"ขบวนอื่นคงออกเดินทางกันแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ"
จำนวนผู้ที่ร่วมเดินทางมีจำนวนทั้งสิ้นสิบห้าคน หากไม่นับรวมพวกนางห้าคนแล้วล่ะก็ จำนวนสิบคนที่เหลือจะเป็ผู้ที่บังคับรถม้าและบังคับเกวียนอีกหกคน ส่วนอีกสี่คนคือทหารที่มาช่วยคุ้มกันขบวน
เหตุที่มีผู้คุ้มกันน้อยเช่นนี้เป็เพราะนางรู้สึกว่าไม่จำเป็เท่าไหร่ การที่มีคนมากปัญหาก็ยิ่งมาก สุดท้ายแล้วเพราะการตกลงก็จบอยู่ที่มีผู้คุ้มกันเพิ่มขึ้นมาสี่คน แต่แท้จริงแล้วผู้ที่บังคับรถม้าทั้งหกก็เป็ทหารฝีมือดีไม่ต่างจากทั้งสี่คนเลยแม้แต่น้อย
ถึงรู้อยู่เต็มอกแต่นางก็ไม่ได้คิดที่จะเปิดโปงเลยแม้แต่น้อย อย่างไรนี่ก็เป็ความหวังดี อีกทั้งการที่รู้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งมากพอที่จะดูแลตนเองได้ นางจะไม่ต้องมากังวลในเื่ความปลอดภัยของพวกเขา
ระยะทางที่ใช้เดินทางไปยังหมู่บ้านที่สิบเอ็ดจำเป็ต้องใช้เวลาเดินทางถึงห้าวันหากเดินเท้า และใช้เวลาสองวันหากเดินทางด้วยรถม้า จึงไม่แปลกอันใดที่ชาวบ้านในหมู่บ้านแทบจะตลอดทั้งชีวิตจะเคยเดินทางมายังเมืองเหลียนเพียงไม่กี่ครั้ง
การเดินทางเป็ไปอย่างราบรื่น แม้ว่าระหว่าทางพวกเขาจะพบกับสัตว์ป่าและสัตว์อสูรอยู่บ้าง แต่พวกมันก็ทำเพียงยืนมองอยู่ไกล ๆ เท่านั้น อาจเป็เพราะในขบวนมีชิงอีที่เป็ถึงสัตว์อสูรขั้นแปด และเสี่ยวหลงที่เป็ครึ่งั
"อีกสองลี้ข้างหน้าจะถึงหมู่บ้านแล้วขอรับ"
เสียงคนขับรถม้าดังขึ้น เพื่อเป็สัญญาณให้คนทั้งหมดได้เตรียมตัว ในระหว่างนี้พวกเขาก็ได้ส่งคนพร้อมกับนำสารจากท่านเ้าเมืองไปส่งให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน
ทันทีที่ขบวนเสบียงของเนี่ยลู่ซือเดินทางมาถึงหมู่บ้าน ก็ได้มีคนมากมายยืนรอต้อนรับกันอยู่แล้ว ชายชราผู้ยืนอยู่ด้านหน้าสุดกล่าวว่าตนเองคือหัวหน้าหมู่บ้าน
"ข้าน้อยหม่าเหริน เป็หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ขอรับ ข้าขอเป็ตัวแทนชาวบ้านทุกคนกล่าวขอบคุณทุกท่านที่เหน็ดเหนื่อยเดินทางมาช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้"
ชายชรากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร รอยยิ้มและแววตาของพวกเขาแสดงออกถึงความดีใจอย่างไม่ปิดบัง
"ท่านคงได้อ่านสารที่ท่านเ้าเมืองเขียนแล้ว แต่ข้าขอพูดอะไรสักหน่อย ในการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็เพียงการช่วยเหลือระยะสั้น แต่ต่อไปในภายหน้าพวกเราจะช่วยกันหาวิธีช่วยเหลือพวกท่านในระยะยาวให้ได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพวกท่านด้วย
และเพราะงบประมาณที่มีไม่เพียงพอ เสบียงที่พวกเรานำมาจึงไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือดูแลพวกท่านตลอดทั้งฤดูกาล แต่ในวันพรุ่งนี้พวกข้าเป็ผู้คุ้มกันพวกท่านในการขึ้นเขาเพื่อหาอาหารและล่าสัตว์ป่าเพื่อเก็บไว้เป็เสบียง การไปในครั้งนี้ข้าจะไม่บังคับ หากใครเต็มใจก็ให้มารวมกัน ณ ที่แห่งนี้ไม่เกินยามเฉิน"
"เอ่อคือ...ท่านอาจจะยังไม่ทราบ แต่บนเขาใกล้หมู่บ้านมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่เ้าค่ะ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ พวกมันกระจัดกระจายกันเสียจนชาวบ้านไม่สามารถขึ้นเขากันได้"
"ข้าพอจะทราบมาบ้างแล้ว แต่เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง ในบรรดาคนที่ร่วมเดินทางมากับข้า นอกจากทหารฝีมือดีสิบคนแล้ว ยังมีข้าและพี่สาวผู้นั้นที่เป็จอมยุทธ์ หากสัตว์อสูรตนนั้นไม่ใช่สัตว์อสูรขั้นห้าขึ้นไป ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกข้า แต่หากพวกท่านยังไม่มั่นใจ พวกเราจะอยู่ที่นี่กันอีกห้าวัน พวกท่านมั่นใจเมื่อใดก็ค่อยเดินทางไปพร้อมกับข้า"
