สองอาทิตย์ที่กำลังจะผ่านพ้นไป งานกีฬาสีโรงเรียนกำลังอยู่ใน่ครึกครื้น ทุกเย็นจะมีการซ้อมเชียร์ และซ้อมกีฬาในแต่ละสี ซึ่งแบ่งเป็สีฟ้า แดง เขียว เหลือง ภคินนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลังมีโอกาสไปดูหนังกับรุ่นพี่ เมื่อข่าวนี้ร่ำลือไปถึงแฟนหนุ่ม ทำให้เกิดปัญหาหึงหวงจากรุ่นพี่ส่งมาถึงรุ่นน้อง
รันถือว่าเป็นักเรียนกีฬาแข่งการวิ่งด้วยระยะไกล เย็นนี้เธอมาซ้อมวิ่งกับเพื่อนและรุ่นน้องอีกสองคน ข่าวฉาวดังกล่าวเกิดปะทะขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เธอเห็นอยู่ในระยะไกลๆ และเฝ้ามองว่าชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าอันธพาลผู้ดีจะมีวิธีรับมือ และจัดการกับปัญหาดังกล่าวเช่นไร
พลอยไพลินที่ยืนอยู่หน้าอัฒจันทร์เนื่องจากเป็ผู้นำในการซ้อมเชียร์ต้องหยุดลงกะทันหัน ทาเคชิเผยยิ้มออกมาบนสีหน้าขาวสะอาด เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำลังจะเดินเข้าไปห้ามปราม แต่ถูกพลอยไพลินห้ามไว้เสียก่อน
" ไปด้วยกันสิ "
เธอปฏิเสธ แต่กระนั้นเมื่อเห็นว่ารันได้วิ่งเข้าไปห้ามก่อนเสียแล้ว หญิงสาวจึงตัดสินใจวิ่งไปห้ามเพื่อนด้วยอีกคน ทาเคชิยืนมองแล้วเดินเข้าไปยังเหตุการณ์หลังเธอ
เื่ราววุ่นวายได้เริ่มต้นขึ้น ชลันธรรุ่นพี่ต่อยหมัดหนัก ในขณะที่ภคินถอนหายใจยาวในความไร้สาระของอีกฝ่าย แม้ชายหนุ่มจะพยายามอธิบาย ระหว่างตนกับพี่ปาริชาตไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภคินจงใจเช็ดเืที่ซึมบริเวณมุมปากอย่างใจเย็น รุ่นพี่ยอมลดมือจากปกเสื้ออีกฝ่าย แต่สีหน้ายังคงประดับประดาไปด้วยแรงหึงหวง ทันใดนั้นรันนำตัวเองเข้าไปขวาง เธอกล่าวประโยคหนึ่งจนทำให้หลายคนถึงกับอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
" แค่นี้รุ่นพี่ก็น่าจะเข้าใจน่ะ ควรจะไปถามแฟนพี่มากกว่า อย่ามายุ่งกับเขา ภคินน่ะ "
" ทำไม สนิทกันเหรอ ?
รันมองสีหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะหันมาตอบรุ่นพี่
" เรากำลังคบกันอยู่ "
เสียงฮือฮาแสดงออกถึงความน่าทึ่งของตัวหญิงสาว ซึ่งขณะที่พลอยไพลินเข้าไปจับข้อมือรันในที่สุด รวมถึงคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายสัญญาว่าจะไม่ไปมีเื่กับรุ่นพี่อีก
หลังจากทุกอย่างสงบลง ภคินรีบเข้าไปเค้นหาคำตอบจากหล่อน
" คิดจะทำอะไรของเธอ "
" ก็ตามนั่นแหละ เรากำลังคบกันอยู่ "
เด็กหนุ่มกุมขมับตัวเอง
" ฉันไปคบกับเธอตอนไหน "
รันขมวดคิ้วแล้วโน้มใบหน้าเฉยชาเข้าไปกระซิบเหมือนราวกับในความฝันที่ชายหนุ่มฝันถึงเมื่อสองอาทิตย์ก่อนจนน่าใ
" ถ้านายอยากรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่ยากเลย แค่ทำตามที่บอกก็พอ "
เธอแอบยิ้มที่มุมปาก ถือเป็การตอบแทนอีกฝ่ายอย่างสมน้ำสมเนื้อที่เข้าไปยุ่งก้าวก่ายรู้เข้ากับความลับของหญิงสาว บัดนี้เงาอันเลือนรางเริ่มปรากฏกายเผยสู่สายตาผู้คน จวบจนหญิงสาวััได้ถึงกลิ่นอายปิศาจ เธอกำลังลิ้มรสความหอมหวานในโลกหลังความตาย
***********
แสงอาทิตย์สาดส่องทางทิศตะวันออก อากาศเช้านี้แจ่มใสนัก มองไม่เห็นปุยเมฆสักก้อน รันมารอพลอยไพลินเพื่อปั่นจักรยานไปเรียนด้วยกัน ระหว่างทางพบว่าภคินมาดักรอเธออยู่หน้าปากซอยทางแยกหน้าตลาด
พลอยไพลินเห็นเช่นนั้นอดแซวเพื่อนทั้งสองไม่ได้ พวกเขานำจักรยานเข้าไปจอดหลังโรงเรียน ระหว่างทางเมื่อเห็นรุ่นพี่ปาริชาต ภคินจึงขอปลีกตัวออกจากทั้งสอง
พลอยไพลินรู้สึกดี ถึงแม้ทั้งสองจะเพิ่งรู้จักกันไม่นานนัก แต่หลับสนิทสนมกันอย่างน่าเหลือเชื่อ ยิ่งนับวันมิตรภาพนี้ยิ่งผูกพัน เธอเอ่ยความรู้สึกมหัศจรรย์เหล่านี้ให้ทาเคชิฟังด้วยสีหน้ายิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข
ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีพร้อมกิจกรรมกีฬาสีที่จะจบลงอาทิตย์หน้า แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นไฟไหม้ เสียงะโดังสนั่น ทันทีที่ได้ยิน รันไม่รีรอรีบวิ่งเข้าไปหาพลอยไพลิน แต่กลับไม่พบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอย้อนกลับเข้าไปในตัวอาคารเพราะลืมขนมหวานลูกกวาด
นักเรียนทุกคนต่างช่วยกันขนน้ำเพื่อดับไฟที่กำลังลุกโชน บางคนโทรแจ้งเ้าหน้าที่ดับเพลิง นับว่าความสามัคคีนี้ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือพลอยไพลินหายตัวไป
ทาเคชิวิ่งเข้าจนมาเกือบชนกับรันที่กำลังะโเรียก พวกเขาสบตากับ
" หรือว่าถูกจับตัวไป "
ในที่สุดทั้งสองก็เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างไม่อาจลังเลในเหตุการณ์วุ่นวายนี้ ภคินที่มาได้ยินเข้าได้แอบตามคนทั้งสองไปอย่างลับๆ ก่อนจะถูกจับได้
ทาเคชิกับภคินมีเื่กัน กว่ารันจะปรับอารมณ์ทั้งสองให้เย็นลง เธอก็พลอยได้รับาเ็เพราะแรงเหวี่ยงจากชายหนุ่มสองคนจวบจนไปกองบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษหินมากมาย หล่อนต่อว่าพวกเขาด้วยโทสะ หากเกิดเื่ไม่ดีกับพลอยไพลินพวกเขาจะมีวิธีรับมือกับมันยังไง
ระหว่างนั้นเสียงพลุะเิก็ดังขึ้น และดึงความสนใจแต่ละคนได้เป็อย่างดี รันรู้ได้ทันทีจากสัญญาณเตือน ดอกไม้ไฟงามตระการตาบนฟากฟ้านั้น เด็กสาวสบตาคนตัวสูง
"นายฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ "
ทาเคชิหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ
"เธอดูจะเป็ห่วงพลอยมากกว่าฉันเสียอีก "
รันขยับเข้าใกล้ภคินพลางจับข้อมืออีกฝ่ายขณะที่กำลังสนทนากับคาทาชิ
"ก็เราเป็เพื่อนกันนี่ ว่าแต่นายเหอะเป็คู่หมั้นเธอนี่นะ หากรู้ว่าคนที่ไว้ใจใช้ตัวเองเป็เครื่องมือเื่นี้จะจบยังไงดี ?
