ตอนหม่อมหลวงภาวดีเปิดประตูเข้าไปลูกชายกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ในชุดลำลองเสื้อไหมพรมเนื้อบางแขนยาวสีฟ้าจางกางเกงสักหลาดเนื้ออ่อนสีเทาเมฆรองเท้าแตะในบ้านสีขาว กลับจากภูเก็ตเที่ยวนี้เขานำขนมของฝากจากคุณแก้วมาให้เธอหน้าชาคล้ายถูกตอกว่าไม่ใส่ใจไยดีอีกฝ่าย พอเกริ่นถามถึงบ้านโน้นเขาก็ตอบเรื่อยๆ เพียงสบายดีและไม่ปริปากเล่าเื่ไปเยี่ยมคนบ้านนั้นอีก เธอมองออกตาอ้วนถามคำตอบคำเพราะยังติดใจที่แม่หยุดไปมาหาสู่คนบ้านรังษิภักดีแต่ตอนนี้ทนความอยากรู้ข้อหนึ่งไม่ไหว
“เอ่อลูกสาวบ้านโน้นยังเหมือนเดิมหรือเปล่า” คุณหญิงถามพลางจับความรู้สึกขณะลูกชายนึกถึงคนในชุดกระโปรงยาวเอาแต่ก้มหน้า
“หนูจ้าโตขึ้นเรียบร้อยเชียวครับ”
สีหน้ามารดาฟ้องว่ารู้สึกผิดคาดทีแรกเขาเองก็แปลกใจกับความเปลี่ยนแปลง แต่ตอนน้องสลัดขาที่ถูกสะกิดยิก ๆเขาเห็นภาพเด็กหญิงจ้าซ้อนขึ้นมา ขาสั้นป้อมต่อโต๊ะปีนขึ้นลักขนมในตู้ลอยเหนือเคาน์เตอร์ครัวน้าแก้วจับได้เลยดุว่ากินของตัวเองหมดก็มาฉกที่เก็บไว้ให้พี่อ้วนลูกสาวตัวน้อยเถียงทั้งคราบขนมเปื้อนยันแก้มว่าของพี่อ้วนอร่อยกว่าแม่ง้างมือร้องเดี๋ยวเถอะ ! ขนมทำพร้อมกัน อร่อยกว่าเพราะขโมยของพี่เขากินใช่ไหม
นึกแล้วขำ...ยังไงก็ยังชอบปีนป่าย
มารดาหนักใจกับรอยยิ้มในแววตาลูกชายไม่ว่าเมื่อไหร่เขาดูจะอารมณ์ดีเมื่อพูดถึงเด็กคนนั้น ตอนเล็ก ๆ ลิงจุ่นก็ไม่ปานลูกนายหัวอะไรน่าจับขัดมะขามเปียก แม่เขาก็ช่างกระไรเป็เธอมีลูกสาวจะหวีผมผูกโบให้น่ารักเชียวนึกถึงลูกสาวของเพื่อนสามีแล้วความคิดเลื่อนไหลสู่ลูกสาวเพื่อนตัวเองหญิงสาวเรียนที่ประเทศเดียวกับลูกชายและสนิทสนมกันดี
“น้องแพมจะกลับจากอังกฤษเมื่อไหร่ลูก”
“เห็นว่ามีฝึกงานต่อนะครับ”
เธอกำชับลูกชายให้รีบดูงานทางโน้นงานบริหารบริษัทเดินเรือซับซ้อนกว่า เข้าไปทำเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี คุณตายิ่งถามอยู่ว่าเขาจะผลุนผลันลงใต้ทำไมพูดจบรอให้ลูกชายรับคำแต่ไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธเขากล่าวเพียงว่าได้สั่งให้ทุกแผนกของโรงแรมทำรายงานสรุปส่งสัปดาห์หน้าจะลงไปประชุม
