บทที่ 25 ฐานะร่ำรวย
เมื่อได้รับการต้อนรับจากจิ่งเหมียน กลุ่มของพวกเขาก็ไปในลวี่อิน
จางเวินเหยียนและไห่หลิงต่างก็มีความประทับใจแรก
ไม่ใช่อะไรอื่น แค่ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาคือ ใหม่เอี่ยม!
ความใหม่ที่หายากในยุคโลกาวินาศ! อย่าประเมินคำว่าใหม่ต่ำเกินไป
คนทั่วไปมองเห็นแค่เปลือกนอก แต่คนวงในมองเห็นรายละเอียด ในยุคนี้การสร้างที่พักที่มีเทคโนโลยีสูงขนาดนี้ไม่ใช่เื่ง่าย
เพียงแค่เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดก็แสดงให้เห็นว่ามีเงินสนับสนุนมากมาย
ระบบหมุนเวียนอากาศภายใน การก่อสร้างระบบน้ำและไฟฟ้า
ลวี่อินอาจมีผู้นำของฐานระดับ A สนับสนุนอยู่เื้ั
ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ข้างฐานระดับ B คงจะมีเหตุผลบางอย่างสินะ
จางเวินเหยียนดันกรอบแว่นเพื่อซ่อนสายตาที่กำลังพินิจมอง ท่าทีต่อจิ่งเหมียนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
จิ่งเหมียนพูดตรง ๆ “คุณสองคนสามารถไปที่โกดังสินค้ากับฉันเพื่อตรวจสอบสินค้าได้ค่ะ”
เธอจัดเตรียมสินค้าไว้นานแล้ว
ใน่เวลาที่ว่าง จิ่งเหมียนเข้าไปหาเซียวเฝ่ย “พี่เฟยไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม เื่ของลู่เหม่ยอี๋ไม่มีใครมาทำให้พี่ลำบากใช่ไหมคะ?”
เซียวเฝ่ยยิ้มให้เป็การบอกว่า ‘ไม่ต้องห่วง’
“แค่สอบสวนเล็กน้อย ลู่เหม่ยอี๋ก็ไม่ใช่คนสำคัญอะไร ไม่มีใครมาขุดคุ้ยเื่ของเธอหรอก นอกจากนี้เธอก็มีปัญหาทางจิตอยู่แล้ว เื่ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด”
จิ่งเหมียนพยักหน้าเห็นด้วย ไม่น่าแปลกใจที่เธอจะอิจฉาริษยา เพราะมีอาการทางจิตนี่เอง
“แล้วคนที่อยู่ข้างเธอเมื่อกี้คือใครล่ะ? เป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของลวี่อินเหรอ?”
จิ่งเหมียนมองตามสายตาของเธอ เห็นว่าเป็เฉินย่า “ไม่ใช่ค่ะ เขาเป็ผู้เช่าของฉัน เรามีความสัมพันธ์ที่ดี”
แววตาของเซียวเฝ่ยมืดลง เธอดึงแขนจิ่งเหมียน “เธอควรระวังหน่อย ผู้เช่าของเธอไม่ธรรมดา เขาอาจมีพลังขั้นสาม”
จิ่งเหมียนมองเซียวเฝ่ยอย่างจริงจัง ผู้ที่มีพลังพิเศษแบ่งออกเป็ห้าขั้น
ขั้นห้าจะได้รับการยกย่องว่าเป็เทพา เป็กลุ่มที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก
ต้องทราบก่อนว่าเฉียวไห่ เทพาในอนาคต ตอนนี้เขายังอยู่แค่ขั้นสาม!
“แน่ใจเหรอคะ?”
