ทุกอย่างเหมือนดับวูบไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียวผมก็ได้ถูกพามายังเมืองเป้าหมาย พร้อมกับเสียงระบบที่ประกาศขึ้นแทบจะทันทียินดีต้อนรับผู้เล่นวิคเตอร์เข้าสู่เมืองอัลปาป้าเมื่อมองไปรอบตัวก็พบว่าตอนนี้ผมยืนอยู่บนพื้นลานกว้างผิวขัดเรียบที่ถูกทำขึ้นมาจากหินสีขาวแซมสีเทา มีผู้เล่นคนอื่นๆ อยู่ในบริเวณนี้พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับแออัดมากนัก พลันสายตาเหลือบไปเห็นบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นเหล่านางเงือกที่กำลังร้องเพลงสรรเสริญแด่ราชาเงือกรูปร่างกำยำที่ทำท่าชูตรีศูลขึ้นเหนือศีรษะอย่างสง่างามอยู่บริเวณยอดตรงกลางน้ำพุ เหล่าบ้านเรือนที่ถูกสร้างด้วยหินสีโทนสว่างแลดูแข็งแรงเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ โดยหลังคาและขอบประตูหน้าต่างก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินอมฟ้า มีประภาคารหินสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป หากได้ขึ้นไปคงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองนี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อมองดูทุกอย่างรวมกันแล้วให้ความรู้สึกเรียบง่ายสบายตาแลดูเข้ากับธีมเมืองท่าเรือได้เป็นอย่างดีเหตุผลที่ผมเลือกเมืองนี้ก็เพราะชื่อมันละม้ายคล้ายคลึงกับสัตว์โลกที่ชื่อว่า ’อัลปาก้า’ และหวังว่าผมคงได้เจอพวกมันตัวเป็นๆ สักตัวสองตัวสามตัวสี่ตัวหรืออาจจะฝูงนึงไปเลย เหมือนกับที่บางคนมีความใฝ่ฝันว่าอยากอยู่ท่ามกลางฝูงลูกสุนัข ซึ่งในกรณีของผมก็เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันที่ตอนจบอาจจะสวยงามนุ่มนิ่มราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ หรืออาจจบอย่างน่าอนาถใจก็ได้ หากถูกพวกมันรุมถุยน้ำลายใส่อย่างไม่ปรานี‘เอ๋... ใช่ปะว้า’ พลันความสงสัยก็ได้เกิดขึ้น ผมกำลังเริ่มรู้สึกสับสนกับความคิดตัวเอง เมื่อนึกถึงตัวลามะหรือว่าอัลปาก้าที่ผมหมายถึงอาจจะเป็นลามะ ไม่แน่ว่าบางทีมันอาจจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน แต่ต่างชื่อเรียกก็เป็นได้ ซึ่งถ้าจะให้ออกเกมไปหาข้อมูลตอนนี้ก็คงทำใจไม่ได้ ออกเกมไปมันคงไม่ง่ายและอาจทำให้ผมห่างไกลจากคำว่าผู้เล่นระดับท็อปออกไปอีก ผมจึงทำได้แค่คิดแล้วก็สงสัย แต่ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ให้ค้างคาใจอยู่อย่างไรก็ไม่รู้ไม่ได้‘คู่มือไง!’ ไอเดียอันบรรเจิดวิ่งเข้ามาในหัวผมจึงเปิดช่องสัมภาระขึ้นมาแล้วพยายามกดใช้งานคู่มือ แต่กดยังไงก็ไม่สามารถใช้งานได้ ทำได้แค่เพียงดูรายละเอียดของมัน
ไอเท็ม: คู่มือการเล่นเทลออฟเทลส์ออนไลน์ประเภท: ใช้งานรายละเอียด: เป็นคู่มือที่ประกอบไปด้วยรายละเอียดพื้นฐานของเกม วิธีการเล่นและคำสั่งต่างๆ ของระบบที่จะช่วยให้ผู้เล่นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกมเทลออฟเทลส์ออนไลน์มากขึ้นการใช้งาน: ใช้เพื่อศึกษาวิธีการเล่นเกมเทลออฟเทลส์ออนไลน์ข้อจำกัด: ไม่สามารถแลกเปลี่ยน ไม่สามารถใช้ได้ขณะต่อสู้ ไม่สามารถทิ้งหรือลบไอเท็มออกจากช่องสัมภาระได้
