แขกกลับประมาณสามทุ่มอาม่าบ่นอยากอยู่คุยด้วยมากกว่านี้ แต่ติดเื่สุขภาพ อายุมากและเดินทางมาไกลทำให้เพลียมาก ท่านเล่าให้ฟังว่ามีบ้านอยู่อีกแห่งแถวปทุมธานี
พจนารถกลับเป็รายถัดมาด้วยรับรู้ถึงบรรยากาศ “ไล่” ของธรณ์
เวรุณีช่วยแอนเก็บล้างภาชนะ เขากับภูสิตอาสาจะช่วยแต่เธอปรามไว้ ให้เหตุผลว่าครัวเล็ก เกะกะกันเสียเปล่าๆทั้งสองจึงมานั่งดูโทรทัศน์หน้าโซฟา
“คุณทิปไปไหน”
ธรณ์ถามเมื่อแวะห้องน้ำข้างครัวแล้วเห็นแอนคนเดียว
“ขึ้นไปข้างบนตั้งนานแล้วค่ะ”
เขาพยักหน้า ก่อนตามขึ้นไปห้องเวรุณีปิดประตูเงียบ แต่มีไฟลอดออกมาจากห้องพระ
เธอพนมมือพับเพียบหน้าโกศบรรจุอัฐิคนในครอบครัวธรณ์ย่อตัวลงนั่งข้าง เขาเห็นน้ำตาน้อยๆ เอ่อคลอคลองจักษุ
“ร้องไห้ทำไม”
“ฉันดีใจที่พ่อแม่ ไทม์ ยังห่วงดลใจให้พวกอาม่ามา แต่ก็เศร้าเพราะคิดถึงพวกเขา”
ธรณ์เอื้อมมือไปโอบศีรษะเธอมาแนบชิด
“ทุกอย่างเหมือนกับฝันไป จู่ๆฉันก็มีญาติตั้งเยอะ” เวรุณีเล่าเสียงเครือ
“สมัยก่อนฉันอิจฉามาก เวลาปิดเทอมที่เพื่อนๆได้ไปอยู่บ้านปู่ย่าตายาย ได้แต่คิดว่าทำไม่ครอบครัวไม่มีญาติเลย”
“ไม่ใช่ฝันหรอก ทุกอย่างเป็ความจริง”
“มันเร็ว เกิดขึ้นกะทันหัน”
เวรุณีพยายามกลั้นก้อนสะอึกลงลำคอ
“เหมือนไม่ใช่เื่จริง”
“มันต้องดูกันต่อไป”ธรณ์พูดกับเรือนผมนุ่มนิ่ม
“ถ้าคนพวกนั้นเข้ามาเพราะจุดประสงค์ไม่ดีผมจะจัดการเอง”
“คุณขี้ระแวง” เธอพึมพำ
“เรียกว่ารู้เขารู้เราดีกว่าน่าทิปคุณทำใจให้สบายเถอะ”
ธรณ์เคยเจอมาแล้วกับญาติประเภทแย่ๆเขารับมือได้สบายมาก
“เช็ดน้ำตา กราบคุณพ่อคุณแม่ซะลูกสาวร้องไห้เสียขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้ท่านก็มาโวยผมในฝันหรอก”
“คุณธรณ์เชื่อเื่พวกนี้ด้วยเหรอคะ”
เธอเอียงหน้ามองเขาตาแป๋ว
“ไม่เชื่อ แต่ผมก็ไม่หลบหลู่นะ”
รอยยิ้มล้อๆของเขาทำเธออารมณ์โปร่งใสขึ้นเยอะ
“ดึกแล้วผมต้องกลับก่อน สงสารภูสิตต้องทำงานเกินเวลาไม่รู้กี่ชั่วโมงแล้ว”
แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กันเมื่อนึกถึงยอดเลขาฯ
“อังคารหน้ามีนัดถ่ายพรีเวดดิ้งนะคะอย่าทำงานจนลืมล่ะ”
เธอเตือนยามเดินเคียงข้างลงมาชั้นล่าง
“ภูสิตบอกผมแล้ว”
“ฉันต้องลดอาหารแป้งๆ ให้มากกว่านี้ ดูสิ! ขนาดออกกำลังกายเยอะ ตัวยังไม่เล็กลงเลย”
เวรุณีบ่นอุบ
“คุณขนาดพอดีกอดแล้ว ผมชอบแบบนี้”
ธรณ์หอมศีรษะกลมน่ารัก