เกรงจะถูกซักถามถึงกิจการคุณหญิงตัดบทลุกขึ้นยังไงลูกชายก็ไม่ได้คัดค้านการเข้าทำงานที่เอสที ใช่แต่เธอเท่านั้นภารินธรคือความหวังสูงสุดของหม่อมราชวงศ์ภาติยุทธ์ด้วยเธอไม่เคยรู้แน่ชัดว่าลูกชายคิดหรือรู้สึกอย่างไร จึงหวั่นใจเสียเกือบทุกเื่เธอปรารถนาให้สัญญาหมั้นหมายระหว่างเด็กทั้งสองจางหายไปตามกาลเวลาแต่ตาอ้วนตั้งท่าจะกลับไปรักษาสายสัมพันธ์ที่เลือนรางไว้
ไม่ว่าอย่างไรชีวิตลูกชายต้องไม่หักเหไปทางอื่นเธอหาวิธี แก้ทีละเปลาะ สำเร็จมาหลายปีครั้งล่าสุดขอเลื่อนการประชุมกรรมการบริหารเพื่อเป็ข้ออ้างเรียกตัวกลับมาแจ้งเหตุผลว่าเป็โอกาสเหมาะจะแนะนำเขากับทุกคนพร้อมกันบิดาซักละเอียดยิบที่เลื่อนวันประชุมใหญ่กระชั้นชิด แต่คุ้มที่จะให้บ้านโน้นเห็นว่าตาอ้วนมีงานสำคัญกว่ามากอยู่ทางนี้หากทว่าไม่ทันไรเขาจะไปภูเก็ตอีกแล้ว
ไหนรื่นบอก...เด็กๆ แยกกันไปเดี๋ยวก็ลืม
สัปดาห์ต่อมา ภายในห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมไอโซรา เพิร์ลภารินธรนั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังก่อนเลิกประชุมหัวหน้าแผนกาุโคนหนึ่งจี้ถามว่าได้ฟังรายงานปัญหาที่บูติคโฮเต็ลผุดเป็ดอกเห็ดและดึงกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไปได้มาก จะวางแผนแก้ไขอย่างไรที่ผ่านมาดูเหมือนผู้บริหารสนใจธุรกิจอื่นมากกว่าจะกระตือรือร้นรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดทำให้พนักงานไม่มีขวัญกำลังใจ เสียงฮือดังเบา ๆ ในหมู่ผู้ประชุมบรรยากาศตึงเครียดทันที ภารินธรให้คำตอบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจงานดูภาพรวม ยืนยันว่าผู้บริหารไม่ทิ้งโรงแรมแน่นอนหัวหน้าแผนกคนเดิมโต้ ถ้าเช่นนั้นอย่างน้อยขอความชัดเจนเื่ข่าวลือที่ท่านประธานเคยติดต่อบริษัทในเครือต่างชาติเพื่อขายโรงแรมด้วย!!!
ภารินธรเหม่อมองไปนอกหน้าต่างจากจุดนี้เห็นแต่ด้านหลังป้ายโรงแรม ‘ไอโซรา เพิร์ล’ ชื่อนี้บิดาเป็คนตั้งเขานึกใจหายเมื่อได้ทราบความประสงค์ของมารดาเมื่อครู่
ทนายวิกรมผู้สูงวัยแต่ยังกระฉับกระเฉงเดินกลับเข้ามาในห้องประชุมกำลังตั้งท่าจะแจ้งธุระเ้านายหนุ่มซึ่งอยู่ในอาการครุ่นคิดก็หันร่างถามสวนขึ้นมาเสียก่อน
“คุณอาทราบไหมใครซื้อบ้านรังษิภักดี”
“ครับ! ว่าไงนะครับ” ทนายสะดุ้งกับคำถาม
“บ้านรังษิภักดีตอนนี้ใครเป็เ้าของ”
“เอ่อ...เข้าใจว่า...คือผมไม่รู้ว่า คือ...”
