ตอนที่ 2 เ้าคือทาสของข้า
จางหม่านโถวปากอ้าตาค้างมองดูทางลับนั้นอย่างตะลึงลาน ตอนที่เขาเข้ามาเขาได้ใช้พลังปราณตรวจสอบหากลไกทางลับแล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย แต่ในตอนนี้ทางลับได้เปิดออกต่อหน้าเขา จะไม่ให้เขาใได้อย่างไร กลไกที่พลังปราณของเขาไม่อาจตรวจสอบได้มีอยู่บนโลกนี้ด้วย ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็ไปได้ว่ากลไกที่ซ่อนอยู่ในนครโบราณก็เป็เช่นเดียวกัน หากเขาสามารถหาสาเหตุที่ทำให้ทางลับนี้เปิดได้ เขาอาจเปิดทางลับอื่นๆในนครโบราณได้เช่นกัน ทุกอาคารในนครโบราณนั้นไม่มีชั้นใต้ดินแม้แต่อาคารเดียว หากทุกทางใต้ดินล้วนปิดซ่อนไว้แบบนี้เล่า จะมีสมบัติมากมายแค่ไหนซ่อนอยู่ในนครที่มีอาคารมากมายเช่นนี้กันนะ
จางหม่านโถวสงบจิตใจ แล้วก้าวลงบันไดไปเรื่อยๆ บันไดลงชั้นใต้ดินนี้เป็บันไดวนที่ไร้แสงไฟใดๆ เมื่อเดินวนลงไปไม่กี่รอบแสงสว่างจากด้านนอกก็หมดลง แต่สำหรับผู้ที่มีการฝึกปรือจนมีระดับปราณไร้สิ้นสุดเช่นจางหม่านโถวความมืดไม่มีผลใดๆต่อเขาอีก เขาสามารถมองเห็นในความมืดได้ไม่ต่างจากตอนกลางวันแม้แต่น้อย นับั้แ่เข้าสู่ระดับปราณรู้แจ้ง พลังปราณที่แผ่ออกจากร่างมันก็สามารถััถึงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบกายได้ ััที่รับรู้ได้นั้นชัดเจนยิ่งกว่าการมองด้วยตามากนัก ััปราณนี้ทำได้แม้กระทั้งส่งผ่านสิ่งของไปสำรวจสิ่งที่อยู่ภายใน ดังนั้นเขาจึงใช้ตรวจสอบหากลไกต่างๆที่ซ่อนอยู่ได้ การที่เขาหากลไกนี้ไม่พบจึงเป็เื่แปลกอย่างยิ่ง
จางหม่านโถวเดินลงบันไดไปรอบแล้วรอบเล่า จนเขาไม่อาจนับได้ ไม่รู้ว่าลงมาลึกเท่าไหร่ เขาได้แต่แปลกใจ เหตุใดต้องสร้างห้องใต้ดินไว้ลึกขนาดนี้ด้วย การสร้างห้องใต้ดินหลายชั้นจนลึกลงไปมากนั้นนับว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แค่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการทำเท่านั้น แต่การสร้างห้องใต้ดินให้ลึกลงไปโดยไม่มีพื้นที่ใช้สอยแม้แต่น้อยแบบนี้นับว่าไม่เคยพบเห็นมาก่อน การสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมากเพื่อสร้างห้องใต้ดินที่ลึกขนาดนี้แต่กลับไม่มีพื้นที่ใช้สอยอะไรเลยนั้น หมายความว่าสิ่งที่เก็บไว้ด้านล่างสุดต้องมีค่ามาก และมีความจำเป็ต้องรักษาไว้ใต้ดินลึกเท่านั้น
เมื่อเดินลงมาจนสุดบันได ชายหนุ่มพบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องขนาดเล็ก พื้นที่ไม่เกิน 15 ตารางเมตร ใจกลางห้องมีหีบสีเหลี่ยม กว้างไม่เกิน 1.5 เมตร ยาวไม่เกิน 2.5 เมตร สูงไม่เกิน 1 เมตรวางอยู่ ผนังทุกด้านมีรอยจารึกที่จางหม่านโถวไม่เข้าใจอยู่เต็มไปหมด อักขระที่จารึกอยู่นั้นไม่ต่างจากอักขระในอาคาร้าแม้แต่น้อย ในเมื่อเขาไม่สามารถอ่านอักขระเ่าั้ได้เขาจึงไม่สนใจอีกต่อไป และหันไปให้ความสนใจกับหีบสีเหลี่ยมนั้นมากกว่า