เซียวเฝ่ยพยักหน้า ความสามารถของผู้ช่วยเธอไม่ผิดพลาดแน่นอน
จิ่งเหมียนหันมองเฉินย่าที่อยู่ไม่ไกล แต่ไม่ว่าอย่างไร เฉินย่าก็ไม่เคยทำร้ายเธอเลย ตรงกันข้าม เขามักจะห่วงว่าเธอจะถูกหลอกหรือถูกรังแก
เธอรู้ว่าเฉินย่าไปกับเธอวันนี้เพราะกลัวว่าเธอจะถูกรังแกโดยลูกค้าจากฐานระดับ A
“ฉันรู้ค่ะว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”
เซียวเฝ่ยจึงไม่พูดอะไรต่อ
กลุ่มคนที่รออยู่เริ่มเบื่อหน่าย จิ่งเหมียนจึงเชิญจางเวินเหยียนและคนอื่น ๆ ไปสำรวจรอบฐานลวี่อิน จากนั้นก็ไปกินข้าวที่โรงอาหาร
เสี่ยวหลงเปา เกี๊ยวซ่าราดซอสพริก เกี๊ยวกุ้งั บะหมี่ซอสจ๋าเจี้ยงเมี่ยน เป็ดย่างห่อแป้ง ซาลาเปาไส้งาดำ ซาลาเปาไส้นม ขนมปังต้นหอม ข้าวหน้าหมูตุ๋น ข้าวหน้าหมูผัดมะเขือยาว ข้าวหน้าปลาผัดซอส ข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง ข้าวหน้าไข่ผัดมะเขือเทศ ข้าวหน้าหมูแดง ข้าวหน้าไก่ผัดซอสแกงกะหรี่ ข้าวหน้าเนื้อวัว…
อาหารมากมายตั้งเรียงรายเต็มโต๊ะ
“ชอบอะไรก็เลือกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ” จิ่งเหมียนพูดพร้อมดึงข้าวหน้าหมูผัดพริกมาอยู่ตรงหน้า นี่เป็ของโปรดใหม่ของเธอใน่นี้
แม้จางเวินเหยียนและไห่หลิงจะเคยชินกับการกินมื้อใหญ่ แต่ตอนนี้ก็ยังต้องตกตะลึง
พวกเขาลอบกลืนน้ำลาย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กินอาหารจีนที่ละเอียดอ่อนแบบนี้?
เฉินย่าไม่แม้แต่จะมองจางเวินเหยียนและไห่หลิง เขาหยิบบะหมี่ซอสจ๋าเจี้ยงเมี่ยนขึ้นมา
คนที่เหลือก็ไม่รอช้า รีบหยิบอาหารที่ชอบขึ้นมากิน!
เซียวเฝ่ยที่กินไปเข้าไปหนึ่งคำถึงกับยิ้มตาหยี “อร่อยมาก! อร่อยกว่าร้านอาหารย่านใจกลางเมืองอีก!”
“รสชาติไม่เลวเลยจริง ๆ!”
“คุณจิ่ง ที่พักนี้ของคุณสามารถยกระดับเป็ฐานได้เลยนะคะ” ไห่หลิงพูดตรง ๆ
จิ่งเหมียนก็อยากถามอยู่แล้ว “ฉันไม่ปิดบังนะคะ จริง ๆ ฉันได้ยื่นขอรับการประเมินฐานนานแล้ว แต่มันผ่านมาเป็เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้รับข้อมูลจากผู้ตรวจสอบเลยค่ะ”
จางเวินเหยียนถาม “คุณยื่นขอจากฐานไหน?”
“ฐานตงหลงค่ะ”
จางเวินเหยียนพูด “ฐานตงหลงเป็ฐานขนาดใหญ่ระดับ A ที่สำคัญของภาคตะวันออก ฐานไป๋ลู่ของพวกเราแม้จะเป็ฐานระดับ A แต่ก็ยังมีประชากรไม่ถึงเกณฑ์ฐานขนาดใหญ่ เพราะมีเพียงเก้าพันคนครับ”
จิ่งเหมียนคิดขึ้นมาได้ “งั้นฉันสามารถให้ฐานไป๋ลู่ประเมินฐานลวี่อินได้ไหมคะ?”
