บทที่ 24
การ์กอยล์โลหิต
ในตอนที่เอวาลีนยังเด็ก เธอได้ฟังเื่เล่าของชายผู้สังหารั จากนิทานที่เป็เสมือนตำนานที่พูดต่อกันมาจากปากสู่ปาก ่เวลาก่อนนอนแม่ของเธอมักจะกล่อมด้วยเล่าเื่ราวของตัวเอกในนิทานเดินทางเข้าสู่พื้นที่ของผู้วายชนม์ด้วยแผนที่ใบเดียว เส้นทางในนิทานที่ได้ฟังกับเส้นทางที่กำลังเผชิญนั้นเหมือนกันราวกับนิทานนั้นเล่ามาจากความจริง
เอวาถือแผนที่จากความทรงจำของเอวาลีนที่เคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้มาแล้ว เธอจึงสามารถแกะเส้นทางได้8ใน10ส่วน
ครั้งนั้นหลังจากที่เอวาลีนเลือกเดินบนเส้นทางเขาวงกตแห่งความตาย เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และคาดหวังจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เธอจึงได้แกะสลักต้นไม้ในทุกเส้นทางที่ถูกต้องด้วยหนึ่งตัวอักษรหนึ่งขีด / และ ใช้ตัวอักษรสองขีด // แทนตำแหน่งที่ออกนอกเส้นทางหลักและเพราะเหตุผลนี้ การที่เอวาจะสามารถผ่านเขาวงกตแห่งความตายไปได้อย่างปลอดภัย นอกจากเธอจะต้องอ่านแผนและรื้อค้นความทรงจำในหัวแล้ว เธอยังต้องหาสัญลักษณ์ที่เอวาลีนเคยทำเอาไว้บนต้นไม้ให้พบอีกด้วย
‘ได้โปรดเถอะ ขอให้กาลเวลาไม่ลบเลือนเครื่องหมายที่เธอเคยทำไว้นะ...เอวาลีน’
จากนั้นเอวาได้จุดแท่งไฟในมือพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เธอใช้แผนที่ในมือประกอบกับการกวาดสายตามองสำรวจต้นไม้น้อยใหญ่ค้นหาต้นที่มีรอยขีดเป็สัญลักษณ์ หากพบต้นแรกต้นต่อๆไปก็ไม่ใช่เื่ยากอีกแล้ว ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าเอวาจะลืมเลือนบางสิ่งที่สำคัญมากไปอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าความทรงจำที่มีเป็ความทรงจำร่วมของผู้อื่น ไม่แปลกที่เธอจะไม่สามารถจดจำได้ทั้งหมด
ในอดีตเหตุผลที่เอวาลีนจำเป็ต้องเดินทางอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าวและจำเป็ต้องอดทนเดินอยู่ในความมืดตลอดเวลา แม้จะมีอุปกรณ์จุดไฟก็ไม่อาจใช้ได้ ประหนึ่งว่าเธอกำลังคืบคลานอยู่นั้นก็เพราะภายในเขาวงกตแห่งความตาย มีเ้าถิ่นที่ไม่อาจเผชิญหน้าได้และสายตาของมันก็ไวต่อแสงเป็อย่างมาก
ภายในมุมมืดจากทุกทิศทาง เวลานี้เ้าของดวงตาสีแดงฉานกำลังจ้องมองเอวาด้วยความเงียบและด้วยความมืดของเส้นทางและความหนาทึบของต้นไม้ทำให้เอวาไม่สามารถรู้วันรู้คืนได้เลย ที่แห่งนี้นอกจากจะเป็เขาวงกตแล้ว มันยังเป็ผืนป่าที่แสงจากดวงอาทิตย์ไม่อาจส่องสว่างเข้ามาภายในได้
ในที่สุดหางตาของเอวามองสำรวจไปยังโคนต้นไม้ใหญ่สีดำ และเมื่อยื่นแท่งไฟเข้าใกล้ เธอก็พบเห็น สัญลักษณ์หนึ่งขีดถูกสลักกลางต้น ร่องรอยการแกะสลักไม่ใช่รอยที่พึ่งเกิดขึ้น ประกอบกับความทรงจำที่สามารถหวนคิดถึงตำแหน่งนี้ได้ลางๆ ทำให้เธอมั่นใจว่านี้ไม่ใช่หลุมพรางของความมืดแต่เป็เส้นทางที่เธอตามหา ทว่าสิ่งที่ทำให้เอวาให้ความสนใจมากกว่าร่องรอยของสัญลักษณ์ ก็คือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ปรากฏให้เห็นเป็รอยกรงเล็บที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อไม้ ประมาณได้จากสายตาว่าเ้าของกรงเล็บนั้นคงมีขนาดตัวใหญ่โตไม่น้อยกว่าสี่ถึงห้าเมตรเป็แน่
“มันคือตัวอะไรกันแน่??” เอวาพึมพำพร้อมกวาดสายตามองไปรอบตัว เธอพยายามจับจิตสังหารที่มุ่งร้ายมาที่ตัวเอง แต่ก็พบเจอเพียงความเงียบและความว่างเปล่า