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง“หยิบออกมาสิน้อง” เสียงชายปริศนาที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าใครพูด เพราะตอนที่หันหน้าไปก็ไม่มีผู้ใดแสดงตัว ผมจึงลองหยิบคู่มือออกมาจากช่องเก็บของตามที่ชายแปลกหน้าบอก‘โอ้มายกู๊ดเนส’ ผมหยิบมันออกมาได้จริงๆ ผมจึงหันหน้าไปยังทิศทางต้องสงสัยแล้วกล่าวลอยๆ ว่า “ขอบคุณขอรับลูกพี่” แต่ก็ไร้วี่แววเสียงตอบรับใดๆผมจึงใช้เวลานี้ศึกษาอ่านคู่มือเพื่อหาวิธีการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อไม่ให้การหยิบคู่มือออกมาเสียเที่ยว ผมจึงถือโอกาสนี้อ่านให้จบเล่มไปเลย แม้จะเสียเวลาที่จะเก็บเลเวลไปบ้างในช่วงแรก แต่ผมคิดว่าการศึกษาคู่มือไว้ก่อนน่าจะช่วยให้ประหยัดเวลามากกว่าได้ในระยะยาว
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จนตะวันเริ่มลับขอบฟ้าแล้วถูกแทนที่ด้วยแสงไฟยามราตรี โคมไฟสีส้มที่ประดับประดาอยู่ตามบ้านเรือนส่องแสงไสว ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายนุ่มละมุนตา‘อ่านจบซะที’ผมปิดหนังสืออย่างภาคภูมิใจ ไม่คิดเลยว่าเสียงตอนปิดหนังสือจะทำให้ผมมีความสุขได้ขนาดนี้ มันเหมือนกับผมได้ทำบางสิ่งสำเร็จไปแล้วอย่างนึง แม้มันจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เมื่อเอาหลายๆ อย่างที่เล็กน้อยมารวมกันแล้ว มันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตก็เป็นได้เมื่อเรียนรู้สิ่งใดมาแล้ว หากไม่ได้ลองใช้ดูก็จะไม่รู้ว่ามันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค“ระบบ… ช่องสัมภาระ”เสียงผมกล่าวคำสั่งลัด เพื่อให้ระบบเปิดช่องเก็บของขึ้นมา จากนั้นผมก็โยนหนังสือคู่มือกลับเข้าไปในช่องสัมภาระทันที‘นี่ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการอ่านคู่มือก่อนเริ่มเล่นยังไงละ’นอกจากนี้แล้วการขลุกขลิกอยู่กับคู่มือเล่มหนาเตอะนั่น ทำให้รู้ว่าอัตราส่วนเวลาในเกมต่อเวลาในชีวิตจริงคือห้าต่อหนึ่ง ซึ่งหากคำนวณตามเวลาเวลาที่ผมใช้ไปตั้งแต่เข้าเกมมาคือสองชั่วโมงกว่า นั่นก็หมายความว่าตอนนี้เวลาในชีวิตจริงเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง โดยเวลาสูงสุดที่ผู้เล่นสามารถเล่นติดต่อกันได้สูงสุดโดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพคือสิบวัน ซึ่งหากนับเป็นเวลาในเกมแล้วจะคิดเป็นเวลาห้าสิบวันเลยทีเดียวหากใครคิดจะเล่นเกมนี้ยาวนานถึงสิบวัน อาจมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งซื้อเจ้า ‘นิวทริชั่นเจลลี่ แบบไทม์รีลีสซิ่ง(Nutrition Jelly: Time Releasing)’ ซึ่งเป็นเจลลี่รวมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย มีทั้งขนาดสาม ห้าและสิบวัน โดยเมื่อกินเข้าไปแล้ว เจลลี่จะค่อยๆ ถูกย่อยเป็นสารอาหารออกมาให้ร่างกายในขณะที่ผู้เล่นอยู่ในภาวะจำศีลชั่วคราว เนื่องจากการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์เทลคอนเน็คนั่นเอง“ระบบ… เบราว์เซอร์(Browser)”‘เยส!’ ทันทีที่ปรากฏเป็นหน้าต่างเว็บไซต์อันคุ้นเคยพร้อมกับคีย์บอร์ดโฮโลแกรมตรงหน้าของผม นิ้วมือก็พุ่งเข้าไปเร็วกว่าความคิด รัวละเลงป้อนข้อมูลลงไปเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของ ‘ลามะ’ และ ‘อัลปาก้า’ แทบจะทันที จนในท้ายที่สุดผมก็ได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตสองชนิดนี้‘อัลปาก้า’ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสี่ขาเช่นเดียวกับ ‘ลามะ’ โดยอัลปาก้าจะมีขนที่ฟูนุ่มสลวยและมีคุณภาพกว่าลามะ โดยขนของอัลปาก้าจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ส่วนลามะจะมีขนาดตัวที่ใหญ่และมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าอัลปาก้า ซึ่งลามะจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใช้แรงงาน และประเด็นเรื่องการขากถุยนั้น แม้อัลปาก้าจะพ่นน้ำลายบ้าง แต่อัลปาก้าน้อยหอยสังฆ์ไม่สามารถเทียบชั้นกับลามะสิงห์ปืนไวได้เลย ทำให้ความคิดที่ว่าอยากจะอยู่ในดงอัลปาก้านั้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างสวยงามตามท้องเรื่องตอนนี้คงถึงเวลาที่ผมจะได้ออกผจญภัยในโลกกว้างแล้ว ผมใช้คำสั่งลัดเรียกหน้าต่างแผนที่โลกขึ้นมา มันเป็นอันเดียวกับที่ผมเห็นตอนที่อยู่ในห้องเลือกคลาส จะต่างกันก็แค่เพียงขนาดที่เล็กกว่าเท่านั้น แต่ก็ยังสามารถเลื่อนซูมขยายได้ดังเดิม ผมทดสอบจิ้มถี่ๆ ไปที่บริเวณพื้นที่ของเมืองอัลปาป้า แต่ก็ไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น‘อ้าวกรรม! ไม่แผนที่เมืองให้ดูเหรอเนี่ย’ ผมจึงปิดมันซะ แล้วออกเดินสำรวจลานกว้างแทนเมื่อผมเดินมาใกล้กับบริเวณบ่อน้ำพุ ผมสังเกตเห็นแท่นหินสีเข้มทรงลูกบาศก์ที่มีคนมุงดูอยู่จำนวนหนึ่ง ผมพยายามแทรกตัวเข้าไป แล้วจึงพบว่ามันคือแผนที่บริเวณทั้งหมดของเมืองอัลปาป้าที่ถูกสลักลงบนแท่นหินนั่นเองท่านได้อ่านแผนผังเมืองอัลปาป้าแล้วพอได้ยินระบบประกาศมาแบบนั้น ผมก็ถึงบางอ้อทันที คราวนี้ผมจึงทดลองใช้คำสั่งลัด ‘แผนที่’ แทน ‘แผนที่โลก’ หน้าต่างที่ปรากฏออกมาดูคล้ายกับ ‘มินิแมพ(Mini Map)’ หรือก็คือแผนที่ย่อเช่นเดียวกับเกมออนไลน์อื่นที่ผมเคยเล่น เมื่อผมอ่านดูก็พบว่ามีประตูออกจากเมืองสามฝั่งด้วยกันคือ ประตูทางด้านทิศเหนือที่เป็นทางออกของเรือ ประตูทางด้านทิศใต้เป็นทางออกสู่เนินเขาเยลโลว์เฮย์ และประตูทางด้านทิศตะวันตกจะเป็นทางออกสู่พื้นที่ราบลุ่มแชลโลสวอมบ์‘เอาอันที่ชื่อดูง่ายไว้ก่อนละกัน’ นั่นเป็นเหตุผลทำให้ผมตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังเนินเขาเยลโลว์เฮย์ก่อนเป็นอันดับแรก
