"ถ้าสนใจงานที่สปิริตบอมบ์ ก็ติดต่อตามเบอร์ที่ให้ไว้ได้เลยครับ เรารับสมัครอยู่ตลอด งานดี เงินดี เหมาะสำหรับคนที่อยากหารายได้เป็กอบเป็กำ รับรองไม่ผิดหวัง แถมผู้หญิงสวย ๆ แบบคุณด้วยแล้วเนี่ย ผมรับรองว่ารับเละ! แน่นอนครับ" มิกกี้พูดพร้อมกับใช้สายตาร้ายกาจคุกคามไปบนเรียวปากอวบอิ่ม ก่อนจะเลื่อนสายตามองลึกลงไปหยุดอยู่ที่ร่องอกนวลเนียนของเ้าของร่างเซ็กซี่เย้ายวนที่ดึงดูดให้หมาป่าดุร้ายอย่างเขามองดูอย่างหื่นกระหายอย่างลืมตัว
"เอ่อ...อ๋อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" หยาดพิรุณอึกอักตอบรับออกไปแบบส่ง ๆ หลังจากเห็นสายตาที่ดูเสียมารยาทของอีกฝ่าย มือบางรีบยกขึ้นมาปกปิดเนินอกโดยอัตโนมัติ ทำให้มิกกี้รู้ตัวจนต้องรีบละสายตามองไปยังจุดอื่นแทน
เธอฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท ก่อนจะปลีกตัวออกมาจากตรงนั้นด้วยความเป็ห่วงไอคิโด้ เพราะเกรงว่าเควิ่นจะชักจูงลูกชายของเธอไปทำเื่ที่ไม่เข้าท่าเข้าที
“ชื่ออะไรวะ! หุ่นอย่างเอ็กซ์ กูโคตรจะชอบเลยว่ะ” คริสเอ่ยถามทันทีเมื่อมิกกี้กลับเข้าไปนั่งในรถ
“กูไม่ได้ถาม แค่ให้นามบัตรเขาไปเฉย ๆ” มิกกี้ตอบคำถาม
“มึงโง่ป่าววะ! สวยขนาดนี้ทำไมไม่ถามชื่อขอเบอร์เอาไว้เลย” คริสต่อว่า
“มึงไม่รู้อะไร ถามแบบนั้นไก่ตื่นกันพอดี” มิกกี้พูดพลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“กูอยากได้ว่ะ แค่เห็นรูปร่าง อกโต ๆ ของนางเมื่อกี้ น้องชายกูก็ลุกซู่ซ่าแล้ว จะใส่ให้ไม่ยั้งเลยด้วย สวย ๆ แบบนี้ กูจะทำให้ร้องขอชีวิตเลยคอยดู” คริสพูดอย่างหื่นกระหายพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ
“หุบปากไปเลยไอ้คริส คนนี้กูจอง!” มิกกี้บอกพลางชี้หน้าคาดโทษ แต่คริสไม่ยอมรีบค้าน
“จองเหี้ยไรมึง! เจอพร้อมกัน…ก็ต้องเอาพร้อมกันด้วยสิวะ จะเรียกไอ้เลโอมาแจมด้วยยังได้เลย” คริสพูดเหมือนว่าตนมักจะร่วมรักกับสาว ๆ โดยมีมิกกี้และเลโอเข้าร่วมอยู่บ่อย ๆ และ ถ้าหากครั้งนี้จะมีอะไรกับผู้หญิงคนนี้พร้อม ๆ กันสามคนก็คงจะไม่ใช่เื่ที่แปลกอะไร
“บอกแล้วไงว่า คนนี้กูจอง! ” มิกกี้ย้ำชัด
“เออ ๆ กูรู้แล้ว! ว่าแต่…ทำไมกูคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้จังเลยวะ” คริสพูดขึ้นพลางจ้องหน้ามิกกี้ ทั้งสองคนจ้องมองกันไปมา
“มึงจะคุ้นหน้าผู้หญิงสวย ๆ ทุกคนของกูไม่ได้นะเว้ยไอ้คริส แต่ดู ๆ ไป กูก็รู้สึกคุ้น ๆ เหมือนกันว่ะ แต่ช่างแม่งเหอะ! ไปหาไอ้เหี้ยเลโอก่อนดีกว่า ป่านนี้บ่นตายห่าแล้ว” มิกกี้บอก ก่อนที่คริสจะเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เวลาต่อมา
