ข่าวลือที่กระซิบกระซาบเกี่ยวกับหลี่ิเทียนไม่ได้ทำให้ซูสีไทเฮาอยู่นิ่งเฉย นางได้ส่งสายลับที่เชี่ยวชาญที่สุดของนางแฝงตัวเข้าไปในแคว้นฉิน เพื่อสืบหาความจริงเื้ั "ลูกไฟพยัคฆ์คำราม" ที่ถูกกล่าวขานถึง ภัยคุกคามกำลังคืบคลานเข้าใกล้หลี่ิเทียนอย่างเงียบงัน
ในขณะเดียวกัน ในจวนเสนาบดีหลี่ การเตรียมตัวสำหรับ งานล่าสัตว์ประจำปี ของแคว้นฉินกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก นี่ไม่ใช่งานล่าสัตว์ธรรมดา แต่เป็ประเพณีสำคัญที่เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์จากแคว้นใกล้เคียงจะได้รับเชิญมาร่วมด้วย เพื่อแสดงแสนยานุภาพและกระชับความสัมพันธ์
หลี่ิเทียนไม่เคยสนใจงานเช่นนี้มาก่อน แต่ฟีนิกซ์ในร่างเขาเห็นโอกาส เขา้าใช้โอกาสนี้ในการสำรวจภูมิประเทศนอกเมืองหลวง และอาจจะ... ได้พบกับพันธมิตรที่สำคัญ
“ท่านพี่ยังจะไปงานล่าสัตว์อีกหรือเ้าคะ?” หลี่ซูเจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจขณะที่เห็นหลี่ิเทียนกำลังตรวจสอบคันธนู “ท่านพี่เคยแต่ป่วยออดแอด ไม่เคยร่วมงานเช่นนี้เลย”
“ข้าอยากไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง” หลี่ิเทียนตอบสั้นๆ ไม่ได้ให้ความสนใจกับคำพูดของน้องสาวมากนัก เขาตรวจสอบความแข็งแรงของคันธนูและลูกธนูอย่างละเอียด
“ท่านก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะนะเ้าคะ ป่าล่าสัตว์นั้นอันตราย ไม่ใช่แค่สัตว์ร้าย แต่ยังมีพวกที่จ้องจะเล่นงานคนขี้โรคอย่างท่านพี่ด้วย” หลี่ซูเจินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนจะเดินจากไป
หลี่ิเทียนไม่ได้ใส่ใจคำเตือนนั้น เขารู้ดีว่าความอันตรายที่แท้จริง ไม่ได้มาจากสัตว์ป่า แต่มาจากมนุษย์ด้วยกันเอง โดยเฉพาะสายลับของซูสีไทเฮาที่อาจแฝงตัวอยู่ในงานนี้
ในรุ่งเช้าของวันงานล่าสัตว์ หลี่ิเทียนในชุดนักล่าที่คล่องตัว เดินทางไปยังจุดนัดพบพร้อมกับหลี่จิ้งเหอและทหารบางส่วน อากาศยามเช้าเย็นสบาย หมอกจางๆ ปกคลุมยอดไม้ สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา
เหล่าขุนนางและบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์ต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ม้าศึกถูกจัดเตรียมอย่างพร้อมเพรียง เสียงเห่าของสุนัขล่าเนื้อดังก้องไปทั่ว
“นายน้อย วันนี้อากาศดี เหมาะแก่การล่าสัตว์ยิ่งนักขอรับ” หัวหน้าทหารองครักษ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่ิเทียนพยักหน้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นกลุ่มคนจากแคว้นจ้าว ซึ่งเป็แคว้นเล็กๆ ที่มักจะถูกแคว้นต้าหลงกดขี่ข่มเหง พวกเขาดูเงียบขรึมและไม่ได้แสดงความสนุกสนานเท่ากลุ่มอื่นๆ
เขาเห็นบุรุษสูงวัยผู้หนึ่งซึ่งน่าจะเป็เ้าเมืองหรือผู้นำของแคว้นจ้าว และข้างกายเขามีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ แม้จะอยู่ห่างไกล แต่หลี่ิเทียนก็ััได้ถึงออร่าที่สง่างามของนาง นางสวมชุดสีฟ้าอ่อนที่ตัดกับผิวขาวนวล ใบหน้าสวยหมดจดราวกับภาพวาด ดวงตาเรียวรีที่ดูอ่อนโยน แต่แฝงความเด็ดเดี่ยว รูปร่างบอบบางแต่กลับดูแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด
“นั่นคือคุณหนู เหมยหลิง แห่งแคว้นจ้าวพ่ะย่ะค่ะ” หลี่จิ้งเหอกระซิบ “นางขึ้นชื่อเื่ความงดงามและสติปัญญา แต่มักจะเก็บตัวอยู่แต่ในจวน”
เหมยหลิง... หลี่ิเทียนจ้องมองไปที่นาง นั่นสินะ คุณหนูจากแคว้นจ้าวที่เขาเคยได้ยินชื่อ ดูเหมือนโชคชะตาจะนำพาให้พวกเขามาพบกันในงานนี้
หลังจากคำกล่าวเปิดงานจากมหาเสนาบดีหลี่กวงิ เหล่านักล่าก็แยกย้ายกันเข้าสู่ป่าตามกลุ่มของตน หลี่ิเทียนเลือกที่จะนำกลุ่มเล็กๆ เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของป่า ซึ่งเป็ที่รู้กันว่ามีสัตว์ป่าดุร้ายและอันตรายมากกว่า
