[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 125 กองทัพปีศาจนรก

    ตอนที่125 กองทัพปีศาจนรก

            เสียงอากาศที่ปะทะกับสิ่งบางอย่างที่กำลังจะตกสู่พื้นโพรทาเลียที่เห็นว่าตัวเองนั้นกำลังจะตกลงสู่พื้นเธอสร้างเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาพร้อมกับให้มันแตกออกเป็นเถาวัลย์ปกคลุมร่างกายของเธอเป็นลูกวงกลมขนาดใหญ่ก่อนที่มันจะกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงจนเสียงดังไปทั้งบริเวณนั้นโฟกัสเห็นเหตุการณ์ตรงนั้นก็ตกใจที่พี่สาวตกลงมาอย่างรุนแรงก่อนที่เธอจะพยายามรีบลงไปหาพี่สาวฝุ่นทรายฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณนั้นจนไม่เห็นสิ่งรอบข้าง แต่เริ่มเห็นเงาราง ๆของเถาวัลย์ที่ได้ก่อตัวเป็นลูกวงกลมเถาวัลย์มากมายกำลังคลายตัวออกเปิดทางให้แก่คนที่อยู่ข้างในโพรทาเลียยื่นมือออกมาจับขอบทางออกก่อนจะพยายามลุกขึ้นมาเธอหอบหายใจอย่างตื่นตกใจทุกครั้งที่ตกลงเธอนึกว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว

             

            “นึกว่าจะตายซะแล้ว!!” 

            โพรทาเลียเกลียดการตกลงมาจากที่สูงสุด ๆแล้วช่วงนี้มีอะไรเกี่ยวกับที่สูงตลอด เธอคงต้องระวังมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเสียแล้วพอตั้งสติได้ว่าตัวเองนั้นอยู่ที่พื้นแล้วเธอก็เงยหน้ามองรอบกายของตนเองว่าที่นี่คือสถานที่ที่เธอต้องการจะมางั้นเหรอ

            “ที่นี่เหรอ? นรก...ช่าง...มืดมน...และก็...น่าหดหู่...” 

            โพรทาเลียยืนมองสถานที่ตรงหน้าที่ดูไม่น่าอยู่เสียเลยสักนิดก่อนที่หางตาของเธอจะเห็นผมสีบลอนด์อันคุ้นเคยที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้

            “โฟกัส!” 

            “พี่ค่ะ!” โฟกัสวิ่งตรงมาหาอีกฝ่ายพร้อมกับจับตัวอีกฝ่ายเพื่อดูอาการ“พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?การตกเมื่อกี้ไม่ทำให้พี่เป็นอะไรนะ?” 

            “ถามพี่ พี่ควรถามเธอว่าตามมาจริง ๆ เหรอ?พี่บอกว่าอย่ามานี่น่าไม่ใช่เหรอ!?” 

            “หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่สนใจว่าพี่จะห้ามยังไง!!หนูจะมา!! แล้วหนูก็มาแล้ว!!” 

            “เฮ้อ...เธอนี่มัน...” โพรทาเลียเกาหัวเบา ๆที่น้องไม่เชื่อฟังเธอเลย แต่อีกฝ่ายปลอดภัยก็ดีแล้ว 

            “พี่อย่าโกรธน้องนะ...”

            “พี่จะโกรธเธอได้ไง...พี่แค่...อึ้ก-” 

            โพรทาเลียกำลังจะพูดบางอย่างนั้นเธอถึงกับรู้สึกพะอืดพะอมก่อนจะทรุดลงกับพื้นแล้วอาเจียนออกมาเป็นเลือดโฟกัสเห็นแบบนั้นก็ตาลุกวาวอย่างตกตะลึงกับสิ่งตรงหน้า

            “พี่ค่ะ!!” โฟกัสรีบเข้ามาดูพี่สาวที่มีอาการแปลกๆ ที่กำลังอาเจียนออกมาเป็นเลือด “พี่เป็นอะไรนะ!? เซีย!! ช่วยด้วย!พี่สาวฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้!!”

            เซียเดินมาดูเธอเห็นอาการอีกฝ่ายก็สงสัยว่าไปโดนอะไร “ข้าไม่แน่ใจ...ถ้ารู้ว่าเจ้ามาจากส่วนไหนข้าอาจจะบอกได้นะ~”

            “นี่!! อย่าพึ่งมาพูดเล่นนะ!!”