เพราะฐานไป๋ลู่อยู่ใกล้ พวกเขามาถึงฐานอู่อันได้ไม่กี่วันหลังจากได้รับข่าวจากเซียวเฝ่ย
“ทำได้ครับ แต่คุณต้องยกเลิกคำขอจากฐานตงหลงก่อน ทว่าผ่านมานานขนาดนี้ ผู้ตรวจสอบจากฐานตงหลงอาจใกล้มาถึงแล้ว การยกเลิกตอนนี้คงทำให้พวกเขาไม่พอใจ”
จิ่งเหมียนถอนหายใจ จางเวินเหยียนพูดถูก ตอนที่ขอไปเธอไม่มีประสบการณ์จึงไม่ได้คิดให้รอบคอบ
“แล้วตามความคิดเห็นของพวกคุณ ฐานลวี่อินควรได้รับการประเมินระดับไหนคะ”
ไห่หลิงเป็คนตอบก่อน “ตามที่ฉันเห็น ระดับ C คงไม่มีปัญหา”
ซึ่งต่ำกว่าฐานอู่อันเพียงระดับเดียว การประเมินนี้ถือว่าสูงทีเดียว
จางเวินเหยียนก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าผู้ตรวจสอบเข้มงวดหน่อย อาจจะเป็ระดับ D เพราะที่นี่มีคนน้อยเกินไป แม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและจำนวนประชากรจะไม่ได้ถูกยกมาประเมินร่วมกัน แต่ก็กระทบอยู่ดีครับ”
จิ่งเหมียนเริ่มเข้าใจ อย่างน้อยก็ได้ระดับ D ถ้ามีการรับรองอย่างเป็ทางการจากฐานระดับ A แล้ว เธอก็จะสามารถหาคนเช่าได้ง่ายขึ้นมาก
อีกด้านหนึ่ง การตรวจสอบสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
จางเวินเหยียนและไห่หลิงเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สั่งให้คนขนสินค้าขึ้นรถ
ทั้งสองฝ่ายนั่งในห้องรับแขกเพื่อทำขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด!
การชำระเงิน!
จิ่งเหมียนมือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น รอให้เงิน 200 ล้านเข้าบัญชี!
“ติ๊ง!” เสียงจากสมาร์ตวอทช์ดังขึ้น จิ่งเหมียนรีบตรวจสอบยอดเงินทันที!
เธอนับจำนวนศูนย์ไม่หยุด!
200 ล้าน! จำนวนที่จิ่งเหมียนไม่เคยคิดฝันมาก่อน!
ต่อด้วยเงิน 40 ล้านจากไห่หลิง!
รวมกับเงินเก็บของเธอ 2 ล้าน
ทั้งหมด 242 ล้าน!
ว้าว! สุดยอดไปเลย!!
[ติ๊ง!]
ความสุขของจิ่งเหมียนถูกขัดจังหวะด้วยข้อความจากระบบ!
[ขอแสดงความยินดี! ระบบเตือนให้คุณอย่าลืมชำระค่าค้างจ่าย]
หน้าต่างปรากฏขึ้น จิ่งเหมียนเม้มปากแน่นพร้อมดวงตาที่กะพริบซ้ำ ๆ เงินเพิ่งเข้ามา ระบบก็มาเร่งให้เธอชำระหนี้ทันที
รู้แล้ว รู้แล้ว...
เธอต้องโอน 50 ล้านให้ระบบก่อน
จากนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลเื่ระดับความยากของภารกิจที่จะเพิ่มขึ้นอีกต่อไป
เมื่อจางเวินเหยียนและไห่หลิงจากไป จิ่งเหมียนก็จ่าย 24 ล้านให้กับเซียวเฝ่ย
สุดท้ายเธอก็จ่าย 14 ล้านให้กับเฉินย่า
เมื่อชำระหนี้สินทั้งหมดแล้ว เธอยังคงเหลือเงินอยู่ 154 ล้าน
ยังคงเป็จำนวนเงินมหาศาล!
ต่อไปนี้ จิ่งเหมียนก็เป็คนที่มีทรัพย์สินเป็ร้อยล้านอย่างแท้จริงแล้ว
บางทีโชคของจิ่งเหมียนอาจจะมาแล้ว หลังคนอื่น ๆ จากไป เธอก็ได้รับโทรศัพท์มากมายติดต่อมาเพื่อ้ามาดูห้อง
จิ่งเหมียนตกลงนัดหมายทันที ภารกิจการอัปเกรดใกล้จะสำเร็จแล้ว!
วันนี้เป็อีกวันที่ต้องพยายามเพื่อเครื่องปรับอากาศ!
จิ่งเหมียนดูหน้าต่างการตกแต่งที่ยังไม่ได้ปลดล็อก พลางวางแผนว่าจะติดตั้งอย่างไรดี
หลังมื้ออาหารเย็น จิ่งเหมียนสังเกตเห็นว่าเฉินย่ามองออกไปนอกหน้าต่างบ่อยครั้ง
“มีอะไรเหรอคะ เฉินย่า?”
แล้วเธอก็มองไปที่นอกหน้าต่างตามสายตาของเขา พบว่ามีซอมบี้หกถึงเจ็ดตัวเดินวนเวียนอยู่!
ปกติจะเห็นซอมบี้หนึ่งถึงสองตัวในตอนกลางคืน แต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?