เสียงฮือฮาของชาวบ้านดังขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้รับรู้ว่าสตรีที่ดูบอบบางทั้งสองเป็ถึงจอมยุทธ์อีกทั้งยังแข็งแกร่งมากทีเดียว
"พรุ่งนี้หลังจากกลับมาจากการเข้าป่า ข้าจะมาแจกจ่ายเสบียง ณ ที่แห่งนี้นะเ้าคะ เช่นนั้นพวกข้าขอตัวไปพักผ่อนกันเสียหน่อย"
หลังจากที่เนี่ยลู่ซือกล่าวจบ นอกจากทหารคุ้มกันที่อยู่คุ้มกันเสบียงแล้ว พวกนางที่เหลือก็เดินทางไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อพักผ่อน
ระหว่างทางเนี่ยลู่ซือสังเกตเห็นว่าบ้านของชาวบ้านมีความทรุดโทรมไม่น้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเอง
" บ้านของข้าอาจคับแคบไปเสียหน่อย หวังว่าทุกท่านจะพออยู่ได้นะขอรับ"
เรือนไม้ขนาดกลาง ที่แม้ดูจากภายนอกจะทรุดโทรมแต่ภายในกลับถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ คนทั้งหมดนั่งพูดคุยอยู่ที่ห้องรับรองอยู่สักพัก ก่อนที่จะมีบุคคลใหม่เพิ่มมา
"ท่านพ่อข้ากลับมาแล้วขอรับ"
ร่างกำยำของชายที่คาดว่าจะเป็บุตรของหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาภายในห้อง เขาทำความเคารพพวกนางเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับตระกร้าที่สะพายเอาไว้
"บุตรชายของท่านหรือ"
เนี่ยลู่ซือมองคนที่เดินจากไปด้วยความสนใจ ก่อนที่จะหันมาถามผู้เป็เ้าบ้าน
"ขอรับ เขาเป็ลูกชายคนเดียวขอข้า "
"อืม...น่าสนใจไม่น้อย วันพรุ่งนี้บอกให้เขาเดินทางเข้าป่าพร้อมกับข้าด้วยเล่า"
แม้จะมีสีหน้าที่ดูงุนงงเล็กน้อย แต่หัวหน้าหมู่บ้านก็ตอบรับในทันที ก่อนที่คนทั้งห้าจะขอแยกตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกาย
"นายหญิงถูกใจเขาหรือเ้าคะ"
ชิงอีที่เพิ่งกลับมาจากการอาบน้ำให้ตนเองและบุตรชายเอ่ยถามขึ้น
"เ้าไม่สนใจหรือ"
เนี่ยลู่ซือย้อนถามสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของตน
"เขาแข็งแกร่งไม่น้อย นอกจากสามพี่น้อง อี เอ้อร์ ซาน แล้ว ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้ที่แข็งแกร่งจากภายในเช่นนี้"
"แล้วเช่นนี้จะไม่ให้ข้าสนใจได้อย่างไร หากเขาได้รับการฝึกฝน และนำทางเขาไปในทางที่ถูกต้อง ในอนาคตเขาจะต้องเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้แน่ "
"แต่กว่าจะถึงขั้นนั้นนายหญิงคงหมดทรัพยากรไปไม่น้อยเลย"
"แต่หากทำให้เขามาเป็กำลังให้เราได้ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่ใช่หรือ เอาไว้ดูอีกหน่อยก็แล้วกัน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที"
เนี่ยลู่ซือตื่นขึ้นมาในยามเหม่า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเข้าป่าในเช้าวันนี้ เพราะเป็วันแรกของการออกล่านางจึงคิดว่าคงมีชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเดินทางไปพร้อมกับนาง แต่นางคิดผิด ชาวบ้านกว่าร้อยคนมารวมตัวกันที่ลานกว้างของหมู่บ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สาง แต่ละคนมีมีดเล่มเล็กใหญ่และตะกร้าที่สะพายเอาไว้ที่ด้านหลัง
"ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเชื่อใจพวกเราขนาดนี้"
ชิงอีเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นจำนวนคนมากมายที่ยืนรอพวกเขาอยู่แล้ว
"พวกเขายังไม่ได้เชื่อใจพวกเราขนาดนั้น เพียงแต่ชีวิตต้องดิ้นรน วิธีการใดที่จะมีชีวิตรอดไปได้ พวกเขาย่อมยอมเสี่ยง"