จางหม่านโถวพยายามที่จะเปิดหีบนั้นออก แต่ไม่ว่าจะใช้พลังขนาดไหนก็ไม่อาจทำให้ฝาหีบนั้นเขยื้อนได้แม้แต่น้อย ดูเหมือนว่ากลไกที่ใช้ในการปิดหีบนี้จะแข็งแรงมาก การใช้กำลังปราณอย่างเดียวไม่อาจจะฝืนเปิดมันออกมาได้ จางหม่านโถวนำมีดสั้นสีเงินวาววับออกมาจากแหวนมิติของเขา นี่เป็มีดสั้นระดับเซียนขั้นต่ำ เป็อาวุธที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเขา ภายใต้ความแหลมคมของมีดนี้ แม้แต่เหล็กกล้าความหนาเท่าหีบนี้ก็สามารถถูกตัดครึ่งได้ในการลงมีดเพียงครั้งเดียว เนื่องจากเขาไม่อยากเสี่ยงทำสิ่งที่อยู่ในหีบเสียหาย เขาจึงลองตัดส่วนที่เป็มุมของหีบก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาประหลาดใจเป็อย่างมาก หีบนั้นไม่มีรอยแม้แต่น้อย นอกจากรอยอักขระที่จารึกไว้อยู่ก่อนแล้ว หีบใบนี้ไม่มีรอยขีดข่วนอะไรอีกเลย จางหม่านโถวเร่งพลังปราณเสริมแรงให้กับการโจมตี เขาลงมีดอีกครั้งด้วยพลังปราณเต็มกำลัง เขามั่นใจมากว่าครั้งนี้ย่อมสามารถทิ้งร่องรอยไว้ได้บ้างไม่มากก็น้อย แรงปะทะทำให้ข้อมือของเขาชาด้าน ง่ามมือแทบฉีกขาด แต่หีบยังคงไร้รอยขีดข่วนเช่นเคย
หีบนี้ทำจากแร่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามีดระดับเซียนขั้นต้นเสียอีก แค่การได้พบแร่นี้ก็นับว่าคุ้มค่าที่เขาเสี่ยงชีวิตเข้ามาในนครโบราณแห่งนี้แล้ว หีบใบนี้ใหญ่เกินพอที่จะสร้างดาบ กระบี่ และชุดเกราะทั้งชุด หลังจากสร้างอาวุธและชุดเกราะแล้ว มันยังเหลือเกินครึ่งด้วยซ้ำ หากขายแร่ที่เหลือนี้ เขาสามารถซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ได้อย่างสบาย ปัญหาคือจะเอาแร่นี้ออกไปได้อย่างไรเท่านั้น
จางหม่านโถวพิจารณาหีบตรงหน้าอีกครั้ง ตรงกลาง้าของหีบมีลูกแก้วทรงกลมสีแดงม่วงที่เปล่งประกายอ่อนๆในความมืดอยู่ด้วย มันไม่รู้ว่าเป็อัญมณีใด แต่เมื่อเป็ของจากนครโบราณย่อมมีคนให้ราคาสูงจนเหลือเชื่อเป็แน่ จางหม่านโถวทุ่มเทพลังปราณเพื่อตรวจสอบหีบนี้ แต่น่าแปลกที่พลังของเขาเหมือนกับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อัักับหีบ ไม่ว่าจะััส่วนไหนมันก็ไม่อาจรับรู้พลังปราณที่ส่งไปได้เลย รับรู้ได้แต่ััเย็นะเืที่ปลายนิ้วเท่านั้น
จางหม่านโถวลูบคลำทั่วทั้งหีบเพื่อหากลไกในการเปิดแต่ก็ไม่อาจหาเจอได้ ไม่รู้ว่ามันลูบคลำหีบอยู่นานเท่าไหร่ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากหีบและ้าของหีบก็ค่อยๆเลือนออกไปด้านข้าง มันมองลงไปในหีบ เขาก็เห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ สิ่งที่อยู่ในหีบ ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็ศพ หญิงสาวคนหนึ่ง ร่างของนางอยู่ตรงกลางหีบ พื้นที่รอบกายนาง วางไว้ด้วยอัญมณีสีแดงม่วงแบบเดียวกับที่อยู่บนหีบ แต่อัญมณีเหล่านี้เม็ดเล็กกว่าบนหีบอยู่มาก ด้วยปริมาณที่มากมายขนาดนี้ เขาไม่อยากคิดเลยว่าเขาจะร่ำรวยเพียงใดหลังจากขายอัญมณีเหล่านี้ออกไป