ผมใช้เวลาในการเดินทางมาถึงบริเวณประตูตอนใต้เพียงไม่กี่นาที ซึ่งมันจะใช้เวลาน้อยกว่านี้อีกหากผมไม่ต้องหยุดวิ่งในตอนที่รู้สึกเหนื่อยหอบจนต้องหยุดพักครู่หนึ่งถึงจะวิ่งต่อได้ โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมตั้งใจฝืนวิ่งไปทั้งแบบนั้นจนผมหน้ามืด วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม นี่คงเป็นอะไรที่น่าจะเกี่ยวข้องกับค่าสเตมิน่าหรือค่าพลังงานอะไรสักอย่างแน่นอน ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในระหว่างการต่อสู้ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือตายแน่ๆเมื่อเดินออกจากจากประตูเมืองมาหน่อยนึงก็ถึงกับต้องร้อง… “ว้าว”เกมนี้ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลยจริงๆ ผมหยุดครู่หนึ่งแล้วดื่มด่ำไปกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของเยลโลว์เฮย์ยามค่ำคืน แสงจากโคมไฟเวทมนตร์สีส้มอมเหลืองสว่างนวลตาที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพง เมื่อผนวกกับแสงเรืองรองจากจันทร์เต็มดวงหลากหลายขนาดทั้งสี่ดวงทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้บ้างแม้ในยามค่ำคืน เมื่อผมมองไกลออกไปก็เห็นเนินเตี้ยสลับสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าสีออกเหลืองๆ และพืชเล็กนานาพรรณที่ถูกแซมด้วยหมู่มวลพฤกษาเรืองแสงหลากสีสัน เหล่าหิ่งห้อยตัวเล็กตัวน้อยบินว่อนไปมาส่องประกายระยิบระยับ พร้อมกับสัมผัสอันเย็นสบายของลมเอื่อยยามค่ำคืนที่พัดผ่าน นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มแสงที่กำลังเคลื่อนที่อยู่อย่างกระจัดกระจายหลายจุดบนเนินเขา ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นแสงที่มาจากสกิลของผู้เล่นคนอื่นๆผมเปิดช่องอุปกรณ์ออกมาเพื่อตรวจสอบความพร้อม แล้วพบว่ามีชุดนักผจญภัยและกิ่งไม้กายสิทธิ์ถูกสวมใส่อยู่ โดยอาวุธของผมมันถูกเก็บไว้ในปลอกที่อยู่บริเวณเข็มขัดตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ก็เพิ่งจะรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นก็ตอนนี้เนี่ยแหละจากนั้นผมก็เปิดหน้าต่างแผนผังสกิลขึ้นมา เพื่อที่จะเรียนรู้สกิลหรือที่ในคู่มือให้คำจำกัดความไว้ว่าทักษะหรือความสามารถที่แยกตามคลาสนั้นเอง แผนผังประกอบไปด้วยรูปไอคอนสกิลจำนวนมากที่ถูกลากเชื่อมต่อกันด้วยเส้นเป็นแผนผังต้นไม้หรือที่ผมเรียกว่า ‘สกิลทรี(Skill Tree)’ ซึ่งก็ดูคล้ายกับสกิลทรีในเกมอื่น แต่สำหรับเกมเทลออฟเทลส์นั้นสกิลทรีมีความซับซ้อนกว่ามาก เนื่องจากผู้เล่นสามารถเพิ่มสกิลใหม่ลงในสกิลทรีได้หากสามารถบรรลุเงื่อนไขพิเศษหรือสามารถจบภารกิจพิเศษได้ ทำให้แม้ว่าจะเล่นคลาสเดียวกัน แต่ทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้อาจแตกต่างกัน คู่มือเคลมไว้ว่าอย่างนั้นตอนนี้ผมมีแต้มที่ใช้เรียนรู้สกิลทั้งหมดห้าแต้ม ผมใช้หนึ่งแต้มไปกับสกิล ‘ไฟร์เอมเบลม’ เพื่อให้สามารถเรียนรู้สกิล ‘ไชนิ่งสตาร์’ ได้ ส่วนแต้มที่เหลือก็ถูกใช้ไปในการเรียนรู้สกิล ‘วอเตอร์เอมเบลม ’, ‘วินด์เอมเบลม’ และ ‘เอิร์ธเอมเบลม’ อย่างละหนึ่งแต้มแน่นอนว่าหากเกมใดมีธาตุ เกมนั้นย่อมมีการแพ้ธาตุเสมอ การอัพสกิลแรกๆ ของแต่ละธาตุอย่างละหนึ่งแต้มนั้นมีข้อดีคือทำให้ผมไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับธาตุของมอนสเตอร์ก็สามารถรู้ได้ว่ามอนสเตอร์ตัวไหนแพ้ธาตุอะไร