เพราะจำนวนชาวบ้างที่เดินทางไปหาเสบียงมีมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ทหารคุ้มกันทั้งสิบคนจึงขอเดินทางไปด้วย ซึ่งเนี่ยลู่ซือก็ไม่ได้ปฏิเสธ แม้จะรู้ว่าเพียงชิงอีปล่อยกลิ่นอายของตนออกไป สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าย่อมไม่กล้าเข้ามาโจมตี
"คุณชายเฉิง ข้าฝากดูแลเสี่ยวหลงด้วยนะเ้าคะ เสี่ยวหลงดูแลคุณชายและคนอื่น ๆ ด้วยนะลูก"
แม้ว่าหมู่บ้านจะถูกรายล้อมไปด้วยป่าเขาขนาดใหญ่ แต่ป่าที่พวกเขาจะเดินทางไปในวันนี้คือป่าที่อยู่ด้านหลังของหมู่บ้าน ป่าแห่งนี้นอกจากจะมีสมุนไพรและผลไม้ป่ามากมายแล้ว ยังมีสัตว์ป่ามากมายที่สามารถนำเนื้อของมันมาตากแห้งเอาไว้ทานได้
เมื่อตรวจสอบแล้วว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีสัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าอันตราย ให้ก็ปล่อยให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บของป่ากันในทันที
"ข้าสองคนจะเข้าไปล่าสัตว์ให้ พวกท่านทั้งสิบคนช่วยคุ้มกันชาวบ้านด้วย แล้วก็ไม่ต้องเป็ห่วงใกล้ ๆ นี้ไม่มีสัตว์อสูรอยู่แล้ว"
ผู้คุ้มกันทั้งสิบพยักหน้าตอบรับ แม้ในใจจะสงสัยเล็กน้อยว่าเหตุใดสตรีตรงหน้าตนถึงรู้ได้ว่าไม่มีสัตว์อสูรอยู่ใกล้กับบริเวณนี้
"ข้าขอไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่ขอรับ"
ผู้ที่เอ่ยอาสาขึ้นมานั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็บุตรชายเพียงคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้าน
"เ้าชื่ออะไร"
"ข้าน้อยแซ่หม่า นามตงเฉิน ขอรับ "
"อืม...เช่นนั้นอาเฉินเ้าก็ตามพวกข้ามาเถอะ"
เดิมทีเทั้งสองคนคิดว่าจะใช้วิชาตัวเบาในการร่นเวลาในการล่า แต่เมื่อมีผู้อื่นมาด้วยพวกนางจึงต้องใช้การเดินเท้าแทน จุดที่ทั้งสองจะทำการล่าไกลจากจุดที่ชาวบ้านเก็บของป่ากันเกือบหนึ่งลี้ สำหรับคนทั้งสามหากใช้การเดินเท้าคงเช้าเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ
"ตรงนั้นมีฝูงกวางอยู่ขอรับ"
ทันทีที่ตงเฉินชี้จุด เนี่ยลู่ซือก็ลงมือในทันที ทั้งสองเลือกที่จะสังหารกวางที่มีอายุมากแล้ว หลีกเลี่ยงการล่ากวางที่ตัวเล็กหรือกวางที่กำลังท้องอยู่
นอกจากกวางแล้ว พวกเขายังได้ควายป่าและสัตว์อื่น ๆ รวมแล้วสิบห้าตัว ทำเอาตงเฉินที่เดินทางมาด้วย มองภาพตรงหน้าด้วยความใ
แม้จะตื่นตะลึงกับความสามารถของคนทั้งสอง แต่มีสิ่งอื่นที่ทำให้เขาคิดไม่ตกอยู่ในตอนนี้
'คนสามคนจะแบกสัตว์ทั้วสิบห้าตัวกลับได้อย่างไร!!'
ท้ายที่สุดตงเฉินก็ต้องใอย่างถึงที่สุดอีกครั้ง เมื่อเห็นกว่าสตรีทั้งสองยกซากสัตว์ขึ้นที่บ่า แล้วเดินทางกลับกันอย่างง่ายดาย
ในหัวของเขาเริ่มมีความคิดที่ว่า หากตนเองเป็จอมยุทธ์จะสามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อเช่นนี้ได้ใช่หรือไม่ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเ้าตัวจะเลิกคิดไป
เวลาที่สตรีทั้งสองใช้ในการล่าสัตว์ทั้งสิบห้าตัวนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วยามเสียด้วยซ้ำ ยิ่งด้วยการกลับมาของพวกเขามีกองซากสัตว์สูงแบกไว้ที่ไหล่ ยิ่งทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตื่นใ
แม้จะด้วยพละกำลังที่มหาศาลของคนทั้งสอง จะทำให้การแบกสัตว์ตัวใหญ่คนละเกือบสิบตัวจะเป็เื่ง่าย แต่ช่างเป็ภาพที่ไม่น่าดูชมเท่าไหร่เลย
"พรุ่งนี้เรานำเกวียนไปด้วยสักสองสามคันเถิดเ้าค่ะ "
ชิงอีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนต่อผู้เป็นาย เช่นไรนางก็เป็สตรีย่อมรักสวยรักงาม จะให้กลับมาด้วยสภาพอาภรณ์เปื้อนฝุ่นและเืเช่นนี้ทุกวัน นางรับไม่ได้จริง ๆ
*****