“เ้าคิดว่าอย่างไรหล่ะ ถ้าข้าออกปากยอมรับว่าใช่ข้าคงไม่แคล้วถูกชาวบ้านแถวนี้ตีจนตาย ชาวเมืองนี้นับถือและให้หน้ากับคนตระกูลเฉียนว่าเป็ตระกูลที่ได้ชื่อด้านการสร้างชื่อเสียงคุณูปการ ผู้คนมากมายเดินทางมาติดต่อค้าขายด้วยจึงสร้างความเจริญทำให้ชาวบ้านที่นี่มีกินมีใช้ได้ลืมตาอ้าปาก ต่อให้เป็เื่จริงแล้วอย่างไรหากพูดไปแล้วไม่ส่งผลดีกับพวกเขานั่นก็อาจทำให้ข้าโชคร้ายได้”
ไป๋จินหลงไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเล่าเื่จริงหรือเท็จยามนี้เขาเบื่อหน่ายอยากหาคนคุยด้วยเพื่อบรรเทาความรู้สึกกลัดกลุ้มในใจเท่านั้น
“ท่านผู้เฒ่าข้าอยากฟังเื่เล่า”
“เ้าหนุ่มข้าว่าเ้าดูแล้วเหมือนคนตามหาภรรยาไม่เจอ เมียหนีหรือไง”
“ไม่ใช่ ข้ายังไม่มีภรรยา ช่างเถอะท่านไม่จำเป็ต้องสนใจเื่ของข้าท่านเล่าให้ข้าฟังเื่ใดก็ได้ข้าจ่ายสิบตำลึง”
“ไอโยว่ กระเป๋าหนักเสียด้วย ได้ได้ เช่นนั้นข้าจะเล่าต่อจากเมื่อครู่เ้าว่าเด็กน้อยจะเติบโตขึ้นมาอย่างไรใครจะคิดหรือไม่ว่าเด็กน้อยที่เกิดจากเทพเซียนสองคนจะมีรูปลักษณ์เป็อย่างไร
ข้าจะบอกให้นะความจริงแล้วเด็กสาวตัวน้อยต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะความอิจฉาริษยาในใจคนเด็กน้อยตัวนิดเดียวที่เกิดมาพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเอ็นดูเริ่มแรกทั้งสองสามีภรรยาก็รักใคร่แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปรูปลักษณ์ที่เป็งดงามผุดผ่องก็ยิ่งปรากฏแก่สายตาผู้พบเห็นนั่นส่งผลให้บุตรสาวของคู่สามีภรรยาแสดงอาการโมโห รังเกียจอิจฉาริษยาพยายามหาวิธีข่มเห่งรังแกเด็กน้อยตลอดเวลาเ้าคิดดูเด็กน้อยในวัยเพียงสองสามขวบปีในชุดที่บางเบาถูกบังคับให้อยู่ในห้องที่ไม่มีผ้าห่มผืนไร้เตาไฟให้ความอบอุ่นกับค่ำคืนอันหนาวเย็นอาหารในแต่ละวันได้รับเพียงถ้วยเดียวมีเพียงเศษผักเศษกับข้าวที่เหลือๆไม่มีพ่อแม่ให้ความอบอุ่นยามค่ำคืน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
จนเมื่อเด็กน้อยอายุได้หกขวบภรรยาและบุตรสาวในวัยสิบสี่ปีก็อิจฉาและรังเกียจจนอดทนอดกลั้นไว้ไม่ไหววางแผนร้ายกำจัดเด็กน้อยให้สิ้นชีพหายไปจากสายตาผู้คนโดยไม่นึกถึงบุญคุณของบิดามารดาที่มอบสิ่งสำคัญให้ไว้ทำให้สร้างอาชีพครอบครัวตนจึงร่ำรวยขึ้นมาได้เด็กน้อย หนอเด็กน้อยภายใต้แผนการร้ายยังมีความโชคดีได้รับความเห็นใจจากหญิงรับใช้ชราในเรือนลดทอนความโชคร้ายนั้นลงทำให้ชีวิตไม่ดับสูญจนต้องไปพบบิดามารตาที่ล่วงลับก่อนเวลาอันควร
“จบแล้ว เป็ไง”
ผู้เฒ่านักเล่านิทานเล่านิทานจนจบมองหน้าชายหนุ่มเบื้อหน้าอีกฝ่ายมีแววตาราวกับทำสิ่งสำคัญหายไปทั้งยังมีความสับสนเจือปนไม่น้อย