เพียงแค่สาดสกิลทุกธาตุใส่มันแล้วดูค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น หากค่าความเสียหายจากสกิลธาตุใดมากที่สุดก็แสดงว่ามันแพ้ธาตุนั้น‘เอาละนะ’ผมหยิบอาวุธของผมออกมาจากปลอก แล้วทดลองเรียกใช้สกิลเป็นครั้งแรก โดยทักษะที่กำลังจะใช้เป็นทักษะที่จำเป็นต้องมีการร่ายคาถาในระหว่างที่กำลังท่องมนตร์ กิ่งไม้กายสิทธิ์ในมือผมก็โบกสะบัดเองโดยอัตโนมัติ ปรากฏวงเวทสีเหลืองอ่อนบนพื้นดินบริเวณรอบตัวของผม มันค่อยๆ ถูกเติมเต็มจนกลายเป็นวงเวทที่สมบูรณ์เมื่อคำร่ายจบลง“จงเปล่งประกายในความมืดมิด... ไชนิ่งสตาร์(Shining Star)” ผมกล่าวพร้อมกับชูกิ่งไม้ขึ้นสุดแขนสิบสองนาฬิกา เพื่อท่าจบการร่ายปรากฏวัตถุเรืองแสงพุ่งฝ่ามวลหมู่เมฆลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของผม ด้วยความเร็วของมันทำให้เกิดคลื่นลมกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
ทักษะ: ไชนิ่งสตาร์(Shining Star) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะถูกยกเลิกคำร่าย: จงเปล่งประกายในความมืดมิดรายละเอียด: เรียกดาวประกายแสงออกมาติดตามผู้ใช้ ส่องแสงสว่างไสวในความมืด
“โอ้โห!”ผมถึงกับอ้าปากค้าง อะไรมันจะอลังการขนาดนั้น ความตะลึงไม่ทันหาย ความสังสัยก็เข้ามาแทรก หากดาวลงมาจากฟ้าแบบนี้ แล้วตอนนั้นผมดันอยู่ในที่ที่มีหลังคามันจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่นึกว่าหลังคามันจะทะลุก็ทำให้ผมหลุดขำออกมาเล็กน้อยดาวประกายแสงที่ผมเรียกออกมานั้นให้ความสว่างได้ดีเลยทีเดียว ทำให้ผมสามารถมองเห็นได้สิ่งรอบตัวได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อผมหันหน้าไปทางไหน มันก็จะลอยไปตามทิศทางที่ผมหันไปราวกับมีโดรนอัจฉริยะคอยส่องไฟนำทางให้เลยหลังจากผมหายตื่นตาตื่นใจกับสกิลไชนิ่งสตาร์แล้ว ผมก็เดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวออกไป โดยพยายามเลี่ยงบริเวณที่มีกลุ่มแสงจากผู้เล่นคนอื่นเคลื่อนไหวอยู่ จนในตอนนี้ผมเจอมอนสเตอร์เป้าหมายแรกของผมแล้ว และมันกำลังหลับอยู่ ผมตรวจสอบบริเวณรอบๆ ดูแล้ว แต่ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของมอนสเตอร์ตัวอื่นใดเนื่องจากระบบของเกมนี้ไม่มีแถบค่าพลังชีวิต ค่าพลังเวทและพลังงานบ่งบอกให้ผู้เล่นทราบ จึงทำให้ผู้เล่นต้องสังเกตสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ทำให้เกมนี้ยิ่งทวีความยากขึ้นไปอีก เช่นเดียวกันกับเจ้ามอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ ผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ยกเว้นชื่อและระดับของมันสปิทเทอร์ลามะ เลเวล: 3แต่หากพิจารณาจากถิ่นที่อยู่และจากความลามะแล้ว ผมคิดว่ามันน่าจะแพ้ธาตุไฟเป็นแน่แท้ผมจึงเริ่มร่ายสกิลอีกสกิลหนึ่งทันที กิ่งไม้กายสิทธิ์ในมือผมก็เริ่มโบกสะบัด แต่ครั้งนี้ท่าทางการร่ายมันแตกต่างออกไป ปรากฏวงเวทสีส้มเพลิงบนพื้นที่ผมยืนอยู่ แต่คราวนี้สีและการรูปวงเวทมันไม่เหมือนครั้งก่อนที่ผมใช้ไชนิ่งสตาร์ วงเวทถูกเติมเต็มจนกลายเป็นวงเวทที่สมบูรณ์เมื่อคำร่ายจบลง“ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิง... ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem)”