เอวาจำเป็ต้องระวังตัวทุกฝีก้าวที่เดินไปข้างหน้า มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ปากของสัตว์ร้ายที่ไม่อาจจินตนาการได้ เธอได้เพิ่มความระมัดระวัง และดับแท่งไฟในมือก่อนปิดเปลือกตาลงครู่ใหญ่ พอดวงตาเริ่มชินกับความมืด จึงเริ่มเดินอีกครั้ง
เธอใช้ทุกฝีก้าวในความมืดอำพรางตัวตนและซ่อนการเคลื่อนไหวด้วยความเงียบ หากแต่นั้นเป็วิธีที่ใช้ต่อสู้กับมนุษย์ ถึงอย่างไรเอวาก็ไม่อาจลบกลิ่นสาปของร่างกายไปได้ทั้งหมด
อสูรกายร้ายซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ดวงตาสีเืเฝ้ามองและรอคอยก้าวสุดท้ายของเหยื่ออย่างใจเย็น มันรอจนกว่าอีกฝ่ายเข้ามาในอาณาเขตของตัวเองจึงปรากฏตัวขึ้น
ในยามที่ร่างกายของมันปรากฏต่อสายตาของศัตรูเป็เวลาที่คมเขี้ยวพร้อมจะฉีกกระชากร่างกายของเหยื่อ เวลาเดียวกันนั้น ขนแขนของเอวาลุกตั้ง สันหลังเย็นวาบ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเธอพุ่งถึงขีดสุด
เอวารีบะโขึ้นจากพื้น และบิดตัวกลางอากาศ พร้อมกับใช้เท้าขวาถีบเข้าไปที่ตัวตนของสิ่งมีชีวิตที่โจมตีเข้ามาเพื่อทิ้งระยะห่าง จากนั้นเธอตวัดแขนดึงแท่งไฟออกมาจุดเพื่อให้เห็นสัตว์อย่างเด่นชัด
ภาพของสิ่งมีชีวิตตรงหน้า สร้างความตกตะลึงให้กับเอวาเป็อย่างมาก เพราะสิ่งที่ได้เห็นเหนือเกินกว่าความรู้และสามัญสำนึกของตนเอง เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นสิ่งที่เรียกกันว่าสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง พร้อมๆกันนั้นความทรงจำของเอวาลีนผุดขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจ สิ่งมีชีวิตที่เป็เ้าถิ่นของเส้นทางวงกตแห่งความตายนั้น มีศีรษะเป็ค้างคาว มีเขี้ยวคล้ายงู มีปีกเหมือนนกมีร่างกายเป็มนุษย์ และที่เด่นชัดที่สุด คือดวงตาสีเื มันคือ การ์กอยล์โลหิต
ดวงตาสีแดงน่ากลัวจ้องมองไปยังเหยื่อ โดยนิสัยของการ์กอยล์โลหิตนั้นจะออกล่าในเวลากลางคืนและหลับเวลากลางวัน ฉะนั้นในเวลากลางคืนห้ามเดินทางเป็อันขาด ทว่าเมื่อนึกสิ่งเ่าั้ได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
เอวาจำต้องเผชิญหน้ากับอสูรกายร้ายตรงหน้า เธอมีสองทางเลือก หลบหนีไปให้ถึงจุดหมายข้างหน้าหรือหยุดเท้าและสู้ตรงนี้
เอวาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แม้อีกฝ่ายจะเป็สัตว์ประหลาด แต่ถ้าต้องสู้กัน โดยมีชีวิตเป็เดิมพัน เธอจะไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจที่จะหนี คือกายภาพของศัตรูที่มีเหนือกว่า ปีกคู่นั้นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในอากาศ จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี หากต้องปะทะกันในอาณาเขตของศัตรู
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เอวาใช้ต้นไม้ต่ำเหนือศีรษะให้เป็อุปสรรคต่อผู้ล่ากลางอากาศและอาศัยรูปร่างที่เล็กของตัวเองสอดแทรกระหว่างต้นไม้ใหญ่แต่ละคน ใช้สิ่งรอบตัวมาขัดขวางไม่ให้การ์กอยล์โลหิตสามารถใช้กรงเล็บที่แหลมคมโจมตีเข้ามาได้ถนัด
แต่ถ้าเอวายังคงถูกไล่ล่าอยู่แบบนี้ต่อไป ไม่ต้องพูดถึงการมองหาสัญลักษณ์บอกทาง เพียงแค่จะเดินไปข้างหน้ายังเป็เื่ยากที่จะสำเร็จ ดังนั้นแผนการที่ดีที่สุด คือการสอยปีกคู่นั้นให้อีกฝ่ายล่วงหล่นลงมาอยู่ในสนามต่อสู้เดียวกัน!!