“คุณอาทราบเื่ที่คุณแม่คิดจะขายโรงแรมใช่ไหม”
“อ่า...บริษัทแม่ของทางโน้นเทียวส่งตัวแทนมาเจรจาท่านประธานก็เรียกไปคุยหลายรอบครับ”
“ทำไมไม่มีการซื้อขายหรือตกลงกันไม่ได้”
“เอ้อ...คงมีข้อติดขัดอ้า...ยังไงลองถามท่านเองดีกว่านะครับ”
ชายหนุ่มนิ่วหน้าถามหรือ...เื่สำคัญเช่นนี้ไม่เคยได้ยินแม่เปรยมาก่อนด้วยซ้ำ
ภารินธรมองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
ทนายเก่าแก่ลืมธุระที่จะเข้ามาแจ้งลนลานขอตัวออกไปยังไม่ทันถึงห้องทำงานโทรศัพท์ก็สั่นในกระเป๋า ไม่ต้องดูหน้าจอก็รู้ว่าผู้ใดโทร.มาเขาหงึก ๆ หงัก ๆ กดรับสาย เสียงท่านประธานจู่โจมถาม
“คุณภารินธรเคยถามเื่พินัยกรรมกับคุณไหม”
“ไม่เคยครับ”
“ถ้าวันไหนเขาถามคุณก็ไม่ต้องพูดเื่ที่คุณไมตรีสั่งไว้เกี่ยวกับลูกสาวบ้านโน้นคุณเป็ทนายคงรู้วิธีพูดไม่ให้ผิดโดยไม่ต้องถูกทั้งหมด”
“ครับผมเอ่อ...เมื่อสักครู่ไม่ทราบนึกยังไงคุณภารินธรอยากรู้ว่าเ้าของบ้านรังษิภักดีเป็ใคร”
“สิ่งที่เขาควรรู้ฉันจะบอกเองเขารู้เื่ที่ไม่อยากให้รู้เมื่อไหร่ คงต้องหาคนใหม่ที่ไว้วางใจกว่ามาดูแลงานแทนหวังว่าคุณวิกรมคงเข้าใจ”
เ้าของเสียงเข้มกำชับทนายแล้วจึงวางสายทว่าเธอยังไม่คลายวิตกกังวล ในที่สุดปัญหาเื่บ้านรังษิภักดีกับไอโซราเพิร์ลก็มาถึงจนได้ แม้โรงแรมอยู่ภายใต้การบริหารของเธอในฐานะประธานกรรมการแทนสามีผู้ล่วงลับแต่กรณีจะขายโรงแรม พินัยกรรมระบุว่าต้องผ่านการประเมินและตรวจสอบบัญชีจากคณะกรรมการกับทนายความซึ่งแต่งตั้งไว้ว่าประสบภาวะขาดทุนหรือมีปัญหาขัดข้องใด ๆ อันอาจเป็เหตุให้เสียหายร้ายแรง ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากบุตรชายร่วมด้วยเท่านั้นดูเถอะ...คุณอู๋ ผูกเงื่อนกันไว้ตั้งกี่ชั้น
เฮ้อนี่มันเื่อะไรกัน !