ทักษะ: ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิงรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งไฟออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 5% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะไฟร์บอลขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะไฟร์บอลขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะไฟร์บอลขั้นนั้นๆ แทน)
จู่ๆ อาวุธในมือก็เริ่มรู้สึกอุ่นขึ้น ปรากฏลูกไฟสีส้มดวงเล็กที่กำลังโคจรรอบอาวุธในมือของผม มันเคลื่อนที่วนไปวนมาแบบสุ่มทำให้เห็นเป็นเส้นหางยาวราวกับดาวหางดวงเล็กๆผมเริ่มการโจมตีด้วยการสะบัดอาวุธในมือให้ชี้ไปยังเจ้าลามะจอมถุยหลายครั้งติดกัน พลันก้อนพลังงานสีขาวจำนวนหนึ่งก็พุ่งออกไปยังเป้าหมายราวกับกระสุนปืนที่ออกจากรังเพลิง ซึ่งการโจมตีในลักษณะนี้ถือเป็นรูปแบบการโจมตีปกติของคลาสจอมเวทฝึกหัดนั่นเองปึก! ปึก! ปึก! ปึก!เสียงก้อนพลังเวทขนาดเท่ากำปั้นระเบิดอย่างจังเมื่อกระทบกับแผ่นหลังของลามะจอมถุย ทำให้ขนของลามะขาดกระจุยลอยฟุ้งไปในอากาศก่อนจะสลายไป เผยให้เห็นรอยแผลแบบดิจิทัล ส่องแสงสีขาวเลื่อมแดงระเรื่อ แล้วเสียงของระบบก็ประกาศขึ้นท่านได้เข้าสู่การต่อสู้แล้วมอนสเตอร์ตัวนั้นลุกขึ้นและหันมาหาผมด้วยสีหน้าตลกๆ ตามแบบฉบับลามะ พลางเคี้ยวหญ้าอย่างไม่สะทกสะท้าน ลำตัวมีขนสีขาวปกคลุมแต่ไม่ถึงกับปุกปุย ขนาดตัวของมันค่อนข้างใหญ่ ซึ่งความสูงของมันน่าจะสูงพอๆ กับไหล่ของผมเจ้าลามะจอมถุยตอบโต้โดยการ ‘ยิง‘ น้ำลายออกมาจากปากด้วยความเร็ว แล้วเฮดช็อตเข้ากับหน้าผมเต็มๆ เศษฟางหญ้าและน้ำลายอันเหนียวเหนอะหนะของมันทำให้ผมรู้สึกอี๋“เร็วขนาดนี้นี่มันไม่เรียกว่าถุยแล้วเพื่อน”ชั่วขณะนั้นผมมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดนัก แต่ก็ได้ยินเสียงบางสิ่งที่กำลังวิ่งชาร์จเข้ามาอย่างชัดเจนปัง!เสียงลามะจอมถุยชนเข้าที่ท้องอย่างจังจนผมกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบมันจุกจนแทบลุกไม่ไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมลุกขึ้นยืนและเช็ดคราบบนใบหน้าออกไป เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นจึงกลับมามองเห็นได้ชัดแจ๋วดังเดิม แล้วคราบเล็กน้อยที่เหลือบนใบหน้าและที่ฝ่ามือจึงค่อยๆ จางหายไปคราวนี้ลามะถุยเมือกออกมาอีกรอบ ผมจึงก้มหลบ ทำให้กระสุนน้ำลายเฉี่ยวหัวผมไปอย่างฉิวเฉียด มันไม่รอช้าวิ่งปรี่เข้ามาหมายจะชนศัตรูของมันอีกรอบ ถึงแม้ว่าผมจะพยายามเบี่ยงตัวหลบแต่มันก็ยังเลี้ยวตาม ผมจึงต้องกระโดดกลิ้งหลบการโจมตี ทำให้รอดจากการถูกชนรอบสองได้อย่างหวุดหวิดผมถอยทิ้งระยะห่างจากมัน พลางสะบัดไม้กายสิทธิ์เพื่อยิงพลังเวทไปอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงก้อนพลังสีขาวอย่างที่ควรจะเป็นอีกต่อไป แต่กลับมีบางก้อนที่กลายเป็นบอลไฟดวงใหญ่เท่าลูกโบว์ลิ่งพุ่งฝ่าอากาศออกไป