            “ใจเย็น ๆ โฟกัส...” โพรทาเลียห้ามน้องสาวที่กำลังตื่นตระหนกอยู่ในตอนนี้

            “ใจเย็นอะไร!! ดูสภาพพี่สิ พี่กำลังแย่นะ!!”

            “อืม...พี่ไหว...โฟกัส...นี่แค่ผลจากที่พี่กินของบางอย่างที่ช่วยพามายังที่นี่เท่านั้นแต่มันเป็นพิษทำให้พี่เจ็บปวดเท่านั้นล่ะ...” 

            “พิษเหรอ!? พี่รักษาอาการตัวเองเดียวนี้เลยนะ!!” 

            “ไม่...พี่ต้องรีบตามหาคุณเจสันก่อน...” 

            โพรทาเลียรีบปฏิเสธความเป็นห่วงของน้องสาวเธอหอบหายใจเพราะการเสียเลือดมันยิ่งทำให้การทำงานของร่างกายเธอกำลังทำงานเยอะขึ้นเธอพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้น โฟกัสรีบเข้าไปพยุงตัวพี่สาวทันทีพร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมา

            “ไม่ต้องตามหาหรอกพี่คุณเจสันอยู่ไม่ไกลจากเรานะ!!” 

            “ว่าไงนะ!?” โพรทาเลียหันมองน้องสาวที่กำลังพยุงเธอก่อนที่เธอจะหันไปจับไหล่ทั้งสองแล้วเขย่า “เขาอยู่ไหน!?โฟกัส แล้วเธอช่วยเขาได้แล้วใช่ไหม!?” 

            คำถามของพี่สาวทำเอาโฟกัสที่จ้องมองพี่สาวถึงกับรู้สึกผิดที่ตนเองนั้นถึงจะมาที่นี่ก่อนแต่ช่วยอะไรไม่ได้เลยก่อนที่เธอจะคอตกเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบอีกฝ่าย

            “ขอโทษค่ะ...หนู...หนูช่วยอะไรไม่ได้เลย...หนูพยายามห้ามเขาแล้ว...แต่...เขาไม่ได้ยินเสียงหนูเลย...” 

            “แล้ว...แล้วเขาอยู่ไหน?” 

            โฟกัสจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะยกมือขึ้นชี้ไปทางด้านหลังของพี่สาวโพรทาเลียมองไปตามทิศที่น้องชี้ก็เห็นสิ่งที่น้องสาวชี้นั้นก็คือขบวนเส้นทางของคนตายที่มีเหล่าคนตายนับหมื่นกำลังเดินไปตามทางนั้น

            “อย่าบอกนะว่า...”

            “ค่ะ...คุณเจสันกำลัง...กำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้...”

            โพรทาเลียมองด้วยสายตาที่อธิบายไม่ถูกมันทั้งสับสนทั้งเจ็บปวดและร่างกายที่รู้สึกหนาวและสั่นไปหมดเธอนึกถึงคำพูดของนิโคที่บอกว่าเจสันกำลังเดินทางยังประตูแห่งการเกิดใหม่จนรู้สึกว่าเธอกำลังจะเสียบางอย่างไปจริงๆ 

            “ไม่...ไม่...ไม่ยอมหรอก!!”

            โพรทาเลียวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอย่างไม่คิดชีวิตโฟกัสที่เห็นพี่สาววิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิตเธอก็รีบตามไปเช่นกัน

            “พี่ค่ะ ใจเย็น ๆ ก่อน!!”

             

            เส้นทางอันขรุขระการก้าวเดินไปตรงหน้าด้วยเท้าอันไร้สิ่งป้องกันช่างเจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่าอะไรแต่เหล่าวิญญาณมากมายนั้นกับไร้ความรู้สึกเช่นเดียวกับการผลักของโพรทาเลียที่ไม่กระทบกับพวกวิญญาณแม้แต่น้อยโพรทาเลียผลักพวกวิญญาณให้หลบทางเธอจนร่างกายเธอนั้นเบียดเสียดกับพวกวิญญาณเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างยากลำบากเหมือนกับทุกย่างก้าวนั้นมีสิ่งบางอย่างกำลังดูดกลืนไม่ให้เธอก้าวไปข้างหน้าแต่เธอก็พยายามก้าวไปข้างหน้าเพื่อตามหาเจสัน แต่เธอเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแต่สายตาของเธอกับไม่เห็นชายคนนั้นเลยสักนิดจนเธอนั้นรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมากจนจะสติแตก

             

            “เขาอยู่ไหนกัน?”

