พอกลับไปถึงบ้านและเดินเข้าประตูหลังบ้านมาได้ เขาก็รีบปิดประตูบานเล็กลงอย่างแ่าจากนั้นก็เดินไปที่โรงเก็บฟืนยกมัดฟืนทั้งหลายออกแล้วก็เปิดประตูห้องใต้ดินในทันที
ชายหนุ่มก้าวลงไปข้างล่างอย่างเร่งรีบพอลงไปถึงด้านล่างแล้วก็ค้นหาหีบไม้เก่าๆขึ้นมาได้เขาเก็บเห็ดหลินจือส่วนใหญ่เอาไว้ในนั้น ก่อนจะเหลือเอาไว้แค่สองดอกเพื่อนำมันไปขายในเมือง
“พวกแกอยู่ที่นี่ก่อนนะเอาไว้วันหลังถ้าฉันขัดสนจะมาพาพวกแกไปเที่ยวในเมืองอีก”เขาลูบๆคลำๆหีบไม้แล้วก็ซ่อนมันเอาไว้ในซอกเล็กๆจากนั้นก็เอาเศษก้อนอิฐปิดทับเอาไว้ มองเผินๆก็จะไม่เห็นความแตกต่าง
เมื่อวางใจแล้วเขาก็เดินไปเก็บผักตากแห้งมาใส่ลงในตะกร้ารวมถึงปลารมควันอีกห้าตัวแล้วก็เดินขึ้นไป้าของโรงเก็บฟืน
“ล็อกกุญแจเอาไว้สักระยะก็แล้วกันส่วนโรงเก็บฟืนนี่ก็ปิดเอาไว้ด้วย”เขาจัดการล็อกกุญแจห้องใต้ดินแล้วก็หาฟางมาคลุมเอาไว้ จากนั้นก็ยกมัดฟืนมาวางทับเอาไว้อีกชั้นพอเดินออกมาก็ล็อกประตูโรงเก็บฟืนอย่างแ่า
เย็นนี้ชายหนุ่มนำแป้งที่เหลืออยู่นิดหน่อยออกมาเขาคิดจะทำซาลาเปาไส้ผักป่า
ขณะที่นวดแป้งอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบมาจากทางประตูเล็กด้านหลังบ้านจึงได้เงี่ยหูฟังอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าเป็คนจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านพวกเขาซุบซิบกันเสียงแ่แต่หูของเขาก็ยังคงได้ยินอยู่ดี
“พี่ใหญ่วันนี้ไอ้ตัวไร้ค่านั่นขึ้นเขาไปหาของป่าแสดงว่าที่บ้านของมันไม่มีอาหารเหลือแล้วล่ะ” หลินปินหงกระซิบกระซาบบอกข้อมูลที่ได้รับรู้มาให้พี่ใหญ่ของเขาฟังอย่างกระตือรือร้น
หลินเหิงอี้ได้ฟังแบบนี้แล้วมุมปากก็ยกขึ้นอย่างเ้าเล่ห์“อีกไม่นานมันก็จะทนอยู่ที่หมู่บ้านนี้ไม่ได้แล้วและต้องออกจากหมู่บ้านของพวกเราไป ถึงตอนนั้นอ้ายถงของบ้านเราก็จะปลอดภัย”
“อืม ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แล้วคืนนี้พวกเราจะทำอย่างไรกับเ้าตัวไร้ค่านี่ดี”
“โยนก้อนหินเข้าไปในบ้านของมันเป้าหมายก็คือหลังคาบ้าน หญ้าที่มุงหลังคามันเก่าแล้ว เลือกหินก้อนใหญ่ๆหน่อยถ้าโดนหลังคาก็คงได้หลุดมาทั้งแถบแน่ หึหึไปกันเถอะเ้ารองพวกเราไปเตรียมการเอาไว้”
“ครับพี่ใหญ่”
เสียงฝีเท้าค่อยๆห่างออกไปจางิที่ยืนนวดแป้งอยู่ในห้องครัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองหลังคาบ้านหลังเล็กด้วยสีหน้าอับจน
แต่พอคิดได้ว่าพรุ่งนี้เขาก็จะนำเอาเห็ดหลินจือไปขายในเมืองแล้วกำลังใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “รอให้ฉันมีเงินก่อนเถอะหมู่บ้านสกุลหลินแห่งนี้ยังคงเป็ฉันที่มีสิทธิ์เลือกว่าจะอยู่หรือไป!!”