ภคินยืนงวยงงขณะที่รันจับข้อมือเขาไว้แน่น แม้จะพยายามปะติดปะต่อเื่ราว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าใจสถานการณ์ ฝั่งตรงข้ามก็เหนี่ยวไกปืนจดจ่อมาทางรัน
"ไหนๆ ก็มีคนล่วงรู้แล้ว ปิดปากตอนนี้ก็ยังทันน่ะ "
คนถือปืนแสยะยิ้ม และเกลี้ยกล่อมหญิงสาว
" ทำไมนายถึงได้คิดว่าการฆ่าใครสักคนมันเป็เื่ง่ายดาย ฉันคิดไม่ออกเลยว่าถ้าพลอยรู้เข้าว่าการตายของครอบครัวตัวเอง นายก็มีส่วนรู้เห็น ถ้าเื่ราวเป็อย่างที่คาดไว้ นายคงจะมาที่นี่เพื่อชดใช้ความผิดละซิ "
รันพยายามพูดเพื่อถ่วงเวลา จากที่จับข้อมือภคินไว้แแ่ เธอก็คลายออก ภคินเห็นท่าไม่ดีกับการที่ต้องหลบอยู่หลังผู้หญิง เื่ราวตรงหน้าดูซับซ้อนเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจ เขาเม้มริมฝีปาก เมื่อถูกรันขัดขา เธอจงใจขัดขวางไม่ให้ชายหนุ่มก้าวเท้าออกมาข้างหน้า
" ใช้เหตุผลคุยกันก็ได้นิ ไม่เห็นจำเป็ต้องใช้อาวุธเลยน่า "
สิ้นเสียงจากภคิน ทาเคชิยิงปืนหลายนัดขึ้นไปบนฟ้า ด้วยความโกรธที่ถาโถมเข้ามา เขากัดฟันพูด
" ถ้าไม่อยากตาย หนีไปซะ "
ถึงจะจงใจปล่อยให้ทั้งสองหนีไป ก่อนจะลั่นไกปืนยิ่งรันที่หลังด้วยความตั้งใจอีกด้วย เมื่อหลบหนีมาได้ เธอไม่รีรอรีบจัดการกับแผลถูกยิง
เืแดงสดเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนที่สวมใส่ ใบหน้าคนผู้นั้นซีดเซียว ภคินที่พยายามจะช่วยทำแผล หลังพวกเขาเข้ามาหลบอยู่ใต้สะพาน
"ฉันไม่เป็ไร นายรีบหนีเดี๋ยวนี้ "
"บ้าไปแล้ว ให้ฉันทิ้งเธอไว้ที่นี่เนี้ยนะ "
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว คิ้วเริ่มขมวดชนกัน ขณะที่รันสาธยายคำพูดมากมายให้ฟัง
"ถ้านายไม่อยากมีปัญหา จงทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น นั่นคือวิธีเอาตัวรอดที่พอจะช่วยนายได้ อยากพยายามทำความเข้าใจเื่ราวซับซ้อนไร้สาระนี้เลย "
สิ้นประโยคที่เด็กสาวอธิบาย ภคินก็สรรหาเศษไม้ รวมไปถึงก่อกองไฟไว้ตรงหน้าเป็ที่เรียบร้อย
"ขอดูแผลเธอหน่อย "
อีกฝ่ายคงยืนยันที่จะปฏิเสธ เธอไม่คิดที่จะฟังอีกคนพูด และจะไม่ทำตามด้วย
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เป็ไร "
รันฉีกแขนเสื้อแล้วห้ามเื ทุกการกระทำของเธอที่อวดฉลาด ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญ
"ให้ฉันช่วยเถอะ ถ้ายอมฉันจะเลือกวิธีที่เธอบอก การเอาตัวรอดน่า สัญญาจะเก็บเื่คืนนี้เป็ความลับ "
รันเพ่งมองชายหนุ่มที่ยักคิ้วข้างหนึ่งเพื่อทำข้อตกลง เขาฉีกแขนเสื้อตัวเองเพื่อช่วยห้ามเื และได้เห็นเข้ากับลายสักรูปผีเสื้อบริเวณหัวไหล่ด้านหลังโดยบังเอิญบนตัวหญิงสาวในขณะที่แสงสลัวจากกองเพลิงเริ่มริบหรี่ลง
เวลาที่ดำเนินไปข้างหน้าในยามดึกดื่นค่ำคืนส่งผลให้อุณหภูมิรอบตัวคล้อยเย็นลงตามไปด้วย เสียงกล่าวถามแ่เบาพอให้ได้ยินกันสองคน
" เธอนิไม่กลัวตายจริงๆ
ลมอ่อนมาโชยมาเป็ระลอก เสียงก้องที่สะท้อนจากคนตอบทำให้ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก
" เพราะว่าฉันตายแล้ว !