“ผมขอโทษนะทิปที่เราต้องถ่ายพรีเวดดิ้งกันในประเทศ ไว้ชดเชยให้ตอนฮันนีมูน”
เธอเข้าใจเื่งานยุ่งและเขาก็ไม่ยอมเลื่อนงานแต่งออกไปเพราะเหตุผลว่าอยากได้รูปพรีเว็ดดิ้งเป็ต่างประเทศเสียด้วยสิ
“พรุ่งนี้ฉันจะไปหาคุณเก๋ค่ะไปดูเื่ของชำร่วย แล้วจะเอาไปให้ดูที่บริษัท บอกคุณภูสิตจองเวลาให้ด้วย”
เวรุณีหมายถึงเ้าของบริษัทรับจัดงานแต่งและล้อตารางงานอันแสนยุ่งเหยิงของเขา
“รับทราบครับคุณผู้หญิงผมให้ทิปตัดสินใจได้เลย เพราะคุณเป็นางเอกของงาน”
“เหมือนฉันโดนคุณหลอกใช้เลย”
เธอย่นจมูก
“คิดมากน่าทิป”
เท้าแตะพื้นชั้นล่างั้แ่เมื่อไรไม่รู้ เพราะเธอมัวแต่ต้องมนตร์ตาคมซึ่งตอนนี้ทอดละมุนมา
“ผมอยากเห็นคุณมีความสุขที่สุด”
ใบหน้าชายหนุ่มเคลื่อนเข้าใกล้ห้องสงบนิ่งดังอยู่ในสุญญากาศ เธอรับรู้ถึงเขาชัดจนถึงแพขนตายาวงอนและลมหายใจอุ่น
“คุณธรณ์ ...ไม่นะคะ”
เวรุณีปรามเสียงเบาแทบเป็กระซิบกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย เข้มหนัก ัันาสิก หน้าเธอซับสีเื ปากสั่นระริก
“มีขี้เถ้าธูปติดที่ผมคุณน่ะ”
มือใหญ่ปัดผ่านแก้มไปที่เส้นผม เธออ้าปากน้อยๆแล้วเปลี่ยนเป็เม้ม หน้ายังแดงไม่เลิก เมื่อรู้ว่าเขาแกล้งเธอ
“คนเราต้องรักษาสัญญาจริงไหมทิปห้ามทำอะไรรุ่มร่ามในบ้าน”
ตัวการทำเธออายแทบแทรกแผ่นดินหนียิ้มจะตาหยีระยับ พอใจกับผลลัพธ์ ขณะเธอละอยากทุบเขาสักร้อยทีให้สาแก่ใจ
อาม่ามาหาเธออีกครั้งในต้นสัปดาห์ถามถึงความคืบหน้างานแต่ง และพอรู้ว่าเธอยังไม่ได้เข้าคอร์สเ้าสาวอาม่าก็พาไปเข้าสปา
“หลานสาวคนรู้จักอั้ว เขาเปิดสปาอีนำเข้าครีมจากญี่ปุ่นเชียวนา”
ท่านบรรยายสรรพคุณ
“หน้าลื้อดูเหนื่อยๆ นะ”
“หนูวุ่นๆ กับเื่เตรียมงานแต่งค่ะ”
“ดีจัง บ่าวสาวได้เลือกอะไรเองรุ่นอั้วมีแต่พ่อแม่เตรียมงานให้ ไม่ได้ตัดสินใจเลย”
“โดยมากจะเป็หนูค่ะที่เตรียมงานคุณธรณ์ไม่ค่อยว่าง”
“ไอ๊หย๋า!นี่มันยุคไหนแล้วสิทธิทุกคนเท่าเทียมกัน งานแต่งเป็งานแรกในการใช้ชีวิตคู่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันซี่”
อาม่าอุทานลั่น
“คุณธรณ์ก็ช่วยทำอะไรๆ เท่าที่เวลาพอจะมีธุรกิจเขายุ่งๆ อยู่ค่ะ”
งานแต่งที่ธรณ์ทุ่มงบไม่อั้นแต่ไม่ค่อยลงมาช่วย เป็เวรุณีที่ตัดสินใจคนเดียว จนบางครั้งเธอก็คิดเหมือนตัวเองเต้นแร้งต้นกาไปฝ่ายเดียว
อาม่าพาเธอมาส่งเมื่อใกล้ค่ำ ธรณ์รออยู่แล้วเขายังคุยเื่งานกับภูสิต ยิ้มให้นิดๆ ตอนเห็นเธอ ก่อนจะคุยกับเลขาฯต่อเวรุณีนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน นั่งมองชายหนุ่มอยู่นาน
“ทำไมหน้าหงิกอย่างนั้นล่ะไปเข้าคอร์สเ้าสาวกับอาม่าไม่สนุกเหรอ”
ดูเหมือนงานของเขาจะสิ้นสุดแล้วเพราะภูสิตวางไอแพ็ดลง แล้วขอตัวเข้าไปในครัว
“สนุกค่ะ นวดตัวแล้วหายเมื่อยไปเยอะ”
“แต่หน้าทิปไม่สนุกเลย มีอะไรหรือเปล่า”
เธอนิ่งไปครู่ก่อนจะเรียบเรียงความในใจ
“วันนี้ฉันคิดนะคะว่างานแต่งครั้งนี้เหมือนฉันตื่นเต้นไปคนเดียว คุณสั่งฉันเหมือนสั่งงานคุณภูสิต”
ใบหน้าธรณ์เรียบเฉย จนคนพูดชักใจเสียแต่ยังไม่หยุดเพราะคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ หากพูดแล้วก็พูดให้หมดเถอะ
“ถึงคุณจะบอกให้ฉันตัดสินใจแต่ฉันก็อยากให้คุณช่วยด้วย นี่เป็งานแต่งของเราสองคนนะคะ”
เวรุณีเสียงสั่น ไม่รู้ด้วยกำลังจะร้องไห้หรือกลัวเขาก็ไม่รู้ ธรณ์เงียบเหลือเกิน
“ฉันอยากให้คุณสนใจมันมากกว่านี้”
เธอหลบสายตา เอาล่ะ เวรุณีกำลังจะร้องไห้รู้สึกเหมือนเด็กเรียกร้องเอาแต่ใจ
“ฉันรู้ว่าคุณธรณ์งานยุ่ง งานแต่งนี้อาจจะเป็แค่งานๆหนึ่งของคุณ แต่มันคือครั้งหนึ่งในชีวิตฉันเลยนะคะ”
และแล้วน้ำตาก็ไหลอาบแก้มความเครียดอึดอัดหลั่งลงมากับสายน้ำ เวรุณีเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแต่ทำไมนะคราวนี้จึงร้องไห้ง่าย
ธรณ์ถอนหายใจยาวใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่เปื้อนแก้มนวล
“ผมขอโทษที่ผลักภาระเื่งานแต่งไปให้คุณคนเดียวแต่ผมอยากเคลียร์งานให้เสร็จก่อนเราไปฮันนีมูน”
ธรณ์ชอบที่เวรุณีเป็ตรงเธอระบายสิ่งที่อยู่ในใจจนหมด ไม่มาทำท่ากระฟัดกระเฟียดอารมณ์เสียให้เขาต้องเดา
“พูดจริงๆ นะ ผมไม่ศรัทธาในงานแต่งแค่มีให้เป็พิธีก็พอ”
คนตรงหน้าถึงกับตาโตแล้วน้ำตาชุดใหญ่ก็ปล่อยออกมา
“ฟังก่อนครับ อย่าเพิ่งร้องไห้ผมให้ความสำคัญกับคนที่จะแต่งด้วยมากกว่าที่ให้ทิปจัดการงานแต่เพราะคิดว่าเื่พวกนี้ผู้หญิงจะจัดการได้ดีกว่าอย่างที่เขาว่ากันไว้ ผู้ชายจะลืมทุกอย่าง แต่ผู้หญิงจะช่างจดจำ กระทั่งวันแรกที่เดทวันแต่ง วันเกิด”
เขาระบายยิ้มเอ็นดูเธอมองเห็นได้จากม่านน้ำตา
“ผมไม่ขออะไรมากขอให้ได้แต่งกับทิปก็พอใจแล้ว แต่งเลยคืนนี้ก็ได้”
เวรุณีสมนาคุณคนช่างแก้ตัวไปเสียอั๊กใหญ่เห็นเค้าลางอนาคตไรๆ ว่าเธอต้องแพ้ความเ้าเล่ห์แบบนี้ไปจนตลอดชีวิต ไม่มีทางชนะได้เลย
“สวยเหมือนนางฟ้าเลย”
อาม่าชมเปาะเมื่อการแต่งหน้าอันยาวนานสิ้นสุดลง เวรุณีก็อึ้งไปเหมือนกันเมื่อมองภาพในกระจกผู้หญิงในชุดขาวที่สวยเกินจินตนาการ
“อาธรณ์อีต้องตะลึงเหมือนกันแน่ๆ”
อาม่าหัวเราะคิก ท่านมาอยู่กับเธอั้แ่เช้ามืดในวันงานแต่งงานอันแสนวุ่นวาย
“คุณภูสิตโทร.มาตามแล้วค่ะ”
เว็ดดิ้งเพลนเนอร์เร่งรีบมาช่วยยกชายกระโปรงฉลุลายลูกไม้ กลุ่มเ้าสาวจึงได้พากันทยอยออกจากห้อง
อาม่าพูดอะไรสักอย่างแว่วๆเวรุณีไม่ทันได้ฟัง ด้วยหูก็อื้อ ตาก็หนักเพราะขนตาปลอมหนา
มือใหญ่คุ้นเคยจับเธอไว้ พร้อมกระซิบ
“ทิปสวยมากเลยครับ”
น่าเสียดายที่ขนตาปลอมเยอะไปหน่อยเธอจึงไม่ได้เห็นหน้าเขาว่าปลื้มเพียงใด ธรณ์พาเธอเดินผ่านไปในประตูใหญ่ที่มีเสียงดนตรีและแสงเฟลชกล้องรัวต่อเนื่อง
“บ่าวสาวยิ้มครับ ยิ้ม”
เวรุณีพยายามตามเสียงที่บอก แต่หน้าตึงเครื่องสำอางจนไม่รู้ว่าตนเองยิ้มจริงหรือแค่แสยะ
เขาพาเธอเดินขึ้นเวทีก่อนพิธีก่อนจะพูดอะไรสักอย่างที่ฟังไม่ทัน
ทุกอย่างรวดเร็วเหลือเกินในความรู้สึกเธอวงดนตรีเล่นเพลงรักหวาน ภูสิตแอบมากระซิบเ้าบ่าว
“ไฟล์สไลด์รูปพรีเวดดิ้งเสียครับ รอสักครู่เว็ดดิ้งแพลนเนอร์กำลังให้วินมอเตอร์ไซด์เอาไฟล์สำรองมาให้อยู่ครับ”
“อะไรนะ!”
เธอกรีดร้องท่ามกลางเสียงเพลง
“เหตุสุดวิสัยครับ”
ภูสิตหน้าปุเลี่ยนแต่เวรุณีหน้าเสีย
“ต้องรอนานแค่ไหนคะ”
“คงสักครู่ครับ”
เพราะความเครียดในการจัดงาน บวกกับต้องตื่นเช้ามืดเวรุณีเศร้า น้ำตาพาลจะไหล ทุกอย่างที่ทุ่มเทมากลับติดขัด
“ตอนนี้เลยให้วงดนตรีเล่นไปก่อนครับ”
“อุตส่าห์ไปถ่ายพรีเวดดิ้งมาตั้งเยอะ”
ภาพความทรงจำในวันนั้นแล่นเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็วทั้งแดด ทั้งร้อน ชุดก็หนัก แต่ทั้งเธอและเขาก็ยิ้มสู้ เพื่อจะได้ภาพสวยๆ
“ไม่เป็ไรน่าทิป ใจเย็นๆ”
“คุณธรณ์น่ะ ไม่คิดอะไรหรอกคงบอกว่าไม่มีรูปก็ไม่เป็ไร ขอแค่ได้แต่งกับฉันก็พอใช่ไหมล่ะ”
เธอดักคอซึ่งธรณ์ก็กำลังจะพูดจริงๆ
“แต่นี่คือครั้งหนึ่งในชีวิตเป็ความทรงจำสำคัญของผู้หญิงเลยนะคะ”
ว่าแล้วน้ำตาก็เริ่มจะเอ่อ
“ฉันไม่ได้หวังว่ามันจะเฟอร์เฟ็คแต่อยากให้ออกมาดีที่สุด เวลานึกถึงแล้วจะมีแต่ความทรงจำดีๆ”
สองหนุ่มเงียบมองเ้าสาวที่ยกนิ้วขึ้นกรีดไล่น้ำตา
“งั้นเอารูปในมือถือคุณธรณ์ไปขึ้นจอแทนไหมครับ”
“เฮ้ย!”
เ้านายร้องเสียงหลง
“รูปอะไร”
เวรุณีขมวดคิ้วธรณ์ทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
“รูปที่คุณธรณ์ถ่ายคุณทิปไว้ไงครับมีตอนพรีเว็ดดิ้งด้วย”
“มันไม่สวยหรอก อย่าเอาไปโชว์คนอื่นเลยอายเขา มีแต่รูปถ่ายเล่น”
ธรณ์เอามือไปแตะกระเป๋ากางเกงซึ่งมีโทรศัพท์ไว้อย่างไม่รู้ตัว
“ยังไงก็ดีกว่าไม่มีอะไรโชว์เลยนะครับงานนี้เป็ครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณทิปถ้ามันด่างพร้อยเธอจะเสียใจ”
เลขาฯพยักหน้ามาทางเวรุณีเพื่อหาลูกคู่
“งานมันจะกร่อยนะครับ”
“เป็รูปที่แย่จนเอาออกมาโชว์ไม่ได้เลยเหรอคะ”
เธอถ่ายรูปในมือถือเขานับครั้งได้ ด้วยคิดว่าธรณ์ไม่ชอบถ่ายรูป
“เปล่า”
ธรณ์คาดโทษภูสิตไว้ในใจ ฐานที่มาซอกแซกกับของใช้ส่วนตัวของเขา
“ถ้าคุณธรณ์ไม่อยากให้คนอื่นเห็นก็ไม่เป็ไรค่ะ”
ใต้ตาร้อนผะผ่าวอีกรอบ ใจยอมรับว่าเหตุผิดพลาดนี้เป็เื่ดวงซวยแท้ๆแม้วางแผนมาเสียดิบดี
การเงียบของเวรุณีทำให้อีกฝ่ายยอมจำนน
“ก็ได้ๆ ภูสิต เอาไป!”
เขายื่นโทรศัพท์ให้เลขาฯภูสิตหน้าบานรับไปโดยพลัน
“คุณธรณ์!ไม่ต้องก็ได้”
“งานวันสำคัญผมไม่อยากให้ทิปเสียใจไปมากกว่านี้”
เธออยากกอดเขานัก แต่เกรงจะไม่งาม เนื่องจากอยู่บนเวทีเป็จุดสนใจคนทั้งงาน
เสียงดนตรีหยุดลงภาพบนจอมืดไปครู่ก่อนพิธีกรจะประกาศ
“และนี่เป็ภาพและคลิปแสดงความรักของเ้าบ่าวที่มีต่อเ้าสาว”
ภาพในจอใหญ่บนเวทีเป็ภาพแอบถ่ายเวรุณีในอิริยาบถต่างๆทั้งตอนทำกับข้าว ตอนไปทานอาหารด้วยกัน
มีคลิปตอนถ่ายพรีเว็ดดิ้ง เธอให้อาหารนกแล้วโดนนกเ้ากรรมรุม เวรุณีกรี๊ดลั่น เสียงธรณ์หัวเราะชอบใจ เธอหน้าแดง อ้าปากค้างหันมาทางเขาตาวาววับ
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากให้ใครเห็น” ธรณ์ยกมือเกาต้นคอ
ต่อมาเป็คลิปเวรุณีกินสลัดผักแล้วบอกว่ากินไปไม่อ้วน แต่ยามเอาเข้าบอกแต่ละคำก็หน้าเบ้ เขากลั้นขำจนกล้องมือถือสั่น
แขกมางานหัวเราะเกรียวกราว เธออายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“เก็บคลิปอย่างนี้ไว้ทำไมคะ”
“น่ารักดีออก”
ชายหนุ่มยิ้มจนตาหยี
“มันจะเป็เื่ขำๆที่เราจะเล่าให้ลูกฟังถึงวันแต่งงานของพ่อแม่”
ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาใกล้ มอบจุมพิตอบอุ่นท่ามกลางเสียงโห่ฮาและกรี๊ดกร๊าดของแขกที่มาร่วมงาน
“ไฟล์พรีเวดดิ้งมาแล้วครั...”
เสียงภูสิตหายไปในลำคอมองภาพเ้าบ่าวเ้าสาวแล้วก็ยิ้ม เอาล่ะ! ดูเหมือนตอนนี้ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายแล้ว
ภูสิตคิดก่อนพยักหน้าให้วงดนตรีเล่นเพลงรักหวานๆ ต่อ เพื่อเป็พยานในความรักของคู่บ่าว
เสร็จงานนี้เขาจะได้พักนานจนกว่า่ฮันนีมูนของธรณ์และเวรุณีจะสิ้นสุดแต่อาจจะยิ่งวุ่นอีกครั้งตอนเ้านายไปสองแล้วกลับมาสาม
แต่นั่นไว้ให้เป็เื่ของวันข้างหน้าเถิด ตอนนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับปัจจุบันก็พอ
END