โฟร์วีลแต่งยกสูงแล่นฉิวมาจอดกร่างกลางลานด้านหลัง เพลงดังกระหึ่มจากเครื่องเสียงในห้องโดยสารหญิงเ้าบ้านออกมาเจรจาธุระกับเ้าของรถไม่ทันเรียบร้อยดีก็แว่วเสียงดับเครื่องยนต์ที่หน้าบ้านเธอเป่าลมฟู่ออกปาก อุตส่าห์ให้โมนพาสองสาวเข้าเมืองไปซื้อของแล้วเชียว
เธอโน้มลงส่งบอลให้สมุน“ไปสกัดลูกพี่โมน งวดนี้สุดฝีมือเลยนะ”
เ้าสี่ขาคาบลูกบอลไปหน้าบ้านอ้าปากปล่อยมันกลิ้งไปชนรองเท้าหนังมันขลับซึ่งก้าวจากรถยนต์ลงเหยียบพื้นพอชายหนุ่มหยิบบอลขึ้นมา มันกระดิกหางนำไป -- ภารกิจคือสกัดลูกพี่โมน คนนี้ไม่ใช่
เขาตามมันเข้าบ้านไม่ทันทะลุออกประตูหลังก็ได้ยินเสียงผู้ชายพูด
“วันนี้ได้ไม่ครบพี่ขอเก็บดอกเบี้ยพิเศษแล้วนะจ๊ะ”
เ้าโกลเดนแยกเขี้ยวคำรามฮึ่มกระโจนใส่ชายผู้กำลังยื่นหน้าเฉียดแก้มนายของมัน
เอ๋งงงง !!!ท่อนขาสวนเข้าลำตัวมันดังอั้ก นักเลงเตะหมาแสยะยิ้ม นายมันน้ำตาร่วงถลาลงโอบหลังมือปาดน้ำตาทีเดียวก่อนพุ่งขึ้นเอาเื่ ทันใดนั้นมือเรียวแข็งแรงยื่นมาคว้าศอกดึงเธอไปหลบข้างหลังเมื่อชายผู้โผล่มากะทันหันล้วงกระเป๋า ดอนกับพวกลิ่วล้อะโโหยงถอยเป็แถบ ครั้นสิ่งที่ควักมาเป็เพียงแผ่นกระดาษดอนกรากเข้าใส่ทันควัน
ภารินธรยื่นนามบัตรไปข้างหน้า“มีปัญหาติดต่อที่นี่ ทนายผมจะจัดการให้”
เ้าบ้านง้างมือที่ยื่นนามบัตรลง“ธุระของฉัน ฉันจัดการเอง”
แต่ช้ากว่าดอนตะปบนามบัตรไปดูแล้วกลอกตามองคนสวมสูทหัวจรดเท้า “ว้าว ! ทนายโรงแรมใหญ่ซะด้วย”
ลูกหนี้ก้าวมายืนขวางหน้าเ้าของบัตร“นายจะไว้ใจคนที่ไม่เคยเห็นเงินเขาสักแดงได้ไง กะอีแค่กระดาษใบเดียว”
“แน่เร้อออ”ดอนตบนามบัตรผับ ๆ กับฝ่ามือ “เตี๊ยมกันมาขายผ้าเอาหน้ารอดหรือเปล่า”
“ฉันไม่เคยเบี้ยว”
เ้าหนี้ยักไหล่ปล่อยนามบัตรปลิวลงพื้น
“เฮ้ยกลับ วันนี้น้องหมอมีแขก”
หมดเื่แล้วเ้าบ้านตวัดหางตาใส่คนที่ยังยืนหัวโด่มาทำไมให้วุ่นวาย ! เธอจ้ำเข้าบ้านยังห้องนอน คุณอ้วนสาวเท้าตามโดนประตูกระแทกปิดใส่หน้าโครมใหญ่
เขาเคาะประตูเบาๆ “หนูจ้า ออกมาคุยกันก่อน พวกนั้นเป็ใคร”
คนในห้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงคว้าปืนยาวมาอัดลูกะุจุกน้ำปลาใส่ปากกระบอก ดึงคันสลักดังแก๊กกวาดเล็งตุ๊กตาไบซั่นสามตัวบนชั้น
“พวกแกเป็จำเลยไอ้สามควายอัปลักษณ์”
ควายตัวที่ ๑ถูกยิงเปรี้ยง !