พอถึงตอนเช้าจางิที่รู้ว่าไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เฟินเดียวก็ได้สะพายตะกร้าขึ้นบ่าเดินเท้าออกจากหมู่บ้านสกุลหลินเพียงลำพังแต่ก่อนที่จะออกจากบ้านนั้นเขาก็มองขึ้นไปบนหลังคาบ้านที่ยังคงอยู่ดีนี่คงเป็ฝีมือของเงาร่างที่คอยตามติดและช่วยเหลือเขาแน่ๆยิ่งเมื่อคืนนี้เขาได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังมาจากรั้วหลังบ้านก็ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าคนพวกนั้นคงถูกก้อนหินคืนสนองแล้ว
พอเดินออกมาได้สักระยะ เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าพ่อกับแม่ของเ้าของร่างนี้ยังมีสหายรักอยู่ต่างหมู่บ้านเขาจะไปขอยืมเงินสักเล็กน้อยกับคนบ้านจ้าวซึ่งดีกับเขามาตลอดเพียงแค่เขาคนก่อนนั้นเกรงใจเกินกว่าที่จะไปรบกวน
กระทั่งตัวของเขาเองที่มาอยู่ร่วมในร่างนี้ก็ยังรู้สึกเกรงใจมาอยู่ที่นี่นานแล้วก็ยังไม่เคยไปที่หมู่บ้านสกุลจ้าวเลยสักครั้ง แต่มันไม่ใช่กับครั้งนี้ที่เขารู้อยู่แล้วว่าเห็ดหลินจือจะขายได้เงินเป็จำนวนมาก
ป้าหลินที่กำลังจะไปขอผักจากบ้านใหญ่ของพ่อแม่ก็เห็นจางิเข้าพอดี จึงได้เดินเข้าไปทักอีกฝ่าย “เสี่ยวิเธอกำลังจะไปไหนเหรออย่าเดินทางไกลเกินไปนะเดี๋ยวจะล้มป่วยลงอีก”
จางิมองป้าหลินแล้วก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้เขาเลือกที่จะตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยเสียงที่แ่เบาราวกับกระซิบ“ผมกำลังจะเข้าไปในตัวตำบลครับป้าหลิน พอดีเมื่อวานขึ้นเขาไปแล้วได้ผักป่ามานิดหน่อยคนในเมืองอาจจะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อมันครับ”
“อ้อจะเอาผักป่าไปขายที่ตลาดนัดอย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็เร่งเดินเข้าเถอะกว่าจะไปถึงที่นั่นตลาดอาจจะวายแล้วก็ได้นะ”น้ำเสียงของป้าหลินคล้ายจะตื่นเต้นแทนจางิอยู่ถึงสามส่วน
“ครับป้าหลิน ผมไปก่อนนะครับ”
“ดีๆ ไปเถอะๆ”ว่าแล้วป้าหลินก็เดินไปที่บ้านของพ่อแม่แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมาดูจางิอีกหลายครั้งจนเขาเดินลับสายตาไปจริงๆ
เดินพ้นทางเข้าหมู่บ้านมาได้สักระยะจางิก็พบกับทางแยก เขาเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านสกุลจ้าวทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว
หมู่บ้านสกุลจ้าวนี้ห่างจากหมู่บ้านสกุลหลินสามกิโลเมตรเขาเร่งฝีเท้าขึ้นอีกทำให้ใช้เวลาเดินอยู่ราวยี่สิบนาทีจึงถึงทางเข้าหมู่บ้าน
“นั่นใช่เสี่ยวจางจากหมู่บ้านสกุลหลินหรือเปล่า”เ้าหน้าที่เวรยามของหมู่บ้านร้องถามชายหนุ่ม
“ใช่ครับลุงจ้าว” จางิเดินไปหาเ้าหน้าที่เวรยามที่ป้อมเล็กๆหน้าทางเข้าหมู่บ้านที่เขาเรียกอีกฝ่ายว่าลุงจ้าวนั่นก็เพราะคนในหมู่บ้านแห่งนี้เกือบทั้งหมดคือคนสกุลจ้าวนั่นเอง