ภคินเบิกตากว้าง ใจเต้นตึกตักคลายจะทะลุออกมาเสียอย่างนั้น ตอนนี้บรรยากาศช่างเงียบงันและเต็มใจไปกับคำพูดเมื่อครู่จนอยากให้ฝันไป
" ล้อเล่นอยู่เหรอ? ไม่ตลกเลยนะ "
หญิงสาวอมยิ้มแล้วหัวเราะออกมาราวกับคือเื่สนุก
" กลัวหรอ ?
" ก็ไม่ได้กลัวซะหน่อย " เขาพูดแก้ต่าง
เธอพึมพำกับตัวเอง
" ฉันก็แค่.... แค่อยากโบยบินเหมือนผีเสื้อพวกนั้น ทำไมชีวิตที่อยู่ในกรงขังถึงได้ทรมานนักนะ "
คนนั่งตรงข้ามฟากฝั่งกองเพลิงที่กำลังลุกโชนตรงหน้านั่น ยื่นมือทั้งสองที่ยังคงเปื้อนเปรอะด้วยเืสีแดงออกมาผิงไฟด้วยสีหน้าเหม่อลอย ผมสีน้ำตาลต้องเปลวเพลิง ดวงตากลมโต สีหน้าซีดเซียวยิ่งเพิ่มความลึกลับทับถมเข้ามามากมายเสียเหลือเกิน
" โลกหลังความตาย ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองอยู่ที่นั่น "
หล่อนกล่าวขึ้น ด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย
" พูดพล่ามอะไรของเธอ "
เขาทำสีหน้าเดือดดาล กับอีกคนที่ดูเหมือนกำลังแสยะยิ้มให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง
" ก็เพราะว่าฉันกำลังพูดความจริงอยู่ รวมทั้งเื่นั้นก็ด้วย ใครบอกนายเื่ฉัน "
ภคินทักท้วงพูดต่อจากเธอ
" เธอไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันรู้ความลับของเธอเข้าแล้ว !
เสียงใบไม้เสียดสีเมื่อลมแรงพัดมาระลอกหนึ่งและนิ่งหายไป
" ยิ่งอยากรู้ ก็ยิ่งน่ากลัว นายอาจจะนอนไม่หลับทั้งคืน !
เสียงทุ้มลึกเรียบเย็นจนััถึงแววตาเฉยชาคู่นั้นของรัน
ภคินเอาแต่ครุ่นคิด และวนเวียนอยู่กับคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวหญิงสาว เหมือนเธอจะล่วงรู้ทุกการกระทำของเขาไปโดยปริยาย ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่กับตัวเองจนไม่รู้ว่าหลับไปั้แ่เมื่อไหร่
เสียงน้ำค้างหยดย้อยลงสู่พื้นปูน กลิ่นสนิมที่เกิดจากความชื่น โชยลอยมาเตะจมูก แสงอบอุ่นในยามเช้าส่องเข้ามาแยงตา แต่กระนั้นเขากลับทำได้เพียงสอดส่องสายตามองหาใครคนหนึ่ง
หญิงสาวไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้ เธอหายไปก่อนใกล้เวลาฟ้าสาง และหายไปราวกับล่องหน ไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยแสดงให้เห็นว่าทั้งสองค้างคืนอยู่ใต้สะพาน