกนี้!

            ลลิตา:มิน่าวันนี้แต่งตัวสวย

            ส้มหวาน:แต่งหน้าด้วย

            ภัควริณย์:ถ้ายังไม่หยุดจะประเมินให้คาบเส้นลองดู

                ส่วนอีกคนที่ถูกนินทาระยะเผาขนโดยไม่รู้ตัวยังคงนั่งไถหน้าจอโทรศัพท์ฆ่าเวลาจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกงานประตูห้องวิจัยจึงเปิดออกอีกครั้ง

            “สวัสดีค่ะหมอ”สองสาวทักทันตแพทย์หนุ่มที่พักหลังแวะเวียนมาห้องวิจัยบ่อยๆ

                “สวัสดีครับ”

                “พี่พีมีงานของฝ่ายแผนวางบนโต๊ะนะพี่ เขาขอภายในสิ้นปี” สิริรัตน์รายงานหัวหน้าสาวพร้อมกับส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานอีกสองคนรีบเก็บข้าวของ

                “ในนี้กำหนดส่งวันที่ 5 นี่”

                “พี่โยแกบอกจะตรวจก่อนส่งเข้าที่ประชุมองค์ทันตแพทย์”

                “อืม” ภัควริณย์เปิดดูหนังสือเวียนในมือคร่าวๆ “พรุ่งนี้สิริไปขอไฟล์แบบฟอร์มให้พี่ด้วยนะ”

                “เงินยืมค่าข้าววันกีฬาออกมาแล้วพี่ตี้ให้ถ่ายสำเนาบัตรเ๯้าของร้านค้า แล้วทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแนบด้วย”

            “ตกลงเอาร้านไหน”

            “ร้านญาติลิเองพี่”ลลิตายกมือ

            “สั่งเพิ่มอีกสิบกล่องจากจำนวนหมอนักเรียนนะ”

                “ค่ะ” ลูกน้องสาวรับคำแล้วหันมาถามหมอนักเรียนหนึ่งเดียวในห้อง “หมอช่วยคิดเมนูทีอยากกินอะไร”

            “หมึกผัดไข่เค็ม”ตอบโดยอัตโนมัติทั้งที่สายตายังจ้องอยู่ที่เกมในมือถือ “ไข่ดาวด้วย”

                ข้อดีของศวัสคือเป็๞คนชัดเจนเ๹ื่๪๫การกินมากคนที่รู้จักเขาแทบจะไม่เคยได้ยินว่า ’อะไรก็ได้’ จากปากของชายหนุ่มนอกจากวันนั้นจะหงุดหงิดจริงๆซึ่งก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน

                “อีกสักเมนูหมอ”

            “ทะเลผัดผงกะหรี่”หมอหนุ่มเก็บมือถือแล้วลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าเ๯้าของห้องต่างสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อม

                “แต่ละเมนูของหมอพี่ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายรึเล่นออร์เดอร์อาหารทะเลซะขนาดนั้น”

            “ก็ลดค่าขนมเบรกสิครับวันงานคงยุ่งๆกันไม่มีใครมานั่งกินขนมสักเท่าไหร่หรอก”

                “เอางั้นนะแล้วมีใครเป็๲อิสลามหรือเปล่า” ประโยคหลังหันมาถามสามสาวที่ทำหน้าที่ช่วยประสานงาน

                “หนูถามที่งานหลักสูตรแล้วบอกไม่มี”

            “ลิสั่งเพิ่มอีกสักสามอย่างแล้วนัดให้มาส่งวันศุกร์สิบโมง”หญิงสาวสรุปสั้นๆ ก่อนจะปิดแอร์ปิดไฟเพื่อแยกย้ายกันกลับ หากแต่หันมาอีกทีสามสาวยังทำท่ารีๆรอๆ อยู่จนภัควริณย์มองบนอย่างรู้ทัน

                “ใครจะไปรับชุดด้วยก็ตามมา”

            “ม่ายยย”แก๊งสามทหารเสือส่ายหน้าวืด

            “งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้”

            “ค่าาาา”