เสียงดังจากหน้าห้องอีก“ทำไมหนูจ้าไม่บอกพี่”
เธอเหยียดปาก“บอกแล้วเป็ไงไม่บอกแล้วเป็ไง ชะ ! ทำเท่ ยื่นนามบัตรให้ติดต่อทนาย”
เปรี้ยง ! ควายตัวที่๒ โดนะุหงายกลิ้งกับพื้น
คนหน้าห้องทาบหูกับบานประตู
เปรี้ยง !เสียงปืนอัดไล่หลังนัดที่สาม
ยังอยู่อีกเหรอ...เ้าปืนนี่
ภาพสมัยเขาอายุสิบเอ็ดขวบลอยมาหัวค่ำวันนั้นพาน้องไปเที่ยวงานวัด หนูจ้าชอบร้านยิงปืน เต้นเร่า ๆ จะเอาปืนท่าเดียวเขาลองเจรจาขอซื้อ แต่ปืนไม่ได้มีไว้ขาย จึงหาตู้โทรศัพท์สาธารณะโทร.บอกลุงจ่างว่าหนูจ้าไม่ยอมกลับบ้านถ้าไม่ได้ปืน รู้ถึงหูเ้าสัวเจี้ยนท่านสั่งว่าปืนกระบอกเดียวไม่ขาย งั้นซื้อยกแผงให้หลานข้าเล่น
จากนั้นขบวนพี่เลี้ยงกับคนขับรถและคนคุมร้านช่วยกันขนเครื่องเล่นยิงปืนไปที่รถหกล้อขณะผ่านชิงช้า์เด็กหญิงแหงนคอตั้งบ่ามองกรงเหล็กดัดติดหลอดนีออนหลากสีสดใสหมุนลอยฟ้าเด็กชายพลันใจไม่ดี เ้าตัวชี้ขึ้นไป ‘พี่อ้วน จ้าอยาก...’เขารีบตะปบมือปิดตาน้องรวบตัวอุ้มไปที่รถ
คืนนั้นรถเก๋งบ้านรังษิภักดีขับนำรถหกล้อของร้านยิงปืนออกจากงานวัดไป...
ณ เวลานี้พี่ชายจำต้องล่าถอยออกจากบ้านไร่หลังจากที่เขาเคาะเรียกเท่าไหร่น้องก็ไม่ยอมออกมาพูดคุยกัน
ตกเย็น เขาขับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามบูติคโฮเต็ลหรือบ้านรังษิภักดีเดิมมือกำโทรศัพท์อย่างชั่งใจ ปัญหาของไอโซรา เพิร์ลรอให้สะสางหนักกว่าที่คิดทั้งมีพวกท่าทางนักเลงมาทวงเงินน้องถึงบ้าน
เป็ไปได้อย่างไรในเมื่อเขา...
สายตาทอดไปยังบ้านโบราณหลังงามอากาศยามโพล้เพล้ดูแทบไม่ต่างจากเช้าตรู่วันที่ขี่จักรยานจะไปลาน้าแก้วกับน้องเขาตัดสินใจต่อโทรศัพท์ ปลายสายตอบว่าให้ฝากข้อความ
เขาฝากเสียงไว้ในเครื่องของน้อง
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ โมนรับนายจ้ากลับจากฟาร์มแพะนมถึงบ้านพี่นุ่นดิ่งมาเล่าเื่กองละครมาถ่ายฉากแรกให้รุ่นน้องฟัง แม่แก้วเพลิดเพลินเจริญใจชมนางเอกว่าสวยทั้งวันขอลายเซ็นเป็ปึกไปแจกคนทั่วหมู่บ้าน ลูกสาวหัวเราะน้อย ๆ พอใจที่แม่มีความสุขเมื่อเธอคล้อยหลังเข้าห้องนอน โมนวิ่งมาฝากมือถือที่นายจ้าลืมบนรถไว้กับคุณนุ่นก่อนกลับไปดูความเรียบร้อยที่ไร่อีกรอบ นักเขียนบทรับไว้ไม่ทันไรเสียงเตือนข้อความเข้าก็ดัง
หล่อนดูชื่อคนส่ง...คุณอ้วน
สักพักรุ่นน้องออกมารื้อแฟ้มในเป้วางบนโต๊ะหล่อนยื่นโทรศัพท์ให้ บอกว่าโมนฝากมาและเมื่อกี้มีข้อความเข้าด้วยจากนั้นไปนอนเอกเขนกอ่านหนังสือที่โซฟายาวริมหน้าต่างตาคอยชำเลืองว่าเมื่อไหร่เ้าของเครื่องจะกดฟังข้อความเสียที กำลังยุกยิก ๆอยากจะรู้แม่แก้วก็เข้ามาถามถูกจุดที่คันพอดี
“พี่อ้วนกลับกรุงเทพฯหรือยังลูก”
“ไม่รู้สิถามทำไม...ไหนว่าเขาโทร.มาลาแม่แล้ว”
“ก็เผื่อพี่อ้วนลาหนูจ้าเป็พิเศษ”
“พิส่งพิเศษอะไรจะมาจะไปวุ่นวายอะไรนักหนา”
“เออๆ ไม่รู้ก็ไม่รู้ ทำเป็ดุ ! ทำไม่ยินดียินร้ายพี่เขาถึงไม่ลาแก”
“กับข้าวล่ะแม่”
“วันนี้ซื้อแกงถุงเ้าอร่อยมาไปดูเองเหอะ ชีวิตแกกลัวอยู่แค่เนี้ยใช่ไหม กลัวฉันไม่หาให้กิน”
คนที่โซฟาขมวดคิ้วสงสัยตงิดๆ ั้แ่คุณอ้วนมากินมื้อค่ำครั้งแรก เ้าจ้าทำไม่รู้สึกรู้สมเย็นเป็น้ำแข็งอย่างกับใครจับฟรีซในตู้เย็นที่น่าแปลกกว่านั้นคือนับจากรู้จักกันมารุ่นน้องไม่เคยพูดถึง ‘พี่อ้วน’ ให้ฟังสักครั้งเดียว เมื่อความข้องใจพุ่งถึงขีดสุดจึงโพล่งไป
“ถามจริงๆ เ้าจ้า ต่อมรับความรู้สึกเสื่อมรึไง คู่หมายคู่หมั้นแต่เด็กกลับมาทั้งที”
“คู่หมายคู่หมั้นอะไรเลอะเทอะ !” เสียงสวนทันควัน
“ผู้ชายในฝันเลยนะนั่นเห็นนี่แบบ...ตะกายฝา จะหาที่ไหนได้อีก”
“ไม่ได้หาเกิดมาก็มีเลย” เ้าตัวขบปากไม่สบอารมณ์ “นี่ก็เซ้าซี้อยู่ได้เื่เดียวเนี่ย !จะมาเขียนบทละครหรือซอกแซกเื่ชาวบ้าน”
“เื่ชาวบ้านที่ไหนเล่าเื่ของแกล้วน ๆ เลย” รุ่นพี่บ่นปอดแปด
พอรุ่นน้องหายเข้าครัวหล่อนมองซ้ายมองขวาก่อนคว้าโทรศัพท์มากดฟังดื้อ ๆสอดแนมได้ความก็เข้าไปห้องแม่แก้วฟ้องว่าคุณอ้วนฝากข้อความเสียงไว้ในมือถือแต่เ้าจ้าไม่แยแสสักนิด แม่จะแล่นไปเล่นงานคนเล่นตัวซะเหลือเกินลูกนุ่นตะปบแขนห้ามไว้ ขืนไปจู้จี้เ้าจ้าได้ดื้อแพ่งแผลงเดชใส่ดีไม่ดีคุณหนูจุฑาสิรีลบข้อความทิ้งไม่ฟังเลย จากนั้นป้องปากพูดข้างหูแม่แก้วดัดเสียงตามต้นฉบับในเครื่อง
พี่จะกลับกรุงเทพฯหัวค่ำนี้ หนูจ้ามาส่งที่สนามบินได้ไหม
มาส่งนะพี่มีเื่จะถาม