            โพรทาเลียพึมพำออกมาเบา ๆสายตาของเธอนั้นจ้องมองอย่างกระวนกระวายจนโฟกัสรีบเดินตามมาเธอเห็นท่าทางของพี่สาวเปลี่ยนไปจากเดิมเธอเลยคิดว่าอีกฝ่ายคงเสียเลือดไปเยอะบวกกับสภาพแวดล้อมตรงหน้า

            “พี่ค่ะ! เราพักดีกว่าพี่เสียเลือดไปเยอะแล้วนะ!”

            “ไม่!!” โพรทาเลียปฏิเสธก่อนจะตะโกนเรียกชื่อคนที่เธอตามหา“คุณเจสัน!! คุณเจสันเกรซ!!”

            โพรทาเลียตะโกนหาชายหนุ่มอย่างวิตกกังวลการหาอีกฝ่ายช่างใช้เวลาและเหลือเวลาไม่มากโฟกัสมองพี่สาวที่กลายเป็นแบบนี้ก่อนที่จะตะโกนไล่หลังไป

            “พี่ค่ะ!! ไปข้างหน้าอีก!!เขาเดินไปข้างหน้าได้สักพักใหญ่แล้ว!!” 

             

            คำพูดของน้องสาวเข้าหูโพรทาเลียนั้นทำให้เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตามทางผู้คนมากมายที่มีรูปลักษณ์ต่างกันเต็มไปหมดถึงจะเป็นโทนขาวดำแต่ก็มองออกว่าสีอะไร เธอวิ่งไปข้างหน้าอย่างร้อนรนแต่ก็ไร้วี่แววของเจสันเธอยิ่งท้อและกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าถ้ายังหาตัวเจสันไม่เจอแล้วอีกไม่กี่ร้อยก้าวจะถึงยังประตูสู่การเกิดใหม่เธอยิ่งกระวนกระวายขึ้นมาก่อนจะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายอีกครั้ง

             

            “เจสัน เกรซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!!” 

             

            เสียงตะโกนที่ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณนั้นทำให้เหล่าวิญญาณมากมายหันกลับมามองเธอทุกสายตามองเธอทำเอารู้สึกขนลุกไปหมด โฟกัสก็กำลังมองว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเคลื่อนไหวแบบนี้เหล่าวิญญาณต่างพากันเคลื่อนตัวหลบกันจนเห็นปลายทางของเส้นทางตรงหน้าชายร่างสูงโปร่งถึงร่างกายจะโปร่งใส่แต่มีบางสิ่งทำให้โพรทาเลียรับรู้ได้ทันใดว่าชายตรงหน้านั้นคือชายคนเดียวกับคนที่เธอเจอที่ค่ายฮาล์ฟบลัดเธอรีบวิ่งไปดักหน้าอีกฝ่ายที่กำลังเดินตรงไปข้างหน้า

             

            “คุณเจสัน!! ได้ยินฉันไหม?” 

            ฝ่ายตรงข้ามไร้การโต้ตอบนอกจากสายตาอันไร้ชีวิตชีวาโพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอันสิ้นหวังการที่อีกฝ่ายไม่โต้ตอบแต่อย่างใดเหมือนสัญญาณที่บอกว่าเธอจะไม่สามารถพาเขากลับไปด้วยได้แน่ๆ แต่เธอก็จับตัวอีกฝ่ายไม่ให้เธอ

            “ได้โปรดเจสันตื่นขึ้นมา!!ฉันจะพานายกลับบ้านไปหาทุกคน!!”

            โพรทาเลียพูดแบบนั้นก็ยังไร้การโต้ตอบยิ่งทำเอาเธอรู้สึกว้าวุ่นใจมากขึ้นจนมือไม้สั่นไปหมด เธอไม่อยากเสียงอะไรไปเธอไม่อยากเสียงสิ่งสำคัญในชีวิตเธอไปจริงๆ ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ

            “เจสัน!! ได้โปรด...ถ้านายยังเดินต่อไปอนาคตจะเปลี่ยนไปพวกเราจะหายไปรวมถึง...ลูกน้อยทั้งสองของฉันก็เช่นกัน!!” 

            โพรทาเลียเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาเธอรู้สึกสิ้นหวังมากกว่าเดิมเธอไม่เคยเป็นแบบนี้คงเพราะร่างกายเธอตอนนี้มันปั่นป่วนไปหมดจนรู้สึกว่าตอนนี้อ่อนแอยิ่งกว่าอะไรจนเธอต้องหาวิธีกล่อมอีกฝ่าย

            “เอมิลี่...ฟีนีอุส...ลูก ๆ ของนายนายจะไม่ได้เจอพวกเขา ร่วมถึงคนสำคัญของนาย คุณธาเลีย...แล้วก็ไพเพอร์!”

            ชื่อสุดท้ายนั้นเหมือนไปกระตุกต่อมบางอย่างของเจสันทำให้ร่างกายที่นิ่งเฉยอยู่นานกำลังจะเอ่ยขยับปากออกมา

            “ไพ...ไพป์...” 

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาวก่อนจะจับตัวอีกฝ่าย “ใช่!! ไพป์แฟนของนาย คุณไพเพอร์!! เขากำลังรอนายกลับไปนะ ได้โปรดเจสันจงตื่นขึ้นมาจงนำสติของนายกลับมา!! เจสัน!! บุตรแห่งจูปิเตอร์!!” 

             

            คำเรียกฐานะลูกชายของเทพโรมันทำให้ดวงตาอันไร้ชีวิตค่อย ๆเบิกตากว้างขึ้นจนกลับเป็นดวงตาสีฟ้าอันสดใส ภาพที่กำลังพร่ามัวค่อย ๆเด่นชัดขึ้นมาภาพตรงหน้าของเขานั้นมีหญิงสาวแปลกหน้าที่มีผมสีดำหยักศกจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีเขียวอันน่าคุ้นเคยเขารู้สึกว่าตนเองรู้จักดวงตาคู่นี้ แต่เขาไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่พอจ้องมองอีกฝ่ายแล้วนั้นเขาก็หายใจเฮือกใหญ่ออกมาสองสามรอบก่อนที่ความทรงจำก่อนหน้าจะกลับมาเขาเห็นภาพตรงหน้าเจ็บเจียมตายที่ตกลงจากหลังม้าของเขามือของเขาขยับไปสัมผัสร่างกายของเขาที่เหมือนยังมีลูกธนูติดอยู่มันไม่เจ็บแต่เขากับรู้สึกว่าเจ็บหน่อย ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า

             

            “เธอ...เป็นใครกัน?” 

            คำถามนั้นไม่ได้ทำให้โพรทาเลียสับสนแต่อย่างใดแต่เธอได้แต่แสดงความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาทั้งดีใจทั้งโล่งใจที่อีกฝ่ายได้สติกลับมา

            “โล่งอกไปที่...นายกลับมา...นายกลับมาสักที...” 

            เจสันเอียงคอมองอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายนั้นหมายความว่าไงเขายังงุนงงว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

            “เธอรู้จักฉันเหรอ?” 

            “ก็รู้จักเล็กน้อยนะ...” โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเช็ดน้ำตาออก“ฉันว่าเราออกจากที่นี่ดีกว่า...” 

            “ออกจากที่นี่?” เจสันมองอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร“ที่นี่มันที่ไหนกัน?” 

            “นรกค่ะ” โฟกัสเดินตรงเข้ามาพร้อมกับยืนข้างๆ พี่สาว

            เจสันมองก็ต้องตะลึงที่คนตรงหน้าเขานั้นมีหญิงอีกคนที่หน้าตาคล้ายกัน“ฝา...ฝาแฝดเหรอ?”

            “ใช่แต่เราเป็นแฝดไข่ใบเดียวกันแต่แค่สีผมเราสองคนต่างกันเท่านั้น”

            “ใช่ค่ะ~” โฟกัสยิ้มอย่างพอใจที่พี่สาวนั้นแนะนำอะไรที่เธออยากฟังมานาน

             

            เจสันยังสับสนกับหญิงสาวตรงหน้าทั้งสองคนยิ่งเขามึนหัวมาก ๆตอนนี้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ไงโดยที่คนที่ตายไปแล้วถ้าได้รับพรจากเทพจะสามารถไปใช้ชีวิตยังอีกที่ที่เรียกว่าเอลลีเซียมได้ไม่ใช่เหรอแต่ตัวเขามาอยู่ร่วมกับวิญญาณที่กำลังเดินตรงไปที่ไหนกัน ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งคำรามขึ้นมาอย่างเสียงดังเหล่าวิญญาณต่างพากันหวาดกลัวกันจนทั้งสี่คนได้ยินก็ต่างหันไปมอง

             

            “เสียงอะไรนะ?”