“เ้าหนุ่ม ข้าพอจะมีวิชาบ้างให้ข้าทำนายชะตาให้เ้าดีไหม เ้าสนใจจะฟังหรือไม่ข้าไม่คิดเงินเพิ่ม”
“ท่านลองพูดมาเถอะ วันนี้ข้าว่ารับฟังจากท่านได้”
“หึ เ้า คือผู้มีชะตาผู้เป็ใหญ่มีสองทางจำต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง
ทางหนึ่งเป็ไปตามวิถีถึงเวลาสิ่งที่ควรเป็ก็ได้เป็สิ่งที่ควรทำก็ได้ทำ
อีกทางหนึ่งหากเ้าเลือกจำต้องออกแรงพยายามไขว้คว้าอย่างสุดกำลัง
ร่างกายต้องได้รับความเ็ปทรมานเพราะสิ่งที่เ้า้า
เกินความเป็มนุษย์ธรรมดาจะสามารถทำได้”
ไป๋จินหลงฟังคำของผู้เฒ่าในชุดซ่อมซอแต่แววตาช่างกระจ่างแจ้งราวกับผู้รู้ทุกสิ่งในโลกเขาได้ฟังก็ตกอยู่ในความคิดของตนเองจนฝ่ายตรงข้ามออกปากไล่
“เอาหล่ะเ้าหนุ่มเ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าเองก็มาเพื่อพบเจอคนผู้หนึ่งเมื่อถึงเวลาก็ต้องอำลาแล้ว”
“นี่ เงินของท่าน”
“ไม่จำเป็ๆไว้คราวหน้าหากพบกันอีกครั้งเ้าค่อยเลี้ยงสุราอย่างดีข้าสักกา”
ไป๋จินหลงก้มหน้าลงเอากิ่งไม้ที่หยิบขึ้นมาเขี่ยไปมาบนพื้นดินเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกคาายชราก็ไม่อยู่แล้ว ตัวเขาก็ไม่มีอารมณ์จะไปที่ใดต่อเขาจึงลุกขึ้นเดินกลับไปรอเฮ่ยฉีและซวี้หานกลับมาจากระเบียงห้องพักติดกับชายน้ำจึงนั่งจิบสุรามองเรือล่องผ่านไปมา
ข้อมูลที่ได้กลับมามีเพียงท่านเซียนปรากฏตัวที่เมืองนี้จริงแต่อยู่เพียงเจ็ดแปดวันแล้วก็หายตัวกันไป อีกอย่างที่พบก็คือรักษาและช่วยเหลือผู้คนเหมือนกับทุกที่ที่ไปปรากฏตัวมักจะเป็เช่นนี้ไม่มีสิ่งใดแตกต่าง
“นายท่านข้าตรวจสอบแล้วเมืองนี้เมื่อหลายปีก่อนเคยมีหญิงชราคนหนึ่งที่อยู่ในจวนของเศรษฐีเฉียนขโมยของถูกลงโทษร้ายแรงแล้วหายตัวไปมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับหญิงที่ท่านเซียนค้นหา เพียงแต่ว่าการเดินสอบถามอาจจะได้ข้อมูลไม่ลึกซึ้งเท่ากับที่ข้าน้อยได้มาเป็ไปได้ว่าท่านเซียนอาจจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยขอรับ”
“ข้า้าข้อมูลมากกว่านี้เ้าอยู่ที่นี่กับหลี่ซาน”
“ขอรับ”
สายตาเหม่อมองออกไปยังเรือที่ล่องผ่านด้านนอกคนบนเรือโบกมือไปมา นั่น! ชายชรานักเล่านิทานเขาขยับตัวลุกขึ้นพริบตาเดียวก็หายไปทิ้งให้เสี่ยวชิงชวนที่เงยหน้าขึ้นมองตามขณะที่เฮ่ยฉีงงกับอาการที่เปลี่ยนไปทันทีของชินอ๋องที่กำลังฟังรายงานอยู่ดีๆ ก็หายตัวไปแล้ว เขาจึงรีบหันกายตามออกไปทันที
บนเรือลำเล็กชายชรานั่งยิ้มมองชายหนุ่มที่ะโจากสะพานข้ามคลองเหนือศรีษะลงมาในเรือโดยเรือไม่เอียงซ้ายขวาแม้แต่น้อยบ่งบอกฝีมือของชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดา
“ท่านลุง ได้โปรดเถอะ ข้า้าคำชี้แนะ”
พูดจบก็ประสานมือก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมไป๋จินหลงที่ผ่านเหตุการณ์เหลือเชื่อจนกลายเป็เื่ธรรมดาไปเสียแล้วยามนี้เขาเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง ชายชราเบื้องหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
“ฮึฮึ จากผู้เฒ่าเป็ท่านลุงช่างเลื่อนขั้นความสนิท ความเชื่อใจให้ข้ารวดเร็วยิ่งนัก ช่างเถอะๆใครใช้ให้ข้าติดค้างคนเขาเล่า ใครๆล้วนมีอดีตด้วยกันทั้งนั้นแต่คนบางคนไม่สนใจใยดีกับอดีตเขามุ่งไปข้างหน้าเท่านั้นเ้าจะตามหาอดีตของเขาไปเพื่อสิ่งใด”
“อีกอย่างนะ เ้าหนุ่มหากคนที่เ้าตามหาเป็คนธรรมดายอมใช้สองเท้าของเ้าเดินตามหรือใช้ม้าตามได้จนพบเจอหากคนที่เ้าตามหามิใช่คนธรรมดา เช่นนั้นเ้าจะใช้วิธีใดตามกันเล่าชี้แนะเพียงเท่านี้ เ้าก็คงหาทางได้เองแล้วกระมัง”
ผู้เฒ่ามองดูไป๋จินหลงที่ยืนนิ่งเบื้องหน้าในตามีแววเอ็นดูเล็กน้อยปรากฏขึ้น ยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยปากแนะนำ
“บอกใบ้เ้าอีกนิดคนใกล้ตัวเ้าอาจช่วยเ้าได้นะ”
“ข้าไปหล่ะ”
ชายชราพลิกกายลงจากเรือก่อนจะเดินย่ำไปบนผิวน้ำจากไปโดยผิวน้ำไม่กระเพื่อมรองเท้าหญ้าฟางที่สานอย่างง่ายๆ ไม่เปียกแม้แต่น้อยไป๋จินหลงขึ้นจากเรือก็พบเฮ่ยฉียืนรออยู่ริมน้ำไม่ไกลจากที่พักมากนักทั้งสองเดินไปตามทางเพื่อกลับไปตามถนนในเมืองเตรียมรับเทศกาลผ้าไหมประจำปี เริ่มประดับประดาอย่างสวยงามเสียงคนขายสินค้าต่างร้องเรียกจูงใจให้ชมสินค้าของตน
“นายท่านซื้อกับไปฝากภรรยาหรือคนรักได้นะขอรับ”
พ่อค้าะโเรียกคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ไป๋จินหลงมองสิ่งของต่างๆตามแผงลอยที่เดินผ่านมา หากเขาจะซื้อของไปให้ใครสักคนจะต้องเป็ของที่มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นทางเข้าโรงเตี้ยมซวี้หานกำลังก้าวเท้าจะเข้าไปเมื่อเห็นพวกเขาจึงหยุดรออยู่
“นายท่านเข้าไปข้างในสิ ข้ามีของดีมาฝาก”
ซวี้หานพูดด้วยเสียงที่ดีอกดีใจก่อนจะพยักหน้าเดินนำเข้าไปเมื่อเข้าห้องพัก ซวี้หานผู้ที่ไม่เคยออกเสียงตลอดการเดินทางก็แบมือออกมาทันใดก็ปรากฏกล่องไม้ลงรักเคลือบลวดลายด้วยทองคำแท้ยื่นมาให้ไป๋จินหลง
“นายท่าน ดูข้างในก่อนสิสิ่งนี้ข้านำมันกลับมาให้ท่าน”
“ด้านในคือสิ่งใด”
“ข้าััได้ว่าของด้านในมีความเกี่ยวข้องกับหยกที่นายท่านพกไปพกมาชิ้นนั้น”
เมื่อเปิดออกด้านในมีผ้าผืนหนึ่งเป็ผ้าไหมที่งดงามกว่าผ้าไหมทั่วไปเขาหยิบขึ้นมาทั้งผืนกว้างสองฉือยาวเกือบสองจั้งได้พลิกผ้าในมือไปมาก็เหลือบไปมองซวี้หาน หึ! วาดมือผ่านผ้าไหมครั้งหนึ่งภาพที่ทั้งหมดเห็นก็เปลี่ยนไป ผ้าทั้งผืนส่องประกายบางเบาทั่วทั้งผืนคล้ายมีคล้ายไม่มีรัศมีเ่าั้
“อ๊า นี่ นี่”
เสี่ยวชิงชวนอ้าปากตาไม่กระพริบเฮ่ยฉีแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ยังคงยืนเงียบแม้จะไม่แน่ใจนักแต่พอคาดเดาได้ว่าผ้าผืนนี้ต้องไม่ใช่ผ้าทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ตามตลาดแน่นอน
“ผ้าผืนนี้ คืออันใด”
“ข้ายืมมันมาให้นายท่าน”
“สิ่งนี้เ้านำมาจากที่ใด”
“หยิบมาจากที่เก็บของน่ะ อย่าสนใจเลยมันเก็บมานานไม่เคยมีใครได้เห็นได้หยิบจับด้วยซ้ำ เสียของเสียจริงนายท่านก็เก็บไว้เป็ของกำนัลให้คนสำคัญของท่านก็แล้วกันถือว่าเป็ของขวัญจากข้าดีไหม”
“พูดบ้าอันใด สิ่งของที่เ้าหยิบมานี้ขโมยมาหรือเปล่าก็ไม่รู้กล้าให้ชิน..เอ่อนายท่านเก็บไว้ แม้ว่ามันจะดูสวยงามหรืออาจจะวิเศษกว่าผ้าไหมอื่นๆ ก็เถอะ”
เสี่ยวชิงชวนมองตาขวางขัดหูขัดตาคนผู้นี้ยิ่งนักที่แสดงท่าทางมองไม่เห็นหัวใครนี่มันนายท่านก็ให้ท้ายอีกด้านนอกโรงเตี๋ยมมีเสียงเอะอะคล้ายมีเื่ร้ายแรง เสี่ยวชิงชวนรีบขยับออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอกหูสือซานพูดผ่านประตูเข้ามาให้ได้ยิน
“นายท่านด้านนอกพูดกันว่ามีขโมยเข้าจวนเศรษฐีเฉียนของล้ำค่าหายไปเป็ผ้าใหมผืนหนึ่งทหารของทางการและคนรับใช้ของพวกเขากำลังตามหากันทั่วเมืองขอรับ”
“ของล้ำค่า ? ”
“นี่เ้า ขโมยมันมา”
“หยิบมา”
ซวี้หานเอามือประสานกันที่ท้ายทอยแล้วหันหลังเดินออกไปทางประตูหายไปอย่างไม่สนใจความเดือดร้อนที่ตนนำกลับมาเฮ่ยฉีและเสี่ยวชิงชวนกระวนกระวายใจมองหน้ากันก่อนจะหันมาหาไป๋จินหลง
“นายท่าน พวกเราจะทำอย่างไรกับของสิ่งนี้ “
ไป๋จินหลงมองผืนผ้าไหมเงียบอยู่ชั่วครู่ จึงเอื้อมมือไปหยิบผ้าไม้ใส่ในกล่องไม้ปิดฝาวางมือไว้้าของที่มิอาจคืนในเวลานี้ จึงให้เฮ่ยฉีออกไปสืบความด้านนอกเมื่อเฮ่ยฉีกลับมาเวลาจะเข้าสู่ยามโฉว่ ไป๋จินหลงนั่งอ่านตำรารออยู่เพียงลำพัง
“ซวี้หานไปหยิบของล้ำค่าที่คลังเก็บของตระกูลเฉียน ผ้าไหมผืนนี้พวกเขายึดถือเป็สมบัติประจำตระกูลเมื่อสิ่งของหายไปก็ได้แจ้งกับทางการและออกตามหาอย่างเอิกเริก ตอนนี้ชาวบ้านก็รับรู้และให้ความสนใจทำให้กลายเป็เื่ใหญ่ของที่นี่แล้วใน่เวลานี้ของทุกปีเป็่เวลาจัดเตรียมงานฉลองประจำปีเทศกาลนางฟ้าประทานผ้าไหม จะทำอย่างไรกันดีขอรับ”
“พรุ่งนี้พวกเราหาโอกาสแวะไปที่จวนสกุลเฉียนดูว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี”
จวนสกุลเฉียนบรรยากาศตึงเครียดคนรับใช้ชายเดินกันวุ่นวายบรรดาสตรีทั้งเล็กใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องล้วนเก็บตัวเงียบประหนึ่งไม่มีตัวตน ในโถงรับรองโต๊ะตำแหน่งประธานเฉียนกังหน้าดำคล้ำตาแดงกร่ำ เพียงแค่ผ่านคืนเดียวผมที่เคยแซมขาวๆดำๆ กลายเป็ขาวทั้งศรีษะจะไม่ให้เครียดได้อย่างไรผ้าไหมเมฆาล่องเป็สิ่งของล้ำค่าประจำตระกูลั้แ่ได้มาฐานะของเขาก็พลิกจากยาจกเป็เศรษฐีใหญ่สตรีและเด็กในเรือนถูกเรียกมานั่งในห้องโถงรับรองกันทุกคนแต่ละคนนั่งเงียบมองดูเศรษฐีเฉียนที่เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งให้วุ่นวายมาั้แ่รู้ว่าผ้าไหมวิเศษหายไปจากคลังเก็บที่นั่นใส่กุญแจไว้หลายชั้นอย่างแ่า
เฉียนกังยังจำได้ดียามนั้น “ท่านผู้นั้น”บอกเขาให้รักษาให้ดี ผ้าไหมเมฆาล่องมิอาจให้ผู้ใดััได้หากหายสาบสูญแสดงว่าเขาสิ้นวาสนาแล้ว ผ่านมานานหลายปี ชีวิตมีแต่ความมั่งคั่งชื่อเสียงคำสรรเสริญเยินยอมากมายทำให้เขาลืมเลือนคำมั่นสัญญาและปล่อยปละละเลยจนทายาทของท่านผู้นั้นหายสาบสูญไปยามนี้อายุมากขึ้นมีหน้ามีตาในเมืองมานานหลายปีจะให้เขากลับไปมีชีวิตที่ยากจนแบบเดิมตนทนไม่ได้จริงๆอารมณ์ก็ยิ่งพุ่งขึ้นสูงร้อนไปด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นมา
“ข้ากลับไปยากจนไม่ได้นะ ต้องตามผ้าไหมนั่นกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ตาม พ่อบ้านแจ้งที่ว่าการเมืองหรือยัง”
“แจ้งแล้วขอรับ”
“พวกเ้าเลี้ยงเสียข้าวสุก คนตั้งมากมายในเรือนของสำคัญหายไปยังไม่รู้ว่ามีคนเป็คนเข้ามาขโมยพ่อบ้านรีบไปติดตามที่ว่าการสิว่าจัดการไปถึงไหนแล้ว”
ในจวนมีเสียงะโโวกเวกโวยวายให้ได้ยินเกือบตลอดเวลาถ้าเดินผ่านบริเวณรอบจวน
ห่างไปไม่ไกลในเพิงขายน้ำชา เสี่ยวชิงชวนเฮ่ยฉีและชินอ๋องไป๋จินหลงนั่งสังเกตบริเวณรอบๆและประตูหน้าจวนสกุลเฉียน
“ได้ยินเื่ราวของผ้าไหมที่หายไปน่ามีความเกี่ยวข้องกับความร่ำรวยของคนตระกูลเฉียน”
“จริงหรือ เื่ราวเป็มาอย่างไร”
“นี่เป็เื่เมื่อนานมาแล้ว ผู้คนลืมเลือนไปหมดแล้วคล้ายกับมีคำทำนายหรือเื่เล่าหากผ้าไหมวิเศษหายไปครอบครัวนี้จะถึงเวลาหมดโชคลาภแล้วหรือตระกูลอาจพังพินาศด้วยซ้ำ”
“ไม่น่าจะเป็ไปได้ เื่หลอกเด็กหรือเปล่าท่านลุง”
“หากมิใช่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่มานานย่อมจำไม่ได้ เมื่อก่อนตระกูลเฉียนก็เป็แค่ชาวบ้านที่ยากจนเหมือนกับพวกเรานี่แหล่ะวันหนึ่งรับเด็กมาเลี้ยงแล้วฐานะก็เปลี่ยนไป”
“ข้าไม่เคยเห็นว่าตระกูลเฉียนมีรับเด็กสาวมาเลี้ยงเลย”
“เด็กหญิงต่างหาก แต่หลายปีแล้วที่นางหายไปไม่มีข่าวอะไรออกมาถ้าอยู่จนป่านนี้ก็น่าจะเป็เด็กสาวแล้วกระมัง”
“ไม่น่าเชื่อนะ”
“พวกเ้าเกิดและโตไม่ทันต่างหาก”
กลุ่มของไป๋จินหลงนั่งฟังชาวบ้านพูดคุยนินทาตระกูลเฉียนที่ยิ่งพูดก็ยิ่งมันเรียกได้ว่าเล่าจนน้ำลายแตกฟองเลยทีเดียว