แต่สิ่งที่งดงามกว่าอัญมณีเหล่านี้คือใบหน้าของหญิงสาวที่นอนอยู่ในหีบ นางงามยิ่งกว่าหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพเสียอีก จางหม่านโถวรู้สึกว่าเขาเข้าใจคนที่ลงทุนทำแบบนี้เพื่อเก็บรักษาศพของนางเอาไว้ เขาถึงกับนึกอิจฉาชายผู้ได้เป็สามีนางเลยทีเดียว ขณะที่เขากำลังเหม่อลอยไปกับความงามของหญิงสาวผู้นี้ เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าอัญมณีรอบๆตัวนางค่อยๆหมดแสงลงทีละน้อยๆ
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวผู้นี้เสียชีวิตไปนานแล้ว ร่างกายของนางไม่ได้แผ่พลังปราณออกมาแม้แต่น้อย นางไม่หายใจ สภาพของนางแตกต่างจากผู้ที่จำศีลเพื่อยืดอายุอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่ามีผู้ฝึกตนบางคนไม่อาจทะลวงผ่านระดับต่อไปก่อนจะหมดอายุขัย พวกเขาจึงตั้งใจที่จะหยุดการทำงานของร่างกายไว้ใน่หลายปีสุดท้ายก่อนจะหมดอายุขัย และมอบหมายให้ลูกหลานค้นหาของวิเศษ สมุนไพรวิเศษที่จะช่วยให้ทะลวงผ่านระดับขั้นต่อไปได้ เมื่อได้ของเ่าั้มาค่อยปลุกพวกเขาขึ้นมา แต่สำหรับหญิงสาวผู้นี้แล้ว สภาพของนางคือศพที่ถูกคงสภาพไว้เท่านั้น ไม่มีร่องรอยของชีวิตแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มหยิบแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของขึ้นมาเพื่อเอาของที่ไม่จำเป็ออก เนื่องจากพื้นที่ในแหวนนั้นเหลือไม่พอที่จะใส่หีบนี้เข้าไป ขณะที่ชายหนุ่มกำลังคัดเลือกสิ่งของที่จะทิ้งไว้ที่นี่อยู่นั้น เขาก็ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ด้านหลัง เมื่อหันกลับไปดูเขาก็ต้องตกตะลึง หญิงสาวที่นอนอยู่ในหีบนั้น ขณะนี้ได้นั่งอยู่และหันมามองที่เขาด้วยสายตาที่เขาไม่อาจบรรยายได้
“น...นางเซียน!!!!! ท่านยังไม่ตาย!!!!!” จางหม่านโถวละล่ำละลักออกมา ด้วยความสามารถของเขากลับไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นนั่ง นี่เป็เื่เป็ไปไม่ได้สำหรับเขา ในเมื่อพลังปราณของเขาทำให้เขาััทุกอย่างได้ เหตุใดเขาจึงไม่รู้ว่านางเคลื่อนไหว เมื่อเขาตรวจสอบััโดยละเอียดเขาจึงได้รู้ว่า ััที่ได้จากหีบใบนั้นแปลกไปจากสิ่งที่เขาเห็น ััปราณของเขายังคงบอกว่าหีบนั้นยังอยู่ในสภาพเดิม แต่เขาเห็นชัดๆว่าหญิงสาวได้ลุกขึ้นมานั่งตรงหน้าเขาแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป็เพิ่มพลังปราณที่ดวงตาเพื่อที่จะเห็นได้ชัดขึ้น เป็ที่แน่นอนแล้วว่าหีบใบนั้นสามารถดูดพลังปราณได้ ดังนั้นััที่รับรู้ได้จากหีบนั้นจึงไม่ถูกต้อง
ไม่มีการเคลื่อนไหวใดจากหญิงสาว เธอไม่พูด ไม่แม้กระพริบตา จางหม่านโถวเริ่มคิดว่าตัวเองเจอผีดิบเข้าให้แล้ว เขาจ้องตาของหญิงสาวตรงๆ เพื่อพยายามสังเกตหาร่องรอยความมีชีวิตในแววตาของเธอ แววตานั้นดูเหมือนแววตาของมนุษย์ทั่วไป เป็ดวงตาที่งดงามจนมันไม่อยากจะละสายตาเลยสีเดียว แต่มันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติกับดวงตาคู่นี้ แต่ด้วยการที่มันอยู่ในห้องไร้แสงเช่นนี้สิ่งที่มันมองเห็นย่อมแตกต่างจากการมองเห็นภายใต้แสงปกติอยู่บ้าง แม้เขาจะรู้ถึงเหตุผลนี้ดีแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าความแปลกที่เขารู้สึกนั้นไม่ใช่เพราะภาพที่เห็นนั้นแปลกไป แต่เป็สิ่งที่เกิดจากการมองตาของนางต่างหาก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกมึนศีรษะขึ้นมา เหมือนว่าเขาจะหมดสติไปชั่วครู่ เมื่อได้สติคืนมา จางหม่านโถวก็เดินพลังปราณเตรียมพร้อมต่อสู้ทันที
“เ้าชื่ออะไร” หญิงสาวเอ่ยปากถามแบบไม่ทันให้ชายหนุ่มได้ตั้งตัว
“ท่านพูดได้!?” จางหม่านโถวถามอย่างใ น้ำเสียงของนางนั้นช่างไพเราะอย่างยิ่ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจบางอย่าง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้ ใครเป็คนเก็บนางไว้ใต้ดินลึกถึงเพียงนี้ นางถูกเก็บไว้ในนี้มานานแค่ไหนแล้ว นางอายุเท่าไหร่กันแน่ก่อนที่นางจะหลับไป พลังฝีมือของนางอยู่ในระดับใด เขาควรกราบนางเป็อาจารย์หรือไม่ หากนางเป็ยอดยุทธสมัยาจริงวิชาฝีมือที่นางรู้จักย่อมเหนือกว่าวิชาที่ฝึกฝนกันอยู่ในปัจจุบันนี้เป็อย่างมาก นับว่าเป็ประโยชน์กับมันไม่ใช่น้อยเช่นกัน
“ข้าเพิ่งเรียนภาษาของเ้าจากความจำของเ้า รีบตอบข้ามาเ้าชื่ออะไร” หญิงสาวถามเสียงแข็ง
ชายหนุ่มใยิ่งกว่าเดิม นางเรียนภาษาปัจจุบันนี้ได้จากการมองตาเขาแค่ครู่เดียวอย่างนั้นหรือ เื่แบบนี้เป็ไปได้อย่างไร ต่อให้นางมีวิชาที่ใช้อ่านจิตใจคนได้ แต่จะเรียนสิ่งที่อยู่ในสมองของเขาได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ แค่ความสามารถนี้ก็เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้แล้ว ดูเหมือนว่าการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของเขาครั้งนี้จะเป็การได้อาจารย์ระดับเทพก็เป็ได้
“ถ้าท่านอ่านความคิดข้าได้ ท่านน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว” จางหม่านโถวพูดออกไปเพราะอยากทดสอบว่านางพูดจริงหรือไม่
“จางหม่านโถว เ้าคิดทดสอบข้างั้นหรือ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็มิตร
จางหม่านโถวรีบตั้งท่าเตรียมรับการโจมตีโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าเขาจะตั้งใจทดสอบนางเพื่อพิสูจน์ความสามารถของนาง และมีความคิดที่จะกราบเป็อาจารย์ แต่ฟังจากน้ำเสียงของนางดูเหมือนว่าจะไม่เป็มิตรกับเขาสักเท่าไหร่ หากนาง้าฆ่าเขาคงลำบากแค่พลิกฝ่ามือเท่านั้น ส่วนความคิดทีจะกราบนางเป็อาจารย์นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากนางแม้แต่น้อย
“จางหม่านโถว เ้าคิดว่าเ้ารับมือข้าได้จริงๆรึ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกพลางผลักมือขวาออกมาทางจางหม่านโถว ฝ่ามือนี้เคลื่อนไหวไม่เร็วไม่ช้า ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่แผงมากับฝ่ามือแม้แต่น้อย
จางหม่านโถวยังคงตั้งรับอย่างเต็มกำลัง เขาไม่คิดจะหนี ถ้าะโหนีฝ่ามือที่ไร้พลังปราณแบบนี้ก็เสียชื่อยอดยุทธระดับปราณไร้สิ้นสุดหมดสิ บางทีนี่อาจจะเป็การทดสอบความสามารถของเขาก่อนที่นางจะพิจารณารับเขาเป็ศิษย์ก็ได้ หรือบางทีนางอาจไร้ซึ่งพลังปราณมีเพียงอำนาจในการอ่านจิตใจเท่านั้นและใช้อำนาจนั้นข่มขู่คน
จริงดังคาด แม้ว่าฝ่ามือของหญิงสาวจะดันจนสุดแขนแล้วก็ตาม เขากลับไม่รู้สึกถึงพลังโจมตีอะไรเลย ดูท่านางจะไม่มีพลังปราณเหลืออีกแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เตรียมตัวลงมือตอบโต้กลับ เขาพุ่งเข้าใส่หญิงสาวอย่างรวดเร็ว เตรียมจับกุมนาง คิดในใจว่า์ช่างเมตตาเขา เมื่อครู่เขายังอิจฉาสามีนางอยู่เลย อีกไม่นานเขาก็จะได้เป็สามีนางแล้ว
“หยุด!! ห้ามเคลื่อนไหว!!!!!” หญิงสาวตวาดเสียงเ็า
ร่างของจางหม่านโถวหยุดชะงักกลางอากาศทันที มันไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิดเดียว
“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!!!!! ทำไมข้าขยับไม่ได้!!!!!” จางหม่านโถวคิดในใจ มันพยายามจะยืนขึ้น เพราะตอนนี้มันนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นหลังจากที่พุ่งตัวมาข้างหน้าสุดแรงแต่แล้วกลับหยุดชะงักกลางคัน
“เ้าโดน [ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส] ของข้าเข้าไปแล้ว เ้าทำได้แค่ทำตามคำสั่งของข้าเท่านั้น” หญิงสาวพูดเหมือนอ่านใจมันได้อีกครั้ง
“แม้แต่ตอนนี้นางอ่านใจข้าได้งั้นรึ” ชายหนุ่มคิดในใจอย่างวิตก เขาไม่ได้มองตานางด้วยซ้ำ แต่นางกลับรู้สิ่งที่เขาคิดอยู่ ปกติการสะกดจิตหรืออ่านใจควรจะทำได้ก็ต่อเมื่อมองตาอีกฝ่ายอยู่ไม่ใช่หรือ
“ใช่ข้าอ่านใจเ้าได้ เมื่อเ้าเป็ทาสของข้าแล้ว ข้าสามารถรู้ทุกอย่างที่เ้าคิดอยู่ได้ ถ้าเ้าคิดแบบที่เ้าคิดตอนกำลังพุ่งตัวมาหาข้าอีกครั้งละก็ ข้าจะตัดสิ่งที่เ้าคิดจะใช้ทิ้งไป” หญิงสาวพูดอย่างราบเรียบ เหมือนจะไร้อารมณ์ความรู้สึก แต่คำพูดนี้กลับทำให้ จางหม่านโถว รู้สึกเย็นะเืไปทั้งกาย
----------------------------------------------------------------------------------------
นอกเื่ส่งท้ายตอน
จางหม่านโถว: นี่ลุง
ตาลุงติดเกมส์: อะไรอีก
จางหม่านโถว: ไหนๆจะให้ข้าชื่อเหมือนอาหารแล้ว ทำไมไม่เป็ของแพงๆล่ะ อย่างเป๋าฮื้ออะไรแบบนี้
ตาลุงติดเกมส์: เ้าลองนึกภาพ เป๋าฮื้อ ให้ดีๆแล้วเ้ายังอยากเป็ เป๋าฮื้อ อยู่อีกมั้ย
จางหม่านโถว: (นึกอยู่พักนึง พอภาพเป๋าฮื้อสดแวบขึ้นมาบนหัวก็ตอบไปว่า) ข้าเป็ หม่านโถว น่ารักๆดีกว่า
ตาลุงติดเกมส์: ฮึ ไอ้หน้าเป๋าฮื้อ คิดว่าตัวเองน่ารักได้ยังไงเนี่ย
จางหม่านโถว: อย่าเรียกข้าว่า ไอ้หน้าเป๋าฮื้อ สิ ข้าเป็ หม่านโถว นะ
ตาลุงติดเกมส์: โถ... ไอ้แป้งนึ่ง!