ไอคิโด้กำลังเล่นเกมปาบอลอยู่ที่ตู้เกมในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งอย่างสนุกสนานอยู่กับผู้เป็พ่อ แน่นอนว่าคน ๆ นั้นจะเป็ใครไม่ได้นอกจากเควิ่น ผู้เป็พ่อแท้ ๆ ของลูกชายเธอ ทำหยาดพิรุณแทบที่จะไม่เชื่อสายตาของตัวเองว่าภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อเธอมาถึงและเห็นภาพความอบอุ่นของทั้งคู่ที่ก่อตัวขึ้นโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัว แต่เธอเองกลับรู้สึกได้และหากนึกย้อนไปถึงเมื่อสี่ปีที่แล้ว คงเป็ไปไม่ได้เลยที่เธอจะยอมให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้น
แต่ไม่ว่ายังไง ผู้ชายคนนี้ก็จะเป็แค่เพียงผู้ที่ให้กำเนิดลูกชายของเธอเท่านั้น และไม่มีทางเป็อย่างอื่นไปได้อีก แม้ว่าสองคนนั้นจะเป็พ่อลูกกันจริง ๆ แต่เด็กคนนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก และ ความตั้งใจของผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน เมื่อเตือนสติของตัวเองได้แล้ว หยาดพิรุณก็รีบสลัดภาพจอมปลอมที่เห็นอยู่ออกไปจากหัวสมองของเธอ แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ทันที
“นี่คุณ!” หยาดพิรุณกำลังจะอ้าปากพูด แต่ปลายนิ้วชี้เรียวยาวของอีกฝ่ายก็ยกขึ้นมาแตะริมฝีปากนุ่มของเธอเพื่อห้ามไม่ให้ส่งเสียงดัง พลางชำเลืองสายตาคมกริบมองไปยังร่างเล็กที่กำลังตั้งอกตั้งใจเล่นเกมอย่างสนุกสนาน หยาดพิรุณจึงนิ่งเงียบ ก่อนจะขยับเรียวขาเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วพูดเพื่อให้ได้ยินกันแค่เพียงสองคน
“คุณเอาตัวลูก! เอ่อ...คุณเอาตัวลูกชายของฉันมาได้ยังไง” เควิ่นเหมือนกับรู้คำถามของเธอรีบชูบัตรรับนักเรียนที่แอบขโมยมาจากกระเป๋าของอีกฝ่ายขึ้นเพื่อให้เธอได้เห็นมันแบบชัด ๆ และ เมื่อหยาดพิรุณเห็นเข้าก็ตาลุกวาวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟรีบควานหาบัตรรับนักเรียนจากในกระเป๋าสะพายของตัวเองเพื่อความแน่ใจ แต่ก็ไม่พบ
“นี่คุณ! ถือดียังไงมาค้นกระเป๋าสะพายของคนอื่นเขา เสียมารยาท!” มือบางกำลังจะคว้าบัตรมาจากอุ้งมือหนาของเขา แต่ร่างใหญ่ชักมือกลับ เพราะเสียงของเ้าตัวน้อยดังแทรกขึ้นมา ทำให้ทั้งคู่ต้องหันกลับไปมอง
“หม่ามี๊มาแล้ว! เย้ ๆ” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยเอ่ยขาน ทันทีที่แววตาไร้เดียงสามองเห็นผู้เป็แม่ หยาดพิรุณยิ้มออกมาบาง ๆ ให้กับลูกชายตัวน้อย ๆ ที่ะโโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจ
“คิโด้! เรากลับบ้านกันเถอะครับ” ว่าแล้วหยาดพิรุณก็เดินเข้าไปดึงบัตรรับนักเรียนกลับคืนมา แล้วคว้าหมับเข้าที่แขนน้อย ๆ แต่ไอคิโด้กลับออกอาการขืนตัวไม่ยอมไปด้วยง่าย ๆ หยาดพิรุณจำต้องหยุดชะงัก
“หม่ามี๊!” เด็กน้อยเสียงอ่อน ด้วยท่าทางที่ดูเหมือนยังอยากจะอยู่ต่อ
“นี่คุณ! จะรีบไปไหน เรายังเล่นไม่จบเกมกันเลยนะ” เควิ่นรีบแย้ง เมื่อเห็นว่าไอคิโด้ดูท่าว่าจะยังไม่อยากกลับ
“ฉันจะพาลูกกลับบ้าน นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย ฉันไม่อยากให้เขากลับบ้านผิดเวลาเดี๋ยวจะติดเป็นิสัย ไหนจะต้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ต้องทานข้าว ทำการบ้านกว่าจะเข้านอนอีก นอนดึกลูกฉันเสียสุขภาพนะคุณ” เธอแจกแจง เพราะคิดว่าเขาเองคงจะไม่รู้เื่พวกนี้
"เกินไปหรือเปล่า! นี่เด็กสามขวบเองนะ จะกะเกณฑ์อะไรขนาดนั้น แล้วอีกอย่างนี่ก็แค่ ห้าหกโมงเท่านั้นเอง แถมยังเป็วันศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่ปล่อยให้เด็กได้ทำอะไรที่นอกเหนือจากที่ทำอยู่ทุกวันบ้าง ควรจะตามใจลูกบ้างสิ ลองถามคิโด้หรือยัง ว่าอยากจะกลับหรือว่าอยู่ต่อ นี่ถ้าคิโด้เป็ลูกของฉัน ฉันจะไม่มีทางบังคับเขาแบบนี้แน่”
“แต่เผอิญว่าไอคิโด้ไม่ใช่ลูกของคุณ!” หยาดพิรุณตอกกลับไปเควิ่นถึงกับสะอึก ทั้งคู่จ้องหน้ากันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงจะยักไหล่ไม่พูดด้วย แล้วหันกลับไปมองแววตาใสของไอคิโด้แทน
“เรากลับกันก็ได้ฮะ...ถ้าหม่ามี๊ไม่สบายใจ” ไอคิโด้พูดเสียงอ่อน ๆ พลางก้มหน้าลงอย่างเศร้า ๆ เพราะไม่อยากเห็นทั้งสองคนต้องมาทะเลาะกันด้วยเื่ของตน แพขนตาหนากะพริบไหวขณะที่มองหน้าลูกชายตัวน้อย
หยาดพิรุณเดินเข้าไปหาลูกชาย ก่อนจะโน้มตัวลงไปลูบไล้ที่ศีรษะเล็กพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความใจเย็น
“คิโด้ ยังอยากที่จะเล่นต่ออยู่หรือเปล่าครับ”
“อยากฮะ ผมอยากเล่นให้จบเกมก่อน แต่ถ้าหม่ามี๊จะกลับแล้ว ผมกลับพร้อมหม่ามี๊ก็ได้นะฮะ” เด็กน้อยตอบเสียงใสแววตาไร้เดียงสาพลางสบตากับผู้เป็แม่อย่างเต็มใจ ไม่เพียงแต่ไอคิโด้จะไม่งอแง แต่กลับเข้าใจอะไรง่าย ๆ
ฉะนั้นเธอจะไม่ฝืนใจเขา เพราะนาน ๆ ที ไอคิโด้ถึงจะได้มีโอกาสได้มาเล่นของเล่นที่นี่แบบเด็กคนอื่น ๆ สักครั้ง หากเธอยังบังคับ และขืนที่จะพาตัวเขากลับไปจริง ๆ ก็ดูว่าเธอคงจะใจร้ายเกินไปเสียหน่อย
