หลังจัดการเรื่องเมดูซ่าแล้วก็เดินทางมาที่แดนเทพทันที เพราะเซอร์คาร์ลอสแจ้งมาว่าท่านมหาเทพจักรพรรดิ เรียกไปหาที่เมืองหลวง เทียนทิ้งร่างแปลงไว้แดนมนุษย์เหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็ใช้พลังมหาเทพมาที่เมืองหลวง แต่มาพบท่านผบ.ซันเทียก่อน
“ ท่านผบ.ซันเทีย เห็นว่า ท่านมหาเทพจักรพรรดิเรียกข้าให้เข้าเฝ้า เรื่องขององค์ชายสิบใช่หรือไม่” เทียนรีบถามทันทีที่เจอหน้า
“ ไม่ใช่หรอก ที่ต้องการพบท่านเพราะท่านมีเรื่องจะประกาศ ให้ราชันทั้ง 8 รับทราบ ส่วนเรื่ององค์ชายสิบนั้นท่านจัดการให้องค์ชายสิบไปอยู่ชายแดนเมืองร้างไม่ให้กลับมาอีกตลอดไป” ผบ.ซันเทียกล่าว
“ ท่านเป็นราชันอุดรแล้ว ท่านมีปราสาทส่วนตัวที่เมืองหลวงด้วย ท่านรู้จักหรือไม่ ข้าจะไปส่งท่านเอง” ผบ.ซันเทียบอกให้รู้
“ เซอร์คาร์ลอสบอกมาเหมือนกัน แล้วข้าต้องเข้าวังเมื่อไร”
“ อีก สามวัน “ ผบ.ซันเทียตอบ แล้วพาเทียนไปส่งที่ปราสาทราชันอุดร แล้วบอกว่าอีก 3 วันจะรอเทียนที่หน้าวัง
“ ท่านราชันอุดร” มีทหารประจำปราสาทออกมาต้อนรับกันหลายคน
“ ใครคือหัวหน้าที่นี่”
“ ข้าคือ มาคัส เป็นหัวหน้าองครักษ์ประจำปราสาทแห่งนี้” มาคัส แนะนำตัว
“ ดี มาคุยกันหน่อย” เทียนพูดจบ มาคัสก็พาเทียนไปที่ห้องทำงานของราชันทันที
“ มาคัส เจ้าเล่าให้ข้าฟัง เรื่องราวราชวงศ์ ที่ข้าควรจะรู้ และความขัดแย้ง แล้วใครกุมอำนาจในเมืองนี้ ค่อยๆ เล่ามา” เทียนอยากรู้ข้อมูลทั้งหมดของเรื่องราวในเมืองหลวง
“ ในเมืองหลวง ผู้มีอำนาจสูงที่สุดย่อมต้องเป็น ท่านองค์มหาเทพจักรพรรดิ ส่วนรองลงมานั้น ต้องเป็นองค์รัชทายาท ทาโร่ จากนั้นก็องค์ชายรอง องค์ชายสาม และองค์ชายสี่ ทั้งสี่องค์ชายเวลานี้เริ่มซ่องสุมกำลัง เพื่อจะผลักดันตัวเองให้ได้ตำแหน่ง ของท่านองค์มหาเทพจักรพรรดิ” มาคัสรายงาน
“ แล้วท่านมหาเทพธารินสนันสนุนผู้ใด” เทียนถาม
“ ท่านมหาเทพธารินเวลานี้สนับสนุนองค์รัชทายาท” มาคัสตอบ
“ แล้วโครงสร้างของอำนาจที่นี่เป็นอย่างไร” เทียนถามต่อ
“ ที่มีแม่ทัพรักษาเมือง คือท่านจาคอบ มีทหารอยู่หมื่นคน คอยดูแลสนับสนุนองค์ชายรอง ส่วนหัวหน้าองครักษ์พาคิน มีกำลัง สามพันคน สนับสนุนรัชทายาทและแม่ทัพรักษาชายแดน แอนโทนี่ มีทหาร อยู่สองแสน กระจายกำลังทั่วทั้ง 8 ดินแดน สนันสนุนองค์มหาเทพจักรพรรดิ “ มาคัสรายงาน
“ เจ้าคิดว่า ข้าควรสนับสนุนใคร” เทียนลองถามความคิดเห็นของมาร์คัส
“ ท่านไม่ควรสนับสนุนใครเป็นการดีที่สุด” มาคัสตอบตามตรง
“ ที่ผ่านมามีราชัน ทั้ง 8 ได้ครองตำแหน่งองค์มหาเทพจักรพรรดิบ้างไหม”
“ ไม่เคยมี”
“ ถ้าสมมุติข้าชนะทุกคน เจ้าคิดว่ามีปัญหาเรื่องการยอมรับไหม” เทียนลองถาม
“ ย่อมต้องมีแน่นอน โดยเฉพาะเหล่าองค์ชายทั้งหลาย และผู้นำกองกำลังต่างๆ”
มาคัสกล่าวไปตามตรง เทียนยังมีเวลาว่าง 3 วันจึงให้มาคัสพาชมเมืองหลวง
“ ที่เมืองหลวงแห่งนี้มีร้านอาหารที่มีผู้คนชั้นสูง นิยมมากินมากที่สุด คือ ร้านอาหารเลิศนภา ที่โดดเด่นที่สุดคือเนื้อสัตว์ที่เอามาปรุงนั้นเป็นเนื้อสัตว์ที่นำมาจากป่าหิมพานต์” มาคัสเล่าเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ ป่าหิมพานต์เนี่ยนะ “ เทียนตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าโลกเทพจะมีป่าหิมพานต์
“ แล้วพวกเขาจับสัตว์อะไรมากินกันหรือ” เทียนสงสัย
“ มัจฉามังกร หรือว่า ปลามังกร เป็นปลาที่มูลค่าที่สุด รองมาก็เป็น สุกรนที
ช้างน้ำ สิงห์โตหมูป่า “ มาคัสเล่าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ แล้วข้างในป่าหิมพานต์ไม่มีพวกเทพเจ้า เช่น ท่านพญาครุฑ พญานาคราช หรือพวกฤาษี
อยู่บ้างเลยหรือ” เทียนสงสัย
“ พวกเราไปได้แค่บริเวณรอบๆ ป่าเท่านั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปข้างในส่วนลึกเพราะเคยมีคนเข้าไปไม่มีใครกลับออกมาอีกเลย” มาคัสเล่าอย่างหวาดหวั่น
“ แล้วจะเข้าไปในป่าหิมพานต์ได้อย่างไร”
“ ทางด้านตะวันออกของเมืองมีประตูเชื่อมมิติ ออกไปป่าหิมพานต์ได้เลย” มาคัสตอบอย่างรวดเร็ว เทียนบอกให้พาไปที่ร้านอาหารเลิศนภา เพราะอยากดูบรรยากาศร้าน
พอเทียนมาถึง ก็เห็นร้านเลิศนภา มีลักษณะเป็นหินทรงคล้ายปราสาททรงแบบยุโรป แต่มีหลายชั้น เดินเข้าไป มองแล้ว ตบแต่งเป็นลายโบราณอย่างสวยงาม
โต๊ะอาหารตบแต่งสไตล์ยุโรปโบราณ คนนั่งกันเต็มไปหมด ไม่มีที่นั่ง มาคัสไปคุยกับคนจัดโต๊ะ คนจัดโต๊ะเห็นเทียนก็รีบไปจัดโต๊ะ ให้ใหม่ แต่อยู่ชั้น 3 มาคัสเดินมากระซิบว่า ชั้น 4 มีแต่องค์ชายนั่งตอนนี้ก็เต็ม ชั้น 3 มีแต่พวกราชัน และเหล่าแม่ทัพ องค์รักษ์ นายกอง เทียนให้มาคัส สั่งปลามังกรมาลองชิม แล้ว เหล้าผลไม้มาหนึ่งขวด
ทุกคนที่นั่งอยู่แล้วหันมองมาที่เทียนเป็นจุดเดียว
“ ท่านมาคัส ท่านพาใครมา ไม่เห็นแนะนำให้รู้จักข้าบ้างหรือ” ชายวัย30แต่งชุดคล้ายทหารองครักษ์วังหลวง เอ่ยมาแบบไม่ไว้หน้าใคร
“ ท่านราชันท่านนี้คือรองหัวหน้าองครักษ์วังหลวง ท่านลีโอ” มาคัสบอกกล่าวเทียนให้รับรู้ เทียนพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไรได้แต่เหลือบมองไปแวบหนึ่ง
“ นี่คือท่านราชันอุดรคนใหม่ท่านซูเทียน” มาคัสกล่าวตอบท่านลีโอไป
“ อ้อ ท่านนี่เองที่จับองค์ชายสิบ นึกไม่ถึงจะยังเด็กขนาดนี้” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากลีโอ ไม่ได้แสดงความเคารพเทียนเสียเลย แถมยังเดินเข้ามา
ใกล้ๆ แล้วเอาเท้าขวาเหยียบไปที่เก้าอี้ ด้านหน้าเทียน
“ ได้ข่าวว่าท่านล้มองค์ชายสิบได้ ข้าไม่เชื่อ อยากทดสอบดู ท่านกล้าหรือไม่”ลีโอกล่าวโดยไม่รู้จักเทียน มาก่อน
“ ท่านคือราชันอุดรท่านกล้าหรือ” มาคัสกล่าวด้วยความโมโห ที่แค่รององครักษ์กับกล้าท้าทายท่านราชันอุดร
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะ....” พูดไม่ทันจบ ก็มีมือมาสัมผัสใบหน้าที่กำลังจะพูดต่อ
เพี๊ยะ ! หน้าสั่นถลาไปตามแรงฝ่ามือ ร่วงไปนอนคว่ำไปกับพื้น พยายามจะลุกขึ้น
แต่ลุกไม่ได้ เพราะมีฝ่าเท้ามากระแทกที่แผ่นหลังอีกที ปึ้ก!
“ มาคัส รององครักษ์ ลีโอ ท่าทางจะง่วง ไม่ทันไรก็ลงไปนอนซะแล้ว” เทียนเหยียบไปที่หลังอีกที ปิ๊ก! ลูกน้องที่มาด้วย 8 คน ต่างพุ่งเข้าช่วยท่านลีโอ
เทียนใช้พลังที่เหนือกว่า บังคับให้ทั้ง 8 คนก้มลงคุกเข้าพร้อมกัน พรึบ!
“ พวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาทำอะไรข้าได้หรือ “ เทียนถามไปที่คนทั้งแปด
ไม่มีใครกล้าตอบหรือมองหน้าเทียนซักคน.. ท่านลีโอ พยายามจะเงยหัวขึ้นมาเพื่อที่จะพูด แต่ ถูกเทียนใช้เท้าตบไปที่หัวอีกที จนหัวทิ่มไปที่พื้นห้องเงยหัวไม่ได้อีก
เสียงอึกทึกครึกโครมขนาดนี้ ผู้คนชั้นสามต่างมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก
ต่างก็สงสัยใครกันช่างกล้า ทำร้ายรององครักษ์เช่นนี้ เวลานี้ชั้นสี่ต่างลงมาดูว่าใครช่างกล้าต่อสู้กันขณะที่ องค์ชายทั้งหลายกำลังดื่มกินอย่างมีความสุข แต่พอมาเห็นรององครักษ์ หัวทิ่มพื้นจึงยังไม่กล้า พูดอะไรออกไปรีบขึ้นไปรายงานเหล่าองค์ชายทั้งหลาย
“ เกิดอะไรขึ้น” เสียงดังลงมาจากบันไดด้านบน ตัวยังไม่ลงมาแต่เสียงนำมาก่อน
“ ท่านเป็นใครกล้าหาเรื่องในเมืองหลวงแห่งนี้” ชายแต่งชุดราชวงศ์กล่าวตะคอกมาที่เทียน มาคัสกระซิบ นี่คือองค์ชายห้าคนสนิทรัชทายาท
“ ข้าคือราชันอุดรคนใหม่” เทียนกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย
“ เฮอะ ถือว่าเป็นราชันแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ” องค์ชายห้าต่อว่าเทียนไม่ยั้ง
“ ถ้าท่านแน่จริง ก็ก้าวเข้ามาซิ ข้ารับประกันได้เลยว่าไม่เกิน 3 ก้าวท่านได้เอาหน้าทิ่มพื้นเป็นเพื่อนกับรององครักษ์แน่” มาคัสตกใจไม่คิดว่าท่านราชันอุดรคนใหม่จะห้าวขนาดนี้ ขณะที่ผู้คุ้มกันขององค์ชายห้าสองคนตวาดลั่น
“ บังอาจ กล้าพูดกับองค์ชายเช่นนี้ได้ยังไง” แล้วจึงคว้ากระบี่จ่อมาที่เทียนแล้วพุ่งเข้ามาปานสายฟ้าแลบ เทียนเห็นเช่นนั้นก็โกรจมากเรื่องแค่นี้ถึงกับใช้ท่ากระบี่ที่รุนแรงถึงชีวิตกันเชียวหรือ เทียนจึงใช้หมัดตรงๆอัดพลังเต็มที่แล้วปล่อยไปปะทะกับกระบี่ที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว เปรี้ยง! กระบี่ถูกแรงปะทะ ล้วนแตกกระจายออกไปเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยกระเด็นไปทั่ว
แต่พลังหมัดไม่หยุดแค่นั้น ยังพุ่งออกไปปะทะกับร่างขององครักษ์องค์ชายที่แทงกระบี่มาหาเทียน ตูม! ร่างกระเด็นทะลุออกไปนอกร้านและยังไม่หยุด ยังลอยออกไปจนมองไม่เห็นร่างองครักษ์คนนี้อีกเลย เทียนใช้ฝ่ามือฟาด คนขององครักษ์8คนที่คุกเข่าอยู่ลอยออกไปนอกร้านชั้น 3 ตกไปกองกับพื้นชั้นล่าง
แล้วเตะร่างของรององครักษ์ ที่ยังคงหัวทิ่มจนลอยไปรวมกับลูกน้องอีก8 คน
เสร็จแล้วหันไปมองหน้าองค์ชายห้า แล้วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดว่า
“ จะไสหัวไป หรือจะให้ข้าดีดท่านออกไป” เทียนไม่สนว่าองค์ชายห้าจะเป็นใครถ้าหากว่าพูดจาไม่ให้เกียรติกัน ก็ไม่ต้องพูดดีด้วย
องครักษ์อีกคนก้าวมาข้างหน้าองค์ชายเพื่อคุ้มครอง เทียนใช้หลังมือฟาดเปรี้ยงกระเด็นทะลุตึกชั้น สาม ลงไปกองข้างล่างอีกคน แล้วเดินเข้าไปหาองค์ชายต่อองค์ชายห้ารีบวิ่งหนีลงไปชั้นล่างทันที เทียนส่งเสียง ฮึ ในลำคอ แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม มาคัสยังอ้าปากค้างอยู่เลยไม่รู้จะทำยังไงต่อ..
“ มาคัสอาหารที่สั่งยังไม่มาเลย ไปตามให้หน่อยข้าชักหิวแล้ว” เทียนกล่าวเสียงเรียบ องค์ชายทั้งหลายที่อยู่ด้านบนไม่มีใครกล้าลงมาอีกเลย ส่วนชั้นสามทุกคนรีบวิ่งลงมากันหมด ไม่มีใครอยู่ที่ชั้น สาม นอกจากเทียนกับมาคัสเท่านั้น