เขาไม่ได้สนใจการล่าสัตว์มากนัก แต่ใช้เวลาในการสำรวจป่า สังเกตพืชพรรณและสภาพภูมิประเทศ จดจำเส้นทางและจุดที่เป็ประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ เขากำลังสร้างแผนที่ในหัวของเขาอย่างละเอียด
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็ดังขึ้นมาจากไม่ไกลนัก ตามมาด้วยเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือด
“นั่นมันเสียงจากทางกลุ่มแคว้นจ้าว!” หลี่จิ้งเหออุทาน
หลี่ิเทียนไม่รอช้า เขาออกคำสั่งให้ทหารเร่งรุดหน้าไปทันที “ไปดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น!”
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ภาพที่ปรากฏทำให้หลี่ิเทียนขมวดคิ้วแน่น กลุ่มทหารจากแคว้นจ้าวกำลังต่อสู้กับกลุ่มนักล่าปริศนาที่สวมชุดสีดำปกปิดใบหน้า พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วและใช้ดาบอย่างคล่องแคล่ว ทหารแคว้นจ้าวเริ่มเสียเปรียบและล้มตายไปทีละคน
คุณหนูเหมยหลิงถูกชายชุดดำสองคนต้อนจนมุม นางพยายามใช้มีดสั้นป้องกันตัวอย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถต้านทานได้อีกนานแล้ว
“พวกมันเป็ใคร?” หลี่จิ้งเหอถามด้วยความใ
“สายลับของซูสีไทเฮา” หลี่ิเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเ็า “พวกมันไม่้าแค่ล่าสัตว์ แต่้ากำจัดกลุ่มแคว้นจ้าวที่อาจเป็ภัยต่อซูสีไทเฮา”
เขาคว้าคันธนูขึ้นมา พลันสายตาคมกริบก็จับจ้องไปที่ชายชุดดำที่กำลังจะจู่โจมเหมยหลิง เขาน้าวสายธนูเต็มที่ ปล่อยลูกศรพุ่งทะยานออกไปแหวกอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
“ฉึก!”
ลูกศรปักเข้าที่กลางหลังของชายชุดดำอย่างแม่นยำ มันล้มลงทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
การปรากฏตัวของหลี่ิเทียนและทหารของเขาทำให้สถานการณ์พลิกผัน ทหารของแคว้นฉินเข้าร่วมการต่อสู้กับชายชุดดำอย่างรวดเร็ว หลี่ิเทียนเองก็ร่วมวงด้วย แม้ร่างกายจะยังไม่แข็งแกร่งเต็มที่ แต่เขาก็ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดจากโลกเดิมได้อย่างคล่องแคล่ว ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ชายชุดดำหลายคนล้มลงอย่างง่ายดาย
เหมยหลิงมองมาที่หลี่ิเทียนด้วยแววตาตกตะลึง นางไม่เคยคิดว่าบุตรชายคนที่หกผู้ขี้โรคของเสนาบดีหลี่ จะมีความสามารถเช่นนี้
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำที่เหลือต่างก็พากันหลบหนีไป ทิ้งไว้แต่เพียงความเงียบงันและความตาย
หลี่ิเทียนเดินตรงเข้าไปหาเหมยหลิงที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความใ ใบหน้าของนางยังคงซีดเผือด
“คุณหนูเหมยหลิง ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เหมยหลิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางสบเข้ากับดวงตาของหลี่ิเทียน แววตาที่คมกริบแต่กลับแฝงความห่วงใยของเขาทำให้หัวใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาด
“ข้า...ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ” นางตอบเสียงแ่ “ขอบคุณท่าน...ที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
หลี่ิเทียนยิ้มบางๆ “ไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะ”
การช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตคุณหนูแห่งแคว้นจ้าวไว้เท่านั้น แต่ยังเป็จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่จะถักทอเข้าด้วยกันท่ามกลางสมรภูมิแห่งอำนาจและการต่อสู้เพื่ออนาคตของแผ่นดิน