หยาดพิรุณมองหน้าลูกชายแล้วอดที่จะใจอ่อนไม่ได้ แววตาซื่อไร้เดียงสาของเขา ทำหยาดพิรุณต้องยอมแพ้ให้กับลูกอ้อนตาใสของเ้าตัวเล็กอย่างราบคาบไปเสียทุกครั้งรวมถึงครั้งนี้ด้วย
“โอเค ถ้างั้นจบเกมแล้วเรากลับบ้านกันนะครับ ตกลงมั้ย!” เธอถามไอคิโด้พลางยิ้มให้อย่างใจเย็น เควิ่นเองที่ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ตกลงฮะ ถ้าผมแพ้! ผมจะรีบกลับบ้านทันทีฮะ” คำพูดของไอคิโด้ทำเธอแปลกใจนิดหน่อยกับคำว่าแพ้ แต่หากว่าชนะจะไม่ยอมกลับงั้นหรือ หยาดพิรุณงุนงง แต่ก็ยอมปล่อยให้สองคนนั้นเล่นเกมต่อไปอีกสักพัก
“เย้ ๆ ๆ ผมชนะแล้ว ๆ ๆ” ไอคิโด้ดีใจะโโลดเต้น วิ่งวนไปรอบ ๆ ร่างสูงใหญ่ของเควิ่น ในขณะที่เขาเองก็ยิ้มดีใจกับเ้าตัวน้อย แม้ว่าตนจะไม่ใช่ผู้ชนะ และแม้ว่าเกมจะไม่ได้ยากเกินที่จะเอาชนะเด็กอย่างไอคิโด้ได้ แต่เขาก็ต้องเล่นให้แพ้เด็กคนนี้อยู่ดี เพื่อให้ไอคิโด้ได้เรียนรู้ถึงชัยชนะ และนั่นก็เป็แผนอีกเหมือนกันที่เขา้ายื้อให้ไอคิโด้ และหยาดพิรุณอยู่ต่อ
“โอเค งั้นเราไปทานไอศกรีมต่อกันเถอะ” คำพูดของเควิ่นทำให้หยาดพิรุณถึงกับหูผึ่ง แล้วรีบวิ่งเข้ามาขวางทางไว้
“นี่คุณ! ไหนบอกว่าจบเกมแล้วจะให้ฉันพาคิโด้กลับไง” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็คอยชำเลืองมองด้วยว่าปฏิกิริยาของเ้าตัวเล็กเป็ยังไง หากเลือกที่จะขัดใจทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ผมพูดแบบนั้นเหรอ!” เควิ่นยักไหล่ วางท่าไม่รู้ไม่ชี้ หยาดพิรุณเริ่มที่จะออกอาการหงุดหงิด
“นี่คุณ! อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ” หยาดพิรุณจ้องหน้า
“เธอจะกลับก็ได้ แต่ฉันเป็ผู้ใหญ่พอ พูดอะไรกับเด็กไว้ก็ต้องทำตาม ไม่งั้นเด็กจะขาดความเชื่อถือได้” เควิ่นพูดพลางจ้องกลับ
“หมายความว่ายังไง” หยาดพิรุณถามเสียงเรียบ
“ฉันบอกว่าจะพาคิโด้ไปทานไอศกรีมถ้าชนะฉันได้ แล้วลูกของเธอก็เล่นเกมชนะฉัน ตามที่เราตรงลงกันไว้”
“คุณแกล้งแพ้!” หยาดพิรุณพูดอย่างรู้ทัน ขณะที่อีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยที่เธอรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา
“เพื่อที่จะถ่วงเวลาให้ฉันอยู่ต่อ คุณตั้งใจแกล้งฉันใช่มั้ย” เธอค้อนขวับ แต่เขากลับตีเนียนแย้งออกไปว่า
“ฉันน่ะเหรอแกล้งเธอ คิดมากไปหรือเปล่า” เควิ่นตีหน้าซื่อพูดพร้อมกับยักไหล่ ก่อนจะเดินไปจูงแขนเ้าตัวเล็ก