            “พวกปีศาจที่ท่านพ่อส่งมาแน่ ๆ”

            “ว่าไงนะ!?” โพรทาเลียหันขวับไปมองคนที่เธอพึ่งสังเกตว่าอยู่ตรงนี่มานาน“เดียวนะ...ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน?”

            “พี่ค่ะ...คือว่า...อย่าพึ่งสนใจดีกว่าเรารีบพาคุณเจสันหนีก่อนเถอะ!!”

            “แต่ว่า!!” โพรทาเลียจ้องมองหญิงสาวที่ใส่ชุดหนังสีดำอย่างสงสัย

            “ฉันว่าเธอทำตามที่น้องสาวบอกดีกว่า...ที่นี่...เป็นอาณาเขตของฮาเดส...เราเสียเปรียบมากเลยนะ!!”

            “ตามที่คุณเจสันพูด!!! วิ่ง!!”

             

            โฟกัสเดินเข้ามาหาทั้งสองคนพร้อมกับควงแขนทั้งสองคนให้เพื่อพาวิ่งไปข้างหน้าทันทีทั้งสองคนเร่งฝีเท้าตามที่อีกฝ่ายนำทางโพรทาเลียพยายามพยุงตัวเองให้ก้าวขาตามที่น้องสาวนำทางทั้งสามคนกำลังวิ่งสุดกำลังสายตาก็หันไปมองด้านหลังก็เริ่มเห็นกองทัพพวกปีศาจกำลังตรงมาทางพวกเธอเจสันอยากใช้พลังของเขา แต่ตอนนี้เขาอ่อนแรงสุด ๆระหว่างที่พวกเขากำลังวิ่งนั้นก็มีคนล้มทันทีนั้นก็คือโพรทาเลียที่ร่างกายตอนนี้มันแย่ไปหมดเธออาเจียนออกมาเป็นเลือดเยอะขึ้นแถมการหายใจติดขัดจนเริ่มขยับร่างกายไม่ไหวแล้ว

             

            “พี่ค่ะ!” โฟกัสหยุดชะงักก่อนจะย้อนกลับมาหาพี่สาวแล้วพยุงตัวอีกฝ่ายขึ้นมา"พี่อาการแย่แล้วหนูว่าเราหาที่หลบก่อนไหม!?"

            “ไม่!! น้องออกไปจากที่นี่ก่อนพาคุณเจสันไปซะ!!”

            “ไม่!! น้องจะไม่ยอมทิ้งพี่ไปเด็ดขาด!!เราเคยโดนแยกจากกัน หนูไม่ยอมให้เป็นครั้งที่สองแน่ ๆ”

            “โฟกัส ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องนะ!!เราต้องช่วยชีวิตคุณเจสันก่อนนะ”

            “พี่...” โฟกัสสะดุ้งกับน้ำเสียงอีกฝ่ายที่ตะคอกขึ้นมาเธอรู้สึกเจ็บปวดที่ตัวเองกำลังโดยให้ตัดสินใจให้ทิ้งอีกฝ่าย "หนู..."

            โพรทาเลียมองน้องสาวที่ไม่ยอมทำอะไรสักทีเธอพยายามลุกขึ้นยืนถึงจะลำบากเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ตามทีเธอจับไปที่ด้ามดาบพร้อมกับชักดาบออกมา 

            “ฉันจะเป็นตัวล่อให้...เธอพาคุณเจสันไปซะ!!”

            “เดียวสิ!! พี่อาการแย่แบบนี้พี่จะทำอะไรอีก!?”

            “แค่นี้มันเล็กน้อย...เทียบกับตอนอยู่บนเกาะไม่ได้หรอกนะ...ไปซะ!!”

            โพรทาเลียพยายามเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆข้างในมันเจ็บไปหมดจนเธอต้องฝืนทน เจสันเห็นอีกฝ่ายที่ฝืนร่างกายเดินตรงไปข้างหน้าเขาอยากช่วยแต่ทำอะไรไม่ได้ก่อนจะเดินไปจับแขนของหญิงสาวผมบลอนด์

            “นี่!! เธอจะเอาไง? พี่สาวเธอไปเป็นตัวล่อพวกปีศาจพวกนั้นแล้วนะสาวน้อย?”

            โฟกัสนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไร เธอมองพี่สาวแล้วนึกว่าตลอดมาพี่สาวเธอนั้นต้องพบเจออะไรตลอดจนเธอนั้นจะไม่ยอมให้พี่สาวเธอต้องรับความลำบากคนเดียวแน่ๆ 

            “เซีย...”

            “หือ?” เซียที่อยู่ข้าง ๆอีกฝ่ายมาตลอดหันมองเธออย่างสงสัย

            “ฉันขอยืมพลังของเธอหน่อย”

            “หึ ๆ กำลังรอเลยล่ะสาวน้อย~”

             

            เซียลอยตัวมาอยู่ข้างหลังโฟกัสแล้วลอยเข้าไปข้างในร่างกายของโฟกัสก่อนที่ร่างกายนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นร่างกายของเซียที่มีผิวซีดเผือดดวงตาและผมสีดำไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้นแต่เสื้อผ้าก็เปลี่ยนเป็นเสื้อหนังที่เธอกำลังใส่เจสันเห็นก็ตกตะลึงว่าสิ่งตรงหน้าของเขาคืออะไรกัน เซียเดินตรงไปข้างหน้าที่โพรทาเลียกำลังตั้งท่าเตรียมรับมือกับกองทัพตรงหน้าของเธอแต่ทว่าเซียจับคอเสื้อเธอพร้อมกับดึงลอยไปข้างหลังทันที

             

            “อ๊ะ!!” ร่างของโพรทาเลียกระแทกกับพื้นอย่างแรงก่อนที่เธอจ้องมองคนที่ดึงตัวเธอ“นี่!! เธอทำอะไรนะ?”

            “ทำอะไร? ก็ช่วยไงล่ะหน้าที่นี้ควรเป็นหน้าที่ของสายเลือดของผู้คุมนรกแห่งนี้สิ”

            “ห๊า...หรือว่าเธอ...”

            เซียยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันไปข้างหน้ากองทัพขนาดใหญ่กำลังพุ่งตรงมาทางนี้ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นในระดับเดียวกับหน้าอกของเธอก่อนจะมีออร่าสีดำกำลังลอยออกมาจากมือของเธอพวกปีศาจที่เห็นหญิงตรงหน้าพวกเขาทำให้พวกนั้นหน้าซีดที่เห็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาด

            “ขอทักทายกันด้วยพลังที่พวกแกเคยเห็นกันหน่อยละกันนะ~”

             

            มือที่ขยับเพียงเล็กน้อยก็ปล่อยพลังออร่าสีดำอย่างรุนแรงออกมาพุ่งตรงไปที่กลุ่มพวกปีศาจอย่างรุนแรง แล้วออร่าสีดำนั้นกำลังก่อตัวเข้าไปข้างในร่างกายของพวกปีศาจพร้อมกับเหมือนกระชากวิญญาณของพวกมันออกจากร่างกายก่อนที่ร่างกายของพวกมันจะผอมแห้งซีดไปแล้วสลายกลายเป็นผุยผงสีทองออร่าสีดำวนกลับมาที่มือของเซียเธอกำลังสูดซับบางอย่างเข้าร่างกายก่อนจะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ด้วยความพึงพอใจสีหน้าของเธอกำลังมีความสุขก่อนที่เธอจะเลียริมฝีปากอย่างช้า ๆ

             

            “หึ ๆ ขอบคุณสำหรับอาหาร~”

            โพรทาเลียเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็รู้สึกขนลุกแต่ในใจกับรู้สึกแปลกๆ เหมือนหลงใหลใบหน้านั้น แต่อีกใจกำลังคิดว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ไหนมาก่อนจนนึกถึงความทรงจำหนึ่งของลักซ์ขึ้นมา

            “เธอ...ธิดาของฮาเดส...เซีย...”

             

    จบตอนที่ 125 โปรดติดตามตอนที่126 ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน