ตอนที่ 10
สองแม่ผัวกับลูกสะใภ้ที่ได้ของและถือกลับบ้านด้วยใบหน้าที่แตกต่างกัน คนเป็ลูกสะใภ้ทำหน้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็ธรรม และคิดว่าได้ของกลับมาน้อยเกินไป ส่วนคนที่เป็แม่สามีนั้นกลับคิดว่าวันนี้ช่างโชคดี ที่จะได้อาหารเย็นหลายอย่าง ทั้งยังจะสามารถทำอาหารจานเนื้อได้อีกด้วย
เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน เด็กที่เห็นย่าถือไก่กลับมาด้วย ทั้งสองคนถึงกับทำตาลุกวาวทันที เพราะนั่นหมายความว่าวันนี้จะมีอาหารจานเนื้อกินแล้ว แม้ไม่ได้อด แต่ก็ไม่ได้กินกันบ่อยๆ จึงพากันดีใจ
"ย่าครับ มีไก่มาด้วยหรือครับ วันนี้เราจะได้กินไก่กันหรือครับ" หรงหนิงเจี้ยน ที่เห็นว่าย่ากลับมาพร้อมกับไก่จึงได้พูดขึ้นมา
"ใช่แล้ว หนิงเหอ ก็อยากกินไก่ที่สุดเลย ไก่มันอร่อยมากเลย"
"เด็กพวกนี้นี่ ทำเหมือนกับไม่เคยกินไปได้ วันนี้เราจะกินไก่กันดีหรือเปล่า"
"ดีที่สุดเลยครับ"
"ไก่อร่อย ไก่อร่อย หนิงเหอ จะรอกินนะครับ"
ส่วนพ่อและลูกชายที่มานั่งรออยู่ที่หน้าบ้าน เพราะใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว แต่คนทำอาหารไม่มีใครอยู่สักคน จึงมานั่งรอว่าทั้งสองคนไปไหนกัน ทำไมป่านนี้ยังไม่มีอีก แต่เมื่อเห็นว่าเมียและแม่ของเขาถือไก่เข้าบ้านมา จึงอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะจะมาลูกชายคนรองให้มาก็ไม่น่าจะเป็ไปได้ เพราะเขาเห็นว่าไปทำงานที่แปลงนา ในวันนี้อยู่เลย
"ยายแก่ ไปไหนกันมา ทำไมถึงไม่รีบกลับมาทำอาหารเย็น สะใภ้ใหญ่ทำไมถึงไม่รีบกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วได้อะไรกันมาจากไหนล่ะนั่น"
"นั่นสิครับแม่"
"แม่ไปเจอลูกรองรอเมียอยู่หน้าบ้านเลยคุยกันนานไปหน่อยเท่านั้นเอง"
"น้องสะใภ้ไปไหนหรือครับ หรือว่าออกไปคุยในหมู่บ้านกับเพื่อนอีกแล้วครับ"
"นั่นสิ สะใภ้รองไปไหน"
"ตอนแรกฉันเองก็คิดเหมือนทุกคน นั่นล่ะว่าออกไปคุยเหมือนทุกวัน แต่วันนี้สะใภ้รอง เข้าป่า ได้ผักป่า เห็ด เลยแบ่งมาให้ พร้อมทั้งยังให้ไก่มาอีกตัวหนึ่งด้วย"
"อย่างนั้นเองหรือ อืม...สะใภ้รองเก่งจริงๆ สมแล้วที่เป็ลูกของนายพรานที่เก่งของหมู่บ้าน"
"โธ่..พ่อสามีสะใภ้รองได้ไก่มาตั้งห้าตัว น่าจะแบ่งให้เราได้มากกว่านี้ ให้มาได้แค่ตัวเดียวเอง บ้านเรามีคนตั้งมากมาย ไก่ตัวเดียว จะไปพออะไรกันล่ะคะ"
"ได้ห้าตัวเลยหรือ" หรงอันฉีพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ตัวเดียวก็หายากแล้ว นี่ได้มาห้าตัวเชียวนะ
"ใช่แล้วค่ะ พี่อันฉี ไหนจะทั้งผักป่า ไหนจะเห็นยังมีอะไรอีกไม่รู้ฉันมองไม่เห็น แต่ให้เรามาแค่นิดหน่อยเอง ถ้าได้มากกว่านี้จะได้กินได้หลายมื้อหน่อย ใจแคบเสียจริง" นึกถึงแล้วความไม่พอใจก็ยิ่งมากขึ้น
"นั่นสิครับ ถ้าเป็อย่างนั้น น้องรองก็ใจแคบจริงๆ นั่นล่ะ"
"ลูกเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกับเมียของลูกอย่างนั้นหรือ เมียของลูก เอาแต่ว่าเขา แต่กลับอยากได้ของที่เขาหามาได้ ไม่ละอายใจกันอย่างนั้นหรือ"
"ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่อยากให้บ้านของเรามีกินกันเท่านั้น"
"ใช่แล้วครับแม่ ในเมื่อมีมากก็ควรที่จะแบ่งปันบ้านเราให้มากไม่ใช่หรือครับ"
"ถ้าอยากได้เยอะ ต่อไปสะใภ้รองก็ควรขึ้นเขาไปเก็บผักป่า กับเห็ดมาเองก็แล้วกัน ส่วนแก ก็เข้าป่าไปล่าไก่ป่าเอาเอง จะได้มีกินให้เยอะหน่อย ไม่อายหรืออย่างไรกันที่จะไปเอาของคนอื่น ของนี่สะใภ้รองเป็คนหามาเอง แค่แบ่งมาให้นี่ก็ถือว่าเยอะแล้ว ยังอยากจะไปเอามากอีกอย่างนั้นหรือ หน้าไม่อายเกินไปแล้ว"
"นั่นสิ แล้วของพวกนี้สะใภ้รองให้พ่อกับแม่เพื่อแสดงความกตัญญู ไม่ใช่ให้พวกแกเสียหน่อย อย่างที่พ่อของแกบอก อยากได้เยอะก็ไปหากันเอาเอง สะใภ้ใหญ่รีบไปทำอาหารได้แล้ว ถ้าไม่ชอบใจก็ไม่ต้องกิน ไม่ชอบไม่ใช่หรือ คนไม่อยากกินของคนที่ไม่ชอบหรอกนะ"
"ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย คนละเื่กัน"
ใครจะไปยอมกัน นานๆ จะได้กินเนื้อเสียที เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด จึงรีบตัดบทเพื่อที่จะเข้าไปทำอาหารทันที เพราะถ้ายังเถียงอยู่อย่างนี้ คงจะอดกินเนื้ออย่างแน่นอน
"ลูกเองก็ไปจัดการไก่ให้เมียของลูกทำอาหารได้แล้ว อย่าเห็นแก่ตัวให้มันมากนัก พวกเขาแยกบ้านออกไปแล้ว เขาจะให้ไม่ให้ก็ไม่มีใครไปว่าพวกเขาได้หรอกนะ"
"ครับแม่ ผมเข้าใจแล้ว" แม้ในใจจะไม่ยินยอมก็ตาม เมื่อนึกถึงไก่ที่ยังเหลืออยู่ที่บ้านของน้องชายในตอนนี้ก็รู้สึกอิจฉาเป็อย่างมาก
หลังจากลูกชายคนโตเดินออกไปแล้ว ลูกชายคนเล็กก็เดินกลับเข้าบ้านมา ลูกชายคนนี้ได้ทำงานในร้านอาหารของรัฐ ทำให้ไม่ต้องลงทำงานที่แปลงนารวม ทั้งยังมีเงินเดือนอีกด้วย ทำให้ที่บ้านไม่ได้ลำบากเหมือนบ้านคนอื่นมากนัก
"มีอะไรกันหรือเปล่าครับ พ่อ แม่ พี่ใหญ่เหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง"
เมื่อเห็นพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนกับตัวเองไม่ได้รับความเป็ธรรม และคงจะถูกพ่อกับแม่ว่าเอาอย่างแน่นอน จึงได้ทำหน้าอย่างนั้น พี่ใหญ่ของเขาเป็คนที่เอาแต่ใจคนหนึ่งเลยทีเดียว
"จะอะไรเสียอีกล่ะ พี่ชายกับพี่สะใภ้แกน่ะสิ พี่สะใภ้รองแบ่งทั้งผักป่า ทั้งเห็ด และยังให้ไก่มาอีกหนึ่งตัว ยังจะไม่พอใจ ยังอยากจะว่าพวกเขาให้น้อยไปอีก หาเองก็ไม่หา ยังอยากจะได้ของคนอื่น เห็นแก่ตัวทั้งผัวทั้งเมียจริงๆ"
บ่นลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้ ให้กับลูกชายคนเล็กได้ฟัง ถึงเื่ที่เกิดขึ้น เพราะรู้สึกไม่พอใจมากๆ
"พี่สะใภ้รอง เข้าป่าอย่างนั้นหรือครับ"
"ใช่แล้วล่ะ วันนี้พี่สะใภ้รองของแก ทั้งทำอาหารไปส่งให้พี่ชายของแกที่แปลงนาแล้วยังเข้าป่าไปอีกด้วย แม่เองก็แปลกใจเหมือนกัน แต่เป็อย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่ไม่อยากที่จะคิดให้ปวดหัว"
"ของพวกนั้นเป็ของพี่สะใภ้ ให้แค่ไหนก็ถือว่าดีแล้วครับ พวกเขาน่าจะ้าแสดงความกตัญญูต่อพ่อกับแม่มากกว่า ได้แค่นั้นก็ถือว่ามากแล้วล่ะครับ"
เขาเองก็ไม่เข้าใจพี่ชายใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่เหมือนกัน ที่ได้มาก็ถือว่าเยอะแล้ว ถ้าไม่ให้เลยก็ว่าไปอย่าง ช่างนิสัยเหมือนกันจริงๆ
"พ่อเองก็คิดเหมือนกัน แล้วที่ร้านอาหารมีอะไรหรือเปล่า ลำบากลูกแล้ว"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมทำได้สบายมาก พ่อก็รู้ว่าผมไม่ถนัดทำงานหนักในแปลงนา งานที่ร้านอาหารเหมาะกับผมที่สุดแล้วล่ะครับ" จะให้เขาตากแดด เข้าไม่เอาเด็ดขาด จะว่าเขาไม่สู้งาน ก็เป็อย่างนั้นจริงๆ
"ดีแล้วล่ะ"
สองผัวเมียแม้จะไม่พอใจกับของที่ได้น้อย แต่เมื่อทำเป็อาหารแล้ว คนที่มีปัญหาตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกนอกจากอาหารตรงหน้า เย็นวันนั้นจึงเป็วันที่กินอาหารกันอย่างมีความสุข และสร้างความอิจฉาให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเป็อย่างมากเพราะได้กลิ่นเนื้อโชยออกมานั่นเอง
( ฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ )