แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามหานครใหม่ระดับประเทศของเจียงเป่ยนี้ก็ไม่เลวหลิงเฟยอวี่จึงลงหลักปักฐานกับเจี่ยนหรานทั้งสองคนเอาเงินที่ติดตัวทั้งหมดมาเปิดสตูดิโอออกแบบชุดแต่งงาน
เจี่ยนหราน้าเงินหรือพูดให้ถูกคือเจี่ยนหรานรู้สึกว่าคนใกล้ชิดก็พึ่งพาไม่ได้อีกมีแต่เงินที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเธอจึงต้องทำงานอีกงานเพื่อหาเงินเลยสมัครเข้าทำงานบริษัท่ซินเคอจี้ดังนั้นเธอจึงแค่ลงทุนแต่ไม่ได้เข้าไปบริหารห้องช่วยงานของสตูดิโอออกแบบชุดแต่งงาน
แต่หลิงเฟยอวี่รู้นี่เป็เพียงหนึ่งในสาเหตุ สาเหตุที่แท้จริงคือเจี่ยนหรานไม่ยินดีคิดจะกลับไปยกจับปากกาไปวาดรูปชุดแต่งงานอีกดังนั้นเจี่ยนหรานจึงเลือกงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพวาดภาพเลยสักนิด
นั่นเป็าแที่ฝังอยู่ในส่วนลึกที่สุดของก้นบึ้งจิตใจของเจี่ยนหรานจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถบรรเทาความเ็ปของรอยแผลในใจนี้ได้
ต่อหน้าหลิงเฟยอวี่เจี่ยนหรานไม่มีความลับใดๆ ตอนแรกไปนัดบอดกับฉินเยว่ หลิงเฟยอวี่ก็เป็สะพานเชื่อมให้
เดิมเธอคิดว่าวันหยุดนี้จะนัดหลิงเฟยอวี่ออกมาบอกเื่ที่แต่งงานกับฉินเยว่แล้วใครจะรู้ว่าหลิงเฟยอวี่จะแจ้นไปหาเธอที่สถานที่ที่เธอบ้านเช่าอยู่เก่าของเธอเสียก่อน
เจี่ยนหรานฟังอย่างเงียบๆรอจนหลิงเฟยอวี่คำรามจบถึงพูดเสียงเบาว่า“เฟยอวี่ เธอไม่ต้องเป็ห่วง ฉันไม่เป็ไร งานโครงการซิงฮุยจะเสร็จวันศุกร์นี้แล้ววันหยุดฉันจะเชิญเธอนี้มาทานกินข้าวด้วยกันนะ”
หลิงเฟยอวี่พูดด้วยความโกรธ“ยัยเด็กบ้า เธอทำให้ฉันใแทบตาย หรือเธอนึกเหรอว่าใช้จะอาหารมื้อหนึ่งจะมาสามารถชดเชยความสูญเสียทางจิตใจของฉันได้?”
เจี่ยนหรานรู้ว่าหลิงเฟยอวี่นั้นปากร้ายแต่ใจดีอดไม่ไหวยิ้มออกมา “งั้นฉันนอนเป็เพื่อนเธอคืนหนึ่งเป็การชดเชยเป็อย่างไร?”
ตอนเจี่ยนหรานพูดคำนี้ฉินเยว่เพิ่งผลักประตูเข้ามาฝีเท้าที่ก้าวยาวๆ จึงชะงักนิดๆ ในใจรู้ดีว่าเจี่ยนหรานกำลังโทรหาใคร
อย่าเห็นว่าแม้ปกติบนใบหน้าของเจี่ยนหรานมีรอยยิ้มน้อยๆอบอุ่นอ่อนโยน ดูแล้วใกล้ชิดเหมือนให้ความสนิทกับทุกคนได้แต่ที่จริงคนที่สามารถเข้าไปในใจของเธอได้จริงๆมีเพียงหลิงเฟยอวี่คนเดียว
เื่พวกนี้ฉินเยว่รู้แต่เจี่ยนหรานไม่รู้ว่าเขารู้
เธอรีบเอามือปิดไมค์ของป้องโทรศัพท์มือถือพูดเสียงเบาว่า “นี่เป็เพื่อนผู้หญิงของฉัน”
ไม่ว่าจะมีความรู้สึกหรือไม่แต่ได้ชื่อว่าเป็สามี เธอจะไม่ทำเื่ที่จะทำให้ฉินเยว่“หึงหวง” อีก
ฉินเยว่พยักหน้าไม่ได้ถามมากความ ถอยออกไปอย่างใส่ใจ เหลือพื้นที่ให้เจี่ยนหรานพูดคุย
แต่เจี่ยนหรานกลับนึกว่าฉินเยว่ไม่เชื่อจึงเม้มปากหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้เขาอาจจะนึกว่าเธอเป็ผู้หญิงประเภทแปรเปลี่ยนง่ายเหมือนสายน้ำ
“เจี่ยนหราน เจี่ยนหราน...” ไม่ได้ยินเจี่ยนหรานพูด หลิงเฟยอวี่ที่อยู่ปลายสายก็คำรามขึ้นอีก“เธอบอกที่อยู่มา ฉันจะไปหา”
เจี่ยนหรานรู้ว่าหลิงเฟยอวี่เป็ห่วงเธอถ้าหากวันนี้ไม่ให้หลิงเฟยอวี่เห็นว่าเธออยู่ดีมีสุข สุขหลิงเฟยอวี่ต้องไปแจ้งตำรวจให้ตามหาคนหายแน่ๆ
เจี่ยนหรานยิ้มอย่างอ่อนโยน“เธออย่าเหลวไหลสิ ฉันจะไปหาเธอเอง”
วางโทรศัพท์โทรศัพท์แล้วเจี่ยนหรานก็เก็บข้าวของง่ายๆเตรียมตัวว่าคืนนี้จะไปค้างที่ที่พักห้องของหลิงเฟยอวี่คืนหนึ่งเล่าเื่จดทะเบียนสมรสไปให้ฟังตามตรง
เธอเคาะประตูห้องหนังสือได้ยินฉินเยว่อนุญาติถึงได้ผลักประตูเข้ามาไป “ฉินเยว่ คืนนี้ฉันต้องไปบ้านเฟยอวี่ ไม่กลับนะ”
ฉินเยว่ลุกขึ้นทันที“ผมขับรถไปส่งคุณนะ”
เจี่ยนหรานสั่นศีรษะ“ไม่ต้องลำบากหรอก”
ฉินเยว่จ้องมองเธอ“ดึกแล้ว ผมไม่วางใจที่จะให้คุณออกจากบ้านคนเดียว”
น้ำเสียงของเขาแข็งมากความหมายตรงตัว ทำให้เจี่ยนหรานปฏิเสธไม่ได้
รถของฉินเยว่เป็แลนด์โรเวอร์รุ่นออฟโร้ดสำหรับคนที่มีฐานะอย่างเขาแล้วรถนี้ไม่นับว่าแพงแต่กว้างขวางและสะดวกสบาย
ฉินเยว่ขับรถก็ขับได้ปลอดภัยมากให้ความรู้สึกเหมือนกับตัวของเขาเอง
ฉินเยว่ถามที่อยู่เจี่ยนหรานหลังจากเจี่ยนหรานบอกที่อยู่แล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก
เกือบหนึ่งชั่วโมงจึงถึงจุดหมายเจี่ยนหรานพูดกล่าวขอบคุณและขณะกำลังจะเปิดประตูรถ ฉินเยว่กลับเอื้อมมือมาดึงเธอไว้
“เจี่ยนหราน...” เสียงของเขาทุ้มต่ำเซ็กซี่ ยามเรียกชื่อของเธอมักจะน่าฟังเสมอ
เจี่ยนหรานมองมือของเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ถามเสียงอ่อนโยน “มีอะไรอีกหรือคะ?”
เขาปล่อยมือพูดอย่างไม่สบายใจอยู่บ้าง“คุณกำลังโกรธอยู่ใช่ไหม?”
เจี่ยนหรานยิ้ม“ฉันจะโกรธทำไมคะ?”
ฉินเยว่“...”
เจี่ยนหรานผลักประตูรถเปิดลงจากรถออกไปพอออกมายืนอยู่นอกรถเธฮก็พูดว่า“คุณรีบกลับไปเถอะค่ะ ขับรถระวังหน่อยนะ”
ฉินเยว่พยักหน้าสตาร์ตสตาร์ทรถไป
มองรถของเขาขับห่างออกไปเจี่ยนหรานถึงค่อยหันกายเดินไปยังเขตที่พักที่หของหลิงเฟยอวี่อาศัยอยู่
ตอนเพิ่งมาถึงเมืองเจียงเป่ยเจี่ยนหรานกับหลิงเฟยอวี่อาศัยอยู่ด้วยกันห้องที่เช่าคืออเป็อพาร์ทเมนต์สองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น
ต่อมาเจี่ยนหรานไปทำงานที่บริษัท่ซินเคอจี้เพราะอยู่ไกลมากเลยย้ายมาเช่าห้องอยู่แถวๆบริษัท
หลังจากเจี่ยนหรานย้ายไปแล้วหลิงเฟยอวี่ก็ยังอยู่ที่นี่มาตลอดเหลือห้องไว้ให้เจี่ยนหรานโดยเฉพาะถ้าใช้เอาคำพูดของหลิงเฟยอวี่มาพูดคือให้เจี่ยนหรานกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมได้ทุกเมื่อ
เห็นเจี่ยนหรานปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าตนเองหลิงเฟยอวี่ก็ทำเป็ไม่สนใจเธอกอดไอแพ็ดดูซีรีส์อย่างเพลิดเพลิน
หลินเฟยอวี่ไม่สนใจแต่มี “คน” สนใจเจี่ยนหราน ปอมเมอเรเนียนที่เหมือนลูกบอลหิมะะโมาที่ข้างเท้าของเจี่ยนหราน ทั้งหอมทั้งกระดิกหางเห็นได้ชัดว่าดีใจสุดๆ
เจี่ยนหรานโยนกระเป๋าตามสบายอีกมืออุ้มสัตว์เลี้ยงขึ้นมา“เหมียนเหมียน คิดถึงแม่ไหม?”
เหมียนเหมียนเห่าโฮ่งโฮ่งสองทีพยายามมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเจี่ยนหรานใช้การกระทำมาแสดงว่ามันคิดถึงแม่คนนี้เพียงใด
สายตาไม่พอใจของหลิงเฟยอวี่พุ่งมา“เหมียนเหมียน แกนี่มันเป็หมาที่อยู่ที่นี่แล้วยังแอบไปประจบเขาอีกถึงเขาจะเป็แม่จริงๆ ของแก แต่ระยะเวลาที่ฉันเลี้ยงแกมาก็นานกว่าเขานะ แกไม่หอมฉันก็ช่างเถอะ แต่ดันมาแสดงความรักต่อหน้าฉันอีก”
เจี่ยนหรานกอดเหมียนเหมียนมานั่งลงข้างหลิงเฟยอวี่พูดอย่างได้ใจว่า “เหมียนเหมียนเป็หมาฉลาด รู้ว่าใครเป็แม่แท้ใครเป็แม่เลี้ยง”
“ฉันเป็แม่เลี้ยง?” หลิงเฟยอวี่โยนไอแพ็ด คว้าสุนัขในอ้อมกอดของเจี่ยนหรานมาอย่างดุร้าย“สาวน้อย ระวังฉันจะวางยา ‘ลูกสาว’ ของเธอ ”
เจี่ยนหรานยังไมได้พูดอะไรเหมียนเหมียนก็เห่าโฮ่งๆ หลายครั้ง ใช้ภาษาของมันมาแสดงว่าไม่พอใจหลิงเฟยอวี่
เห็นเหมียนเหมียนน่ารักขนาดนี้เจี่ยนหรานก็ดีใจมาก อุ้มเหมียนเหมียนมาถูไถเข้ากับใบหน้า“ ‘ลูกสาว’ ของฉันห่วงใยฉันที่สุด”
หลิงเฟยอวี่กลอกตาใส่เจี่ยนหราน“อยากได้ลูกสาว ก็ต้องหาผู้ชายมาแต่งงานด้วย คิดจะมีเท่าไหร่ก็มีได้”
เจี่ยนหรานมองหลิงเฟยอวี่พลันพูดขึ้นมาอย่างจริงจังมาก“เฟยอวี่ ฉันจดทะเบียนสมรสแต่งงานแล้ว”
“เธอไสหัวไปเลยนะ!” หลิงเฟยอวี่ชี้ไปที่ประตูทางเข้า แต่ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเจี่ยนหรานไม่ได้ล้อเล่นกับเธอครู่หนึ่งปากเธออ้าปากค้างตะลึงกว้างจนสามารถแทบกลืนไข่ไก่ทั้งใบเข้าไปได้นานครึ่งค่อนวันถึงได้พูดออกมา“หรานหราน ผู้ชายคนนั้นเป็ใคร?”
เจี่ยนหรานกล่าว“เป็ผู้ชายที่เธอแนะนำให้ฉันเมื่อครั้งที่แล้วชื่อฉินเยว่”
“ฉินเยว่?” หลิงเฟยอวี่เกาศีรษะ นึกย้อนถึงชื่อนี้อย่างจริงจัง คิดอยู่นานก็ไม่มีความทรงจำเลยแม้แต่น้อย“คนที่ฉันแนะนำให้เธอไม่มีคนชื่อฉินเยว่นะ”