“นายมาหาจ้าวกั๋วลี่เหรอ” ลุงจ้าวในวัยกลางคนยังคงซักถามตามระเบียบพร้อมกับเลื่อนแฟ้มมาเบื้องหน้าจางิแต่ในใจของเขานั้นก็รู้ดีเพราะเมื่อก่อนตอนที่พ่อแม่ของเด็กคนนี้ยังมีชีวิตอยู่พวกเขาเดินทางมาที่นี่บ่อยๆ
จางิหยิบปากกามาเขียนชื่อและรายละเอียดลงไปในแบบฟอร์ม“ใช่ครับลุงจ้าว นานแล้วที่ผมไม่ได้มาเยี่ยมลุงจ้าวกับป้าเซี่ยถือโอกาสนี้ก่อนเดินทางเข้าไปในตำบลผมก็เลยแวะเอาผักป่ามาฝากพวกเขานิดหน่อยครับ” ว่าพลางก็เปิดฝาตะกร้าออกให้อีกฝ่ายได้เห็น
ลุงจ้าวมองดูผักป่าที่ถูกมัดเอาไว้อย่างดีหลายมัดก็พอจะเข้าใจว่าเด็กคนนี้น่าจะนำพวกมันไปขายที่ตลาดนัดในตำบล“เขียนเสร็จแล้วก็รีบไปที่บ้านของจ้าวกั๋วลี่เถอะไม่อย่างนั้นนายไปขายผักป่าที่ตลาดนัดไม่ทันแน่ๆเสี่ยวจาง”
“ครับลุงจ้าว ผมไปก่อนนะครับ”
“ไปเถอะๆ”
จางิเมื่อได้รับอนุญาตแล้วเขาก็รีบเดินเข้าไปในหมู่บ้านสกุลจ้าวทันที
บ้านสองชั้นขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยอิฐและมุงหลังคาด้วยกระเบื้องอย่างดีเห็นได้ชัดั้แ่ที่เขายืนอยู่ทางเข้าหมู่บ้านดังนั้นเขาจึงเดินไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
เดินอยู่ราวห้านาทีเขาก็มาถึงหน้าประตูบ้านบานใหญ่ชายหนุ่มเดินเข้าไปเคาะประตูด้วยความคาดหวัง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
รออยู่ครู่หนึ่งประตูบานใหญ่ก็เปิดออกจางิก็เห็นว่าเป็ป้าเซี่ยภรรยาของลุงจ้าวที่น่าจะรีบวิ่งมาจากหลังบ้านเพราะในมือยังถือถังให้อาหารไก่อยู่เลย “สวัสดีครับป้าเซี่ย”
“เสี่ยวิเองเหรอ มาๆเข้ามาในบ้านก่อนเร็ว” เซี่ยเสี่ยวหลานรีบชวนให้ลูกชายของสหายรักเข้าไปในบ้านทันทีด้วยความดีใจ
“ครับป้าเซี่ย”ชายหนุ่มเดินตามป้าเซี่ยเข้าไปในลานบ้าน เขาก็เห็นได้ชัดว่าบ้านของคนบ้านจ้าวนั้นได้รับการดูแลอย่างดีและยิ่งดูใกล้ๆก็ยิ่งได้เห็นว่ามันใหญ่โตและโอ่โถงมากแค่ไหน
“มานั่งตรงนี้ก่อนเดี๋ยวป้าไปยกน้ำกับขนมมาให้เธอเสี่ยวิ”
จางิเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้หินใต้ต้นแปะก๊วยหน้าลานบ้านรออยู่ครู่หนึ่งป้าเซี่ยก็เดินกลับมาพร้อมกับน้ำและขนมหนึ่งจาน“ลุงจ้าวไม่อยู่ที่บ้านเหรอครับ หรือว่าไปทำงานในแปลงนา”
เซี่ยเสี่ยวหลานเมื่อวางเหยือกน้ำและจานขนมเรียบร้อยแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้หินฝั่งตรงข้ามลูกชายของสหายรัก“ที่ไหนได้ล่ะเสี่ยวิลุงจ้าวของเธอน่ะเดินทางไปทำงานที่ภาคใต้ได้เกือบสองปีแล้วล่ะ”
“กลับไปทำงานที่เดิมอีกเหรอครับ”ที่เขาต้องถามแบบนี้เพราะตอนเป็เด็กเขาก็รับรู้อยู่แล้วว่าลุงจ้าวมักจะเดินทางลงภาคใต้ใน่หมดฤดูทำนาไปราวสี่ห้าเดือนก็จะกลับมาทำนาเป็แบบนี้เรื่อยมาหลายปีแล้ว
“อืม ทำกับเถ้าแก่คนเดิมนั่นแหละ”ป้าเซี่ยยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวของสามี“ถ้าไม่ติดว่าต้องดูแลลูกๆและที่นาทางนี้ป้าคงตามลุงของเธอไปทำงานด้วยกันแล้วล่ะ”
จางิดื่มน้ำไปหนึ่งแก้วแล้วก็หยิบผักป่าสามกำและไข่ไก่ฟ้าสิบฟองออกมาส่งให้ป้าเซี่ย“นี่เป็ผักป่ากับไข่ไก่ฟ้าที่ผมไปหามาได้ครับป้าเซี่ย ถ้าอามู่กับอาเม่ยกลับมาที่บ้านก็ทำอาหารให้พวกเขากินนะครับ”
“ไฮ้!เด็กคนนี้นี่มาหาก็มาหาสิ ทำไมต้องทำตัวเกรงใจกันแบบนี้ด้วยอามู่กับอาเม่ยก็คุ้นเคยกันดีพวกเขาได้กินพวกมันอยู่บ่อยๆ เธอต่างหากล่ะที่ต้องเก็บพวกมันเอาไว้บำรุงร่างกาย”มองดูก็รู้ว่าเด็กขี้เกรงใจคนนี้มีเื่มาขอความช่วยเหลือแต่ทำไมต้องทำเื่ให้มันวุ่นวายด้วยเล่า นี่ก็คนกันเองทั้งนั้น
จางิหัวเราะแห้งๆออกมา ก่อนจะพูดว่า“ผมมีเื่มารบกวนป้ากับลุงจะมามือเปล่าได้ยังไงล่ะครับ”
“เด็กคนนี้นี่ยังจะพูดเวิ่นเว้ออยู่อีกมีเื่อะไรให้ป้าช่วยก็รีบพูดมาเร็วเข้า”
“ผมจะเข้าเื่เลยก็แล้วกันนะครับที่มาหาป้าและลุงในวันนี้ก็เพราะอยากจะขอยืมเงินสักสามสิบหยวนเพื่อเป็ค่ารถโดยสารและค่าที่พักในเมืองครับป้าเซี่ย”
“หืมจะเดินทางเข้าไปในเมืองมณฑลอย่างนั้นเหรอ”
“ครับป้าเซี่ย ถ้าหาเงินได้แล้วผมจะรีบเอามาคืน”
“ไม่ใช่เื่ใหญ่หรอกน่ารออยู่ตรงนี้และกินขนมให้หมดนะ ป้าจะไปหยิบเงินมาให้เธอ”
จางิมองป้าเซี่ยด้วยความซาบซึ้ง“ขอบคุณครับป้าเซี่ย”
“ยังจะขอบคุณอะไรอีกล่ะ คนกันเองทั้งนั้นไม่พูดแล้วๆป้าจะรีบไปหยิบเงินมาให้เธอ” ว่าแล้วป้าเซี่ยก็เดินเร็วๆเข้าไปในบ้าน
จางิที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้วก็เริ่มกินขนมที่รสชาติไม่หวานมากอย่างสบายใจและเขาก็ย้ำเตือนกับตัวเองเอาไว้แล้วว่าคนบ้านจ้าวนี้คือผู้มีพระคุณของเขา
เซี่ยเสี่ยวหลานกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งแล้วก็ยื่นส่งให้ลูกชายของสหายรัก “ป้าให้เธอยืมสองร้อยหยวนอยากซื้อของใช้หรือของกินก็ซื้อนะเสี่ยวิอย่าปล่อยให้ตัวเองต้องทนหิวเข้าใจไหม”เงินสองร้อยหยวนคงทำให้เด็กคนนี้ใช้ชีวิตต่อไปได้อีกนานพอสมควรเลยเท่านี้เธอก็จะได้ไม่รู้สึกผิดต่อสหายรักแล้ว
จางิถึงกับอึ้งไปหลายอึดใจเขาขอยืมแค่สามสิบหยวนเท่านั้นเองนะแต่ทำไมป้าเซี่ยถึงได้มอบเงินตั้งสองร้อยหยวนให้เขากันล่ะ นี่มันมากเกินไปแล้ว
เซี่ยเสี่ยวหลานเห็นท่าทางแบบนี้ของจางิแล้วก็ได้แต่หัวเราะออกมา“ถึงบ้านเราจะมีเงินเก็บไม่มาก แต่สำหรับเธอป้ามีให้เสมอนะเสี่ยวิมีอะไรก็มาหาป้าได้เข้าใจไหม ส่วนเื่จะคืนเมื่อไหร่นั้นก็แล้วแต่เธอก็แล้วกัน”
จางิรับเอาเงินมาแล้วก็กำไว้แน่น“ผมเข้าใจแล้วครับป้าเซี่ย”
“อืม กินขนมพวกนี้ให้หมดก่อนแล้วค่อยไปเดี๋ยวป้าจะห่ออาหารกับขนมใส่กล่องให้เธอเอาไปกินระหว่างเดินทางด้วย”
“ครับป้าเซี่ย”เหมือนว่าเสียงตอบรับของจางิจะสั่นสะท้านเล็กน้อยแต่ไม่นานเขาก็ควบคุมความรู้สึกนี้ได้