“เราไปทานไอศกรีมกันเถอะ ใครไม่อยากไปก็เื่ของเขา” ร่างสูงจูงแขนของไอคิโด้เดินผ่านหน้าเธอไปอย่างสบายใจ ปล่อยให้หยาดพิรุณยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ได้ ครั้นจะขัดใจลูกชายของเธอตอนนี้ ก็ทำไม่ได้เช่นกัน หยาดพิรุณจึงได้แต่ยอมปล่อยเลยตามเลยไปก่อน แล้วรีบวิ่งตามทั้งคู่ไปติด ๆ
“นี่คุณ! ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย คงไม่ได้อยากที่จะใกล้ชิดฉันหรอกนะ ใช่มั้ย!” คำพูดเบา ๆ ของหยาดพิรุณ ทำเขาหยุดกึก! แล้วหันกลับมาจ้องหน้าเธอในทันใด
“แล้วถ้าบอกว่าใช่ เธอจะว่ายังไง” หยาดพิรุณได้ยินก็ยืนนิ่งราวกับถูกสตาฟไว้ แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะเธอไม่ยอมที่จะหลงคารมคนแบบนี้ง่าย ๆ จึงแค่นเสียงหัวเราะแล้วตอบออกไปเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้นว่า
“ค่าตัวของฉันมันแพงนะจะบอกให้” หยาดพิรุณฝืนพูดออกไปอย่างนั้น เพราะคิดว่าเขาคงจะเลิกลา แต่เธอกลับคิดผิด เพราะเขาตอบกลับมาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่ข้างใบหู
“สำหรับเธอ แพงแค่ไหนฉันก็ยอมจ่าย!” พูดพลางยักคิ้วให้ หยาดพิรุณโกรธจัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงขยับปากเพื่อให้อีกฝ่ายอ่านคำพูดจากเรียวปากของเธอแทน
"เลว!" คำสั้น ๆ แต่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ ทำคนฟังร้อนรุ่มยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกระซิบแ่เบาที่ข้างใบหู
"เลว! ก็ได้ชื่อว่าเป็คนแรกของเธอ" หยาดพิรุณเกือบจะพลั้งมือสวนตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันได้ยั้งคิด แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นไอคิโด้เสียก่อน ทำให้เธอได้แต่กัดฟันกรอด ๆ พร้อมกับข่มใจตัวเองให้เย็นลงกว่าเดิม หลังจากได้ฟังคำพูดมักง่าย เอาแต่ได้ ไม่ให้เกียรติคนฟังก็สมควรที่จะได้รับการตอบสนองแบบเจ็บแสบ แต่เธอกลับทำอะไรคนแบบนี้ไม่ได้ มันน่าแค้นใจที่สุด
"เลว!" หยาดพิรุณย้ำให้เขาได้ฟังอีกครั้งแต่ครั้งนี้มีเสียงเล็ดลอดออกมาด้วย แม้จะฟังไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองเลวแค่ไหนสำหรับเธอ
เควิ่นชักจะหมดความใจเย็น เดินปราดเข้าไปหาแล้วใช้มือแกร่งคู่นั้นของเขาโอบรั้งเอวบางคอดกิ่วเอาไว้อย่างแแ่โดยเผลอลืมไปว่าไอคิโด้กำลังจ้องมองอยู่ แต่เ้าของร่างบางกลับรู้ตัวเมื่อสายตาเธอเหลือบไปเห็นลูกชายตัวน้อย แถมหน้าอกอวบอิ่มยังชนเข้ากับแผงอกกว้างของคนตรงหน้าแบบจัง ๆ จึงทำให้เธอพยายามที่จะผลักไสร่างกายกำยำของเขาให้ออกห่าง ๆ